- หน้าแรก
- เกิดใหม่ก่อนโลกล่มสลาย หนึ่งเดือนพอให้ผมรอด
- บทที่ 17: แมวที่อาบน้ำตัวเองเป็น
บทที่ 17: แมวที่อาบน้ำตัวเองเป็น
บทที่ 17: แมวที่อาบน้ำตัวเองเป็น
บทที่ 17: แมวที่อาบน้ำตัวเองเป็น
เย่หนานซีแค่นหัวเราะ ทำให้กลัวงั้นเหรอ?
ความคิดของคนเราบางครั้งก็ช่างแปลกประหลาด
พวกเขามักจะคิดว่าถ้าคนเยอะๆ รวมตัวกัน จะทำให้ปีศาจหวาดกลัวได้
นี่มันตรรกะวิบัติอะไรกัน?
ตลอดแปดปีในชีวิตก่อนหน้านี้ เธอไม่รู้ว่าฆ่าคนไปตั้งกี่คน ถ้ามัวแต่ทำตัวขู่ขวัญชาวบ้าน เธอคงตายไปนานแล้ว
เดี๋ยวนะ ทำไมเธอต้องเปรียบเทียบตัวเองกับปีศาจด้วย?
ชายที่อยู่ข้างหลังเธอยังคงกรีดร้องโหยหวน
ตะเกียบสแตนเลสปรากฏขึ้นในมือเย่หนานซี เธอเหวี่ยงแขนกลับหลังอย่างรุนแรง ตะเกียบพุ่งเข้าปักกลางลำคอชายคนนั้นอย่างแม่นยำ
เสียงกรีดร้องเงียบหายไปทันที
ผู้คนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในร้านค้าสองข้างทางต่างตัวสั่นเทาเมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด มันช่างน่าสะพรึงกลัวและโหดเหี้ยมเหลือเกิน!
นี่มันนางมารร้ายชัดๆ!
เย่หนานซีเหลือบมองร่างไร้วิญญาณนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะแบกขวานขึ้นบ่าแล้วรีบเดินหน้าต่อไป
เธอไม่เคยปล่อยให้ภัยเงียบหลงเหลืออยู่ข้างหลัง เป็นจริงตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และยิ่งจริงเข้าไปใหญ่หลังจากผ่านความเป็นความตายมาแล้ว
หลังจากเย่หนานซีจากไป ร่างของชายสองคนก็ปรากฏขึ้นที่หัวมุมถนน พวกเขาคือสองคนที่ลงจากโรงแรมพร้อมกับเย่หนานซีเมื่อวาน
"แม่หนูข้างห้องนี่น่าสนใจไม่เบา"
เฉิงหลินมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไปของเย่หนานซี แววตาฉายแววชื่นชม
คนเราควรจะเป็นแบบนี้แหละ ถึงคราวต้องลงมือก็ต้องเด็ดขาด
"อืม"
สวีเล่อเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กผู้หญิงที่ตัดสินใจได้เด็ดเดี่ยวขนาดนี้
"เอาล่ะ กลับกันเถอะ อากาศเย็นลงเยอะแล้ว"
เฉิงหลินละสายตากลับมา เขาหิ้วเครื่องทำความร้อนสองเครื่องเดินนำกลับไป "เรารีบเอาเครื่องทำความร้อนกับแบตเตอรี่สำรองพวกนี้กลับไปกันเถอะ"
"เฮ้อ น่ารำคาญชะมัด พอคิดถึงยัยคุณหนูจอมปลอมเหยียนหรานจือคนนั้นแล้วไม่อยากกลับไปเลย
ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นยัยนั่นที่พวกเราต้องมาคุ้มกัน ฉันคงไม่ยอมให้บอสรับงานนี้หรอก"
สวีเล่อเหยียนบ่นกระปอดกระแปดพลางแบกแบตเตอรี่สำรองสองก้อนเดินตามหลังต้อยๆ
"อย่าพูดถึงเลย บอสเครียดยิ่งกว่านายอีก ไม่เห็นเหรอว่าหลายวันมานี้บอสอารมณ์บ่อจอย แผ่รังสีอำมหิตตลอดเวลา?"
พูดจบ เฉิงหลินก็ชำเลืองมองหิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วเร่งฝีเท้า "เร็วเข้าๆ ไม่งั้นเราสองคนได้หนาวตายกลางหิมะแน่"
"เออๆ มาแล้ว"
สวีเล่อเหยียนสาวเท้าเร็วๆ ตามไป แต่ก็อดบ่นต่อไม่ได้ "จะว่าไปมันก็ประหลาดจริงๆ นะ คนปกติจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดน่าขยะแขยงแบบนั้นได้ยังไง
แล้วดูอุณหภูมินี่สิ หิมะตกหนักขนาดนี้ มันบ้าไปแล้ว ถ้าฉันไม่ได้มั่นใจว่าตัวเองอยู่เมืองเจียงกับพวกนาย ฉันคงนึกว่ามีใครลักพาตัวฉันมาขั้วโลกใต้แล้วเนี่ย
บ้าเอ๊ย หนาวจะตายอยู่แล้ว!"
เฉิงหลินไม่พูดอะไร เขาแค่อยากกลับไปถึงที่พักให้เร็วที่สุด
อากาศแบบนี้หนาวจนคนตายได้จริงๆ!
เขากะคร่าวๆ ว่าตอนนี้อุณหภูมิน่าจะติดลบสามสิบองศาเซลเซียส
สวีเล่อเหยียนพร่ำบ่นอยู่นาน พอเห็นเฉิงหลินเงียบไป เขาก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง
ร่างของทั้งสองค่อยๆ เลือนหายไปในหิมะขาวโพลน...
เย่หนานซีพาเจ้าจิ้งจอกน้อยกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์จนได้ หลังจากปัดหิมะออกจากตัวที่หน้าทางเข้าตึก เธอก็เอ่ยถามเจ้าจิ้งจอกน้อยที่อยู่ในกระเป๋าเป้
"จิ้งจอกน้อย เป็นไงบ้าง?"
"เมี๊ยว~"
เสียงของเจ้าจิ้งจอกน้อยดังลอดออกมาจากกระเป๋าเป้ ฟังดูยังกระปรี้กระเปร่าดี
เย่หนานซีถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเดินขึ้นบันไดหนีไฟ
ระหว่างทาง มีผู้คนมากมายเดินสวนกับเธอ
มีทั้งคนที่ออกไปหาเสบียงแล้วกลับมา และคนที่หนีเข้ามาหาที่หลบภัยเพราะอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว
ทุกชั้นเต็มไปด้วยเสียงอึกทึก เสียงด่าทอ เสียงทุบทำลายข้าวของ และเสียงกรีดร้อง... ดังต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย
ทุกคนต่างบ้าคลั่งเพื่อเอาชีวิตรอด
เย่หนานซีเดินขึ้นบันไดโดยแบกขวานไว้บนบ่า ภายใต้แสงไฟฉาย คมขวานที่สะท้อนแสงแวววาวนั้นยังมีคราบเลือดติดอยู่
สิ่งนี้ทำให้คนที่คิดร้ายกับเย่หนานซีลังเลที่จะลงมือ ได้แต่แอบตามหลังเธอไปเงียบๆ เพื่อรอจังหวะ
เย่หนานซีเอียงคอเล็กน้อย ชำเลืองมองกลุ่มคนที่ติดตามมา แล้วก้าวเดินต่อไป
ถ้าใครไม่มายุ่งกับเธอ เธอก็จะไม่ยุ่งกับใคร แต่ถ้าใครกล้ามารังควาน เธอจะส่งพวกมันไปลงนรกซะ...
เมื่อกลับมาถึงชั้นสิบห้า เย่หนานซีเมินเฉยต่อความวุ่นวายตรงหน้า แล้วเดินตรงไปยังห้อง 1509 ของเธอ
ทันทีที่เลี้ยวตรงหัวมุม เธอก็เห็นฉู่จวินโม่ยืนพิงประตูห้อง 1509 สวมเสื้อขนเป็ดตัวหนา สีหน้าเรียบเฉย ขณะที่มือก็หมุนมีดสั้นเล่นไปมา
บนมีดสั้นเล่มนั้นมีรอยเลือดติดอยู่
สายตาของเย่หนานซีจับจ้องไปที่รอยเลือดบนมีด
ดูเหมือนจะมีคนพยายามจะบุกรุกห้องเธออีกแล้วสินะ
ฉู่จวินโม่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจึงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าเป็นเย่หนานซี รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาอย่างไม่อาจห้ามได้
"ดูเหมือนจะได้ของมาเยอะเลยนะ"
ฉู่จวินโม่ยืดตัวขึ้นและเดินเข้าไปหาเย่หนานซี
"ก็พอได้ โชคดีที่ออกไป ไม่งั้นคงหนาวตายคาห้องแน่"
ขณะพูด เย่หนานซีล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ หยิบน้ำดื่มออกมาสองขวดแล้วยื่นให้ "ขอบคุณนะ"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก" ฉู่จวินโม่รับน้ำจากมือเย่หนานซี "เพื่อนบ้านกัน ช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติ ถ้าคราวหน้าต้องการอะไร ก็มาหาฉันได้เหมือนเดิม"
ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเย่หนานซีก็ฉายแววยิ้มออกมาเช่นกัน เธอพยักหน้าให้ฉู่จวินโม่
คนดีจริงๆ พ่อพระมาโปรดชัดๆ!
"ถ้านายต้องการอะไร ก็มาหาฉันได้เหมือนกัน" เย่หนานซีเสริม
มีรับมีให้ ความสัมพันธ์ถึงจะยั่งยืน
"ตกลง"
แววตาของฉู่จวินโม่อ่อนโยนลง ระลอกคลื่นในหัวใจเริ่มไหวตัวอีกครั้ง
"งั้นฉันขอตัวกลับห้องก่อนนะ"
เย่หนานซีไม่กล้าชักช้า ในกระเป๋าเธอยังมีเจ้าจิ้งจอกน้อยที่กำลังหนาวสั่นอยู่~
"อืม" ฉู่จวินโม่มองส่งจนกระทั่งเย่หนานซีเข้าห้อง 1509 ไป
ทันทีที่เข้าห้อง เย่หนานซีวางกระเป๋าเป้ลงบนตู้รองเท้า แล้วพูดกับเจ้าจิ้งจอกน้อยที่โผล่หัวออกมา "จิ้งจอกน้อย อยู่ข้างในก่อนนะอย่าเพิ่งออกมา รอฉันทำให้ห้องอุ่นก่อนแล้วค่อยออกมา"
เธอใส่เสื้อผ้าหนาๆ เลยพอทนไหว แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยมีแค่ขนสั้นๆ คงทนไม่ไหวแน่
ขืนออกมาตอนนี้ คงกลายเป็นแมวแช่แข็งทันที
เจ้าจิ้งจอกน้อยได้ยินดังนั้นก็มุดหัวกลับลงไปในกระเป๋าอย่างว่าง่าย
มันเชื่อฟังเป็นที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความเป็นความตาย
เย่หนานซีเปลี่ยนมาใส่รองเท้าสลิปเปอร์บุขนนุ่ม หลังจากเปิดไฟ เธอก็ไปเปิดเครื่องทำความร้อนในห้องน้ำก่อน
จากนั้น เธอเอาเครื่องทำความร้อนคาร์บอนไฟเบอร์สองเครื่องและแบตเตอรี่สำรองออกมาวางในห้องนั่งเล่น รีบต่อสายและเปิดใช้งาน
ผ้าม่านตรงระเบียง ประตูกระจกบานเลื่อน และหน้าต่างห้องครัวถูกปิดสนิท
สุดท้าย เธอจุดเตาถ่านในห้องครัวจนไฟลุกโชนและต้มน้ำหม้อใหญ่
อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เย่หนานซีถอดเสื้อกันหนาวตัวหนาออก แล้วอุ้มเจ้าจิ้งจอกน้อยออกมา
เจ้าจิ้งจอกน้อยจำคำพูดของเย่หนานซีได้แม่น ทันทีที่ออกมา มันก็วิ่งจู๊ดเข้าไปในห้องน้ำและกระโดดลงไปในอ่างอาบน้ำของตัวเองอย่างรู้งาน
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~"
เจ้าทาส รีบมาอาบน้ำให้หน่อย เมี๊ยวพร้อมแล้ว~
"จิ้งจอกน้อย อย่าเพิ่งใจร้อน น้ำยังไม่ร้อนเลย"
เย่หนานซียืนพิงประตูห้องน้ำ ก้มลงบอกเจ้าจิ้งจอกน้อย ก่อนที่จิตของเธอจะเข้าไปในมิติ
เธอไม่มีเวลาจัดข้าวของที่รวบรวมมาตลอดสองวันนี้เลย... หลังจากจัดระเบียบครั้งใหญ่ เย่หนานซีมองกองภูเขาเสบียงที่วางเรียงรายสุดลูกหูลูกตาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ชาตินี้เธอคงไม่ต้องทนกินซาลาเปาสองลูกประทังชีวิตสามมื้อ หรือกินไข่ฟองเดียวให้อยู่ได้ห้าวันเหมือนชาติที่แล้วอีก
"หวีดดด—"
เสียงกาต้มน้ำเดือดดังขึ้น เย่หนานซีดึงสติกลับมาและเดินเข้าไปในครัวเพื่อยกกาต้มน้ำ
เจ้าจิ้งจอกน้อยเห็นเย่หนานซีถือกาต้มน้ำเข้ามาก็รีบกระโดดออกจากกะละมัง
หลังจากเย่หนานซีผสมน้ำจนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะและเดินไปเอาน้ำร้อนมาเพิ่ม มันก็ไม่ต้องรอให้เย่หนานซีบอก กระโดดลงกะละมังเองอย่างรู้หน้าที่
มันถึงขั้นเลียนแบบเย่หนานซี กดหัวปั๊มครีมอาบน้ำ แล้วถูไปทั่วตัว
ตอนที่เย่หนานซีเดินกลับเข้ามาในห้องน้ำ ก็เห็นลูกแมวน้อยตัวเต็มไปด้วยฟองกำลังขัดถูตัวเองอย่างขะมักเขม้น
เย่หนานซีตาโตด้วยความประหลาดใจ "จิ้งจอกน้อย แกเป็นแมวจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?"
"เมี๊ยว~"
ไม่ต้องสงสัยหรอกน่า เมี๊ยวก็คือเมี๊ยว
เจ้าจิ้งจอกน้อยเงยหน้าที่เต็มไปด้วยฟองร้องตอบเย่หนานซี ยืนยันด้วยเสียงร้องว่ามันเป็นแมวจริงๆ
เย่หนานซีหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้างๆ เจ้าจิ้งจอกน้อย แล้วช่วยมันอาบน้ำ
ในที่สุด หลังจากล้างน้ำเปล่าหลายรอบ เจ้าจิ้งจอกน้อยที่กดครีมอาบน้ำมาพอกตัวเสียหลายปั๊มก็สะอาดเอี่ยมอ่อง