- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- (ฟรี)บทที่ 256: ซื้อแหลก
(ฟรี)บทที่ 256: ซื้อแหลก
(ฟรี)บทที่ 256: ซื้อแหลก
อันที่จริง ตลาดของอ่าวจันทร์เสี้ยวไม่ได้เรียกว่าตลาด ชาวอ่าวจันทร์เสี้ยวเรียกมันว่าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่
เพราะสถานที่แห่งนี้ใหญ่มากจริงๆ และเนื้อสัตว์ที่ขายก็ใหญ่โตมโหฬาร สัตว์ยักษ์ที่สูงกว่าภูเขาถูกชำแหละออกเป็นชิ้นเนื้อหนาๆ สี่ห้าเมตร ผู้ซื้อผู้ขายต่างดูตัวเล็กจ้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเนื้อเหล่านี้
สถานที่แห่งนี้มีคนงานเผ่ายักษ์จำนวนมาก
พวกมันมีหน้าที่ชำแหละและขนส่งเนื้อสัตว์ รวมถึงมีทางเดินพิเศษสำหรับพวกมันโดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำลูกค้า
อวี๋เสียนและนอร่าเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ พนักงานขายที่เป็นโทรลล์ยักษ์ก็เข้ามาต้อนรับทันที ขั้นตอนการซื้อของจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมาก อวี๋เสียนพึ่งได้เงินห้าสิบล้านเหรียญดาวมาจากอัสก้า ซึ้งเกือบจะเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมดที่อัสก้ามี ทำให้ตอนนี้เขาร่ำรวยมาก
ดังนั้น อวี๋เสียนจึงพานอร่าและนอร่าน้อยเปิดโหมดซื้อแหลกทันที เนื้อสัตว์ที่รู้จักและไม่รู้จัก เขาก็ซื้อทั้งหมด
สุดท้ายเนื่องจากพวกเขาซื้อเนื้อจำนวนมาก ประมาณการคร่าวๆ แล้วใช้ไปเกือบห้าล้านเหรียญดาว ทางร้านค้าจึงแถมถุงเก็บของขนาดใหญ่ให้อีกสิบกว่าใบ
ราคาของถุงเก็บของเหล่านี้ก็ไม่ถูกอยู่แล้ว ลองคิดดูว่าอวี๋เสียนทำกำไรให้พวกเขาได้มากขนาดไหน
หลังจากได้เนื้อแล้ว อวี้เสียนและพวกเขาก็ไปซื้อเสบียงอาหารอื่น ๆ โชคดีที่เมืองไห่เฉิงเป็นเมืองท่า จึงมีชนเผ่าเกือบทุกชนิด ทำให้มีอาหารทุกประเภทอย่างแน่นอน
ข้าวสาร แป้งสาลี ผักต่างๆ อวี๋เสียนซื้อทันทีเป็นตัน แถมยังซื้อพลาสมาเลือดเทียมมาอีกเป็นจำนวนมาก
ถึงแม้นอร่าไม่จำเป็นต้องดูดเลือดอีกต่อไป หลังจากที่เธอทำพันธสัญญากับอวี๋เสียนแล้ว ก็สามารถกินอาหารได้ตามปกติโดยอาศัยความสามารถของอวี๋เสียน
แต่ถึงแม้อวี๋เสียนกับนอร่าต่างจะเป็นแวมไพร์ ความสามารถในการดูดเลือดจึงไม่ได้เสื่อมถอยไป และนอร่าก็มีความสามารถหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับเลือด จำเป็นต้องใช้เลือดเป็นสื่อกลางในการใช้ ดังนั้นด้วยความคิดที่ว่าเตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีกว่า อวี๋เสียนจึงซื้อพลาสมาเลือดเทียมมาหลายร้อยตัน ในราคาเป็นเหรียญดาว
ในฐานะนักตุนของ อวี้เสียนกลัวที่สุดคือ 'การขาดแคลน' เขามักจะเป็นคนประเภทที่ว่า 'จะไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไร แต่จะไม่มีใช้ไม่ได้เด็ดขาด'
ไม่ว่าจะเป็นทักษะหรือเสบียง เขาก็รับหมด ยิ่งเยอะยิ่งดี
หลังจากซื้อเสบียงประเภทอาหารเสร็จแล้ว อวี๋เสียนและนอร่าก็ไปซื้อเสบียงประเภทพลังงานต่อ
ยานรบของอัสก้าเป็นยานรบระดับดาราประเภทนักสู้ มีความยาว 3,000 เมตร กว้าง 1,300 เมตร บรรทุกอาวุธต่อต้านยานรบจำนวนมาก และตัวยานเองยังสามารถปกคลุมด้วยพลังงานเพื่อแปรสภาพเป็นดาบพิฆาตยานรบได้อีกด้วย
ยานรบระดับดารา โดยทั่วไปแล้วแหล่งพลังงานขับเคลื่อนจะเป็นแบบผสมผสาน
ไม่ว่าจะเป็นแกนเวทมนตร์ หินวิญญาณ หรือแกนพลังงานพลาสมาสปาร์ค ล้วนต้องถูกนำมาใช้พร้อมกัน ยานรบยังมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานความร้อนนิวเคลียร์ขนาดเล็กหลายสิบเครื่อง และสระพลังเวทมนตร์อีกหลายสิบสระ
สิ่งที่น่าสนใจคือสระพลังเวทมนตร์ ในอดีตพ่อมดจะสร้างหอคอยเวทมนตร์ก่อน จากนั้นจึงสร้างสระเวทมนตร์ภายในหอคอยเพื่อดึงพลังงานพื้นฐานของกาลอวกาศ แต่ปัจจุบันในอ่าวจันทร์เสี้ยว เทคโนโลยีนี้มักจะใช้กับยานอวกาศและยานรบเท่านั้น
และอุปกรณ์พลังงานเหล่านี้ ทุกชนิดจำเป็นต้องบำรุงรักษาทุกวัน
อาจกล่าวได้ว่าหากไม่ใช่เพราะตัวยานรบเองมีปัญญาประดิษฐ์ควบคุมหุ่นยนต์คอยจัดการและซ่อมแซม การขับเคลื่อนยานรบเช่นนี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้คนมากกว่าหนึ่งหมื่นคน
"ยินดีต้อนรับ แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านต้องการพลังงานประเภทใด ร้านเล็กๆ ของเรามีพลังงานสำรองทุกชนิดอย่างเพียงพอ เชิญเข้ามาเลือกชมได้เลยครับ"
"แขกผู้ทรงเกียรติ ร้านเล็กๆ ของเราไม่เพียงแต่มีพลังงานเพียงพอและหลากหลายประเภท แต่ยังมีส่วนลดมากมายอีกด้วย หากซื้อพลังงานมูลค่าเกินหนึ่งแสนเหรียญดาวในครั้งเดียว เราจะแถมพลังงานให้อีกหนึ่งแสนหน่วยทันที"
"คุณลูกค้า คุณลูกค้า พลังงานของร้านเราแม้จะไม่มีส่วนลด แต่มีความบริสุทธิ์สูงสุด หินเวทมนตร์ก้อนเดียวของเราเทียบเท่ากับหินเวทมนตร์สามก้อนที่ซื้อจากร้านข้างๆ เชิญเข้ามาด้านในเลยครับ"
อวี๋เสียนและนอร่ามาถึงตลาดพลังงาน พนักงานขายหลายสิบคนก็กรูเข้ามาทันที พูดจาเซ็งแซ่ขายของกันยกใหญ่
"หยุด พวกเราจะดูทีละร้าน เปรียบเทียบราคาจากหลายๆที่" อวี๋เสียนมองนอร่าแวบหนึ่ง แล้วพูดกับพนักงานขายเหล่านี้
พร้อมกันนั้นเขาก็ปลดปล่อยแรงกดดันระดับดาราออกมาเล็กน้อย พนักงานขายเหล่านั้นจึงสงบลงได้ ต่างก็กลับไปที่หน้าร้านของตัวเอง มองดูอวี๋เสียนตาแป๋ว
"คนพวกนี้ข่าวสารไวกันจริงๆ" นอร่าพูดเสียงเบา
อวี๋เสียนถอนหายใจ "เป็นเรื่องปกติ อ่าวจันทร์เสี้ยวเป็นอารยธรรมแห่งการฝึกฝน ถูกกำหนดให้ผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอ หากไม่อยากกลายเป็นอาหารของผู้แข็งแกร่ง ก็ทำได้เพียงปีนป่ายขึ้นไปเรื่อยๆ พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ทรัพยากรการฝึกฝนที่มากขึ้น"
"ตำแหน่งงานที่อ่าวจันทร์เสี้ยว เปรียบเสมือน 'หนึ่งหัวผักกาดหนึ่งหลุม' (หนึ่งตำแหน่งต่อหนึ่งคน) ยิ่งมีฝีมือมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสได้ตำแหน่งที่ดีขึ้นเท่านั้น เมื่อทุกคนก้าวหน้า การหยุดอยู่กับที่จึงถือเป็นความผิดอย่างหนึ่ง"
เมื่อล้าหลังแล้ว จุดจบจะน่าอนาถมาก
ต่อจากนั้น อวี๋เสียนและนอร่าก็เปรียบเทียบร้านค้าทีละร้าน สุดท้ายก็เลือกร้านที่มีคุณภาพดีที่สุด ไม่ใช่ร้านที่ราคาถูกที่สุด
ยังไงเงินนี้ก็เป็นของอัสก้าที่ให้มา อวี๋เสียนจึงใช้จ่ายได้อย่างไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย
หลังจากซื้อพลังงานจำนวนมากแล้ว อวี๋เสียนก็ใช้แหวนดาราตรวจสอบดูว่ามีอะไรให้ซื้ออีกบ้าง หลังจากดูวิดีโอแนะนำสองสามรายการ เขาก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที และถูกใจสินค้าชิ้นหนึ่งเข้า
ชุดเกราะเหวนรก
ชุดเกราะชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการต่อสู้ในเหวนรก
ชุดเกราะชนิดนี้แพงมาก และถึงจะเรียกว่าชุดเกราะ แต่จริงๆ แล้วใกล้เคียงกับหุ่นยนต์รบมากกว่า เพราะชุดเกราะสูงประมาณห้าเมตร คนที่อยู่ภายในชุดเกราะสามารถหลอมรวมพลังของตัวเองเข้ากับชุดเกราะ เพื่อควบคุมชุดเกราะได้ในการต่อสู้
สามารถใช้ต่อสู้ในเหวนรกได้ และเมื่อจำเป็นก็ยังสามารถใช้เป็นยานหลบหนีฉุกเฉินได้อีกด้วย
อวี๋เสียนยิ่งมองยิ่งรู้สึกถูกใจ สุดท้ายก็กัดฟันและตัดตัดสินในใจว่า ซื้อ!
……
……
……
……
สมบัติล้ำค่าแห่งไฮลิค
อวี๋เสียนและนอร่าเดินเข้าประตูไปด้วยกัน จากนั้นก็ตรงไปยังชั้นสูงสุดทันที
ชุดเกราะเหวนรกเป็นอุปกรณ์ที่แพงมาก มีขายเฉพาะที่ชั้นสูงสุดของห้างสรรพสินค้าไฮลิคเท่านั้น แต่เมื่ออวี๋เสียนและนอร่าขึ้นไปถึงชั้นบนสุดก็เห็นหนีหม่านเดินออกมาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง
ทั้งสามคนต่างตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นนอร่าก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปทักทาย "คนนี้คือคุณหนีหม่าน เจ้าของร้าน!"
"คุณหนีหม่าน สวัสดีครับ" อวี๋เสียนก็พยักหน้าให้หนีหม่านเล็กน้อยเช่นกัน
หนีหม่านมองชุดเกราะสีทองบนตัวอวี๋เสียนและนอร่าอย่างประหลาดใจ แล้วเอ่ยปากถาม "สองเศรษฐีใหญ่ใส่เกราะทองคำสองคนที่พูดถึงกันในช่องสมาพันธ์การค้าชั้น 26 คงไม่ใช่พวกคุณหรอกนะ?"
"ช่องสมาพันธ์การค้า?" อวี๋เสียนพูดอย่างประหลาดใจ
หนีหม่านยิ้มแล้วอธิบายว่า "ช่องสมาพันธ์การค้าก็คือช่องแชทภายในของสมาพันธ์การค้านั้นแหละค่ะ หากมีโอกาสทางธุรกิจหรือข่าวสารอะไร พ่อค้าในชั้นที่ 26 ก็จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในช่องนี้ แน่นอนว่า... โดยทั่วไปแล้ว จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อไม่กระทบกับผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น"
"ไม่แปลกใจเลย ที่เมื่อครู่พนักงานบริการเหล่านั้นมองพวกเราด้วยสายตาที่ร้อนแรงขนาดนั้น" อวี๋เสียนบ่นพึมพำ
หนีหม่านถามด้วยความสงสัยว่า "อวี๋เสียน พวกคุณซื้อเสบียงมากมายขนาดนี้ เตรียมจะทำอะไรกันแน่? ถึงแม้ฉันจะพลังไม่มาก แต่ประสบการณ์ก็ค่อนข้างเยอะ บางที... ฉันอาจจะให้คำแนะนำอะไรพวกคุณได้นะ"
คำแนะนำ?
นอร่าฟังแล้วรู้สึกสนใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่กลับมองอวี๋เสียน แล้วรอให้อวี๋เสียนตัดสินใจ
อันที่จริง อวี๋เสียนลังเล หากเจินหว่อฉางจิ้งยังอยู่ เขาคงจะปฏิเสธหนีหม่านอย่างเด็ดขาด แต่ตอนนี้ไม่มีเจินหว่อฉางจิ้งอยู่กับเขาแล้ว เขาพานอร่า นอร่าน้อย และเสี่ยวหวงเฉวียนเข้าผจญภัยในเหวนรก ในใจก็ไม่มั่นใจเลยจริงๆ
แต่ปัญหาคือเขามองหนีหม่านไม่ออก และก็ไม่ไว้วางใจหนีหม่านเช่นกัน
ควรพูดดีหรือเปล่า?