- หน้าแรก
- จักรพรรดิเงา ผู้สร้างกองทัพอสูรนักฆ่า
- บทที่ 491: เทวสมบัติทั้งห้า
บทที่ 491: เทวสมบัติทั้งห้า
บทที่ 491: เทวสมบัติทั้งห้า
“ฟับ ฟับ ฟับ!!”
เมื่อเผชิญหน้ากับภูตน้ำแข็งที่โอบล้อมเข้ามาอีกครั้ง เจียงอู๋เฉินกวัดแกว่งกระบี่ยาวในมือ ปราณกระบี่พุ่งทะยานไปทั่ว
ด้วยพลังระดับจักรพรรดิอันแข็งแกร่งของเขา แม้จะสังหารภูตน้ำแข็งได้หลายตนในพริบตา แต่จำนวนของพวกมันดูเหมือนจะมีไม่ที่สิ้นสุด ก่อกำเนิดใหม่จากพายุหิมะเรื่อยๆ
“ธาตุของพวกมันคือพลังงานน้ำแข็ง การโจมตีทางกายภาพแทบไม่มีผล...”
กู้ฉางชิงสังเกตดูครู่หนึ่ง หอกอัสนีก็ปรากฏในมือ ปลายหอกมีสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบ
“เปรี้ยงงง!”
แสงสายฟ้าอันบ้าคลั่งระเบิดออก ภูตน้ำแข็งนับสิบที่พุ่งเข้ามาถูกสายฟ้าอันร้อนแรงกระแทกแตกกระเจิง ละลายหายไปในกองหิมะจนหมดสิ้นในพริบตา
“จักจั่นอัสนี!”
เมื่อเห็นว่าสายฟ้ามีผลในการสะกดข่มพวกมันได้จริงๆ กู้ฉางชิงจึงเรียกจักจั่นอัสนีออกมาทันที
ปีกทั้งสองข้างของจั๊กจั่นอัสนีสั่นสะเทือน ประกายสายฟ้าอันเจิดจรัสพลันระเบิดออกโดยมีมันเป็นศูนย์กลาง สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่โผล่พ้นขอบฟ้าท่ามกลางทุ่งน้ำแข็ง!
พลังอัสนีที่เป็นธาตุหยางบริสุทธิ์และแกร่งกร้าว คือดาวข่มของสิ่งชั่วร้ายที่มีธาตุความเย็นโดยธรรมชาติ เมื่อแสงสายฟ้าสาดส่องไปถึงที่ใด ภูตน้ำแข็งต่างส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ร่างกายของพวกมันละลายและระเหยกลายเป็นไอไปอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่อึดใจ ภูตน้ำแข็งโดยรอบก็ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง!
แต่เนื่องจากภูตน้ำแข็งเกิดจากไอเย็น ไอเย็นจัดของที่นี่จึงเป็นแหล่งพลังงานให้พวกมันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกมันกลับมาฟื้นคืนชีพได้อย่างรวดเร็ว
“ไป!”
กู้ฉางชิงตัดสินใจเด็ดขาด ฉวยโอกาสนี้พาพวกฉู่หลินหยวนฝ่าวงล้อมของภูตน้ำแข็ง มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของทุ่งหิมะอย่างรวดเร็ว
“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!!”
จักจั่นอัสนีตามติดมาด้านหลัง สายฟ้ารอบกายระเบิดประกาย
สายฟ้านับไม่ถ้วนถักทอเป็นตาข่ายสายฟ้าที่แน่นหนา สร้างม่านพลังสายฟ้ารอบตัวทั้งห้าคน กั้นภูตน้ำแข็งที่ไล่ตามมาไว้ภายนอกทั้งหมด
เมื่อมีจักจั่นอัสนีคอยคุ้มกัน ภัยคุกคามจากภูตน้ำแข็งก็ลดลงอย่างมาก
กู้ฉางชิงทั้งห้าฝ่าพายุหิมะ ในที่สุดก็มาถึงตีนเขาธารน้ำแข็งอันสูงตระหง่าน
เมื่อเข้าใกล้จึงพบว่า ที่ด้านล่างของธารน้ำแข็งมีปากถ้ำขนาดใหญ่ที่ถูกหิมะปกคลุมอยู่ ลึกจนไม่รู้ว่าทอดไปสู่ที่ใด
“ทางเข้าอยู่ที่นี่!”
เนตรทองของกู้ฉางชิงเป็นประกาย สัมผัสได้ว่าคลื่นพลังงานที่มีต้นกำเนิดเดียวกับจิตวิญญาณ ส่งออกมาจากส่วนลึกของถ้ำนี้
ที่นี่ น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางแล้ว!
“ข้าจะตรวจสอบดูก่อนว่ามีกับดักหรือไม่!”
ระหว่างพูด กระบี่ยาวในมือเจียงอู๋เฉินก็ฟาดเคล็ดวิชากระบี่อันคมกริบ พุ่งเข้าไปในถ้ำ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ สีหน้าตึงเครียดของเขาจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ทั้งห้าคนทะยานเข้าไปข้างในอย่างไม่ลังเล ช่วงแรกทางแคบพอให้คนเดินเรียงกันได้ไม่กี่คน แต่ยิ่งลึก พื้นที่ก็ยิ่งเปิดกว้าง
ผนังถ้ำรอบด้านล้วนเป็นน้ำแข็งหมื่นปี ใสกระจ่างราวกับแก้ว แผ่แสงสีน้ำเงินสลัวๆ พอจะส่องสว่างเส้นทางข้างหน้าได้
ทว่า ไอเย็นที่นี่หนาแน่นกว่าภายนอกมาก แม้แต่ลมหายใจที่พ่นออกมาก็จับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งในทันที
ช่องทางทอดลงสู่เบื้องล่าง คดเคี้ยวไปมา
เดินไปประมาณหนึ่งก้านธูป เบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้น ปรากฏเป็นถ้ำน้ำแข็งขนาดมหึมา
ใจกลางถ้ำน้ำแข็ง ไม่ใช่สัตว์อสูรพิทักษ์ที่แข็งแกร่งอย่างที่คาดไว้ แต่เป็นแท่นบูชาที่สร้างจากน้ำแข็งทมิฬล้วนๆ
แท่นบูชาเป็นทรงกลม บนนั้นเต็มไปด้วยอักขระโบราณที่ลึกลับซับซ้อน และที่ยอดสุดของแท่นบูชา มีกลุ่มแสงห้าดวงลอยเด่นอยู่!
ภายในกลุ่มแสงเหล่านี้ แต่ละดวงมีผลึกชิ้นหนึ่ง หมุนวนช้าๆ แผ่คลื่นพลังงานที่ทำให้ใจสั่นสะท้านออกมา
“นี่คือ... เทวสมบัติ?!”
ลมหายใจของเจียงอู๋เฉินถี่กระชั้นขึ้นทันที ในดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน น้ำเสียงยังแฝงความสั่นเครือ
เป้าหมายที่เขาเพียรพยายามตามหามาทั้งชีวิต บัดนี้อยู่ตรงหน้าแล้ว!
ฉู่หลินหยวน โม่เทียน และหัวเหล่ย หัวใจก็เต้นแรงเช่นกัน สายตาจับจ้องไปที่เทวสมบัติทั้งห้าชิ้นนั้นเขม็ง
นี่คือของวิเศษสูงสุดที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ในโลกเบื้องล่างหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งวิถีสวรรค์ ขึ้นสู่แดนสวรรค์ได้โดยตรง!
กู้ฉางชิงกลับค่อนข้างใจเย็นกว่า เขาเร่งเนตรทองในดวงตาถึงขีดสุด สังเกตอย่างละเอียด
พลังงานในเทวสมบัติทั้งห้าชิ้นยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ ภายในราวกับมีพลังงานของเหลวไหลเวียนช้าๆ บางครั้งกลายเป็นปราณกระบี่ บางครั้งควบแน่นเป็นเปลวไฟ แปรเปลี่ยนไม่แน่นอน
แม้มองภายนอกจะดูปกติ แต่ความระแวดระวังในใจของเขายังไม่คลายลง
เพราะถึงอย่างไร ตระกูลโบราณแห่งแดนสวรรค์อุตส่าห์วางแผนนี้ขึ้นมา นอกจากผู้ยึดครองร่างทั้งห้าคนแล้ว ย่อมไม่มีทางให้คนนอกเอาเทวสมบัติไปโดยง่ายแน่
“ทุกคนอย่าเพิ่งขึ้นไปบนแท่นบูชาพร้อมกัน... ระวังจะมีกับดักซ่อนอยู่”
เจียงอู๋เฉินกล่าวเสียงเข้ม กวาดตามองรอบแท่นบูชา สีหน้าเคร่งเครียด
“งั้นให้ข้าขึ้นไปก่อน!”
โม่เทียนใจร้อนที่สุด แบกกระบองเหล็กทำท่าจะก้าวเข้าไป
“ช้าก่อน!”
กู้ฉางชิงยื่นมืออกไปขวางเขาไว้ทันที ก่อนจะกดเสียงต่ำลง “ให้ ‘คนอื่น’ ลองไปก่อน”
“คนอื่น?”
โม่เทียนได้ยินก็ชะงัก จากนั้นมองกู้ฉางชิงด้วยความแปลกใจ
ที่นี่มีแค่พวกเขาทั้งห้าคน คนผู้นั้น... หมายถึงใครกัน?!
ในขณะที่โม่เทียนกำลังสงสัย ที่ปากทางเข้าถ้ำ จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังขึ้น!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เทวสมบัติ! เทวสมบัติจริงๆ ด้วย! ในที่สุดข้าก็หาเจอแล้ว!”
เสียงดั่งสายฟ้าฟาด ดังก้องไปทั่วถ้ำน้ำแข็งที่ว่างเปล่า สั่นสะเทือนจนเศษน้ำแข็งบนผนังร่วงกราว
เห็นเพียงประมุขนิกายเหอฮวาน หลี่ไคซาน พุ่งร่างเข้ามาดั่งสายฟ้า ลงสู่พื้นถ้ำน้ำแข็งในพริบตา
สภาพของเขาตอนนี้ดูสะบักสะบอมพอสมควร เสื้อผ้าฉีกขาดหลายแห่ง มุมปากยังมีคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อย.. เห็นได้ชัดว่าการฝ่าฟันทะเลทรายและทุ่งหิมะเข้ามานั้น เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ทั้งหมดนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเทวสมบัติทั้งห้าชิ้นที่ส่องแสงยั่วยวนอยู่บนแท่นบูชา... มันก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปในทันที
หลี่ไคซานดวงตาแดงฉาน เต็มไปด้วยความโลภและความบ้าคลั่ง จ้องมองกลุ่มแสงบนยอดแท่นบูชาเขม็ง หายใจหอบหนัก
“หลี่ไคซาน! เจ้าถึงกับตามมาถูก!”
เจียงอู๋เฉินหน้าขรึมลง ก้าวมาข้างหน้ายืนเคียงข้างกู้ฉางชิง จ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา
ฉู่หลินหยวน โม่เทียน และหัวเหล่ย ก็รีบตั้งท่าระวังตัวทันที กระจายกำลังออกไปล้อมกรอบไว้อย่างรู้ใจ
“ตามมา? หากไม่ใช่เพราะข้ากัดไม่ปล่อย มีหรือจะพบสถานที่สุดท้ายแห่งนี้!”
หลี่ไคซานยิ้มเหี้ยม สายตากวาดมองกลุ่มของกู้ฉางชิงทั้งห้าคน ก่อนจะมาหยุดที่เจียงอู๋เฉิน กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ประมุขเจียง ทำไม หรือท่านคิดจะฮุบเทวสมบัติทั้งห้าชิ้นนี้คนเดียว? ไม่โลภไปหน่อยรึ!”
“สหายกู้เป็นผู้ค้นพบก่อน สมควรให้เขาเป็นผู้จัดสรร”
เจียงอู๋เฉินน้ำเสียงราบเรียบ แต่ท่าทีกลับหนักแน่นผิดปกติ แสดงออกชัดเจนว่ายืนอยู่ข้างกู้ฉางชิงเต็มตัว
“มันน่ะรึ? ไอ้เด็กเมื่อวานซืน คู่ควรจะจัดสรรเทวสมบัติด้วยรึ?”
หลี่ไคซานแค่นเสียงหยัน ในดวงตาเผยจิตสังหาร “ข้าลำบากมาตลอดทาง จะให้กลับไปมือเปล่าได้อย่างไร!”
“เจียงอู๋เฉิน หากรู้ความก็หลีกไปซะ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่หน้า!”
พูดจบ เขาสั่นดาบยักษ์ในมือ ปราณเพลิงอันร้อนแรงม้วนตลบออกมา ถึงขั้นขับไล่ไอเย็นจัดในถ้ำน้ำแข็งออกไป
ทว่า กู้ฉางชิงกลับยังคงใจเย็น ยกมือขึ้นเบาๆ ห้ามเจียงอู๋เฉินและพวกโม่เทียนที่เตรียมจะลงมือ
เขามองหลี่ไคซานที่ดูบ้าคลั่ง กล่าวเรียบๆ ว่า “ต่อหน้าวาสนา ย่อมต้องแล้วแต่ความสามารถใครความสามารถมัน”
“แต่เจ้า เอาไปได้มากที่สุดแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น!”
พูดพลาง กู้ฉางชิงถึงกับขยับกาย เปิดทางสู่แท่นบูชาให้
คำพูดนี้พอหลุดออกมา ไม่เพียงหลี่ไคซานที่ชะงัก แม้แต่เจียงอู๋เฉินและพวกฉู่หลินหยวนก็ตะลึงงัน
“พี่ใหญ่ นี่มัน...”
โม่เทียนขมวดคิ้ว มองกู้ฉางชิงอย่างไม่เข้าใจ
ด้วยกองกำลังนักฆ่าเผ่าแมลงของพี่ใหญ่ บวกกับพวกเขาทุกคนในที่นี้... การจะจัดการกับหลี่ไคซานย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด
แต่หากปล่อยให้หลี่ไคซานชิงเทวสมบัติไปชิ้นหนึ่งในตอนนี้ ในบรรดาพวกเขาทั้งห้าคน ไม่เท่ากับต้องมีคนหนึ่งเสียสิทธิ์ในการครอบครองไปหรือ?