เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 : ศัตรูจากชาติก่อน (1)

บทที่ 26 : ศัตรูจากชาติก่อน (1)

บทที่ 26 : ศัตรูจากชาติก่อน (1)


บทที่ 26 : ศัตรูในชาติก่อน (1)

เย่หนานซีนอนหลับเต็มอิ่มจนฟ้าสาง หลังจากใช้เวลาทั้งวันพักผ่อนอย่างเกียจคร้านที่ห้องเป็นครั้งสุดท้าย ในที่สุด วันที่เธอจะได้พบหน้าศัตรูในชาติก่อนก็มาถึง

ก๊อก ก๊อก

เย่หนานซีในสภาพสดชื่นเต็มเปี่ยมเคาะประตูห้อง 1508 ตั้งแต่เช้าตรู่

"ใครครับ?"

เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของฉู่จวินโม่ดังลอดออกมาจากด้านใน

"ฉันเอง เย่หนานซี"

สิ้นเสียงเย่หนานซี ประตูห้อง 1508 ก็ถูกเปิดออก

ฉู่จวินโม่มองเธอด้วยดวงตาพราวระยับไปด้วยรอยยิ้ม "อรุณสวัสดิ์ครับ หนานซี"

เช้าวันใหม่ที่สดใสเริ่มต้นด้วยการได้เห็นหน้าแม่หนูน้อย

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ~" เย่หนานซีทักทายกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

"บอส อย่ามัวแต่ยืนขวางประตูสิครับ ข้างนอกมันหนาว รีบให้เธอเข้ามาเร็ว!"

หลงเซี่ยเซวียนที่โผล่หน้ามาด้านหลังฉู่จวินโม่ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว โบกไม้โบกมือเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น "เชิญครับ เชิญครับ!"

มุมปากเย่หนานซีกระตุกเล็กน้อย อะไรจะกระตือรือร้นปานนั้น?

แต่เมื่อนึกถึงธุระที่จะมาไหว้วาน เย่หนานซีก็ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง

ภายในห้องมีเครื่องทำความร้อนทำงานอยู่สองเครื่อง แม้จะไม่ถึงกับอุ่นสบายเหมือนห้องของเธอ แต่ก็ไม่หนาวเหน็บ

เย่หนานซีลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วหยิบเจ้าจิ้งจอกน้อยที่ทำหน้างออยู่ในเป้ออกมา

ดวงตาของหลงเซี่ยเซวียนเป็นประกายวิบวับทันที เขายื่นมือสีเข้มขนาดใหญ่ไปหาเจ้าจิ้งจอกน้อยโดยสัญชาตญาณ

เจ้าจิ้งจอกน้อยที่อารมณ์บูดอยู่แล้ว ขนลุกชันทันที แยกเขี้ยวขู่ใส่หลงเซี่ยเซวียนเสียงดัง "เมี๊ยว!"

ไปให้พ้น อย่ามาแตะต้องท่านเมี๊ยวนะ!

"เจ้าจิ้งจอกน้อย~"

"ต้าเซวียน"

เย่หนานซีและฉู่จวินโม่เอ่ยปรามพร้อมกัน คนหนึ่งน้ำเสียงอ่อนโยน อีกคนน้ำเสียงเย็นเฉียบ

หลงเซี่ยเซวียนยิ้มเจื่อนๆ ชักมือกลับ แล้วนั่งลงไม่ไกลจากเจ้าจิ้งจอกน้อย

แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่วางตา

เจ้าจิ้งจอกน้อยสะบัดก้นใส่ด้วยความรังเกียจ มันไม่อยากยุ่งกับคนที่ยิ้มโง่ๆ ดูไร้สมองแบบนี้

มันถีบขาหลังกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของเย่หนานซี

เจ้าจิ้งจอกน้อยเอาหัวถูไถฝ่ามือเย่หนานซี ดวงตากลมโตชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตาอ้อนวอน

"เมี๊ยว เมี๊ยว~"

เจ้าทาส พาเมี๊ยวไปด้วยเถอะ! เมี๊ยวไม่อยากอยู่กับเจ้าพวกผู้ชายตัวเหม็นสี่คนนี้~

ถ้าไม่ให้ไป ก็ปล่อยให้เมี๊ยวอยู่ห้องคนเดียวก็ได้!

"เพื่อความปลอดภัยของแกเอง ไม่ได้"

เจ้าจิ้งจอกน้อยห่อเหี่ยวลงทันที มันกระโดดลงจากอ้อมอกเย่หนานซีไปนอนขดตัวอยู่ข้างเครื่องทำความร้อน รู้สึกเหมือนชีวิตหมดสิ้นความหมาย

ฉู่จวินโม่เดินเข้ามาหาเย่หนานซี เหลือบมองเจ้าจิ้งจอกน้อยแวบหนึ่ง แล้วถามเย่หนานซี "จะออกไปข้างนอกเหรอ? ฝากบ้าน แล้วก็... ฝากแมว?"

"อื้อ" เย่หนานซีพยักหน้ารัวเร็ว "ฉันจะออกไปหาเสบียงน่ะ ไม่วางใจปล่อยมันไว้ในห้องคนเดียว เลยอยากจะรบกวนพวกคุณช่วยดูมันให้หน่อยสักเช้านึง"

ซอมบี้ระดับสองสามารถปีนบันไดได้แล้ว ถ้าพวกมันแอบมุดเข้าห้อง 1509 ตอนฉู่จวินโม่กับพวกเผลอ แล้วทำร้ายเจ้าจิ้งจอกน้อย เธอคงหาที่ร้องไห้ไม่ได้แน่

"แน่นอน นอกจากค่าเฝ้าบ้านแล้ว ฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงแมวให้ด้วย ตกลงไหม?"

เย่หนานซีเงยหน้ามองฉู่จวินโม่ ดวงตาคู่สวยใสกระจ่างดุจผลแอปริคอตทอประกายวิบวับ

ฉู่จวินโม่สบสายตาใสซื่อเปื้อนยิ้มของเย่หนานซี หัวใจพลันเต้นรัว "อาหารหมดเหรอ? ตามผมมาสิ"

ฉู่จวินโม่พาเย่หนานซีเดินเข้าไปในครัว ซึ่งมีเสบียงกองพะเนินเทินทึก

อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า มีครบทุกอย่าง

"ข้างนอกมันอันตราย คุณเอาของพวกนี้ไปใช้ประทังชีวิตก่อนก็ได้ ไว้สถานการณ์ดีขึ้นค่อยเอามาคืน"

ฉู่จวินโม่ชี้ไปที่กองของในครัวอย่างใจป้ำสุดๆ

"ฮะ?" เย่หนานซีตาโต

ในขณะเดียวกัน เฉิงหลินและอีกสองคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก วิธีจีบสาวของบอสนี่มันช่าง... เบียดเบียนพี่น้องจริงๆ!

"ฉู่จวินโม่ ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะ แต่ฉันชอบพึ่งพาตัวเองมากกว่า"

ครู่ต่อมา เย่หนานซีส่งยิ้มบางๆ ให้กับเพื่อนบ้านแสนดี

ฉู่จวินโม่เห็นท่าทีปฏิเสธของเย่หนานซีก็ไม่กล้าเซ้าซี้ "ผมจะช่วยเฝ้าบ้านและดูแลแมวของคุณให้"

เขาใจร้อนเกินไปหน่อย

"อื้อ ขอบคุณนะ" ริมฝีปากของเย่หนานซีโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม "ฉันเตรียมมื้อเที่ยงกับของว่างให้เจ้าจิ้งจอกน้อยไว้แล้ว รบกวนคุณป้อนมันด้วยนะ"

หูของเจ้าจิ้งจอกน้อยกระดิกทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ของว่าง'

เย่หนานซีสังเกตเห็นปฏิกิริยาเล็กๆ นั้น ประกายขบขันวาบผ่านดวงตา

เธอหยิบอาหารแมวสำหรับหนึ่งมื้อ น้ำครึ่งขวดเล็ก ปลาเส้น และชามข้าวของเจ้าจิ้งจอกน้อยออกมา

ด้วยความสามารถที่เธอเปิดเผยให้เห็น การหยิบของแค่นี้ออกมาคงไม่ทำให้พวกเขาสงสัย

"ฉู่จวินโม่ งั้นฉันฝากเจ้าจิ้งจอกน้อยกับห้อง 1509 ด้วยนะ"

เย่หนานซีหันไปพูดกับฉู่จวินโม่ที่นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ พร้อมส่งของในมือให้

ฉู่จวินโม่ยื่นมือมารับของจากมือเธอ "อืม ไม่ต้องห่วง"

เย่หนานซีลุกขึ้นยืน จัดเป้สะพายหลังให้เข้าที่

เมื่อเดินไปถึงประตู เธอหันกลับไปมองเจ้าจิ้งจอกน้อยที่ยังนอนขดอยู่ที่เดิมแต่แอบชำเลืองมองเธออยู่ แล้วพูดว่า "เจ้าจิ้งจอกน้อย เป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา"

เจ้าจิ้งจอกน้อยขยับตัวนิดหน่อย แต่ไม่ตอบรับเย่หนานซี

เย่หนานซีไม่ถือสา เธอยิ้มอย่างจนใจ แล้วเตรียมเปิดประตูเดินออกไป

แต่เสียงของฉู่จวินโม่ดังไล่หลังมาอีกครั้ง "คุณก็ระวังตัวด้วยนะ"

"อื้อ รับทราบ ขอบใจนะ"

เย่หนานซีโบกมือลาคนในห้อง เปิดประตูแล้วเดินจากไป

"ฮิฮิฮิ~"

ทันทีที่เย่หนานซีลับหลังไป สวี่เล่อเหยียนและหลงเซี่ยเซวียนก็ระเบิดเสียงหัวเราะแปลกๆ แบบพวกชอบซุบซิบออกมา

"ถ้าผมจำไม่ผิด วันนี้เป็นเวรผมเฝ้าบ้านนะ"

ฉู่จวินโม่วางของลงบนโต๊ะกาแฟ แล้วเงยหน้ามองทั้งสามคน "ทำไมพวกนายยังไม่ออกไปกันอีก?"

คู่หูจอมกะล่อนบวกกับเฉิงหลินผู้ซื่อสัตย์ : "..."

ฉู่จวินโม่จัดการถีบส่งทั้งสามคนออกจากห้องไปทันที แล้วกลับเข้ามาเล่นจ้องตากับเจ้าจิ้งจอกน้อย

หลังจากจ้องตากันอยู่ครึ่งชั่วโมง จู่ๆ ฉู่จวินโม่ก็ลุกพรวดพราด "ฉันนี่มันโง่จริงๆ ทำไมต้องอยู่เฝ้าบ้านด้วยฟระ? น่าจะตามออกไปสิ!"

ถ้าออกไป เขาจะได้แอบตามไปคุ้มครองแม่หนูน้อยได้

ฉู่จวินโม่นึกอยากจะย้อนเวลากลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วใจจะขาด

ในขณะเดียวกัน เย่หนานซีกำลังสไลด์สโนว์บอร์ดมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ทั้งสามคนเคยเจอกันในชาติที่แล้วด้วยความเร็วสูง

ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น การได้กลับมาฆ่าศัตรูอีกครั้งนี่มันช่างเร้าใจจริงๆ!

เย่หนานซีมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อ 'ถงซิน'

ซูเปอร์มาร์เก็ตมีสองชั้น ชั้นล่างจมอยู่ใต้หิมะหนาทึบ เหลือเพียงชั้นสองที่ยังโผล่พ้นหิมะ

มองผ่านหน้าต่างชั้นสองที่ดูง่อนแง่น เธอเห็นผู้รอดชีวิตจำนวนมากอยู่ข้างใน กำลังแย่งชิงสินค้ากันอย่างบ้าคลั่ง

ดูเหมือนซอมบี้ข้างในจะถูกจัดการไปหมดแล้ว

เย่หนานซีพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอขาว เธอเก็บสโนว์บอร์ดไว้ในที่ลับตาคนก่อน แล้วปีนเข้าทางหน้าต่างชั้นสอง

ผู้รอดชีวิตในซูเปอร์มาร์เก็ตเห็นเย่หนานซีที่สวมเสื้อผ้าหนาเตอะเข้ามา แววตาของพวกเขาฉายแววระแวดระวังและโลภโมโทสัน

คนกลุ่มหนึ่งเริ่มขยับตัวเข้ามาล้อมกรอบเย่หนานซี

ในสายตาของพวกเขา เย่หนานซีที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ก็ไม่ต่างอะไรกับ 'แกะอ้วนพี' ที่รอให้เชือด

เย่หนานซีปรายตามองเล็กน้อย เธอชักขวานที่เหน็บอยู่ด้านหลังออกมา แล้วฟาดเปรี้ยงลงบนแผ่นไม้หนาอย่างน้อยยี่สิบเซนติเมตรตรงหน้าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

แครก!

แผ่นไม้แตกกระจายออกเป็นสี่เสี่ยง

คนที่กำลังโอบล้อมเย่หนานซีชะงักกึก แววตาเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวและลังเล

แกะตัวนี้ดูท่าจะเคี้ยวยากแฮะ

หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดคนกลุ่มนั้นก็ยอมถอยห่างจากเย่หนานซี แกะอ้วนพีตัวนี้

เทียบกับการต้องเปลืองแรงแย่งเสื้อผ้าจากเย่หนานซี การแย่งเสบียงในซูเปอร์มาร์เก็ตดูจะคุ้มค่ากว่า

การสับขวานเพียงครั้งเดียวนี้ทำให้พวกที่คิดจะลองของต้องล้มเลิกความคิดไป

ไม่ว่ายุคสมัยไหน ผู้คนก็มักจะรังแกคนที่อ่อนแอและกลัวคนที่แข็งแกร่งเสมอ

เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มระแวงเธอแล้ว เย่หนานซีก็เก็บขวานไว้ด้านหลังตามเดิม แล้วเริ่มเดินเลือกของในซูเปอร์มาร์เก็ต

จบบทที่ บทที่ 26 : ศัตรูจากชาติก่อน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว