- หน้าแรก
- ราชันย์บทสรุปดันเจี้ยน
- บทที่ 101 - ค่ายกลยันต์
บทที่ 101 - ค่ายกลยันต์
บทที่ 101 - ค่ายกลยันต์
บทที่ 101 - ค่ายกลยันต์
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เสียงหัวเราะร่าของหนานซูเป่ยดังลั่นออกมาจากห้องพักผ่อนของหน่วยต่อสู้ ได้ยินชัดเจนมาแต่ไกลเลยทีเดียว
"ฮ่าๆๆๆ พี่จวง คนในโพสต์เมื่อวานของพี่กำลังดิ้นกันพล่านเลยว่ะ"
พอได้ยินเสียงน้องชาย จวงไฉที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนบทสรุปดันเจี้ยนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็เงยหน้าขึ้นมามอง
ภาพที่เห็นคือหนานซูเป่ยกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา สภาพเหมือนก้อนโคลนขี้เกียจ มือข้างหนึ่งไถมือถือ อีกข้างหยิบมันฝรั่งทอดเข้าปาก ชีวิตดี๊ดีจนน่าหมั่นไส้
"ถ้าว่างนักก็ไปฝึกซ้อมไป"
พูดจบเขาก็หันกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ ตอนนี้เขาเริ่มสัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้วว่าค่าสถานะร่างกายของตัวเองมันเวอร์วังขนาดไหน
อย่างแรกเลยคือความคล่องแคล่วของนิ้วมือ และความเร็วในการประมวลผลของสมอง
มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งจะถอดสมองอันเก่าออก แล้วยัด CPU รุ่นล่าสุดเข้าไปแทนยังไงยังงั้น ความเร็วในการคิดอ่านพุ่งกระฉูดแบบหยุดไม่อยู่
ดวงตาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ สองมือรัวแป้นพิมพ์สลับกับสะบัดเมาส์ไปมา ราวกับนักเปียโนที่กำลังบรรเลงเพลงบนคีย์บอร์ด
ภาพบนหน้าจอถูกสลับไปมาด้วยคีย์ลัด ตัดต่อคลิปนู้นแปะคลิปนี้อย่างเชี่ยวชาญ
ถ้าคนธรรมดามาเห็นภาพหน้าจอตอนนี้ คงได้ตาลายจนเวียนหัวแน่ๆ
แค่ช่วงเช้าช่วงเดียว เขาก็ทำคลิปสรุปไปได้เกินครึ่งแล้ว ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน งานสเกลนี้เขาต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำอยู่หลายวัน แต่นี่วันเดียวก็เอาอยู่
นี่ขนาดยังไม่ค่อยชินกับความเร็วในการตอบสนองของตัวเองนะ ถ้าชินเมื่อไหร่คงเร็วกว่านี้อีก
ตอนแรกเขานึกว่าจะต้องเสียเวลาทำคลิปนาน พอเป็นแบบนี้ก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง
แต่ถึงอย่างนั้น ของรางวัลที่ได้มาจากดันเจี้ยนรอบนี้ ก็มีเรื่องให้เขาต้องทำความเข้าใจอีกเพียบ
ไม่นับสกิลแนะนำระดับ A แค่สกิลระดับ S+ อย่างเจ้า [ค่ายกลยันต์] อันเดียว เขาก็ต้องนั่งงมโข่งศึกษาอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว ไหนจะความรู้ที่ถูกยัดเข้ามาในสมอง แล้วก็พวกหนังสือตำราที่ขนกลับมาอีก
พอนึกถึงตรงนี้ จวงไฉก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ เขาลืมถามหนานซูเป่ยไปสนิทเลยว่าเจ้านั่นได้ความรู้อะไรมา
ของนักพรตเฒ่าแซ่เถียนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นพวกวิชาอาคมหรือไม่ก็บทสวดแน่ๆ
ส่วนหลวงพี่อู้เนี่ยนก็คงหนีไม่พ้นพุทธธรรมต่างโลก แต่ก็น่าแปลกที่ดันเจี้ยนหลายแห่งมีอะไรคล้ายๆ ศาสนาพุทธโผล่มาบ่อยๆ
แสดงว่ามีพุทธอยู่จริงๆ สินะ?
ไม่สิ ต้องบอกว่ามีแน่นอนอยู่แล้วต่างหาก
แล้วตกลงความรู้ที่ไอ้เจ้าหนานซูเป่ยได้มามันคืออะไรกันแน่หว่า?
เจ้าตัวก็ไม่ยอมบอกด้วยสิ
พอเงยหน้าขึ้นมาดูอีกที ปรากฏว่าไอ้ก้อนโคลนบนโซฟาหายตัวไปแล้ว ไม่รู้แอบหนีไปเที่ยวไหน
ในเมื่อไม่บอก สงสัยจะกั๊กไว้เซอร์ไพรส์ทีหลัง
คิดได้ดังนั้นจวงไฉก็เลิกสนใจ แล้วดึงสติกลับมาทุ่มเทให้กับการตัดต่อคลิปสรุปดันเจี้ยนต่อ
เขานั่งปั่นงานยิงยาวไปจนถึงช่วงบ่าย พอเห็นวิดีโอที่ทำเสร็จสมบูรณ์ จวงไฉก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
วันเดียวจบงานได้ คลิปคุณภาพคับแก้ว สมบูรณ์แบบสุดๆ
พอกดส่งคลิปไปให้ตรวจสอบ คาดว่าคืนนี้น่าจะออนแอร์ได้
เขาบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ แล้วเดินออกมาที่โถงกลางของกิลด์ จังหวะพอดีกับที่เห็นหยางหรงหรงกำลังจะเลิกงาน
พอหรงหรงเห็นจวงไฉ เธอก็รีบกระโดดเหยงๆ โบกไม้โบกมือทักทาย
"พี่จวงกลับมาแล้วเหรอคะ หนูเห็นโพสต์เมื่อวานแล้วนะ รอบนี้ก็ได้คะแนนสูงอีกแล้วเหรอ แถมเป็นคนแรกที่ผ่านด้วย!"
ก็แน่ล่ะ เพราะดันเจี้ยนรอบนี้เธอเป็นคนช่วยหาข้อมูลให้นี่นา เธอเลยรู้รายละเอียดดี
จวงไฉพยักหน้ารับ "ใช่แล้ว น่าจะได้ดูคลิปกันพรุ่งนี้แหละ"
"เอ้อ แล้วพวกคุณหนูหงไฉ่ถงเข้าดันเจี้ยนไปตอนไหนเหรอ"
"เจ๊ใหญ่เหรอคะ พวกเจ๊แกน่าจะเข้าไปเมื่อสองสามวันก่อน... อืม ลองนับเวลาดูน่าจะเข้าตอนเที่ยงเมื่อสามวันที่แล้ว ตอนนั้นเจ๊แกยังส่งข้อความมาหาหนูอยู่เลย
ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่ ข้อมูลดันเจี้ยนที่เจ๊แกเลือกจะเข้าน่ะ หนูเช็กดูแล้ว อย่างต่ำๆ ก็ต้องสิบวันครึ่งเดือนแหละกว่าจะออกมา"
ได้ยินแบบนั้นจวงไฉก็พยักหน้าเข้าใจ อันที่จริงเขาก็พอรู้อยู่บ้าง หลังจากคุยสัพเพเหระกับหรงหรงต่ออีกนิดหน่อย เขาก็ขอตัวกลับห้องพัก
ทำงานเสร็จแล้ว คราวนี้จะได้มีเวลามานั่งแคะแกะเกาสกิลของตัวเองให้ละเอียดสักที
ถึงเวลามานั่งทบทวนสิ่งที่ได้จากดันเจี้ยนรอบที่ผ่านมาอย่างจริงจังแล้ว
เริ่มจากสกิลท่าร่างระดับ A [เคล็ดวิชาพญามังกรท่องหล้า] แต่ไอ้นี่ลองในห้องไม่ได้ เดี๋ยวข้าวของพังหมด คงต้องไปลองของจริงที่สนามฝึก
สิ่งที่สำคัญกว่าตอนนี้คือสกิลระดับ S+ ที่ระบบแนะนำมา
[ค่ายกลยันต์]
มันเป็นสกิลที่เกี่ยวกับยันต์อีกแล้ว ดูเหมือนชีวิตเขาจะหนีเรื่องพวกนี้ไม่พ้นจริงๆ
เชื่อเลยว่าหลังจากนี้ สกิลที่ได้มาก็คงวนเวียนอยู่กับการเสริมพลังยันต์ หรือไม่ก็วิธีใช้งานยันต์รูปแบบใหม่ๆ แน่นอน
เรียกได้ว่าตอนนี้เขามีสายการเล่นที่ชัดเจนเป็นของตัวเองแล้ว
เวลาเข้าดันเจี้ยน เขาแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่งัดความสามารถที่มีออกมาใช้ แล้วกวาดคะแนนสูงๆ มาครองให้ได้ก็พอ
เดี๋ยวระบบมันก็สรรหาสกิลที่เหมาะกับเขามาประเคนให้เองแหละ
สิ่งเดียวที่ทำให้ปวดหัวตอนนี้คือ เขามียันต์ให้เลือกใช้เยอะเกินไปเนี่ยสิ
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ตัดสินใจเดินเส้นทางสายนี้ เขาก็ทำใจไว้แล้ว แถมยังมองเห็นข้อดีของมันด้วย
นั่นคือความหลากหลายและครอบคลุม
ขอแค่มีรูปแบบยันต์ที่เหมาะสม เขาก็สามารถรับบทบาทอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ
แน่นอนว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เขาต้องรู้วิธีเขียนยันต์พวกนั้นให้มากพอเสียก่อน
และต้องมีวัตถุดิบมากพอให้เขาผลาญเล่นด้วย
ในตำรา [ปฐมบทวิถียันต์] เล่มแรกที่เขาได้มา ก็เคยเกริ่นถึงอนาคตของสายวิชานี้เอาไว้แล้ว
นั่นเป็นแค่ยันต์จากดันเจี้ยนเดียวเท่านั้น
พอมารวมพลังกับอักขระเทพและพลังจากดันเจี้ยนอื่นๆ อำนาจของยันต์ก็จะยิ่งกว้างไกลและทรงพลังมากขึ้นไปอีก
ส่วนสกิลที่เขาเพิ่งได้มานี้ ก็ตรงตามชื่อของมันเป๊ะๆ
มันคือการเอายันต์มาประกอบกันเป็นค่ายกล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบ 1+1 มากกว่า 2
ไม่ใช่ให้เขาเอายันต์ไปวางแปะๆ ตามพื้นทำพิธี แต่เป็นการประยุกต์ใช้หลักการสร้างค่ายกล มาใช้กับการร่ายยันต์ต่างหาก
สกิลนี้มันช่วยยกระดับความเข้าใจและการวิเคราะห์โครงสร้างของยันต์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเดิมทีเขาก็เข้าใจมันดีกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้ว โดยเฉพาะตรรกะพื้นฐานของวิชายันต์
เพราะการจะสร้างค่ายกลยันต์ได้ มันต้องอาศัยความรู้พวกนี้เป็นทุนเดิม ซึ่งสกิลนี้มันแถมมาให้เสร็จสรรพ
ต่อมาคือความเฉียบคมในการจับคู่ยันต์
ความเฉียบคมที่ว่านี้ มาจากการที่เขาสามารถถอดรหัสโครงสร้างยันต์ได้ทะลุปรุโปร่ง
เช่น เขาสามารถบอกได้ทันทีว่ายันต์ชนิดไหนเข้าคู่กันได้ เอามาใช้ร่วมกันแล้วจะไม่หักล้างกันเอง แต่จะช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกัน
แถมเขายังรู้อีกว่า ตรรกะการเขียนยันต์จริงๆ แล้วมันเป็นยังไง
พูดง่ายๆ คือ ตอนนี้เขารู้แจ้งแล้วว่า ไอ้ตัวอักษรยึกยือบนยันต์น่ะ ความหมายของมันไม่ได้สำคัญที่สุดเสมอไป
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ตอนที่ตวัดพู่กันเขียนลงไป จิตวิญญาณและความตั้งใจของผู้เขียนต่างหากที่เป็นตัวกำหนดพลัง
ขอแค่จิตมุ่งมั่นชัดเจน ต่อให้คุณวาดรูปยันต์อัญเชิญอาหารเลิศรส แต่ดันทะลึ่งเขียนคำว่า "ขี้" ลงไปตรงกลาง มันก็ยังเสกอาหารออกมาได้อยู่ดี
แน่นอนว่านั่นมันระดับปรมาจารย์เขาทำกัน
คนธรรมดาอย่าหาทำจะดีกว่า
ถ้ายังไม่เก่งถึงขั้นนั้น แล้วอุตริไปเขียนคำว่าขี้ อาหารที่เสกออกมาอาจจะมีรสชาติทะแม่งๆ ปนมาด้วยก็ได้
เพราะใจคุณยังไม่นิ่งพอ ตอนเขียนคำว่าขี้ จิตใต้สำนึกของคุณมันไม่ได้มองว่านั่นคืออาหาร
ถ้าคุณไม่เคยกินขี้ กลิ่นรสประหลาดที่ปนมาก็คงเป็นรสชาติของขี้ในจินตนาการของคุณนั่นแหละ
แต่ถ้าเคยลองชิมมาแล้ว... อืม... ก็คงทำให้คนกินรู้รสชาติขี้โดยไม่ต้องกินของจริงละมั้ง?
สรุปง่ายๆ คือ เวลาจวงไฉเขียนยันต์ เขาสามารถเปลี่ยนตัวอักษรเฉพาะทางที่เป็นปูมหลังของยันต์นั้นๆ ให้กลายเป็นตัวอักษรจีนที่เขาคุ้นเคยได้เลย
การเปลี่ยนมาใช้ภาษาแม่ที่คุ้นมือ อาจจะทำให้ยันต์ที่เขาเขียนมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกขั้นด้วยซ้ำ
พอคิดได้แบบนี้ จวงไฉก็ตบเข่าฉาด เขาเข้าใจแล้ว!
มิน่าล่ะ... มิน่าล่ะ...
เขาถึงนึกย้อนไปถึงตอนที่คนในกิลด์ทำหน้าเหวอ ตอนรู้ว่าเขาเขียนยันต์เป็น
มิน่าคนอื่นถึงบอกว่าไม่ค่อยเห็นใครเล่นสายยันต์ แต่กลับมีคนเล่นสายปรุงยาหรือสร้างศาสตราเพียบ
สาเหตุมันมาจากตรงนี้นี่เอง
ถ้าไม่มีสกิล [ทักษะรู้แจ้งอักขระ] ก็จะไม่มีทางรู้ความหมายของตัวอักษรบนยันต์เลย ได้แต่เขียนตามแบบไปมั่วๆ โดยไม่เข้าใจความหมาย
ในกรณีนั้น ยันต์ที่เขียนออกมามันก็จะสับสนปนเป พลังงานตีกันมั่ว ผลลัพธ์ก็ไม่ชัดเจน
ดีไม่ดีเขียนออกมาแล้วมีแค่พลังงานไหลเวียน พอเผาไฟก็มีแสงแวบๆ แค่นั้นเอง
ใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง
กระจ่างแจ้งแล้วทีนี้
ด้วยความเข้าใจระดับนี้ เขาอาจจะเริ่มดัดแปลงยันต์ระดับต่ำให้เป็นไปตามใจนึกได้แล้วก็ได้ ถึงก่อนหน้านี้จะเคยลองทำมาบ้าง แต่คราวนี้น่าจะอิสระกว่าเดิมเยอะ
ยกตัวอย่างเช่น เอาสัญลักษณ์ที่แตกยอดมาจากอักษร "เร็ว" ผสมเข้าไปใน "ยันต์เรียกฝน"
เผลอๆ อาจจะกลายเป็นเรียกลมเรียกฝน หรือทำให้ฝนตกลงมาเร็วขึ้น แรงขึ้น จนมีอำนาจทะลุทะลวงก็ได้ใครจะรู้
แน่นอนว่านี่เป็นแค่ไอเดียคร่าวๆ
และผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้จาก [ค่ายกลยันต์] ที่สำคัญที่สุดก็คือผลของค่ายกลนั่นเอง
นั่นคือการ "ซ้อนทับ" แบบง่ายที่สุดเท่าที่จวงไฉจะทำได้ในตอนนี้
ใช้หลักการค่ายกล ร่ายยันต์ชนิดเดียวกันสองหรือสามแผ่นพร้อมกัน เพื่อยกระดับผลลัพธ์ให้รุนแรงขึ้น
ปกติถ้าร่ายยันต์เหมือนกันหลายๆ แผ่นพร้อมกัน มันก็แค่ต่างคนต่างทำงาน ไม่ได้เชื่อมโยงกัน ผลลัพธ์ก็แค่แยกกันแสดงผล ไม่ได้เสริมแรงกันแต่อย่างใด
แต่ถ้าใช้เทคนิคซ้อนทับของ [ค่ายกลยันต์]
ขอยกตัวอย่างง่ายๆ อย่าง "ยันต์เรียกฝน" อีกรอบ
ขอแค่เขามีความสามารถถึง มีพลังจิตเพียงพอ จวงไฉอาจจะซ้อนยันต์เรียกฝนเข้าไปเป็นตับ แล้วเสกให้ฝนเทลงมาเป็นฟ้ารั่วได้เลย
เปลี่ยนสภาพอากาศในวงกว้างได้ในพริบตา
แต่ก็นะ ตอนนี้เขายังทำขนาดนั้นไม่ได้หรอก
คิดได้ดังนั้น จวงไฉก็กระดิกนิ้วเบาๆ ยันต์กองโตบนโต๊ะหัวเตียงก็ลอยหวือออกมา 6 แผ่น
ยันต์ทั้ง 6 แผ่นจัดเรียงตัวเป็นรูปแปดทิศหมุนวนอย่างเป็นระเบียบ
คิดไปคิดมา จวงไฉก็ดีดทิ้งไปแผ่นหนึ่ง
เหลือ 5 แผ่น... เขาพยักหน้าพอใจ 5 แผ่นคือขีดจำกัดในการควบคุมของเขาตอนนี้
หมายความว่าถ้าจะใช้เทคนิคซ้อนทับ เขาซ้อนได้สูงสุดแค่ 5 แผ่น
แถมการใช้ขีดจำกัดสูงสุดแบบนี้ยังผลาญพลังจิตฮวบๆ และกิน "ลมปราณ" ไปมหาศาล
ลมปราณที่เขาอุตส่าห์แปลงมาจากพลังงานเชียวนะ
ผลลัพธ์ที่ได้น่าจะทำให้ฝนตกหนักระดับพายุเข้าในรัศมี 300 เมตร
เทียบกับฝนพรำๆ รัศมี 100 เมตรแบบเดิมแล้ว ถือว่าหนังคนละม้วนเลยทีเดียว
แต่นั่นก็ต้องอาศัยการฝึกฝนและการจับคู่ที่ลงตัวด้วย
ในอนาคตเขาอาจจะเอายันต์ที่มีผลใกล้เคียงกันมาผสมกัน เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่น่าสนใจกว่านี้
หรือกระทั่งเอายันต์ระดับต่ำหลายๆ แผ่นมารวมร่างกัน ให้กลายเป็นยันต์ระดับสูงก็ได้
นี่แหละคือศักยภาพของ [ค่ายกลยันต์]
ส่วนจะรีดเร้นศักยภาพนี้ออกมาได้มากน้อยแค่ไหน หรือเร็วแค่ไหน ก็อยู่ที่ตัวจวงไฉเองแล้ว
จวงไฉนวดขมับตัวเองเบาๆ
ไอ้นี่มันตัวดูดเวลาชัดๆ แต่ก็ยังดีที่มันนับเป็นการฝึกฝนวิถียันต์ไปในตัว
จากนั้นเขาก็เริ่มขุดคุ้ยความรู้ที่ถูกยัดเข้ามาในหัว พลิกดูความทรงจำพวกนั้นทีละหน้า
เหมือนมีห้องสมุดขนาดยักษ์อยู่ในหัว จะหยิบเล่มไหนมาอ่านก็ได้ตามใจชอบ
ประหยัดเวลาจำไปได้โข
สมแล้วที่ยอมจ่ายไปตั้ง 100 คะแนน
พอนั่งทบทวนความรู้ที่ได้จากดันเจี้ยนรอบนี้...
น่าสนใจแฮะ
ถ้าเดาไม่ผิด จวงไฉพอจะเข้าใจความหมายของไอ้คำว่า "ศาสตร์แห่งยันต์-ขั้นที่หนึ่ง" แล้ว
สรุปง่ายๆ คือ ระดับของความรู้นี้ น่าจะครอบคลุมตั้งแต่ LV.0 ไปจนถึง LV.3
นี่เป็นแค่การคาดเดาคร่าวๆ ของเขา
ส่วนเหตุผลที่เดาแบบนี้ ก็เพราะความรู้เดิมที่เขามีอยู่แล้วนั่นแหละ
ความรู้เรื่องยันต์ในหัวจวงไฉมาจาก 3 แหล่งหลักๆ
[ควบคุมยันต์] [ค่ายกลยันต์] และ [ปฐมบทวิถียันต์]
ซึ่งความรู้พวกนี้มันซ้ำกับข้อมูลใหม่ที่ถูกยัดเข้ามาไปตั้ง 3 ใน 5 ส่วนแล้ว
หมายความว่าในหัวเขามีของใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแค่ 2 ใน 5 ส่วนเท่านั้น
และความรู้ที่เขาเพิ่งได้มา ก็อยู่ในระดับ LV.2 ซึ่งเป็นระดับปัจจุบัน
ส่วนที่ยังไม่มี แล้วก็ส่วนที่ระดับเท่ากัน รวมถึงส่วนน้อยที่ระดับสูงกว่า
พอมารวมๆ กันแล้ว ขีดจำกัดความรู้ชุดนี้น่าจะไปตันอยู่ที่ระดับ LV.3
มิน่าล่ะ ราคาแลกเปลี่ยนมันถึงแค่ 100 คะแนน
เพราะมันมีเนื้อหาซ้ำซ้อนกับสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วเยอะมาก ระบบมันเลยลดราคาให้แบบแฟร์ๆ
ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย ไม่คิดราคาเต็ม แต่หักส่วนที่รู้อยู่แล้วออกให้ด้วย
ช่างเป็นระบบที่รู้คุณธรรมจริงๆ
ส่วนความรู้ใหม่ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ก็เทไปกองรวมกันอยู่ที่พวกยันต์ชนิดใหม่ๆ
มียันต์ระดับเดียวกับยันต์เริ่มต้น ยันต์ที่ระดับสูงกว่าขั้นหนึ่ง และยันต์ที่สูงกว่าถึงสองขั้น
เพียงแต่ยิ่งระดับสูง จำนวนก็ยิ่งน้อยลง
ยันต์ระดับต่ำสุดสำหรับผู้เริ่มต้น ก็รวมถึงพวก 4 ยันต์พื้นฐานที่เขาเรียนไปแล้วด้วย
ความรู้ทั้ง 3 ระดับนี้ พอเอามารวมกัน ก็ครอบคลุมแทบทุกด้าน ทำให้คลังความรู้เรื่องยันต์ของจวงไฉระเบิดตัวขยายขึ้นอย่างมหาศาล
ปริมาณน่ะเยอะจริง แต่ปัญหาคือ ยันต์พวกนี้ไม่ได้มีประโยชน์ครอบจักรวาลเหมือน 4 ยันต์เริ่มต้นนั่นสิ
จากความรู้ในหัว ยันต์หลายชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสถานการณ์เฉพาะทางสุดๆ
แถมต้นทุนการผลิตก็แพง วิธีทำก็ยาก การใช้งานก็จำกัดวงแคบ
เช่น เขาเห็นยันต์ชนิดหนึ่งที่ช่วยให้ตัดต้นไม้ได้เร็วปรื๋อ... แต่มันก็ทำได้แค่ตัดต้นไม้นั่นแหละ
แล้วก็มียันต์คู่บุญของมัน ที่เอาไว้หั่นไม้ให้เป็นฟืน
ยันต์ไก่กาพวกนี้มีเยอะมาก ส่วนพวกยันต์ที่ "มีก็ดีไม่มีก็ได้" ก็มีเกลื่อนกลาด
อย่าง "ยันต์น้ำใส" ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเสกน้ำใสออกมา
ในสถานการณ์เฉพาะหน้ามันก็คงดีแหละ แต่ประเด็นคือมันดันเป็นยันต์ประเภทที่แพงและทำยาก
พูดง่ายๆ คือ เวลาและวัตถุดิบที่เสียไป มันไม่คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้เลยสักนิด
แน่นอนว่ามันก็มียันต์ระดับพรีเมียมอยู่บ้าง ที่ต้นทุนกับผลลัพธ์สมน้ำสมเนื้อกัน หรือบางอันดีเกินคาดด้วยซ้ำ แต่ของแบบนี้มีน้อย
นับไปนับมา ไม่น่าจะเกิน 10 ชนิด
ยันต์พวกนี้จวงไฉไม่ต้องไปเสียเวลาคัดเอง ความรู้ในหัวมันจัดหมวดหมู่ให้เสร็จสรรพว่าเป็น "ของดี"
เพราะคนในตระกูลเฉิน (ในเนื้อเรื่องดันเจี้ยน) เขาก็วิจัยกันมาจนปรุแล้ว อันไหนดีเขาก็คัดแยกไว้ให้
แต่ถึงจะเป็นของดีหรือของห่วย ต้นทุนในการเรียนรู้มันก็สูงใช่เล่น
มันต่างกันแฮะ... จากความรู้ชุดนี้ทำให้รู้เลยว่า
การจะเรียนยันต์พวกนี้ ต้องใช้ต้นทุนการเรียนรู้และเวลาไม่ใช่น้อยๆ
แต่ตอนที่เขาเรียน 4 ยันต์เริ่มต้น เขาเรียนแป๊บเดียวก็เป็นแล้ว
พอลองมาคิดดูดีๆ ความรู้ชุดนี้มันมาจากตระกูลในโลกมนุษย์ที่กำลังพยายามถีบตัวเข้าสู่เส้นทางเซียน โดยการรวบรวมความรู้มาจากซากโบราณสถานต่างๆ
ถึงจะดีแค่ไหน แต่มันก็ยังไม่สมบูรณ์ ขาดๆ เกินๆ ไม่ครอบคลุม
แล้วไอ้ [ปฐมบทวิถียันต์] ที่เขาได้มาตอนแรกล่ะ ระดับไหน? อันนั้นมันคู่มือสำหรับศิษย์ใหม่ของสำนักเซียนแท้ๆ ชัดๆ
ดูจากลีลาการต่อสู้ของจิ้งจอกเฒ่านั่นก็รู้ว่าเป็นยอดฝีมือ ตำราที่แกให้มาต้องเป็นคู่มือปูพื้นฐานที่เหมาะเหม็งสุดๆ แน่นอน
เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
มิน่าล่ะ 4 ยันต์นั้นถึงถูกเลือกให้เป็นบทเรียนแรกใน [ปฐมบทวิถียันต์]
พอเอามาเทียบกับ "ของดี" ในความทรงจำชุดใหม่ ถึงได้รู้ซึ้งถึงความล้ำค่าของ 4 ยันต์นั้น
ง่ายต่อการเรียนรู้ ต้นทุนต่ำ ครอบคลุมการใช้งานกว้าง พลิกแพลงได้สารพัด
เป็นของดีระดับมาสเตอร์พีซทุกอัน
เมื่อก่อนมีของดีอยู่กับตัวแท้ๆ ดันไม่รู้คุณค่า
พอมองดูวิธีเรียนและต้นทุนการผลิตยันต์ใหม่ๆ ในหัว
"เฮ้อ..." จวงไฉถอนหายใจยาวเหยียด
มือนวดขมับแรงๆ
"ตูจะเอาเวลาที่ไหนไปทำฟะเนี่ย?"
คงต้องคัดเลือกยันต์ที่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมาใช้ก่อน
เพราะพลังงานคนเรามีจำกัดนี่นะ
พอบ่นเสร็จ จวงไฉก็ตั้งสติ เริ่มเรียบเรียงความคิด
เริ่มจากวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองก่อนว่าขาดอะไร
อย่างแรก ความปลอดภัยต้องมาก่อน
ภาพแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือตอนที่เขาเห็นพลังของยันต์เป็นครั้งแรก
ยันต์ป้องกันสีทองอร่ามที่จิ้งจอกเฒ่าใช้
งั้นข้อแรก ต้องมียันต์ป้องกัน
อย่างที่สอง ยันต์รักษาอาการบาดเจ็บ
และต้องเป็นแบบรักษาเร่งด่วนด้วย อย่างเช่น "ยันต์ย้ายโรค" ที่เคยใช้
แต่นั่นมันเป็นของที่ได้จากบอสในดันเจี้ยน ในความรู้ชุดใหม่นี้ไม่มียันต์แบบเดียวกันเป๊ะๆ
อย่างที่สาม ยันต์โจมตีรุนแรง
ถึงตอนนี้เขาจะพลิ้วไหว แต่ยังขาดท่าไม้ตายที่เอาไว้ปิดจ๊อบตูมเดียวจอด
โดยเฉพาะตอนสู้กับไอ้ปีศาจหมูอ้วนตัวนั้น เห็นได้ชัดเลยว่าพลังโจมตีเขาไม่พอ
ทำได้แค่บังคับมีดบินเจาะทะลุ หรือใช้ยันต์มีดบินเฉือนเนื้อไปเรื่อยๆ
จะเรียกว่าสะกิดเกาก็เกินไปหน่อย แต่ก็ใกล้เคียงแหละ
ได้แต่เป็นฝ่ายซัพพอร์ตตลอดงาน
อย่างที่สี่ ก็พวกยันต์ฟื้นฟู ฟื้นแรงกาย ฟื้นพลังงาน หรือฟื้นลมปราณ
ข้อนี้เอาไว้ท้ายสุดเพราะไม่ค่อยคาดหวังเท่าไหร่ ยันต์พวกนี้ระดับน่าจะสูงเกิน LV.2
ตั้งโจทย์ไว้ 4 ข้อ จวงไฉก็เริ่มค้นความทรงจำในหัว พลิกหาทีละหน้าๆ
อ่านรายละเอียดและคำอธิบายของยันต์แต่ละชนิดอย่างละเอียด
ดูซิว่ามีอันไหนตรงสเปก หรือใกล้เคียงกับที่เขาต้องการบ้าง
ข้อแรก ยันต์ป้องกัน... เจอแล้ว! แถมเจอแบบแจ่มๆ ถึง 2 แบบให้เลือกด้วย แต่ละแบบก็มีดีมีเสียต่างกันไป
ข้อสอง ยันต์รักษา... ก็เจอเหมือนกัน แต่มีแค่อันเดียว แถมดูจะแค่ "พอถูไถ" ไม่ได้ตรงเป๊ะซะทีเดียว
ข้อสาม ยันต์โจมตี... อันนี้เยอะสุด มีให้เลือกถึง 4 แบบ ไล่ตั้งแต่ระดับต่ำไปสูง เลือกได้ตามสะดวกเลย
ส่วนข้อสี่... หาไม่เจอเลยสักอัน ต้องตัดใจไปก่อน
ในบรรดายันต์ที่เหลือ จวงไฉลองกวาดตามองดู ยังมีอีกหลายอันที่ถึงจะไม่ตรงกับ 4 ข้อที่ตั้งไว้ แต่น่าสนใจพิลึก เก็บไว้ก่อน เผื่อวันหน้าได้ใช้
แต่ตอนนี้เวลาเป็นเงินเป็นทอง เอาแค่นี้ก่อนละกัน
[จบแล้ว]