เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) ตอนที่ 241: ระดับดาราขั้นกลาง

(ฟรี) ตอนที่ 241: ระดับดาราขั้นกลาง

(ฟรี) ตอนที่ 241: ระดับดาราขั้นกลาง


ดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเจิดจ้าบนชายหาด

นอร่าน้อยนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งกำลังฝึกฝนด้วยสีหน้าคับข้องใจ

มันไม่เข้าใจว่า ทำไมพี่ใหญ่ของมันถึงตัดสินใจจะพากเพียรพยายามอย่างหนัก แต่ผลก็คือคนที่ฝึกฝนอย่างหนักกลับเป็นมันแทน

ส่วนอวี๋เสียน กำลังนอนหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ เพราะท้ายที่สุดแล้วการนอนอาบแดดก็เป็นวิธีการแข็งแกร่งขึ้นของเขา และเขาก็ไม่จำเป็นต้องฝึกฝน

นอกจากนี้ เขาก็ไม่ได้กำลังนอนหลับจริงๆ แต่กำลังศึกษาวิจัยพลังแห่งตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอยู่ หากพูดถึงระดับความผูกพันที่ลึกซึ้งแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณน้าซูจั๋วมีความผูกพันกับเขาลึกซึ้งที่สุด

เพราะตั้งแต่เขาเกิดมา น้าซูจั๋วก็อยู่กับเขามาโดยตลอด และสายสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่าสิบปีนั้น ก็มีความลึกซึ้งเพียงพออย่างแน่นอน

ปัญหาคือเขาไม่ได้ต้องการจะดึงน้าซูจั๋วเข้าไปพัวพันกับปัญหาใดๆ เขาหวังว่าน้าซูจั๋วจะปลอดภัย และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำพันธสัญญากับน้าซูจั๋วได้อย่างแน่นอน

ส่วนคนที่สอง คงเป็นจางโซ่วเพื่อนซี้ของเขา

แต่พลังแห่งตัวตนที่แท้จริงของเขาดูเหมือนจะพิเศษนิดหน่อยคือจำเป็นต้องรวมร่างกันก่อน จึงจะแสดงผลที่แท้จริงออกมาได้ ตัวอย่างเช่น พันธนาการระหว่างเขากับนอร่าน้อย ซึ่งรูปร่างเดิมก็คือเชือกสีทองเส้นหนึ่ง มีเพียงหลังจากรวมร่างกันแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถกลายเป็นขนเหล็กเพชรหรือดาบขนเหล็กเพชรได้

แต่เขาไม่อยากจะรวมร่างกับจางโซ่วเลยสักนิด แค่คิดเขาก็อยากจะอาเจียนแล้ว

การรวมร่างกันของผู้ชายสองคน ภาพมันดูเกย์เกินไป เขาไม่อยากจะจินตนาการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้

จางโซ่วเพราะการฝึกฝน กลายเป็นชายกล้ามใหญ่เป็นมัดๆไปแล้ว

ส่วนเขาที่เป็นแวมไพร์ ภาพลักษณ์ก็คือหนุ่มน้อยหน้าหวาน

ชายกล้ามใหญ่กับหนุ่มน้อยหน้าหวาน...

รวมร่าง?

ลืมมันไปซะ!

นอกจากสองคนข้างบนแล้ว อันดับที่สามก็คือนอร่า

นอร่าตื่นขึ้นมาเมื่อวันก่อนและกลับบ้านไปแล้ว เธอจะต้องไปเกลี้ยกล่อมแม่ของตัวเอง และรอจนกว่าเธอจะได้รับพรจากแม่  แล้วเธอถึงจะกลับมา และจะไม่จากเขาไปไหนอีก

เดิมทีอวี๋เสียนคิดจะไปด้วยกัน แต่นอร่ารู้ดีว่า แม่ของตัวเองเกลียดคนประเภทที่ชอบต่อสู้และฆ่าฟันกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเธอจึงปฏิเสธไป

ถึงแม้อวี๋เสียนจะเคยช่วยชีวิตแม่ของนอร่าไว้ แต่ในสายตาของแม่นอร่า เขากับเอดเวิร์ดไม่มีความแตกต่างกันเลย และยังคิดว่านอร่าหากติดตามเขาไป จะเผชิญกับอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

เธอซาบซึ้งในบุญคุณช่วยชีวิตของอวี๋เสียนมาก แต่ในฐานะแม่คนหนึ่ง เธอคัดค้านอย่างเด็ดขาดไม่ให้นอร่ากับอวี๋เสียนอยู่ด้วยกัน

นอร่ารู้จุดนี้ดี ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับแม่ของตัวเองเพียงลำพัง

"พี่ใหญ่ ข้าหิว"

ขณะที่อวี๋เสียนกำลังอยากรู้ว่าพันธนาการระหว่างนอร่ากับเขาจะเป็นรูปร่างแบบไหน นอร่าน้อยก็ลืมตาขึ้น ท้องก็ร้องโครกคราก

มันฝึกฝน 'เทคนิคการกลับชาติมาเกิดของหลิวลี่' ก็จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมากเช่นกัน หากกินไม่อิ่มแล้วจะเอาแรงที่ไหนมาฝึกฝน

อวี๋เสียนมองดูนอร่าน้อยอย่างพูดไม่ออกและพูดด้วยความ ปวดหัวว่า "แต่เจ้าฝึกฝนไปเพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้นเองนะ"

"พี่ใหญ่ ช่วงนี้ข้ากินน้อยลงนะ ท่านก็รู้" นอร่าน้อยพูดด้วยความน้อยใจ

อวี๋เสียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ พอดีวันนี้ เขาได้เก็บสะสมพลังงานเพียงพอที่จะเปิดใช้งานความสามารถทางสายเลือดอย่างที่สองของนอร่าน้อยได้แล้ว ดังนั้น ก็ถึงเวลาที่จะยกระดับพลังให้กับนอร่าน้อยแล้ว

เขาลุกขึ้นแล้วพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็เปิดใช้งานพลังสายเลือดของเจ้าก่อน จากนั้นพวกเราค่อยไปกินข้าวกัน"

"เย้!" นอร่าน้อยกระโดดลุกขึ้นทันที

เมื่ออวี๋เสียนเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของมัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย

มันยากจริงๆที่จะซึมเศร้าเมื่ออยู่กับนอร่าน้อย เจ้าตัวนี้เป็นเหมือนกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆจริงๆ

จากนั้นทั้งสองก็รวมร่างกัน อวี๋เสียนนำพลังงานที่เก็บสะสมไว้ในร่างกายส่งเข้าไปในสายเลือดของนอร่าน้อย และพลังของนอร่าน้อยก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที

เมื่อก่อนหลังจากเปิดใช้งานพรสวรรค์ 'ขนเหล็กเพชร' แล้ว นอร่าน้อยก็ได้รับความสามารถระดับดารามาบางส่วน และพลังการต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 30 ตอนนี้เมื่อพรสวรรค์ใหม่ถูกเปิดใช้งานแล้ว พลังต่อสู้ของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 30 เป็น 60

พลังพรสวรรค์ใหม่ของนอร่าน้อยมีชื่อว่า 'เพลิงทองคารุระ' นี่คือเปลวเพลิงชนิดหนึ่งที่สามารถข่มลมหายใจมังกรได้ ตราบใดที่ครุฑกับเผ่ามังกรอยู่ในระดับเดียวกัน เพลิงทองก็จะสามารถข่มลมหายใจมังกรได้ และเมื่อเปลวเพลิงทั้งสองสายปะทะกัน ผู้ชนะจะต้องเป็นเพลิงทองอย่างแน่นอน

แน่นอนว่า 'เผ่ามังกร' ในที่นี้จะต้องเป็นเผ่ามังกรในโลกทัศน์เดียวกับคารุระ โลกที่แตกต่างกันก็มีความแตกต่างกันไป เผ่ามังกรที่เหนือมาตรฐานบางเผ่าพันธุ์ ไม่ได้รวมอยู่ในนี้

เช่น อ๋าวไห่ มนุษย์มังกรประตูมืด นักโทษที่อวี๋เสียนได้พบในดินแดนแห่งเกียรติยศภายในประตูทองคำ มังกรแห่งความมืดที่เขาเป็นตัวแทนนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ในเผ่ามังกรที่ถูกคารุระข่มได้ กระทั่งสามารถกินคารุระได้ทีละตัวด้วยซ้ำ

อันที่จริงอวี๋เสียนไม่ได้สนใจ ว่าความสามารถของนอร่าน้อยจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ความสามารถทางสายเลือดเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น สิ่งที่ถูกเปิดใช้งานจริงๆ คือระดับร่างกายของนอร่าน้อยที่สามารถรองรับกับพลังงานได้มากกว่า

พลังแห่งความแดงชาดที่แท้จริงและโลหิตบริสุทธิ์ดั้งเดิมของอวี๋เสียนเองก็มีความสามารถที่สับสนวุ่นวายมากมาย

อย่างไรก็ตาม หากต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้ระดับดารา ในความเป็นจริง ระดับความสามารถหลายระดับนั้นยังไม่เพียงพอ และแม้แต่จะทำลายการป้องกัน ก็ไม่สามารถทำได้ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างมากที่สุดที่ทำได้ก็คือรบกวนศัตรู และยังมีตัวเลือกอื่นๆที่สามารถทดแทนได้มากมาย อวี๋เสียนโดยทั่วไปจะใช้เพียงความสามารถหนึ่งหรือสองอย่างที่ตัวเองคุ้นเคยเท่านั้น

แน่นอนว่าสิ่งนี้ ไม่ได้หมายความว่าความสามารถเหล่านี้ไม่มีความหมาย ยิ่งมีความสามารถมากขึ้นเท่าไหร่ จุดอ่อนของตัวเองก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ดังนั้นยิ่งมีความสามารถมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

คุณสามารถไม่ใช้มันก็ได้ แต่คุณจะไม่มีมันไม่ได้

นี่คือทัศนคติของอวี๋เสียนที่มีต่อความสามารถทั้งหมด

หลังจากยกเลิกการรวมร่างแล้ว นอร่าน้อยก็อ้าปากแล้ว พ่นเปลวเพลิงสีทองออกมาสายหนึ่งทันที

จากนั้นมันก็หัวเราะลั่นอย่างดีใจ "ฮ่าๆๆๆ ข้าพ่นไฟได้แล้ว ข้าไม่ต้องกินเนื้อดิบอีกต่อไปแล้ว!"

แปดปีแล้ว

แปดปีที่ผ่านพ้นไป

ในฐานะเผ่าพันธุ์คารุระ นอร่าน้อยมีองค์ความรู้ที่สืบทอดมาแต่กำเนิด ย่อมไม่ชอบกินเนื้อดิบ แต่เมื่อก่อนมันไม่มีทั้งมือและไม่มีความสามารถในการพ่นไฟ ทำได้เพียงกลืนอาหารดิบๆลงท้องไปทั้งแบบนั้น

ในตอนนั้น มันอยากจะมีความสามารถในการใช้มือและพ่นไฟมากจริงๆ

ถึงแม้ตอนนี้จะไม่จำเป็นต้องให้มันทำอาหารให้แล้ว แต่การได้รับเพลิงทองคารุระ มันก็ยังคงดีใจมากๆ

นี่ก็คงจะเหมือนกับผู้ใหญ่ที่ซื้อของเล่นที่เคยใฝ่ฝันไว้ตอนเด็กๆ เพื่อชดเชยความฝันในวัยเด็กของตัวเอง และเมื่อซื้อได้ก็จะมีความรู้สึกเหมือนฝันที่เป็นจริง

อวี๋เสียนมองดูนอร่าน้อยด้วยรอยยิ้ม เขาเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดีมาก

ตอนที่เขาบินได้ครั้งแรก เขาก็ตื่นเต้นไม่แพ้นอร่าน้อยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันถึงความรู้สึกที่สาบินได้อย่างอิสระเสรีเมื่ออยู่บนท้องฟ้า เมื่อได้รับความสามารถเช่นนี้จริงๆ ความรู้สึกนั้นมันช่างวิเศษเหลือเกิน

เรียกได้ว่า...ประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

แม้ว่าการบินจะไม่ใช่ความสามารถที่พิเศษของอวี๋เสียนอีกต่อไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงความรู้สึกเมื่อได้บินครั้งแรก

เศรษฐีพันล้านที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยมือเปล่า เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองได้รับเงินก้อนแรก ก็คงจะมีอารมณ์ความรู้สึกแบบเดียวกัน

อวี๋เสียนคำนวณดูแล้ว พบว่าหากเข้าสู่ร่างรวมที่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้เขาก็มีพลังต่อสู้ระดับดาราขั้นกลางแล้ว

หลังจากรวมร่างกับนอร่าแล้ว พลังต่อสู้ของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 300 และพลังต่อสู้ของนอร่าก็เพิ่มขึ้นเป็น 50 เช่นกัน

และพลังต่อสู้ในปัจจุบันของนอร่าน้อยคือ 60 และของเสี่ยวหวงเฉวียนคือ 100

หลังจากพวกเขาทั้งหมดรวมร่างกันแล้ว พลังต่อสู้ของพวกเขาก็สูงถึง 510 แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นพลังระดับดาราขั้นกลาง

แน่นอนว่า หากเป็นระดับดาราที่เลื่อนระดับด้วยยุทธภัณฑ์ดารา ในช่วงกลางก็จะมียุทธภัณฑ์ดาราห้าชิ้นแล้ว พลังก็จะเริ่มแซงหน้าระดับดาราที่เลื่อนระดับตามปกติทีละน้อย ดังนั้นหากสู้กันจริงๆ ก็ยังต้องดูประเภทของยุทธภัณฑ์ดารา และประสบการณ์การต่อสู้จริงของอีกฝ่ายด้วย

แต่ในสถานการณ์ทั่วไป อวี๋เสียนไม่น่าจะเกิดความขัดแย้งกับผู้แข็งแกร่งระดับดาราได้ จากสถานการณ์ของอ่าวจันทร์เสี้ยวจะเห็นได้ว่า ผู้แข็งแกร่งระดับดาราถือได้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว และหากไม่มีผลประโยชน์ที่ใหญ่โตเพียงพอ พวกเขาก็จะไม่เกิดความขัดแย้งกับผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันได้ง่าย

ทุกคนต่างก็พยายามฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น พยายามทะลวงผ่านไปยังระดับจักรวาล หรือกระทั่งระดับกาแล็กซี นอกจากพวกที่ไม่ปกติทางจิตไม่กี่คน ส่วนระดับดาราที่เหลืออยู่ล้วนถือความสงบเป็นสำคัญ หากไม่เกิดความขัดแย้งได้ก็จะพยายามผูกมิตรเข้าไว้

เช่น ท่าทีของสุ่ยเยว่เทียนที่มีต่อเขา จริงๆแล้วก็แสดงถึงท่าทีที่เผ่าทะเลมีต่อเขาเป็นอย่างมากเช่นกัน

จบบทที่ (ฟรี) ตอนที่ 241: ระดับดาราขั้นกลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว