- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- (ฟรี) บทที่ 276: โลหิตแห่งความตะกละ
(ฟรี) บทที่ 276: โลหิตแห่งความตะกละ
(ฟรี) บทที่ 276: โลหิตแห่งความตะกละ
“อวี๋เสียนจากต่างโลกมาเยือนหัวเซี่ย”
“วีรบุรุษประกายแสงมาเยือนโลก อาจเป็นการเปิดม่านสู่ยุคสมัยอันยิ่งใหญ่”
“ฉีหลินแห่งหัวเซี่ยได้รับของขวัญจากวีรบุรุษต่างโลก”
“โลกคู่ขนาน? วีรบุรุษหรือปีศาจ เพียงแค่ความคิดเดียว!”
“อวี๋เสียนคือผู้ต้องหาอวี๋เทียนจริงหรือ และเพราะอะไรสองโลกถึงแตกต่างกันขนาดนี้?”
“เจาะลึกความแตกต่างระหว่าง ‘อวี๋เทียน‘อาชญากรผู้ถูกประกาศจับ กับ ‘อวี๋เสียน‘วีรบุรุษจากต่างโลก การเลือกสำคัญกว่าความพยายาม”
อวี๋เทียนมองโทรศัพท์มือถือ มือสั่นอย่างบ้าคลั่ง วันนี้ทุกแอปพลิเคชันทั้งหมดเต็มไปด้วยข่าวของอวี๋เสียน
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอวี๋เสียนมีตัวตนอยู่จริง เพราะเมื่อเทียบกับอวี๋เสียนแล้ว เขาก็เหมือนกับ...
แต่ข่าวสารที่ถาโถมเข้ามาทำให้เขาเชื่อว่า อวี๋เสียนมีตัวตนอยู่จริง และเป็นอีกคนหนึ่งของเขาในต่างโลก และเป็นตัวเองในแบบที่เปล่งประกาย
โลกนี้ เพราะพลังเหนือธรรมชาติมีมาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นการยอมรับข้อมูลต่างๆ จึงสูงกว่า
หลังจากมีรูปถ่าย และหลักฐานปรากฏมากขึ้นเรื่อยๆ อวี๋เทียนก็ปิดโทรศัพท์มือถืออย่างเด็ดขาด เขาไม่กล้าดูอีกต่อไปแล้ว เพราะข้อมูลเหล่านี้มันเหมือนมีดที่แทงเข้ามาในตัวเขา มันเจ็บปวดเหลือเกิน
เพราะอวี๋เสียนได้ส่งภาพยนตร์ของตัวเองไปยังเครือข่ายทั่วโลกไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นตอนนี้หลายคนจึงรู้จักอวี๋เสียน
บวกกับตอนที่อวี๋เสียนกินข้าวกับเซียวเฉิงก็ได้บอกใบ้เล็กน้อย เซียวเฉิงก็เข้าใจว่าอวี๋เสียนรู้สึกไม่พอใจกับตัวเองในเวอร์ชันของอวี๋เทียนมาก ดังนั้นสื่อบางสำนักที่ร่วมมือกับทางการก็มีงานทำแล้ว
บทความเปรียบเทียบระหว่างอวี๋เทียนกับอวี๋เสียนผุดขึ้นมามากมาย ทำให้ทุกคนรู้ว่าเมื่อเทียบกับอวี๋เสียนในโลกคู่ขนานแล้ว อวี๋เทียนนั้นด้อยกว่าขนาดไหน พร้อมกันนั้นยังระบุรายละเอียดความแตกต่างของทั้งสองคนไว้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้อวี๋เทียนแอบอ้างเป็นอวี๋เสียนอีกด้วย
"ทำไม?"
"เมื่อมีจิวยี่แล้ว เหตุใดยังต้องมีขงเบ้งอีก?" (สำนวนจีน: เปรียบเปรยถึงการมีคนเก่งสองคนอยู่ร่วมกันไม่ได้)
อวี๋เทียนนอนอยู่บนก้อนหินใหญ่ มองดูดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ในอกเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและขุ่นเคือง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาใจสลายจริงๆ คือเนื้อหาในภาพยนตร์เป็นเรื่องจริง ลานั่วอาจจะเป็นเด็กสาวที่ดีคนหนึ่งเช่นกัน ถ้าตอนนั้นเขาไม่ได้ฆ่าลานั่ว แต่ร่วมมือกับลานั่วเหมือนอวี๋เสียน เขาจะมีอนาคตที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงหรือไม่
วีรบุรุษ!
เจิดจรัสเหลือเกิน
ประสบการณ์ของอวี๋เสียนฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสมองของอวี๋เทียน เขาอิจฉาโชคดีของอวี๋เสียน แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจว่า เพียงแค่โชคดีอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะโชคของเขาก็ดีมากเช่นกัน แต่เขาไม่ได้มีจิตใจดีเหมือนอวี๋เสียน ไม่ได้มีความมุ่งมั่นเหมือนอวี๋เสียน ไม่ได้มีความกล้าหาญเหมือนอวี๋เสียน ไม่ได้มี...
เขาสู้ไม่ได้กับอวี๋เสียนเลยสักอย่างเดียว มีเพียงด้านความโหดเหี้ยมอำมหิตเท่านั้นที่เขาเหนือกว่าอวี๋เสียนอยู่ขั้นหนึ่ง
แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเวลาหนึ่งปีเท่ากัน อวี๋เสียนกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับดาราไปแล้ว ส่วนเขายังคงอยู่ที่ระดับเสือขั้นต้น ยังห่างไกลจากระดับมังกรมากเหลือเกิน
บางที อวี๋เสียนอาจจะเหมาะสมที่จะเป็นอวี๋เทียนมากกว่า...
……
……
……
……
ยานอัสก้า
อวี๋เสียนไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ต่อ หลังจากบริจาคยานอวกาศแล้วก็จากไปทันที
แม้ว่าเขาจะโวยวายว่าจะไปอัดอวี๋เทียนสักที แต่จริงๆ แล้วเป็นเพียงคำพูดด้วยอารมณ์เท่านั้น สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินทางมายังโลกจริงๆ แล้วไม่ใช่อวี๋เสียน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เขาไม่สามารถทนดูมนุษย์ในโลกนี้ตายไปในความสิ้นหวังได้
เขาไปเพื่อมอบความหวังให้กับมนุษย์บนโลกใบนี้
นอนหลับจนฟ้าสาง อวี๋เสียนผลักก้นของนอร่าน้อยออกไป สักพักใหญ่จึงลุกขึ้นจากเตียง
"พวกเราจะไปกันแบบนี้จริงๆเหรอ? ยังมีเวลาอีกตั้งสองวัน จริงๆ แล้วนายคิดดูอีกทีก็ได้นะ" นอร่าก็ตื่นแล้วเช่นกัน ตอนนี้จึงพูดกับอวี๋เสียนพร้อมกับรอยยิ้ม
อวี๋เสียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "เธออยากให้ฉันไปซัดอวี๋เทียนคนนั้นจริงๆเหรอ?"
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ แน่นอนว่าสามารถหาอวี๋เทียนเจอได้อย่างรวดเร็ว แต่ทำแล้วจะได้อะไรละ?
ฆ่าอีกฝ่าย?
โลกคู่ขนานมีหนึ่งก็ต้องมีสอง เขาจะฆ่าไปถึงเมื่อไหร่?
"เช่นนั้นนายก็ไม่โกรธแล้วสิ?" นอร่ายิ้มแล้วถาม
พออวี๋เสียนนึกถึงการกระทำของอวี๋เทียนก็ถึงกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า "ถ้าตอนนี้เขากล้าปรากฏตัวต่อหน้าฉัน ฉันจะชกเขาสักหมัดแน่นอน"
เขาพึ่งพูดจบ วินาทีต่อมากลุ่มแสงกลุ่มหนึ่งก็ค่อยๆ หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเขา ในความสับสนเลือนลางเขาราวกับเห็นอวี๋เทียนกำลังแสดงความเคารพต่อเขา
แม้จะเป็นเพียงความรู้สึกที่เบาบางมาก แต่อวี๋เสียนก็รู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว
สีหน้าของอวี๋เสียนดูแปลกๆไปเล็กน้อย
เมื่อครู่เขาได้รับพลังศรัทธาจากอวี๋เทียนอย่างไม่คาดคิด
ตั้งแต่เมื่อวานที่ฉีหลินเริ่มช่วยแก้ไขชื่อเสียงให้เขา จริงๆ แล้วเขาก็เริ่มดูดซับพลังศรัทธาจากโลกนี้มาบ้างแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีหลายคนกลายเป็นแฟนคลับตัวยงของเขา
และพลังศรัทธาของโลกนี้ก็มีคุณภาพสูงมาก เสี่ยวหวงเฉวียนเคยกินแล้วก็ยังบอกว่าดี
แต่อวี๋เสียนไม่คิดเลยว่าอวี๋เทียนจะมอบพลังศรัทธาให้เขาด้วย แถมพลังศรัทธาของอวี๋เทียนยังแปลกประหลาดเป็นพิเศษ เขาสามารถดูดซับได้ในทันที
โดยทั่วไปแล้ว พลังศรัทธาจะถูกเก็บไว้ในร่างกายของเขา วิธีที่เขาใช้บ่อยๆ มีสองวิธี วิธีหนึ่งคือใช้เพลิงเทวะลิ่วติงจุดไฟ ให้มันกลายเป็นเชื้อเพลิงเพื่อเสริมพลังให้กับตัวเอง
อีกวิธีหนึ่งคือการฉีดเข้าไปในอาหาร ทำให้อาหารอร่อยยิ่งขึ้น
แต่พลังศรัทธาของอวี๋เทียนไม่ได้ถูกเก็บไว้ในร่างกายของเขา แต่หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาได้เลย เขาสามารถรู้สึกได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
ปัญหาคือเมื่อเปิดดูสถานะ พลังต่อสู้กลับไม่ได้เพิ่มขึ้น
นอร่าเห็นสีหน้าแปลกๆ ของอวี๋เสียน ก็ถามอย่างสงสัย "เป็นอะไรไป?"
"เมื่อครู่ฉันดูดซับพลังศรัทธาของอวี๋เทียนได้ และพลังศรัทธาของเขาดูเหมือนจะสามารถเสริมพลังความสามารถบางอย่างของฉันได้ แต่เป็นความสามารถอะไรกันแน่... ก็ไม่รู้" อวี๋เสียนพูดกับนอร่า
นอร่ารีบคาดเดา "จะเป็นไปได้ไหมว่าเกี่ยวข้องกับการที่เขาคือนายในโลกใบนี้?"
"ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก" อวี๋เสียนพยักหน้า
เขาก็พึ่งคิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน แต่เขาสงสัยมากว่าสถานการณ์แบบนี้เป็นเพียงกรณีพิเศษของเขาคนเดียว หรือเป็นเรื่องปกติทั่วไป
น่าเสียดายที่ 'นอร่า' ในโลกนี้ตายไปแล้ว ไม่เช่นนั้นยังสามารถทดลองดูได้
ในตอนนี้ อวี๋เทียนก็ส่งพลังศรัทธามาอีก อวี๋เสียนหลับตาลง สัมผัสพลังศรัทธานั้นอย่างละเอียด ต้องการจะค้นหาว่ามันหายไปไหน
ปัญหาคือพลังศรัทธานี้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เมื่อเข้าสู่ร่างกายก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ต่อจากนั้น พลังศรัทธาของอวี๋เทียนก็ส่งมาอย่างต่อเนื่อง พลังศรัทธาของเจ้านี่น่าสนใจมาก ไม่ได้ส่งมาอย่างราบรื่นเหมือนสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ แต่บางครั้งก็อ่อนแออย่างยิ่ง บางครั้งก็พุ่งสูงขึ้นทันที และบางครั้งก็กลับมาอ่อนแออีกครั้ง
อวี๋เสียนถึงกับสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของอวี๋เทียนผ่านทางพลังศรัทธาเหล่านี้
เจ้านี่กลายเป็นผู้ต้องหาก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล อารมณ์ไม่มั่นคงเกินไปแล้ว
แต่ในขณะที่อวี๋เสียนคิดว่าพลังศรัทธานี้ทำได้เพียงเสริมพลังที่ไม่รู้จักบางอย่างของเขาเท่านั้น หลังจากดูดซับพลังศรัทธาได้ในระดับหนึ่ง ในเลือดของเขาก็ค่อยๆ ปรากฏพลังชนิดใหม่ชนิดหนึ่งขึ้นมา
ทันทีที่พลังนี้ถือกำเนิดขึ้น เขาก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของพลังนี้
อวี๋เสียนหลับตาลง สัมผัสความสามารถใหม่ในเลือดอย่างละเอียด ค่อยๆ เข้าใจกระจ่างแจ้ง นี่คือความสามารถของอวี๋เทียน โลหิตแห่งความตะกละ
ความสามารถนี้ สามารถเพิ่มความสามารถในการย่อยอาหารและอัตราการดูดซึมของเขาได้
พูดง่ายๆ ก็คือ เพียงแค่ดูดเลือดคนไม่กี่คน ก็เทียบเท่ากับแวมไพร์ธรรมดาดูดเลือดทั้งปี และยังสามารถสร้างพลังงานพิเศษที่ใช้ปลุกพลังสายเลือดได้เช่นกัน
เช่นนี้แล้ว นอกจากตากแดด เขาก็มีหนทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นอีกหนทางหนึ่งแล้ว