เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ตกหลุมรักในพริบตา

บทที่ 15: ตกหลุมรักในพริบตา

บทที่ 15: ตกหลุมรักในพริบตา


บทที่ 15: ตกหลุมรักในพริบตา

"เจ้าจิ้งจอกน้อย เข้ามาได้แล้ว"

เย่หนานซีร้องเรียกเจ้าจิ้งจอกน้อยที่ยังนอนทำหน้าเศร้าสร้อยอยู่ที่หน้าประตู

พอได้ยินเสียงเรียกของเย่หนานซี เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ดีดตัวลุกขึ้นด้วยความร่าเริงทันทีและวิ่งจี๋เข้ามาในห้องน้ำ

ฮ่า เจ้าแมวนี่ช่างให้อภัยง่ายดายจริงๆ แค่ทาสเก็บอึเรียกก็อารมณ์ดีแล้ว

"เจ้าจิ้งจอกน้อย เห็นกะละมังนี่ไหม? นี่คืออ่างอาบน้ำของแก ต่อไปนี้ทุกครั้งที่กลับมาจากข้างนอก แกต้องอาบน้ำก่อนขึ้นเตียงนะ เข้าใจไหม?"

เย่หนานซีตบหัวเจ้าจิ้งจอกน้อยเบาๆ พลางชี้ไปที่กะละมังใบใหญ่บนพื้น

"เหมียว!"

ขนของเจ้าจิ้งจอกน้อยลุกชันทันทีที่เห็นน้ำในกะละมัง

มันเกลียดน้ำที่สุด ให้ตายยังไงก็ไม่อาบ!

"ถ้าไม่อาบน้ำ ก็ห้ามขึ้นเตียง แล้วก็ห้ามมานอนบนไหล่ฉันด้วย ฉันไม่ชอบแมวสกปรก"

เย่หนานซีขู่ด้วยรอยยิ้ม "คิดให้ดีนะ ฉันจะไปเอาน้ำร้อนมาก่อน"

เจ้าจิ้งจอกน้อย: ˚‧º·(˚ ˃̣̣̥᷄⌓˂̣̣̥᷅ )‧º·˚

ไม่เอาน้า~

มันกอดขาเย่หนานซีแน่น ไม่ยอมปล่อย

ทาสเก็บอึ เรามาคุยกันดีๆ ก่อนไหม?

เย่หนานซีใช้การกระทำเป็นคำตอบ

เธอลุกขึ้นเดินตรงไปที่ครัว น้ำร้อนสำหรับเจ้าจิ้งจอกน้อยเดือดได้ที่แล้ว

เย่หนานซีถือการ้ำร้อนเข้าไปในห้องน้ำ เทลงในกะละมัง

หลังจากอุณหภูมิน้ำพอเหมาะ เธอก็เติมน้ำเย็นลงในกาแล้วนำกลับไปตั้งบนเตา

"มานี่เร็ว เจ้าจิ้งจอกน้อย~"

เมื่อกลับมาอีกครั้ง ในมือของเย่หนานซีถือขวดแชมพูสำหรับแมว และค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามา

เจ้าจิ้งจอกน้อยถอยกรูด ส่ายหน้าพัลวัน

ไว้ชีวิตเหมียวด้วย ไว้ชีวิตเหมียวเถอะ!

แต่สุดท้าย เย่หนานซีก็อุ้มมันลงไปในกะละมังจนได้

"เมี๊ยววว-อ๊าววว!"

ทันทีที่สัมผัสผิวน้ำ เจ้าจิ้งจอกน้อยก็กรีดร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา

"เชี่ย! นังหนูห้องข้างๆ ทารุณแมวเหรอวะ?!"

ชายร่างใหญ่ผิวเข้มอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เขาอยากจะออกไปดูให้เห็นกับตา

เขาตกหลุมรักเจ้าแมวสามสีตัวน้อยนั่นตั้งแต่แรกเห็น

ที่เขายอมช่วยเฝ้าห้อง 1509 ให้ ก็เพื่อเจ้าแมวสามสีตัวน้อยนี่แหละ

"ต้าเซวียน อย่าแส่เรื่องชาวบ้าน" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

"แต่ว่า ลูกพี่..."

"หือ?"

ฉู่จวินโม่เหลือบตามองหลงเซี่ยเซวียน ดวงตาสีเข้มไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์

หลงเซี่ยเซวียนไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่ข่มความร้อนรุ่มในใจแล้วนั่งลง

ทว่าใจของเขาลอยไปอยู่ที่ห้อง 1509 ซึ่งเสียงร้องเงียบลงไปแล้ว

"ทำไมเสียงเงียบไปแล้วล่ะ?"

หลงเซี่ยเซวียนแนบหูชิดผนัง พยายามฟังว่าเย่หนานซีกำลังทารุณแมวอยู่จริงหรือเปล่า

ถ้าจริง ต่อให้ต้องขัดคำสั่งลูกพี่ เขาก็ต้องไปช่วยเจ้าเหมียวน้อยให้ได้

ในขณะเดียวกัน เย่หนานซีที่อยู่ห้องข้างๆ กำลังถูตัวให้เจ้าจิ้งจอกน้อยอย่างอ่อนใจปนขำ

หลังจากเสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือดเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงเสียงครางเครือในลำคออย่างสบายอารมณ์

เจ้าจิ้งจอกน้อยหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ดูมีความสุขสุดๆ

สบาย... มันสบายจริงๆ การอาบน้ำมันดีอย่างนี้นี่เอง

มันตัดสินใจแล้วว่า ตราบใดที่ไม่โดนฆ่า มันอยากจะอาบน้ำทุกวันเลย

เย่หนานซีเปลี่ยนน้ำถึงสองรอบ กว่าจะล้างคราบสกปรกออกจากตัวเจ้าจิ้งจอกน้อยได้หมดจด

สุดท้าย เธอหยิบผ้าขนหนูสะอาดมาเช็ดตัวให้มัน แล้วใช้ไดร์เป่าขนให้แห้งอย่างเบามือ

"เอาล่ะ ขึ้นไปนอนบนเตียงได้"

เย่หนานซีโยนเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวหอมฉุยขึ้นไปบนเตียง แล้วเทน้ำในกะละมังทิ้งลงโถส้วม

จากนั้นเธอก็วางอ่างอาบน้ำและแชมพูของเจ้าจิ้งจอกน้อยไว้ที่มุมห้อง พาดผ้าขนหนูไว้บนเครื่องทำความร้อน แล้วหยิบถังไม้สะอาดออกมาเตรียมอาบน้ำให้ตัวเองบ้าง

กว่าเย่หนานซีจะอาบน้ำเสร็จ เจ้าจิ้งจอกน้อยก็หลับสนิทอยู่ในที่นอนแมวไปเรียบร้อยแล้ว

เย่หนานซีเดินเข้าไปหา นั่งยองๆ ข้างๆ แล้วยื่นมือไปลูบหัวเล็กๆ ของมัน

เจ้าตัวเล็กคงจะเหนื่อยแย่เลยวันนี้

เธอหยิบผ้าห่มผืนเล็กออกมาจากมิติ ห่มให้มันอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียง

จังหวะที่กำลังจะปิดม่านระเบียง เธอก็สังเกตเห็นใครบางคนที่ระเบียงห้อง 1508 ข้างๆ

ในความมืด เธอเห็นเพียงรางๆ ว่าเขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ น่าจะเกิน 185 เซนติเมตร

เขายืนพิงผนัง มีแสงไฟวูบวาบอยู่ที่ปลายนิ้วมือขวา

เมื่อรู้สึกถึงสายตา ชายหนุ่มห้องข้างๆ ก็หันหน้ามา

ราตรีกาลมืดมิด นอกจากจะแยกเพศได้แล้ว ต่างฝ่ายต่างก็มองไม่เห็นหน้าตาของอีกฝ่ายชัดเจนนัก

ภายใต้สายตาของชายหนุ่ม เย่หนานซีดึงม่านปิด หันไปงับประตูกระจก แล้วเดินไปที่ชามอาหารของเจ้าจิ้งจอกน้อย

เธอเทอาหารเม็ดและน้ำใส่ชาม เปิดอาหารกระป๋อง และเติมปลาเส้นอบแห้งให้อีกสองชิ้น

เผื่อเจ้าจิ้งจอกน้อยตื่นมาหิวตอนดึก จะได้มีอะไรกิน

"ฝันดีนะ เจ้าตัวเล็ก"

เย่หนานซีกระซิบฝันดีเจ้าจิ้งจอกน้อยเบาๆ เจ้าจิ้งจอกน้อยส่งเสียงครางรับอย่างสบายใจ ราวกับตอบรับคำพูดของเธอ

เย่หนานซียิ้มน้อยๆ ปิดไฟ แล้วเข้านอน... "เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว~"

ทาสเก็บอึ ตื่นเร็วเข้า ได้เวลาออกไปโชว์วิชาเซียนแล้ว!

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เย่หนานซีที่กำลังหลับสบายถูกปลุกโดยเจ้าจิ้งจอกน้อย

เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เหลือบมองนาฬิกา: 6:30 น.

หลังจากนั่งเหม่ออยู่บนเตียงครู่หนึ่ง เย่หนานซีก็รีบลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน

"เจ้าจิ้งจอกน้อย แกคิดว่าเราควรให้อะไรเป็นของขวัญขอบคุณเพื่อนบ้านดี?"

เย่หนานซีถามเจ้าจิ้งจอกน้อยที่กำลังเคี้ยวปลาเส้นอบแห้งอยู่ข้างๆ ขณะกินมื้อเช้า

ในเมื่อพวกเขาช่วยเธอไว้ จะไม่แสดงความขอบคุณเลยก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธออยากจะขอให้พวกเขาช่วยดูบ้านให้ต่อ

พอได้ยินดังนั้น เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ใช้จมูกดันปลาเส้นในชามของตัวเองมาข้างหน้าเล็กน้อย

ปลาเส้นครึ่งชิ้น... ห้ามมากกว่านั้นนะ

เย่หนานซีกระตุกมุมปากเมื่อมองดูปลาเส้นครึ่งชิ้นในชามแมว เจ้าจิ้งจอกน้อยของเธอช่างเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนรู้จักประหยัดเสียจริง

สุดท้าย เย่หนานซีก็หยิบบิสกิตสองห่อกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองซอง แล้วเดินไปเคาะประตูห้อง 1508

เย่หนานซีจำได้ทันทีว่าคนที่มาเปิดประตูคือผู้ชายที่สูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงเมื่อวาน

ครั้งนี้ เย่หนานซีเห็นหน้าค่าตาเขาชัดเจน

เขาตัดผมทรงสกินเฮด คิ้วตาคมเข้ม มีรอยแผลเป็นยาวประมาณ 2 เซนติเมตรที่หน้าผากด้านซ้าย ประกอบกับบรรยากาศเย็นชาที่แผ่ออกมา... อืม คนนี้ไม่ธรรมดา ไม่ควรไปหาเรื่องด้วย

นี่คือข้อสรุปแรกของเย่หนานซี

อืม ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีใช้ได้เลยแฮะ

นี่คือข้อสรุปที่สองของเย่หนานซี

ฉู่จวินโม่เองก็กำลังลอบประเมินเย่หนานซีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเช่นกัน

ความสูงของเธอเลยไหล่เขามานิดเดียว ผมสั้นดูน่ารักเรียบร้อย ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ริมฝีปากบางเป็นกระจับสีระเรื่อ และผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวหิมะ

แถมยังมีดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกาย

ถ้าดูแค่รูปลักษณ์ภายนอก เธอคือเด็กสาวที่บอบบางและงดงาม

แต่การที่สามารถยึดครองห้องพักได้เพียงลำพังท่ามกลางฝูงคนที่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ แสดงว่าเธอก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ เช่นกัน

ลูกกระเดือกอันโดดเด่นของฉู่จวินโม่ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว เด็กสาวที่นุ่มนิ่ม น่ารัก สวยงาม แต่แฝงความดุดัน... นี่แหละสเปกเขาเลย

ตกหลุมรัก... มันเกิดขึ้นในชั่วพริบตา

ฉู่จวินโม่รู้สึกว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่หลับใหลมากว่ายี่สิบเจ็ดปี ในที่สุดก็กำลังจะแตกหน่อออกมา

"มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

ฉู่จวินโม่ลดเสียงลงโดยสัญชาตญาณ ปรับโทนเสียงให้ทุ้มต่ำน่าฟัง

"สวัสดีค่ะ ฉันพักอยู่ห้อง 1509 ข้างๆ นี้เองค่ะ"

หลังจากคิดในใจว่าเสียงของเขาเพราะดีจัง เย่หนานซีก็ยื่นของในมือให้ "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือเมื่อวานนะคะ"

ฉู่จวินโม่มองของในมือเย่หนานซี ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาดันของที่เย่หนานซีส่งให้กลับไป "ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย"

เย่หนานซีขมวดคิ้ว เขาไม่รับเหรอ? ไม่ได้การละ

ถ้าเขาไม่รับ แล้วเธอจะเกริ่นเรื่องที่จะขอให้ช่วยต่อได้ยังไง?

เย่หนานซียัดของใส่อ้อมแขนฉู่จวินโม่ดื้อๆ "นี่เป็นน้ำใจตอบแทนที่จำเป็นต้องให้ค่ะ"

ฉู่จวินโม่มองของที่ถูกยัดใส่มือ ตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "งั้นผมขอรับไว้ด้วยความเต็มใจแล้วกันครับ"

เย่หนานซีพยักหน้ารัวๆ ย้ำว่าไม่ต้องเกรงใจเธอ

"งั้น... ฉันเข้าห้องก่อนนะคะ?"

ฉู่จวินโม่มองใบหน้าสวยสดใสตรงหน้า เขาอยากจะมองต่อนานๆ แต่ก็กลัวว่าสาวงามจะหาว่าเขาเสียมารยาท

และพาลจะมองเขาในแง่ลบ

เขาจึงยื่นมือออกไป เตรียมจะปิดประตู

จบบทที่ บทที่ 15: ตกหลุมรักในพริบตา

คัดลอกลิงก์แล้ว