เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 281: เนีย

(ฟรี) บทที่ 281: เนีย

(ฟรี) บทที่ 281: เนีย


สองวันต่อมา ยานอัสก้ายังคงอยู่ที่เดิมไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน

อวี๋เสียนนั่งดื่มชาอยู่ในห้อง ข้างๆหน้าจอที่ทำหน้าที่เป็นหน้าต่างคือดาวเคราะห์แก๊สขนาดมหึมาดวงหนึ่ง

สองวันนี้ เขาสังเกตเสี่ยวเซินเซินมาตลอด ในที่สุดเขาก็แน่ใจในเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเสี่ยวเซินเซินนอกจากจะรู้ข้อมูลมากมายที่ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย

ที่บอกว่าไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถตรวจสอบความจริงเท็จของคำพูดของเสี่ยวเซินเซินได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นสามวิหคเทพหรือสี่พยัคฆ์อะไรนั่น ล้วนเป็นคำพูดฝ่ายเดียวของเสี่ยวเซินเซิน แม้แต่ไข่ยักษ์ใบนั้น ข้างในคืออะไรก็มีเพียงเสี่ยวเซินเซินที่เป็นคนพูด

ตราบใดที่ไข่ใบนี้ยังไม่ฟักออกมา คำพูดของมันก็ยังคงน่าสงสัย

แต่ว่าอวี๋เสียนคิดว่ามันน่าจะพูดความจริง เพราะคนที่ชอบเด็กและเข้ากับเด็กได้ดี ไม่น่าจะเป็นคนเลวอะไร

สองวันนี้เสี่ยวเซินเซินเอาแต่เล่นกับนอร่าน้อยและเสี่ยวหวงเฉวียน และบางครั้งก็พูดข้อมูลบางอย่างที่ยากจะตรวจสอบได้ออกมา

ตอนแรก ทุกคนยังรู้สึกว่าสิ่งที่มันพูดนั้นลึกลับซับซ้อน ดูเหมือนจะล้ำลึกมาก แต่พอนานวันเข้าทุกคนก็เริ่มชินชา แค่ฟังเป็นนิทานไป ความจริงเท็จนั้นไม่สำคัญอีกแล้ว

"ไม่รู้ว่าสุ่ยเยว่เทียนตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง" อวี๋เสียนมองดาวเคราะห์ยักษ์บนหน้าจอ แล้วถอนหายใจเบาๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้จักสุ่ยเยว่เทียนได้ไม่กี่วัน หรือแม้แต่เคยเจอหน้ากันแค่สองครั้ง แต่ดังคำกล่าวที่ว่า ‘มอบลูกท้อให้ฉัน ฉันจะตอบแทนด้วยหยกงาม’ สุ่ยเยว่เทียนอยากจะเป็นเพื่อนกับเขาด้วยความจริงใจ เขาจึงถือว่าสุ่ยเยว่เทียนเป็นเพื่อนเช่นกัน

ตอนนี้เมื่อเพื่อนมีภัย เขาเลยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะนิ่งเฉย

ยิ่งไปกว่านั้น จือเอ้ออันตรายเกินไป สามารถแฝงตัวอยู่ในเผ่าทะเลมาได้หลายร้อยปีโดยไม่เผยพิรุธ แน่นอนว่าต้องเป็นพวกเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างลึกซึ้ง หากปล่อยให้จือเอ้อได้สมบัติของไฮลิคไป ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างความเสียหายต่อโลกมากขนาดไหน

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสุ่ยเยว่เทียนที่เป็นเพื่อน หรือเพื่อจัดการกับจือเอ้อ การผจญภัยครั้งนี้จำเป็นต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้

"มีหนีหม่านคอยหนุนหลัง ตราบใดที่จือเอ้อไม่ใช่ระดับอธิราช ปัญหาก็ไม่ใหญ่โตอะไร"

"การเดินทางครั้งนี้อันตรายที่แท้จริงยังคงอยู่ที่เหวนรก หวังว่าเส้นทางข้างหน้าจะไม่มีอะไรที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น"

อวี๋เสียนคำนวณกำลังรบของฝ่ายตัวเองและศัตรู เขาก็ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรมาก เพราะหลังจากที่เขารวมร่างแล้วก็ใกล้เคียงกับระดับจักรวาล การรับมือกับจือเอ้อจึงถือว่าสบายๆ

เมื่อเทียบกับจือเอ้อแล้ว เหวนรกที่เต็มไปด้วยวิกฤตินั้นยังอันตรายยิ่งกว่า

ทันใดนั้น ประตูอัตโนมัติเปิดออก นอร่าเดินเข้ามาจากข้างนอก เธอเห็นอวี๋เสียนนั่งดื่มชาอยู่ริมหน้าต่าง ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามานั่งตรงข้ามอวี๋เสียน

"กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ" นอร่าใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองอวี๋เสียนแล้วถาม

อวี๋เสียนวางถ้วยชาลง ยิ้มแล้วพูดว่า "กำลังคิดว่าพอกลับถึงโลกแล้ว พวกเราจะจัดงานแต่งงานกันดีไหม เธอคิดว่ายังไง"

"นายอยากจัดเหรอ ถ้าลำบากใจ ไม่ต้องจัดก็ได้นะ" นอร่าพูดอย่างมีความสุขเล็กๆ ที่อวี๋เสียนมีใจคิดถึงเรื่องนี้ แค่นี้เธอก็พอใจแล้วจริงๆ

สำหรับพวกเขาแล้ว พิธีการแบบนี้ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น อายุขัยที่ยาวนานไร้ขีดจำกัดทำให้สิ่งที่พวกเขาใฝ่หานั้นแตกต่างจากคนธรรมดา

ชั่วชีวิตหนึ่ง คนธรรมดามีเพียงไม่กี่สิบปี แต่สำหรับพวกเขาแล้ว อาจจะเป็นหนึ่งพันปี หนึ่งหมื่นปี หรืออาจจะนานมากกว่านั้น

"งานแต่งงานยังไงก็ต้องจัด แต่คิดว่าจะจัดแบบเงียบๆ เชิญแค่เพื่อนสนิทไม่กี่คนก็พอ" อวี๋เสียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น

จริงๆ แล้วเขาก็พึ่งจะคิดถึงเรื่องนี้ ตอนที่เห็นนอร่าเดินเข้ามา นอร่าเสียสละเพื่อเขามามากจริงๆ ไม่เพียงแต่ลาออกจากโรงเรียน ยังทะเลาะกับแม่อีกด้วย จริงๆ แล้วเขาก็หวังว่าตัวเองจะสามารถทำตามความปรารถนาต่างๆ ของนอร่าให้ได้มากที่สุด และมอบความสุขให้กับนอร่าได้

ใต้แสงไฟ ทั้งสองคนดื่มชาและพูดคุยกันไปเรื่อย มีเสี่ยวเซินเซินคอยอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับนอร่าน้อย คราวนี้ในที่สุดก็ไม่มีใครมารบกวน พวกเขาสามารถใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองได้แล้ว

…… ……

ห้องควบคุม

เสี่ยวเซินเซินพาสองหนูน้อยมองดูทารกลูกมังกรที่นอนอยู่ในเปลเด็ก

"ตอนเธอหลับน่ารักมากเลย แก้มยุ้ยๆ อยากหยิกจัง" เสี่ยวหวงเฉวียนมองลูกมังกร แล้วพูดเบาๆ

เสี่ยวเซินเซินใช้นิ้วจิ้มแก้มของลูกมังกรเบาๆ ยิ้มแล้วกระซิบว่า "หนูน้อยนี่เป็นสายเลือดของมังกรสายฟ้า พอโตกว่านี้อีกหน่อยจะมีเกล็ดขึ้นมา เวลาสัมผัสแล้วจะรู้สึกชาๆนะ"

"พวกเรามาตั้งชื่อให้เธอกันเถอะ เช่น ต้าฟานสู่ (มันเทศยักษ์)" นอร่าน้อยมองธิดามังกร พูดอย่างซุกซน

เสี่ยวหวงเฉวียนขมวดคิ้ว พูดอย่างรังเกียจ "ชื่อน่าเกลียดจัง เรียกว่าไน่เหอดีกว่าไหม"

"สะพานไน่เหอเหรอ ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะนะ ฉันว่าชื่อลาวิเนียน่าจะดีนะ" เสี่ยวเซินเซินมองธิดามังกร แล้วพูดกับสองหนูน้อย

หนีหม่านถือขวดนมเข้ามาในตอนนี้ ยิ้มแล้วพูดว่า "ลาวิเนีย เป็นชื่อที่ดีจริงๆ แต่ฉันก็ยังหวังว่าชื่อของเธอจะไม่ยาวเกินไป เรียกว่าเนียดีไหม"

"ฉันว่าต้าฟานสู่ก็ไม่ยาวนะ" นอร่าน้อยพูดด้วยสีหน้าเสียดาย

หนีหม่านอุ้มเสี่ยวเนียขึ้นมา เอาจุกนมไปจ่อที่ปากของเสี่ยวเนีย เสี่ยวเนียเหมือนได้กลิ่น ในฝันก็ยังดูดนมอย่างเอร็ดอร่อยโดยอัตโนมัติ

"เสี่ยวเซินเซิน นายบอกว่าเสี่ยวเนียเป็นสายเลือดมังกรสายฟ้า ในหมื่นพันภพมีมังกรสายฟ้ามากมาย เธอเป็นมังกรสายฟ้าประเภทไหนกันแน่" หนีหม่านมองไปทางเสี่ยวเซินเซิน แล้วพูดถาม

มังกรสายฟ้า ในโลกที่แตกต่างกันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจริงๆ

ตัวอย่างเช่นบนโลก มังกรสายฟ้าเป็นไดโนเสาร์ขนาดมหึมาชนิดหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาที่อ่อนแอมากๆ แต่ในหลายๆโลก มังกรสายฟ้าคือมังกรยักษ์ตะวันตกที่สามารถควบคุมสายฟ้าได้ อีกทั้งยังสามารถพ่นลมหายใจมังกรสายฟ้าได้อีกด้วย และมันยังมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมาก

เสี่ยวเซินเซินตอบว่า "เสี่ยวเนียเป็นเพียงมังกรสายฟ้าธรรมดาจากโลกระดับสอง พอโตเต็มวัยพละกำลังก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไร ประมาณ... น่าจะมีพลังราวๆ 0.9 ล่ะมั้ง"

ระบบการฝึกฝนในปัจจุบัน เสี่ยวเซินเซินก็พึ่งจะเข้าใจเมื่อวานนี้เอง ดังนั้นเวลาประเมินความแข็งแกร่งของเป้าหมาย มันจึงต้องใช้เวลาคิดคำนวณ เพื่อเปลี่ยนระบบที่มันรู้จักให้เป็นมาตรฐานที่ทุกคนเข้าใจในปัจจุบัน

"อ่อนแอจัง"

นอร่าน้อยบ่นทันที ขณะเดียวกันใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ถึงแม้ว่ามันจะรู้ว่าไม่ควรจะพาลใส่เสี่ยวเนีย แต่ก็ยังไงๆ ก็ไม่ชอบเสี่ยวเนียอยู่ดี ตระกูลครุฑกับตระกูลมังกรเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน มันไม่มีทางทำดีกับเสี่ยวเนียได้แน่ๆ

"ถึงจะอ่อนแอไปหน่อย แต่จุดเริ่มต้นของมนุษย์ก็ไม่ต่างกัน แต่ขอเพียงแค่เชี่ยวชาญวิธีการฝึกฝนที่ถูกต้อง สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาทุกชนิดก็มีโอกาสที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆได้" เสี่ยวเซินเซินพูดกับนอร่าน้อย

หนีหม่านพยักหน้าเห็นด้วย "พวกที่อาศัยพลังสายเลือดของเผ่าพันธุ์ตัวเองแล้วทำตามอำเภอใจ ไม่เคยไปได้ไกลหรอกนะ นอร่าน้อย ถึงแม้ว่าตอนนี้พลังสายเลือดของเธอจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็อย่าได้ทะนงตนไปล่ะ"

"อืม ฉันรู้แล้ว นอร่าน้อยพยักหน้ารับคำ

เสี่ยวเซินเซินมองนอร่าน้อย จริงๆ แล้วอยากจะพูดประโยคหนึ่งมาก

สายเลือดธรรมดาทั่วไปแน่นอนว่าไม่ควรทะนงตน แต่สายเลือดของเทพวิหคราชันย์ชัยชนะที่แท้จริงนั้น อันที่จริงจะทะนงตนนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือหนึ่งในสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เผ่าวิหคแล้ว

นอร่าน้อยในอนาคต ตราบใดที่ไม่ตายไปเสียก่อน ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่ใช่ผู้อ่อนแอ

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 281: เนีย

คัดลอกลิงก์แล้ว