- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- (ฟรี) บทที่ 391: งานเลี้ยงบนเกาะมังกรวัว
(ฟรี) บทที่ 391: งานเลี้ยงบนเกาะมังกรวัว
(ฟรี) บทที่ 391: งานเลี้ยงบนเกาะมังกรวัว
เกาะมังกรวัว
เกาะแห่งนี้มีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง
เนื่องจากเป็นเกาะที่สร้างขึ้น จึงมีลักษณะเป็นวงกลมตามมาตรฐาน
รอบนอกมีกำแพงรูปมังกรตะวันออก ส่วนตรงกลางคือภูเขาหัววัวขนาดใหญ่
ตระกูลหนิวแห่งเกาะมังกรวัว ถือเป็นขุมกำลังใหญ่ในพื้นที่รอบนอกของทะเลวิบากมรณะ เจ้าบ้านตระกูลหนิวถูกขนานนามว่าเทพวัว นามเดิมคือหนิวไคเทียน มีพลังระดับกาแล็กซี และมียุทธภัณฑ์ระดับกาแล็กซีขวานผ่าสวรรค์ สามารถผ่าดาวเคราะห์ดวงหนึ่งออกเป็นสองส่วนได้อย่างง่ายดาย
สิบปีก่อน บุตรชายของหนิวไคเทียนนามว่าหนิวกั่นตัง ได้แต่งงานกับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมังกรภูตโยวฉวน สองตระกูลได้ควบคุมท่าเรือหนึ่งในสิบของพื้นที่รอบนอกทะเลวิบากมรณะ ทำให้ขุมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปัจจุบัน ตระกูลหนิวที่มีสมาชิกน้อยนิด ในที่สุดก็มีทายาทรุ่นที่สาม หนิวไคเทียนย่อมดีใจจนเนื้อเต้น ดังนั้นจึงได้มีงานเลี้ยงครบเดือนในครั้งนี้เกิดขึ้น
ในตอนนี้บนเกาะมังกรวัว ทุกหนทุกแห่งล้วนเต็มไปด้วยผู้มีพลังพิเศษจากเกาะต่างๆ ที่ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี อาจกล่าวได้ว่าระดับดาราเดินกันให้เกลื่อน ระดับนภาเยอะราวกับสุนัข ผู้นำของขุมกำลังต่างๆมารวมตัวกัน บ้างก็พูดคุยเรื่องซุบซิบ บ้างก็แอบเจรจาความร่วมมือกัน
ประมุขนิกายบัวดำหลี่ว์จวินเย่และเจ้าสำนักยอดบัวขาวไช่ตู๋กำลังสนทนากับผู้แข็งแกร่งระดับดาราอีกคนที่มาจากโลกแห่งการฝึกตนเช่นเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันอย่างถูกคอ
ทันใดนั้น หลี่ว์จวินเย่ก็รู้สึกใจสั่นเขาหันไปมองไช่ตู๋ เป็นไปตามคาดสีหน้าของไช่ตู๋ก็ดูไม่ดีเช่นกัน ทั้งสองคนสบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็หาข้ออ้างบอกลาผู้แข็งแกร่งระดับดาราคนนั้น แล้วเดินไปยังมุมๆหนึ่งทันที
“หรือว่าแผนการจะถูกเปิดโปงแล้ว?” หลี่ว์จวินเย่ส่งเสียงกระซิบผ่านสัมผัสเทพ
ไช่ตู๋ส่ายหน้า แล้วพูดอย่างครุ่นคิด: “เกรงว่าที่สำนักจะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ศพเงินกระดูกทองแดงที่ข้าทิ้งไว้ที่ยอดบัวขาวขาดการติดต่อไปแล้ว”
เขารู้ดีว่าความโลภมากมักทำให้ล้มเหลว จึงเลือกกลั่นศพเพียงแค่สองร่างเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือศพกระดูกเหล็กทองคำ ซึ่งก็คือร่างที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ โดยที่ตัวจริงของเขาแอบซ่อนอยู่ภายในศพนี้ และสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนอีกร่างหนึ่งคือศพเงินกระดูกทองแดงที่ด้อยกว่าเล็กน้อย ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการติดต่อ แต่ก็คล้ายกับโทรศัพท์ ต้องให้เขาเป็นฝ่ายเปิดใช้งานก่อนถึงจะใช้ได้
เมื่อเขาอยู่นอกสำนัก ทุกๆช่วงเวลาหนึ่งเขาจะเปิดใช้งานศพเงินกระดูกทองแดง เพื่อให้แน่ใจว่าฐานทัพใหญ่ปลอดภัย
แต่เมื่อครู่ เขาติดต่อศพเงินกระดูกทองแดงของตนเองไม่ได้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่านิกายบัวดำเกิดเรื่องขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
