เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 - ผ้าคลุมเงา

บทที่ 49 - ผ้าคลุมเงา

บทที่ 49 - ผ้าคลุมเงา


บทที่ 49 - ผ้าคลุมเงา

เมื่อเงินเข้าบัญชี

ในที่สุดจวงไฉกับหนานซูเป่ยก็มีเงินซื้อตั๋วกลับบ้าน

ใช่แล้ว ตอนจ่ายค่าโรงแรม กระเป๋าตังค์ของทั้งคู่เกลี้ยงบอแบ๋

บนเครื่องบิน จวงไฉมองดูข้อความแจ้งเตือนในโทรศัพท์

หลังจากแบ่งกับแพลตฟอร์มคนละครึ่ง และหักภาษีแล้ว ได้เงินมาทั้งหมด 9 ล้านกว่า

หลังจากนี้ยอดเงินแต่ละเดือนคงไม่เยอะเท่าเดือนนี้แล้ว แต่แน่นอนว่ามันจะเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนน้ำซึมบ่อทราย

ที่ได้เยอะขนาดนี้ ต้องขอบคุณสัญญาที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับเขาพอสมควร

ไม่อย่างนั้นคงได้น้อยกว่านี้

พอเงินถึงมือ ถึงจะเข้าใจความรู้สึกนี้

คิดได้ดังนั้น จวงไฉก็พูดว่า "ซูเป่ย พอกลับไปแล้ว นายช่วยวิ่งเรื่องจดทะเบียนบริษัทให้หน่อยสิ"

"บริษัท? ทำไมอะ" หนานซูเป่ยที่นั่งข้างๆ งง

"รายได้ส่วนบุคคลของฉันสูงเกินไป"

หนานซูเป่ยส่ายหน้าไม่เข้าใจ เพราะเขายังไม่ถึงวัยต้องหาเงิน

แต่ก็รับปากว่า "ไม่มีปัญหา"

ไม่นานทั้งคู่ก็ลงจากเครื่องบิน กลับถึงบ้าน

"ต้องรออีกเดือนนึงเลยเหรอ ทำไมต้องรอนานขนาดนี้เนี่ย" หนานซูเปี่ยนั่งถอนหายใจบนโซฟา

ได้ยินแบบนั้น จวงไฉก็ปรายตามองแล้วพูดเรียบๆ ว่า "นายควบคุมพลังตัวเองให้ได้ก่อนค่อยบ่นเถอะ"

แม้การเพิ่มขึ้นของค่าสถานะจะทำให้พวกเขาควบคุมพลังได้ระดับหนึ่ง แต่มันก็แค่คร่าวๆ

การเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ย่อมนำมาซึ่งปัญหา

เช่นเมื่อวานหนานซูเป่ยเผลอออกแรงมากไป บีบกระป๋องน้ำอัดลมระเบิดคามือ น้ำพุ่งใส่ทั้งคู่จนเลอะเทอะ

เจ้าตัวบอกว่าระวังแล้ว แต่ก็ยังกะแรงไม่ถูก

ได้ยินแบบนั้น หนานซูเป่ยก็ยิ้มแห้งๆ

"จริงสิ อยู่ข้างนอกไม่สะดวกถาม สกิลที่นายได้มาคืออะไร"

พอพูดเรื่องนี้ หนานซูเป่ยที่คันปากอยากเล่ามานานก็เด้งตัวลุกจากโซฟาทันที

ลากจวงไฉออกไปที่ลานบ้าน

"สกิลที่ผมได้ชื่อว่า ผ้าคลุมเงา เอฟเฟกต์ก็คือ... พี่คอยดูนะ"

พูดจบ หนานซูเป่ยก็คว้ามือไปในอากาศ

ในมือของเขาก็ปรากฏวัตถุคล้ายผ้าที่มีควันสีเทาจางๆ ลอยออกมา

เขาสะบัดผ้าคลุมร่างตัวเองเหมือนใส่เสื้อคลุม แล้วหดตัวเข้าไปในเงาไม้ข้างๆ

ร่างของเขาดูเลือนรางกลมกลืนไปกับความมืดจนแทบสังเกตไม่เห็นทันที

"ล่องหนเหรอ?" จวงไฉแปลกใจ

พูดตามตรง สกิลล่องหน ฟังดูธรรมดา แต่ใช้งานจริงมันมีประโยชน์มาก

และชัดเจนว่า นี่เป็นสกิลประเภทพลังงาน

ตามคำบอกเล่าของซุนจ้านมู่ ดันเจี้ยนเลเวล 0 เกรด S จะให้สกิลพลังงาน ดันเจี้ยนเลเวล 1 เกรด A และดันเจี้ยนเลเวล 2 เกรด B ก็จะให้เช่นกัน ไล่ไปเรื่อยๆ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงบอกว่า ต่ำกว่าเลเวล 3 การไหลเวียนของพลังงานถือเป็นของหายาก

เพราะก่อนอื่นคุณต้องมีสกิลที่เกี่ยวกับพลังงาน มันถึงจะมอบประสบการณ์และความทรงจำให้คุณ

คุณถึงจะอาศัยประสบการณ์และความทรงจำพวกนี้ ควบคุมพลังงานในร่างกายให้ไหลเวียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ไม่อย่างนั้นพลังงานก็จะแค่กองอยู่ในตัว ทำอะไรไม่ได้

แน่นอนว่าคุณฝึกฝนในโลกจริงก็ได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำสำเร็จได้ในวันสองวัน

เหมือนการฝึกวิทยายุทธ์ ต้องใช้เวลาฝึกฝนยาวนาน

สู้เอาเวลานั้นไปทุ่มเทด้านอื่น เพื่อเคลียร์ดันเจี้ยนให้เร็วขึ้น หรือทำเกรดให้สูงขึ้นในดันเจี้ยนจะดีกว่า

"ไม่ใช่ล่องหนสมบูรณ์ แค่เป็นสกิลที่ช่วยพรางตัวในเงา"

พูดจบหนานซูเป่ยที่อยู่ในเงาก็ขยับตัว

พอขยับ จวงไฉที่จ้องมองเงาอยู่ตลอดก็รู้สึกถึงความผิดปกติทันที มันมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

จากนั้นจวงไฉลองเดินไปมาในเงา ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่ตาบอด ยังไงก็ต้องเห็น

"หมายความว่าถ้าอยากจะซ่อนตัวให้เนียนก็ต้องอยู่นิ่งๆ?"

"ถูกต้อง" ว่าแล้วหนานซูเป่ยก็เปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นหัวตัวเอง

บอกตรงๆ สภาพดูประหลาดมาก เหมือนหัวคนที่มีก้อนอะไรใสๆ บิดเบี้ยวอยู่ข้างล่าง

"พูดตามตรง แค่นี้ก็สุดยอดมากแล้ว" จวงไฉชม

หนานซูเป่ยพยักหน้าอย่างพอใจ "ตอนนี้ผมคือนักฆ่าในเงามืด!"

ว่าแล้วก็คลุมโปง ใช้มือเท้าปีนขึ้นไปบนต้นไม้ในพริบตา

สิ่งที่เห็นมีแค่การบิดเบี้ยวของอากาศชั่วขณะ ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็มองไม่เห็นจริงๆ

พอบวกกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วของเขา ก็ยิ่งเนียน

ยิ่งบนต้นไม้มืดกว่าเดิม แม้แต่รอยบิดเบี้ยวก็ยังสังเกตยาก

จากนั้นเขาก็กระโดดลงมา สะบัดมือ ผ้าคลุมก็สลายไป

"แล้วของพี่ล่ะ"

ได้ยินคำถาม จวงไฉก็ยิ้มมุมปาก

หงายฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก ยกมือขึ้นทำท่าเหมือนกำลังรวบรวมลมปราณ ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วกระแทกฝ่ามือขวาออกไป

"ฮึบ!"

สิ้นเสียงตวาด ฝ่ามืออยู่ห่างจากต้นไม้ตั้งสองสามเมตร แต่กลับมองเห็นระลอกคลื่นในอากาศได้อย่างชัดเจน ราวกับไอสีขาวจางๆ ก่อตัวขึ้น

คลื่นกระแทกปะทะเข้ากับลำต้น ต้นไม้ทั้งต้นสั่นไหว ใบไม้แห้งร่วงกราว

"เชี่ย! กำลังภายใน!"

หนานซูเป่ยรีบวิ่งเข้ามา จับไหล่จวงไฉแล้วจ้องตาถลน

"กำลังภายในใช่ไหม?"

"ใช่และไม่ใช่ อันนี้เรียกว่า 'ชี่' (Qi)"

"แบบในดราก้อนบอลอะนะ?"

"ดราก้อนบอล? พลังคลื่นเต่าเลยมั้ยล่ะ" จวงไฉกลอกตา แล้วอธิบาย "มันแค่การเปลี่ยนรูปแบบพลังงาน เปลี่ยนให้เป็นลมปราณได้ก็แค่นั้น"

"ผมเข้าใจละ ปรมาจารย์ลมปราณ แบบพวกต้มตุ๋นสมัยก่อนใช่ไหม" หนานซูเปี่ยนึกอะไรขึ้นมาได้

ได้ยินแบบนั้น จวงไฉขมวดคิ้ว พอลองคิดดู ระดับตอนนี้มันก็ประมาณนั้นจริงๆ

เหมือนพวกเอฟเฟกต์ที่ปรมาจารย์กำมะลอชอบโม้หลอกคน เพียงแต่พวกนั้นดีแต่ปาก แต่ปราณในตัวเขาทำได้จริง

"คล้ายๆ มั้ง คล้ายๆ แหละ"

ได้ยินแบบนั้น หนานซูเป่ยก็ขยับเข้ามาใกล้แล้วถาม "งั้นทำแบบนั้นได้ไหม แบบ แส้สายฟ้าห้าเส้น"

"ปัญญาอ่อนละ ไปเล่นตรงนู้นไป ฉันจะไปทำบทสรุปแล้ว" จวงไฉมองบน โบกมือไล่แล้วเดินหนี

หนานซูเป่ยยืนอยู่ที่เดิมตะโกนไล่หลัง "แล้วอีกอันล่ะพี่?"

คะแนนประเมินของพวกเขาต้องไม่เท่ากันแน่ เพราะเขากับอู้เนี่ยนยังงงๆ แต่พี่ชายเขาทำภารกิจครบจบกระบวนการ

พวกเขาสองคนเรียกว่าเกาะใบบุญจวงไฉมาจนได้เกรด A

"อีกสักพักเดี๋ยวนายก็รู้"

"หา? ตกเบ็ดอีกแล้ว"

[ควบคุมยันต์] ก็เหมือนกับ [ตราประทับพลังงาน] สำหรับคนทั่วไปถือว่าเป็นสกิลที่ค่อนข้างไร้ประโยชน์

แต่สำหรับจวงไฉมันต่างออกไป เพราะสกิลทุกอย่างสำคัญที่ความเหมาะสม ถ้าไม่เหมาะต่อให้ดีแค่ไหนก็ไร้ค่า

เขาใช้เงินจำนวนมากสั่งซื้อวัสดุและเครื่องมือต่างๆ ผ่านมือถือ

ของพวกนี้มีขายในร้านค้าทั่วไป และนี่แหละคือตัวผลาญเงินตัวจริง

พูดตามตรง จวงไฉเริ่มสงสัยแล้วว่าเงินแค่นี้จะใช้ได้นานแค่ไหน

เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ กลับเข้าห้อง นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เริ่มเรียบเรียงบทสรุป

ครั้งนี้เขาตั้งใจจะตัดเนื้อหาช่วงหนึ่งในบทสรุปออกไป

นั่นคือช่วงที่ใช้ยันต์สื่อสารส่งจดหมายออกไป รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ช่วงนี้ไม่ว่าจะยังไง ก็เป็นข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นความลับ

เขาแค่อยากรู้ว่า การฆ่าหมูเพชฌฆาตกับการส่งจดหมาย อันไหนคือคะแนนลับ หรือว่านับทั้งคู่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 49 - ผ้าคลุมเงา

คัดลอกลิงก์แล้ว