- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- (ฟรี) บทที่ 351: วิชาคุกสงัดนิรันดร์
(ฟรี) บทที่ 351: วิชาคุกสงัดนิรันดร์
(ฟรี) บทที่ 351: วิชาคุกสงัดนิรันดร์
ไอเทมประเภทที่ต้องหยดเลือดเพื่อรับเป็นนายนั้น มีอยู่ไม่น้อยเลย
ตลอดทั้งวัน อวี๋เสียนเจอมันถึงห้าชิ้น ชิ้นแรกเป็นตุ๊กตารูปแมวกวัก ทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่งมันจะกวักมือหนึ่งครั้ง เพื่อเพิ่มโชคด้านการเงินให้อวี๋เสียน 1%
โชคด้านการเงิน ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับเงินเท่านั้น สมบัติก็ถือเป็นโชคด้านการเงินเช่นกัน
ดังนั้นการเพิ่มโชคด้านการเงินจึงเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสที่อวี๋เสียนจะได้เจอกับสมบัติ แมวกวักตัวนี้ อวี๋เสียนจึงรู้สึกพอใจมากเป็นพิเศษ
ชิ้นที่สองคือพู่กัน หลังจากรับเป็นนายแล้วสามารถทิ้งตัวอักษรไว้ที่ใดก็ได้ และตัวอักษรจะหายไปเองหลังจากหนึ่งพันปี นอกจากจะมีผู้หลุดพ้นลงมือทำลาย หรือใช้ไอเทมที่มีระดับเดียวกันลบล้าง ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีทางลบออกได้เลย
อวี๋เสียนได้พู่กันด้ามนี้มา ก็เขียนลงในอากาศทันทีว่า ‘อวี๋เสียน มาเยือน ณ ที่นี้’ ถ้าหากภายในหนึ่งพันปียังมีคนมาที่นี่ ก็อาจจะยังเห็นข้อความบรรทัดนี้อยู่
ชิ้นที่สามคือลูกปัดเม็ดหนึ่ง
เดิมทีอวี๋เสียนก็คิดว่านี่คือลูกปัด แต่หลังจากหยดเลือดเพื่อรับเป็นนายถึงได้รู้ว่า นี่คือดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง
ดาวเคราะห์ดวงนี้เปลี่ยนขนาดได้ตามต้องการ ครึ่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง อีกครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยลาวา มันคืออาวุธประเภทเดียวกับ ตราพลิกสวรรค์ ที่เมื่อขยายขนาดใหญ่แล้วสามารถใช้ทุ่มใส่ศัตรูได้อย่างรุนแรง
ชิ้นที่สี่คือดาบเล่มหนึ่ง
ดาบเล่มนี้มีชื่อว่าดาบต้นแบบ ไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามเผยร่างเดิมออกมาได้ แต่ขอเพียงแค่มันปะทะกับดาบเล่มอื่น จากนั้นมันก็จะเลียนแบบอีกฝ่าย กลายเป็นดาบที่สมจริงยิ่งกว่าของอีกฝ่าย
พูดง่ายๆก็คือ มันจะดูเหมือนของแท้มากกว่าของแท้เสียอีก อานุภาพแข็งแกร่งยิ่งกว่า และให้ความรู้สึกที่ดั้งเดิมยิ่งกว่า
อวี๋เสียนใช้ดาบเป็นอยู่แล้ว พอได้ครอบครอง 'ดาบต้นแบบ' เขาก็เข้าใจในทันทีถึงวิธีใช้งาน สิ่งที่ต้องทำ คือรวบรวมดาบเล่มอื่นให้มากที่สุด แล้วในยามต่อสู้ เพียงแค่เลือกดาบที่เหมาะสมและนำมาสัมผัสกับดาบต้นแบบ ก็สามารถปลุกพลังแฝงในดาบนั้นขึ้นมา กลายเป็นเวอร์ชันทรงพลังที่เหนือกว่าดาบดั้งเดิมหลายเท่า
ชิ้นที่ห้าคือแหวนวงหนึ่ง
น่าเสียดายที่ยังคงไม่ใช่อุปกรณ์จัดเก็บ แต่เป็นแหวนที่ป้องกันผู้สวมใส่ไม่ให้ศัตรูมองทะลุถึงแก่นแท้ได้
ขอเพียงแค่อวี๋เสียนสวมแหวนวงนี้ ศัตรูก็จะไม่สามารถประเมินระดับพลังของเขาได้เลย มองไม่เห็นความสามารถของเขา แม้แต่เผ่าพันธุ์ก็ยังระบุไม่ได้
พูดง่ายๆก็คือ แหวนวงนี้ก็คือไอเทมประจำตัวสำหรับแกล้งทำเป็นอ่อนแอแล้วตลบหลังศัตรู เป็นของคู่ใจสายโชว์เหนือตบหน้าคนอื่นเลยล่ะ"
"คุณป้า ที่นี่ยังมีอุปกรณ์จัดเก็บอีกไหม?"
ตอนบ่าย อวี๋เสียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง วางเท้าบนแท่นหินรูปกลอง แล้วถามคุณป้าหมายเลขสองที่อัญเชิญออกมา
“...”
คุณป้าหมายเลขสองเงียบไป
เห็นได้ชัดว่าคำถามนี้ เธอไม่สามารถตอบได้
อวี๋เสียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า: "ผมต้องการวิธีสร้างมิติเก็บของในที่แห่งนี้ เพื่อเก็บของให้ได้มากขึ้น... มีทางไหนบ้างไหม?"
"วิชาคุกสงัดนิรันดร์ สามารถสร้างเจดีย์คุกสงัดนิรันดร์ขึ้นในร่างกายได้..."
"คัมภีร์มหาช้าง สามารถขยายกระเพาะของตนเองให้ใหญ่ได้ไร้ขีดจำกัด ทว่าแลกมากับข้อเสีย... ความหิวโหยของเจ้าจะไม่มีวันถูกเติมเต็มอีกต่อไป.."
"มหาวิชาเทพยุทธ์เข้าฝัน สามารถเปลี่ยนความฝันของตนให้กลายเป็นสถานะกึ่งจริงกึ่งฝันได้ ขนาดของความฝันใหญ่เท่าไร พื้นที่ก็จะกว้างขวางเท่านั้น แต่ผู้ที่จิตใจไม่มั่นคง ง่ายที่จะถูกมารในใจรุกราน และง่ายที่จะถูกฝันร้ายรบกวน..."
……
...
คุณป้าหมายเลขสองร่ายยาววิชาออกมามากมายในลมหายใจเดียว อวี๋เสียนถึงกับตกตะลึงไปเลย
เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมีวิชามากมายขนาดนี้ที่สามารถสร้างมิติได้ แต่หลังจากฟังจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า: "คุณป้า แล้วมีวิชาไหนบ้างที่เหมาะกับผมล่ะ?"
“...”
คุณป้าหมายเลขสองมองอวี๋เสียน แล้วก็เงียบไปอีกครั้ง
“...”
อวี๋เสียนมองคุณป้าหมายเลขสอง ก็เงียบไปเช่นกัน เขาเข้าใจแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่มีวิชาไหนที่เหมาะกับเขาสักอย่าง
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำให้ตัวเองใจเย็นลง จากนั้นก็ถามว่า: "คุณป้า ถ้าอย่างนั้นวิชาที่ผมสามารถเรียนรู้ได้ในเวลาที่สั้นที่สุด และสามารถสร้างพื้นที่มิติเก็บของได้ คือวิชาไหนกันล่ะ?"
"วิชาคุกสงัดนิรันดร์" ในที่สุดคุณป้าหมายเลขสองก็ตอบ
อวี๋เสียนถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ครั้งนี้คุณป้าหมายเลขสองไม่ได้เงียบไป ไม่อย่างนั้นเขาคงจะต้องสงสัยในไอคิวของตัวเองแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับพรสวรรค์ของหวังเจี๋ยหมิงมา ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ลดลงอย่างมาก แต่สุดยอดสมองกลของเขาก็ยังอยู่ คงไม่ถึงกับเรียนไม่ได้เลย ขอเพียงแค่ยอมใช้สมอง เขาก็คิดว่าตัวเองยังพอจะเยียวยาได้
"คุณป้า ถ่ายทอดวิชาคุกสงัดนิรันดร์ให้ผมที" อวี๋เสียนพูดกับคุณป้าหมายเลขสองทันที
จากนั้นคุณป้าหมายเลขสองก็เริ่มท่องคาถาฝึกฝนวิชาคุกสงัดนิรันดร์ เริ่มจากบทนำ: "สรรพสัตว์มีวิญญาณ มึนงงสับสน ภูตผีปิศาจ กำแพงคุกแม่น้ำยมโลก เทพมารดุร้าย คุกมืดสงัดนิรันดร์..."
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปในพริบตา
อวี๋เสียนมองคุณป้าหมายเลขสอง สมองทั้งปลอดโปร่งและสับสน
เขาฟังวิชาคุกสงัดนิรันดร์จนจบทั้งบท หรือแม้กระทั่งจำได้ทั้งหมดแล้ว แต่จำได้ก็ไม่มีประโยชน์ ตัวอักษรเดี่ยวๆ เขาก็พอจะเข้าใจได้ แต่พอคำเหล่านี้มารวมกัน เขากลับไม่เข้าใจเลย
"คุณป้า มีทางลัดไหม?" อวี๋เสียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินอย่างเด็ดขาด เปิดสูตรโกงในทันที
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากตั้งใจฝึก เดินบนเส้นทางสาย "ฉันจะพึ่งพาตัวเองอย่างสง่างามหรอกนะ“… แต่เขาทำไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีสูตรโกงช่วยล่ะก็ เขารู้ตัวเลยว่าแค่เริ่มฝึก”คุกสงัดนิรันดร์” ก็อาจต้องใช้เวลาสักสองถึงสามล้านปีถึงจะเริ่มเข้าใจได้ด้วยซ้ำ!
ถึงตอนนั้นจริงๆ เกรงว่าคงจะสายเกินไปแล้ว
"คุณป้า ผมไม่อยากพยายามแล้ว!"
อวี๋เสียนมองคุณป้าหมายเลขสองอย่างคาดหวัง และก็กลัวอยู่บ้างว่าคุณป้าหมายเลขสองจะเงียบไปอีก
โชคดีที่ครั้งนี้คุณป้าหมายเลขสองไม่ได้เงียบไป แต่กลับเอ่ยปากตอบว่า: "สามารถใช้กุญแจแห่งวีรบุรุษเปิดประตูแห่งเกียรติยศ ฝึกฝนวิชาคุกสงัดนิรันดร์ภายในดินแดนแห่งเกียรติยศได้ ใช้เวลาแค่สิบวันก็สำเร็จ"
"กุญแจแห่งวีรบุรุษ?"
อวี๋เสียนฟังคำตอบจบก็ชะงักไปครู่หนึ่ง สมองก็จำได้ทันทีว่ามันคืออะไร
เขายังสร้างกุญแจแห่งวีรบุรุษได้อยู่ก็จริง แต่เพราะรู้สึกว่านักโทษไม่กี่คนในดินแดนแห่งเกียรติยศนั้นแปลกประหลาดเกินไป และเขาก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงเข้าไปข้างในเพียงครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้เข้าไปอีกเลย
"มีข้อเสียอะไรไหม?" อวี๋เสียนมองคุณป้าหมายเลขสอง แล้วถามขึ้นอีกครั้ง
คุณป้าหมายเลขสองยังคงเงียบ อวี๋เสียนพึ่งรู้ตัวทีหลังว่าจำนวนคำถามของวันนี้ได้ใช้ไปจนหมดแล้ว
"ช่างเถอะ ลองดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน ยังไงก็ต้องใช้เวลาสิบวันถึงจะฝึกฝนสำเร็จ พรุ่งนี้ค่อยถามก็น่าจะ... ไม่มีปัญหาหรอก" อวี๋เสียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพึมพำกับตัวเอง
จากนั้นเขาก็ยื่นมือดึงกุญแจแห่งวีรบุรุษออกมาจากหว่างคิ้ว
มือกำกุญแจแห่งวีรบุรุษไว้แน่น
ส่งกระแสจิตอันบริสุทธิ์เข้าไปไม่หยุดยั้ง ในพริบตาก็เติมจนเต็ม
เขาใช้กุญแจแห่งวีรบุรุษที่คุ้นเคยเปิดประตูทองคำที่คุ้นเคย ความรู้สึกที่แสนคุ้นก็พรั่งพรูเข้ามาในใจทันที
พูดตามตรง เขาไม่อยากเจอกับนักโทษพวกนั้นเลย แต่เพื่อวิชาคุกสงัดนิรันดร์ เขากัดฟันแล้วก็ตัดสินใจสู้ ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ใช่ไอ้กระจอกน้อยเหมือนเมื่อครั้งก่อน แต่เป็นไอ้กระจอกน้อยที่โตขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ
เดินเข้าไปในดินแดนแห่งเกียรติยศ อวี๋เสียนไม่มีความคิดที่จะพูดคุยกับนักโทษคนไหนเลย แต่เดินตรงไปยังด้านในสุดทันที
ห้องขังหมายเลข 001
หลัวหมัวลืมตามองอวี๋เสียนที่เดินผ่านไปแวบหนึ่ง บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หนึ่งปี สำหรับเขาแล้วยังไม่เท่ากับการงีบหลับเลยด้วยซ้ำ คงจะเหมือนกับการกระพริบตาครั้งหนึ่ง และในชั่วพริบตานี้เอง อวี๋เสียนกลับแข็งแกร่งขึ้นแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งมาก
แต่เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่เข้ามา ก็เปรียบได้กับมดที่กลายเป็นช้างไปแล้ว
น่าสนใจ
หลัวหมัวมองอวี๋เสียนเดินผ่านไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้สึกว่าอวี๋เสียนอาจจะเป็นโอกาสในการแหกคุกของเขาก็ได้