หลังจากที่หลี่ว์จวินเย่ฟังคำพูดของไช่ตู๋จบ ก็เงียบไปทันที ในใจเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ในตอนนี้เขาใจร้อนรนอยากกลับบ้าน แต่กลับจากไปไม่ได้ เพราะบนเกาะมังกรวัว เขากับไช่ตู๋ยังมีเรื่องใหญ่ต้องทำ
“ไปกันเถอะ งานเลี้ยงเริ่มแล้ว จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนที่เหลือ...” ไช่ตู๋มองเห็นความลังเลของประมุขนิกาย จึงพูดขึ้นในตอนนี้
ถึงหลี่ว์จวินเย่จะเป็นประมุขนิกายบัวดำ แต่ด้วยพลังที่ใกล้เคียงกันของเจ้าสำนักทั้งสามยอด ความแตกต่างเรื่องตำแหน่งไม่ได้มากอย่างที่คนภายนอกคิด ทั้งสามคนจึงมักพูดคุยกันอย่างเท่าเทียม เพราะพวกเขาเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และได้รับสืบทอดวิชาสุดยอดสามแขนงจากผู้เฒ่าบัวปีศาจมาตามลำดับ
หลี่ว์จวินเย่นึกถึงปฏิบัติการในครั้งนี้ ก็พยักหน้าแล้วเดินตามกระแสผู้คนไปยังตำหนักเทพวัวทันที
ภายในตำหนักตอนนี้เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ เสียงพูดคุยจอแจไปทั่ว คนรับใช้ของตระกูลหนิวเดินให้บริการรินชา เติมน้ำ เสิร์ฟขนมและผลไม้ แถมยังจัดอาหารแยกตามลักษณะของเผ่าพันธุ์ต่างๆ จนไม่มีปัญหาเรื่องอาหารต้องห้ามแม้แต่น้อย
จากเรื่องนี้ก็สามารถมองเห็นได้ว่า หนิวไคเทียนให้ความสำคัญกับงานเลี้ยงครบเดือนในครั้งนี้อย่างแท้จริง และให้ความสำคัญกับหลานชายของตนเองมากอีกด้วย
อันที่จริง วันนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานเลี้ยงครบเดือนของทายาทรุ่นที่สามของตระกูลหนิว แต่ในงานเลี้ยงเย็นครั้งนี้ก็จะมีการตั้งชื่อให้หลานชายของหนิวไคเทียนด้วย อาจกล่าวได้ว่าทายาทรุ่นที่สามนี้ พึ่งจะเกิดมาได้ร้อยวัน ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทะเลวิบากมรณะแล้ว
ชื่อเสียง บางครั้งก็เป็นภาระ แต่บางครั้งก็เป็นเครื่องรางป้องกันตัว
ขอเพียงหนิวไคเทียนยังไม่ล้มสักวัน ใครจะกล้าแตะต้องหลานชายของเขา?
ในขณะที่ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากกำลังดื่มเหล้าพูดคุยหัวเราะกันอยู่นั้น ชายร่างกำยำผมเงินผู้หนึ่งก็อุ้มก้อนเนื้อเล็กๆ เดินออกมาจากตำหนักใน ด้านหลังยังมีผู้แข็งแกร่งระดับดาราขั้นปลายสองคนตามมาด้วย
ชายร่างกำยำที่สูงกว่าสี่เมตรผู้นี้คือหนิวไคเทียน บนศีรษะขนาดใหญ่ของเขามีเขาวัวขนาดใหญ่ ดวงตาสีดำสนิทที่มีรูม่านตาแบนยาวคู่หนึ่ง ไม่ว่าใครสบตาก็จะรู้สึกใจสั่นไม่สงบ กระทั่งเหงื่อท่วมไปทั้งตัว
อันที่จริง หนิวไคเทียนไม่ใช่วัวปีศาจหรือมารวัว เขาคืออสูรเฟย เทพเจ้าแห่งหายนะในคัมภีร์ทะเลและขุนเขา
ในคัมภีร์ทะเลและขุนเขามีบันทึกไว้ว่า รูปร่างของมันคล้ายวัวแต่หัวขาว มีตาเดียวและหางเป็นงู นามของมันคือเฟย เดินในน้ำน้ำก็แห้ง เดินในหญ้าหญ้าก็ตาย เมื่อปรากฏตัวใต้หล้าจะเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่
พูดง่ายๆ ก็คือ ร่างแท้จริงของหนิวไคเทียน หัวเป็นหัววัว แต่เป็นวัวตาเดียว และท่อนล่างเป็นหางงู เดินไปที่ไหนหายนะก็จะตามไปที่นั่น จัดว่าเป็นตัวซวยสมชื่อ
แน่นอนว่า หนิวไคเทียนได้ฝึกฝนจนถึงระดับกาแล็กซีแล้ว ความสามารถที่มาพร้อมกับสายเลือดของตนเองก็สามารถควบคุมได้อย่างอิสระมานานแล้ว กระทั่งหลังจากแปลงร่างก็ไม่ใช่ตาเดียว แต่มีดวงตาสองข้างตามปกติ
อีกทั้งท่อนล่างของร่างแท้จริงของเขาก็ไม่ใช่ร่างงูมานานแล้ว แต่เป็นร่างมังกร นี่ก็เป็นที่มาของคำว่า ‘มังกร’ ในเกาะมังกรวัว หนิวไคเทียนในตอนนี้ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรแห่งหายนะ ‘เฟย’ อีกต่อไป แต่เป็นมังกรวัวแล้ว
“เหอะๆ ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานครบเดือนหลานชายข้าเฒ่าหนิว ดูสิน่ารักไหม?” หนิวไคเทียนนั่งบนเก้าอี้ประธาน กวาดสายตามองทุกคนจนเงียบ ก่อนจะยิ้มแล้วอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นโชว์
เจ้าตัวน้อยนี้น่ารักจริงๆ ทั่วร่างอ้วนกลม ยังมีเขาวัวเล็กๆ สองอันงอกออกมา บนหน้าผากยังมีตาที่สาม ที่โดยทั่วไปแล้วการมีสามตาแต่กำเนิด หมายถึงความไม่ธรรมดา เห็นได้ชัดว่าสายเลือดของเจ้าตัวเล็กนี้เหนือกว่ารุ่นพ่อรุ่นปู่ไปอีกขั้น
มังกรวัวภูต
ผู้คนบางส่วนในที่นั้นที่มีความรู้ความสามารถ ก็มองเห็นสายเลือดของเจ้าตัวน้อยได้ในทันที
ที่ด้านหลังก้นของเจ้าหนูนี่มีหางมังกรหนึ่งเส้นงอกออกมา บนหัวมีเขาวัว ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีม่วง แต่ตาขาวกลับเป็นสีดำ ตาขาวสีดำนี่แหละคือลักษณะพิเศษของตระกูลมังกรภูต
“เฮือก...นี่มันโชคดีฝืนลิขิตสวรรค์อะไรแบบนี้ รวบรวมสุดยอดสายเลือดสองตระกูลไว้ในร่างเดียวได้เลย ขอแค่เจ้าตัวเล็กเติบโตขึ้น อนาคตย่อมไม่มีขีดจำกัด แถมมีโอกาสเหนือกว่าหนิวไคเทียนด้วย” ชายแต่งตัวเหมือนบัณฑิต สูดลมหายใจเย็นยะเยือก แล้วพูดเบาๆกับหลี่ว์จวินเย่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
หลี่ว์จวินเย่ก็พยักหน้าเล็กน้อยแสดงความเห็นด้วย
โชคของเจ้าตัวเล็กนี่ดีจริงๆ แต่ก็เพราะเหตุนี้ โชคของเขาก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่
หลังจากคืนนี้ ตระกูลหนิว ตระกูลโยว จะถูกลบชื่อออกจากทะเลวิบากมรณะไปตลอดกาล ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาครอบครองมากเกินไป จนทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่พอใจแล้ว
ต่อจากนั้น งานเลี้ยงก็ดำเนินต่อไป เข้าสู่ช่วงการมอบของขวัญ
แขกมากมายต่างทยอยนำของขวัญมีค่าเข้ามามอบทีละชิ้น บางคนถือของขวัญใหญ่เป็นพิเศษ เดินตรงไปยังหน้าหนิวไคเทียนเพื่อแสดงความเคารพและยินดี
“เทพวัว นี่คือของขวัญครบเดือนจากตระกูลโจวแห่งเกาะหย่งเจี๋ย สำหรับหลานชายของท่าน ของชิ้นนี้คือกำไลข้อมือพลังเทพ ยุทธภัณฑ์ระดับดาราชิ้นหนึ่ง เมื่อสวมใส่จะช่วยเพิ่มพละกำลังทีละน้อย แต่ยิ่งเวลาผ่านไป พละกำลังจะยิ่งมหาศาล จนถึงขีดจำกัดของระดับดารา” สตรีชุดแดงก้าวขึ้นมา พร้อมหยิบกล่องใบนึงออกมา เปิดเผยกำไลข้อมือสีทองในนั้น แล้วยิ้มแนะนำ
หลายคนถึงกับอ้าปากค้างหลังได้ยิน ยุทธภัณฑ์ระดับดารา ไม่ใช่แค่ ไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ธรรมดาทั่วไป ของแบบนี้ต่อให้เป็นทั่วทั้งทะเลวิบากมรณะก็ไม่ได้มีมากนัก
หลี่ว์จวินเย่และไช่ตู๋ต่างก็มองดูกล่องในมือของสตรีชุดแดงด้วยความอยากได้ พวกเขาสู้แทบเป็นแทบตายผ่านทัณฑ์สวรรค์มาหลายครั้งถึงจะมีพลังเช่นทุกวันนี้ คนอื่นแค่ใส่กำไลข้อมือก็ค่อยๆมีพลังขึ้นมาได้แล้ว
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริงๆ