เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 381: อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก!

(ฟรี) บทที่ 381: อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก!

(ฟรี) บทที่ 381: อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก!


หอคอยเทพซ่อน?

อวี๋เสียนเคลื่อนย้ายมาพร้อมกับอสูรหัวหมูแห่งเหวนรกในมือ

เขายังคงเดินเข้าไปหน้าปี่เซียะอย่างระมัดระวัง แล้วโยนอสูรหัวหมูแห่งเหวนรกในมือไป

ปี่เซียะที่เดิมทีหลับตาพักผ่อนอยู่ก็พลันลืมตาขึ้น อัญมณีบนหน้าผากของมันปล่อยแรงดูดอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในทันที อสูรหัวหมูแห่งเหวนรกยังไม่ทันได้ขัดขืนก็ถูกดูดเข้าไปในอัญมณีสีดำนั้นทันที

“อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก เอามาอีกเยอะๆ” ดวงตาทั้งสองข้างของปี่เซียะค่อยๆ มีประกายแห่งชีวิตชีวาขึ้นมา มันมองอวี๋เสียนแล้วพูด

อวี๋เสียนรีบถาม: “เจ้ากินพวกมันเข้าไปแล้ว พวกมันยังจะฟื้นคืนชีพได้อีกไหม?”

“อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก เอามาอีกเยอะๆ” ดูเหมือนปี่เซียะจะยังไม่มีสติปัญญามากนัก ยังคงพูดซ้ำคำเดิม

อวี๋เสียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็จากไปทันที หนึ่งนาทีต่อมา เขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกหลายตัวในมือ แล้วโยนสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไปให้ปี่เซียะ

เป็นไปตามคาด สิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกเหล่านี้ไม่มีโอกาสขัดขืนเลยแม้แต่น้อย ในพริบตาก็ถูกอัญมณีบนหน้าผากของปี่เซียะดูดกลืนเข้าไป

ปี่เซียะมีเพียงหัวเดียว ด้านหลังคอเชื่อมต่อกับประตูใหญ่ หลังจากที่กลืนกินสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกในครั้งนี้ ก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ามีลำแสงสีแดงสายแล้วสายเล่าส่งผ่านจากตัวมันไปยังหอคอย หอคอยทั้งหลังดูเหมือนจะมีกลิ่นอายแห่งเทพเพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่ง

“อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก เอามาอีกเยอะๆ” ปี่เซียะยังคงพูดซ้ำคำเดิม

อวี๋เสียนไม่ได้ถามอีก แต่หายตัวไปอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ปรากฏตัวและหายไปอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็จะนำสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกมาด้วยหลายตัว ป้อนให้ปี่เซียะอย่างบ้าคลั่ง

เพราะความเร็วในการป้อนของเขานั้นเร็วมาก อัญมณีบนหน้าผากของปี่เซียะจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเทา ในขณะเดียวกัน ‘หอคอยเทพซ่อน’ ทั้งหลังก็เริ่มดูมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่โลกภายนอก อวี๋เสียนกับจางปู้เหยา ร่วมมือกัน จางปู้เหยาเป็นคนหักแขนขาสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกและพันธนาการไว้ ส่วนอวี๋เสียนก็มารับพวกมัน เมื่อได้สิ่งมีชีวิตที่ถูกหักแขนขาแล้ว เขาก็กลับไปยังเจดีย์คุกสงัดนิรันดร์ ผ่านเจดีย์นั้นแล้วเข้าสู่มิติเทพซ่อน ก่อนจะนำไปให้ปี่เซียะกินในที่สุด

จริงๆแล้ว อวี๋เสียนยังรอบคอบเผื่อไว้อย่างหนึ่ง นั่นคือสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกที่เขานำไปให้กิน เขาจะจดจำรูปลักษณ์ภายนอกของพวกมันไว้ในใจทั้งหมดแล้ว

หากหลังจากนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกพวกนั้นโผล่มาอีก ก็แปลว่าการป้อนให้มิติเทพซ่อนสามารถยับยั้งการฟื้นคืนชีพของพวกมันได้ แต่ถ้ามีพวกมันที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะกลับมาอีกครั้ง นั้นก็หมายความว่าพวกเขากำลังเสียแรงเปล่า

“แบบนี้มันช้าเกินไป”

“อวี๋เสียน หรือนายจะใช้แหวนมิติใส่ให้เต็มแล้วค่อยไป?”

จางปู้เหยาใช้สันดาบหักแขนขาสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกสองสามตัว จากนั้นก็พูดกับอวี๋เสียน

ตอนนี้อวี๋เสียนส่งสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกไปยังมิติเทพซ่อนได้มากที่สุดครั้งละห้าตัวเท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าต้องส่งไปถึงเมื่อไหร่ ที่นี่ยังมีสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกอีกมากมาย

“แบบนี้ก็เท่ากับว่าต้องเสียแหวนมิติไปหนึ่งวงต่อครั้งเลยน่ะสิ?” อวี๋เสียนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว

สิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกมีคุณสมบัติในการปนเปื้อนมิติ ถึงแม้ในฐานะซากจะสามารถเก็บเข้าไปในแหวนมิติได้ก็จริง แต่แหวนมิติทั้งวงจะถูกปนเปื้อนอย่างรวดเร็ว สุดท้ายอาจถึงขั้นทำให้มิติแตกสลายได้

“ฉันจะใช้เนตรตั้งค่าใหม่บันทึกสภาพแหวนมิติของนายเอาไว้ ทุกครั้งที่นายกลับมาฉันจะช่วยตั้งค่าให้ใหม่ครั้งหนึ่งก็สิ้นเรื่องแล้ว” จางปู้เหยาคิดเพียงเล็กน้อยก็ได้วิธี

อวี๋เสียนได้รู้แล้วว่านอร่าและหนีหม่านไม่ถูกเฟิ่งไหลเซียนฆ่าก็เพราะเนตรตั้งค่าใหม่ของจางปู้เหยา เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้า: “ตกลง พอดีฉันมีแหวนมิติเหลืออยู่”

หลังจากกำจัดผู้แข็งแกร่งระดับดาราอย่างมาร์กาเร็ตได้ เขาก็เก็บแหวนมิติมาทั้งหมด เพราะเคยเจอกับปัญหาของไม่พอใส่มาก่อน ตอนนี้เขาเลยกลายเป็นโรคกลัวพื้นที่เก็บของไม่พอไปแล้ว แหวนมิติกี่วงก็ไม่รู้สึกว่าเยอะ และแน่นอน...ไม่มีทางทิ้งแม้แต่ชิ้นเดียว

รูม่านตาของจางปู้เหยากลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หลังจากบันทึกสภาพแหวนของอวี๋เสียนไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มจับสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกทันที

ดาบของเธอคมมาก และยังมีผลในการยับยั้งการฟื้นฟูบาดแผลของสิ่งมีชีวิต ก่อนหน้านี้ที่สู้กับมังกรซากศพทะเลอนันต์ ก็เพราะความสามารถในการฟื้นฟูของมังกรซากศพทะเลอนันต์ถูกยับยั้ง สุดท้ายจึงถูกสังหารได้ในพริบตา

อันที่จริง ทั่วทั้งตัวของจางปู้เหยาล้วนเป็นของล้ำค่า เนตรตั้งค่าใหม่ที่ได้มาจากโลกแห่งความทรงจำของเฟิ่งไหลเซียน หลังจากที่เธอออกมาก็ได้ทำการอัปเกรดครั้งใหญ่ เดิมทีสามารถใช้กับเป้าหมายได้เพียงแค่วันละครั้งเท่านั้น ตอนนี้กลายเป็นใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งแล้ว

แม้จะต้องใช้แรงไม่น้อย แต่ด้วยร่างกายของเธอในตอนนี้ เป้าหมายที่ถูกบันทึกไว้ เธอสามารถรีเซ็ตสถานะของอีกฝ่ายเมื่อไหร่ก็ได้

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

อวี๋เสียนปรากฏตัวขึ้นที่ ‘หอคอยเทพซ่อน’ อีกครั้ง

เขาปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกทั้งหมดในแหวนมิติออกมาในคราวเดียวอย่างง่ายดาย ผลักทั้งหมดไปทางปี่เซียะ ในชั่วพริบตาอัญมณีทรงกลมบนหน้าผากของปี่เซียะก็ปล่อยแรงดูดอันทรงพลังออกมา สิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกทั้งหมดถูกดูดเข้าไปข้างในทันที

“ไม่ทำร้ายคน?”

ตอนนี้อวี๋เสียนก็เริ่มสังเกตเห็นแล้วว่า...ดูเหมือนปี่เซียะจะทำอะไรเขาไม่ได้เลย

เมื่อครู่เขาเทสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกออกมาจำนวนมาก บางส่วนอยู่ใกล้เขามาก แต่แรงดูดของปี่เซียะกลับมีผลแค่กับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น เขาเองไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย

ตามหลักแล้ว ในระยะที่ใกล้ขนาดนั้น อย่างน้อยเขาก็น่าจะรู้สึกถึงแรงดึงดูดได้บ้าง

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาปี่เซียะ อย่างที่คาดไว้ ปี่เซียะไม่แสดงความสนใจใดๆต่อเขาเลย เขาจึงเอื้อมมือไปลูบอัญมณีบนหน้าผากของมัน เบาใจได้ทันที…ไม่มีผลกับมนุษย์

ไม่ใช่

ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าแยกแยะได้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู

“ไอ้หนู อย่ามาจับมั่วซั่ว ท่านปู่ของเจ้าไม่นิยมไม้ป่าเดียวกัน” ปี่เซียะพลันตาเป็นประกาย มองดูอวี๋เสียนแล้วพูด

"เฮ้ย!"

อวี๋เสียนตกใจ รีบถอยหลังไป มองดูปี่เซียะด้วยความประหลาดใจ

ก่อนหน้านี้ยังปัญญาทึบอยู่เลย ไหงจู่ๆถึงฉลาดขึ้นมาได้ล่ะ?

“ไอ้หน้าขาว ขี้ขลาดจริงๆ หรือว่าโดนรัศมีความองอาจของท่านปู่ข้าทำลายความภาคภูมิใจไปหมดแล้ว?” ปี่เซียะเห็นสีหน้าประหลาดใจของอวี๋เสียน ก็ถามด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจทันที

อวี๋เสียนสงสัย: “เจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตเหรอ?”

“พูดจาไร้สาระ หรือข้าจะเป็นซากศพหรือไง?” ปี่เซียะพูดอย่างไม่สบอารมณ์

อวี๋เสียนรีบถาม: “ถ้างั้นอสูรที่เจ้ากินเข้าไป ยังจะฟื้นคืนชีพได้อีกไหม?”

“ไอ้หนู มาจากซอกไหนกันเนี่ย? ไม่เคยได้ยินเหรอว่าปี่เซียะนี่มีแต่เข้า ไม่มีทางออก? เข้ามาในท้องท่านปู่ข้าแล้ว ยังจะคิดหนีอีกหรือ?” ปี่เซียะพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง

ดีมาก

นี่คือคำตอบที่อวี๋เสียนต้องการ

อวี๋เสียนหัวเราะ: “ถ้างั้นข้าจะส่งมาอีกเยอะๆ เจ้ากินไหวไหม?”

“เจ้าจะส่งมาอีกเยอะแค่ไหนข้าก็กินไหว รีบๆส่งมาเลย” ปี่เซียะตาเป็นประกาย แล้วพยักหน้าทันที

อวี๋เสียนยิ้ม ก่อนจะเตรียมตัวจากไป ทันใดก็หยุดคิดขึ้นมาแล้วถามด้วยความสงสัยว่า

“เอ่อ... หอคอยเทพซ่อนนั้นมีประโยชน์อะไรเหรอ?”

“หอคอยเทพซ่อน? เจ้าหมายถึงหอคอยตุ๊ดนั่นน่ะเหรอ มันมีหน้าที่จ่ายพลังงานและซ่อมแซม ส่วนใหญ่คือการรักษากลไกการทำงานปกติของมิติเทพซ่อน” ปี่เซียะชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบ

อวี๋เสียนก็ชะงักไปเช่นกัน เขามองดูปี่เซียะแล้วพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ: “หอคอยตุ๊ด? หมายความว่า เจ้าไม่ใช่หอคอยเทพซ่อน?”

“ใครบอกเจ้าว่าที่นี่คือหอคอยเทพซ่อน ที่นี่คือหอคอยหมื่นสมบัติ” ปี่เซียะเบิกตากว้างมองอวี๋เสียนแล้วพูดด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันตาปริบๆ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ตระหนักถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมา แย่แล้ว เข้าใจผิด

ปี่เซียะตระหนักว่าอวี๋เสียนเข้าใจผิด ตอนนี้มันบอกคำตอบแก่อวี๋เสียนไปแล้ว แล้วอวี๋เสียนจะยังส่งสิ่งมีชีวิตแห่งเหวนรกมาให้มันกินอีกไหม?

ส่วนอวี๋เสียนก็ตระหนักว่าดูเหมือนหอคอยเทพซ่อนจะสำคัญกว่า

บางทีการจ่ายพลังงานให้กับหอคอยเทพซ่อนอาจจะทำให้หอคอยเทพซ่อนเริ่มซ่อมแซมมิติทั้งหมดได้

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 381: อร่อย บำรุงกำลังยิ่งนัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว