เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 60 ทำลายขีดจำกัด! [ฟรี]

ตอนที่ 60 ทำลายขีดจำกัด! [ฟรี]

ตอนที่ 60 ทำลายขีดจำกัด! [ฟรี]


ตอนที่ 60

ทำลายขีดจำกัด!

 

มือของซูไป๋ถูกยกขึ้นก่อนที่มันจะสั่นเล็กน้อยพร้อมกับพยายามที่จะควบคุมเครื่องบินเจ็ต

ไม่ขยับ!

ถึงแม้ว่าความสามารถของเขาจะห่อหุ้มเครื่องบินเอาไว้ แต่เครื่องบินมันก็ไม่ได้เคลื่อนไหวไปตามความคิดของเขา

มันหนักเกินไป!

เครื่องบินและรถยนต์เป็นสองอย่างที่มีแนวคิดคล้าย ๆ กัน เขาสามารถควบคุมรถยนต์เพียงคันเดียวหรือหลาย ๆ คันได้ในเวลาเดียวกัน แต่เขาไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้

"มันหนักแค่ 10 ตันเองนะ ... มันไม่น่าจะยากขนาดนั้น" ซูไป๋ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความอารมณ์เสียเล็กน้อย พร้อมกับพยายามกระตุ้นความสามารถของเขาอย่างต่อเนื่อง

ใบหน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นพร้อมกับเส้นเลือดที่เริ่มปูดออกมา

ในที่สุดเครื่องบินก็เริ่มเอียง

"สำเร็จ!"

ซูไป๋ตื่นเต้นอยู่ภายในใจอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะพยายามซึมซับความรู้สึกก่อนหน้านี้เอาไว้ และพยายามฝึกฝนมันอย่างต่อเนื่อง มันเริ่มง่าย ... มันเริ่มง่ายขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้นไม่นานเครื่องบินก็ไม่ได้ตกอยู่ในการควบคุมของดอตตี้อีกต่อไป แต่มันเริ่มบินตามความคิดของซูไป๋

"หืม?"

"ดูเหมือนว่าผมจะยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักมากขนาดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมลองมันด้วยมันจึงทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องบินยังคงบินอยู่ตามปกติทำให้มันมีความรู้สึกของความดันอากาศมากกว่าปกติทำให้การที่จะควบคุมมันจึงเป็นเรื่องยากมากขึ้นไปอีก นี่คงจะเป็นขีดจำกัดของผมในตอนนี้สินะ" ดอตตี้หันหน้าไปมองทางซูไป๋ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ความสามารถของซูไป๋ แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าแม้แต่เครื่องบินเขาก็ยังสามารถควบคุมมันได้อย่างง่ายดาย

"ขีดจำกัดคืออะไร?" ดอตตี้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

ซูไป๋ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ถ้ามีโอกาสคุณก็สามารถลองมันได้ แต่ผมคิดว่าขีดจำกัดของผมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 ตันและยังมีอะไรอีกมากมายที่จะให้ผมพัฒนามันไปได้อีก สิ่งนี้มันจะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก!"

ในภาพยนตร์แม็กนีโตสามารถยกสนามกีฬาขึ้นมาจากอากาศบาง ๆ ได้ซึ่งมันหนักกว่าเครื่องบินมาก

และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสามารถของแม็กนีโตไม่ใช้การควบคุมโลหะ แต่มันคือการควบคุมสนามแม่เหล็ก และเนื่องจากสนามแม่เหล็กบนโลหะมันสามารถควบคุมได้ง่ายและสะดวกกว่ามาก ดังนั้นเมื่อความสามารถนี้ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่มันก็มีความสามารถในการควบคุมได้แค่โลหะเท่านั้น

ซึ่งซูไป๋ก็ควบคุมสนามแม่เหล็กเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้ก็คือสนามแม่เหล็กบนโลหะเท่านั้น ส่วนสนามแม่เหล็กอื่น ๆ นั้นยากที่จะรับรู้ได้ในตอนนี้และยังไม่สามารถควบคุมมันได้ และเขาก็พยายามที่จะพัฒนาความสามารถมาโดยตลอด แต่ก็น่าเสียดายที่มันไม่มีเงื่อนงำหรือทิศทางที่จะพัฒนาไปต่อได้เลย โชคยังดีที่เขามีเวลาไม่จำกัดทำให้สามารถฝึกฝนและพัฒนาไปได้เรื่อย ๆ

ซูไป๋หันไปบอกให้ดอตตี้ดับเครื่องบินและเขาจะเป็นคนควบคุมมันด้วยตัวเอง

ทันทีที่เครื่องยนต์ของเครื่องบินดับลงมันก็เริ่มหยุดนิ่งและความเร็วก็เริ่มลดลง แทนที่ด้วยความดันอากาศที่เพิ่มมากขึ้น

ถึงแม้ว่าความดันอากาศจะเพิ่มมากขึ้นแต่ถ้าพยายามไปเรื่อย ๆ ก็จะจับเคล็ดลับได้ในที่สุดและความดันอากาศก็จะไม่มีผลอีกต่อไป ทำให้การควบคุมมันง่ายขึ้นเป็นอย่างมากสำหรับการจะพาเครื่องบินเคลื่อนที่ไปข้าง ในตอนนี้เครื่องบินได้ถูกควบคุมโดยซูไป๋อย่างสมบูรณ์ ... เครื่องบินแกว่งไปมาอยู่สองสามครั้งก่อนที่มันจะเริ่มนิ่ง สมดุลของเครื่องบินก็กลับมาปกติอีกครั้งพร้อมกับความเร็วที่ลดลงตามปกติ

เขาพยายามควบคุมมันให้ได้ไม่ใช่ว่าต้องการที่จะประหยัดน้ำมัน แต่ถ้าเขาไม่ฝึกแบบนี้ความสามารถของเขาจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร? มันคือการทำลายขีดจำกัด! ค่อย ๆ ทำทีละขั้นตอน สำหรับสนามแม่เหล็กการเหนี่ยวนำแรงแม่เหล็กจะมีในส่วนของความเร็วและน้ำหนักของวัตถุและเขาจะต้องพยายามฝึกมันให้ครอบคลุมทุกด้านเพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากควบคุมไปได้ประมาณ 10 นาที ซูไป๋ก็เริ่มรู้สึกปวดหัวและปวดเมื่อยไปหมด พร้อมกับความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา แต่เขาก็ยังคงกัดฟันสู้และยืนกรานที่จะไปให้ถึงขีดจำกัดของเขา

ถึงขีดจำกัด และ ... ทำลายขีดจำกัดเท่านั้นถึงจะพัฒนามันได้อย่างก้าวกระโดด

เช่นเดียวกับรูปปั้นในคฤหาสน์ที่ในตอนแรกเขาแทบจะไม่สามารถยกมันขึ้นได้ แต่เมื่อเทียบกับสิ่งเล็ก ๆ อย่างเช่นเหรียญความยากมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่หลังจากที่ปรับตัวได้แล้วมันจะค่อย ๆ ง่ายขึ้นและพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

ขีดจำกัด ก็คือสิ่งที่เรียกกว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงอย่างตื่นเนื่อง และการปรับปรุงอย่างตื่นเนื่อง!

ดอตตี้พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาหยุดอยู่หลายครั้ง แต่ซูไป๋ก็ไม่สนใจ ก่อนที่เขาจะอยู่ในสภาวะสมาธิจดจ่อและไม่ได้ยินเสียงของภายนอกอีกต่อไป จิตใจของเขากลายเป็นความว่างเปล่าและใช้สัญชาตญาณในการควบคุมเครื่องบินแทน ... ทิศทางไม่ได้เปลี่ยนไป ... ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความมึนงงราวกับว่าจะสูญเสียการควบคุมไปได้ทุกเมื่อ แต่ในขณะเดียวกันในสภาวะแบบนี้มันก็ทำให้สมองของเขาไม่ต้องคิดอะไร

ระยะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว ...

เครื่องบินมาถึงที่หมายปลายทางและลงจอดอย่างปลอดภัย

หลังจากรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเครื่องมันก็ค่อย ๆ หยุดนิ่งลง ดอตตี้หันหน้าไปมองทางซูไป๋ด้วยความประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เธอได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาและถ้าเกิดว่าซูไป๋สูญเสียการควบคุม เธอจะได้ทำการควบคุมเครื่องบินแทนทันที แต่หลังจากรอมานานมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกว่าเครื่องมันสั่นอย่างรุนแรงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง และเกือบที่จะทำให้เธอเปิดเครื่องขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในที่สุดเธอก็ยังคงรอต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานเครื่องบินมันก็เริ่มเสถียรภาพมากขึ้นพร้อมกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ

"เอ่อ ... คุณโอเคไหม?"

ดอตตี้ถามขึ้นมาก่อนที่จะหันไปมองทางซูไป๋ด้วยความตกใจ เพราะว่าตอนนี้ร่างของซูไป๋เลื่อนลงมาเกือบตกเก้าอี้ เธอรีบเข้าไปตรวจสอบอาการอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ... ซูไป๋ใช้แรงมากไปจนสลบ

สถานที่ที่เครื่องบินลงจอดไม่ใช่ฐานของห้องแดงหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงนี้ มันเป็นป่าที่ค่อนข้างห่างไกลและไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของสหภาพโซเวียตแล้วช่วงนี้เป็นเวลาค่อนข้างดีเป็นช่วงบ่ายเกือบจะเย็น

ดอตตี้แบกร่างของซูไป๋ลงมาจากเครื่องบินก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในป่า

มีถ้ำอยู่มากมายที่ปรากฏขึ้นมาตามธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งนี้ และถูกค้นพบโดยกลุ่มคนบางกลุ่มด้วยความบังเอิญ ตามแผนของดอตตี้พวกเขาจะใช้เวลาทั้งคืนพักผ่อนและหลับนอนอยู่ที่นี่และค่อยไปฐานห้องแดงในวันรุ่งขึ้น!

หลังจากเดินมาได้ประมาณ 20 นาทีซูไป๋ที่สลบอยู่บนหลังของดอตตี้ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

เมื่อซูไป๋ลืมตาขึ้นก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวดราวกับว่าหัวจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ

"คุณเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ยอดเยี่ยม!" ซูไป๋ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า "เอาล่ะ! ปล่อยผมลงได้แล้ว"

"แต่ว่า ... "

"ปล่อยผมลงเถอะ มันน่าอายเกินไปที่จะให้ผู้หญิงแบกอยู่บนหลังแบบนี้ แน่นอนว่ามันมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณทำได้ แต่ถึงแม้ว่าคุณจะทำได้ แต่ผมก็คงไม่ปล่อยให้คุณทำแบบนั้น"

ไม่เพียงแต่จะแบกซูไป๋เอาไว้เท่านั้นแต่เธอยังถือของเต็มไม้เต็มมือไปหมด

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 60 ทำลายขีดจำกัด! [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว