- หน้าแรก
- ราชันย์บทสรุปดันเจี้ยน
- บทที่ 47 - ควบคุมยันต์แปลงปราณ
บทที่ 47 - ควบคุมยันต์แปลงปราณ
บทที่ 47 - ควบคุมยันต์แปลงปราณ
บทที่ 47 - ควบคุมยันต์แปลงปราณ
เนื่องจากนักสำรวจแต่ละคนเคลียร์ดันเจี้ยนที่แตกต่างกัน และได้รับสกิลที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ยากต่อการประเมินระดับ
ดังนั้นการประเมินระดับทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับค่าสถานะ นั่นคือร่างกายและพลังจิต
หากค่าสถานะทั้งสองอย่างถึง 6 ก็จะถูกประเมินว่าเป็นเลเวล 1
ขอแค่ผ่านดันเจี้ยนเลเวล 0 ได้สักครั้ง ค่าสถานะทั้งสองอย่างจะต้องเกิน 6 แน่นอน นี่เป็นเรื่องตายตัว
และหากต้องการเลื่อนจากเลเวล 1 ไปเป็นเลเวล 2 ค่าสถานะทั้งสองอย่างจะต้องเกิน 10
เลเวล 2 ไปเลเวล 3 ต้องมีค่าสถานะเกิน 15
นี่เป็นวิธีการประเมินที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด
หลังจากทั้งสามคนแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเสร็จ หนานซูเป่ยก็เป็นคนสุดท้ายที่เริ่มรับรางวัลการเคลียร์ดันเจี้ยน
เมื่อพลังงานสีขาวไหลเข้าสู่ร่างกายของหนานซูเป่ย
เขาถึงกับหลับตาตะโกนลั่น "พลัง พลังมันพุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว!"
จวงไฉชินกับภาพนี้แล้ว แต่อู้เนี่ยนเห็นจะยังไม่ชิน เขาหันมามองจวงไฉด้วยสายตาแปลกๆ
เจอมองแบบนี้ จวงไฉทำได้แค่ถอนหายใจเงียบๆ แล้วชี้ไปที่หัวตัวเอง พร้อมส่ายหน้าอย่างจนใจ
อู้เนี่ยนพนมมือ "อมิตาพุทธ"
เมื่อรับพลังเสร็จ หนานซูเป่ยที่ค่าสถานะเพิ่มขึ้นก็ลืมตาขึ้นมา มองมือซ้ายขวาของตัวเองแล้วกำหมัดแน่น
"ฉันรู้สึกว่าตัวเองไร้เทียมทานแล้ว"
นี่คือความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดหลังจากค่าสถานะพุ่งพรวด
"พอได้แล้ว เลิกบ้าก่อน ยังต้องแลกของรางวัลอีกนะ"
จวงไฉพูดอย่างระอา
[ตอนนี้ โปรดเลือกสิ่งของที่คุณต้องการนำออกไป คะแนนรวมของคุณคือ: 140]
สิ้นเสียง จวงไฉก็เริ่มใช้คะแนน ร่างของเขาหายวับไปจากตรงนั้นทันที
เขามาปรากฏตัวที่กองไฟหน้าทางเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง
และข้างกายก็ไม่มีอีกสองคนตามมาด้วย
"เวลาใช้คะแนน แต่ละคนจะแยกไปอยู่คนละมิติสินะ" จวงไฉพึมพำ
เขารู้สึกได้ว่าแม้จะผ่านดันเจี้ยนมาด้วยกัน แต่พอถึงช่วงรับรางวัล ระบบก็ยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนมาก
รออยู่สักพักจนแน่ใจว่าเป็นแบบนั้น จวงไฉถึงปัดก้นลุกขึ้นยืน
ตอนที่เขาจากไป สกิลทั้งสามที่เหลือยังไม่หายไปไหน และราคาของแต่ละสกิลก็ยังอยู่ที่ 60 คะแนนเหมือนเดิม
นั่นหมายความว่าครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากครั้งก่อน เขามีโควตาแค่ 80 คะแนน
ร่างของเขาไปปรากฏภายในวัด
จวงไฉเริ่มหยิบหนังสือพวกนั้นมาดูอย่างลวกๆ
คัมภีร์ใบลานต่างๆ ราคาแลกเปลี่ยนกลายเป็น 1 คะแนนทั้งหมด บางเล่ม 1 คะแนนแลกได้ตั้งหลายเล่มด้วยซ้ำ
"อำนาจการใช้จ่ายของคะแนนเพิ่มขึ้นเหรอ"
ตอนที่เพิ่งเคลียร์เสร็จ จวงไฉเห็นคะแนนตัวเองมี 140 ก็ยังสงสัยอยู่ ตอนนี้ความสงสัยนั้นกระจ่างแล้ว
แม้ว่าคะแนนเต็มของการเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวล 0 และเลเวล 1 จะอยู่ที่ 140 เท่ากัน แต่อำนาจการซื้อของ 140 คะแนนนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ดูเหมือนจะเป็นไปตามข้อมูลในเว็บบอร์ด
ทุกๆ ระดับที่เพิ่มขึ้น อำนาจการซื้อของคะแนนจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า
แน่นอนว่าไม่รวมถึงดันเจี้ยนเลเวล 3 ขึ้นไป
ปัญหาก็คือ เขาจะแลกอะไรดีล่ะ
จวงไฉยืนกอดอกครุ่นคิดอยู่กับที่
จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งจะมองเห็นข้อเสียของดันเจี้ยนนี้ นอกจากความยากที่ค่อนข้างสูงแล้ว
นั่นคือของที่ให้ใช้คะแนนแลกมีน้อยมาก
ในหัวเขาตอนนี้นอกจากยันต์สีเหลืองไม่กี่ใบนั้น ก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะเอาอะไร
เขาเริ่มเดินสำรวจในวัด
ยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้าย: 15 ยันต์สะกดมาร: 30 ยันต์สื่อสาร: 10
ราคาของยันต์สามชนิดที่จวงไฉหาเจอในวัดถูกระบุไว้
เขาถึงขั้นลองไปดูศิลาสะกดมารที่หน้าเจดีย์
แผ่นหินที่สลักอักษรเทพคำว่า "สะกด" เอาไว้
ราคาแลกเปลี่ยน 1800
"บ้าไปแล้ว"
แต่เขาก็ไม่ได้เดินหนี กลับนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าศิลา
จ้องมองตัวอักษรนั้นตาไม่กระพริบ
จนกระทั่งรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งร่องรอยการตวัด ทั้งจิตวิญญาณของตัวอักษร ถูกประทับลงในสมองอย่างสมบูรณ์ เขาถึงลุกขึ้น
จากนี้ก็ต้องดูว่าเขาจะมีวาสนาเหมือนพลูโตหรือไม่
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ ร่างของเขาไปปรากฏยังสถานที่ต่อสู้ครั้งสุดท้าย
และแล้วของในฉากต่อสู้ก็ยังคงอยู่ที่นี่
ของบนตัวเจ้าอาวาสหัวหมูก็แลกได้เช่นกัน
"แพงขนาดนี้เลย?"
จวงไฉตกใจกับราคาอุปกรณ์บนตัวเจ้าอาวาสหัวหมู
ไม้เท้ากระดูกนั่นต้องใช้ 800 คะแนน
สร้อยประคำหัวกะโหลกต้องใช้ 650 คะแนน
ชัดเจนว่าตั้งราคาไว้ไม่ให้แลก และดูทรงแล้วก็ไม่ใช่ของที่ควรอยู่ในระดับนี้ด้วย
จวงไฉเริ่มไล่ดูทีละอย่าง
ยันต์ทองคุ้มกายที่ช่วยป้องกันพวกเขา แลกไม่ไหว ดาบยันต์ที่ตรึงเจ้าอาวาส แลกไม่ไหว
มีเพียงยันต์ที่ช่วยรักษาพวกเขาเท่านั้นที่พอจะแลกได้
ยันต์ย้ายโรค: 30
ราคาเดียวกับยันต์สะกดมาร
สุดท้ายสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่จานหยกขนาดเท่าฝ่ามือที่จิ้งจอกนักพรตโยนให้เขา
มันคือแผ่นหยกที่มีตัวอักษรสีทองลอยวนเวียนอยู่
"ปฐมบทวิถียันต์"
เมื่อเขาสัมผัส มันก็มีข้อความแจ้งเตือน (ผู้ผ่านด่าน: จวงไฉ)
นี่คือของที่เขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์แลก
รางวัลการแลกเปลี่ยนเฉพาะตัว
ราคาที่ต้องการคือ 50 คะแนน
ถ้าอย่างนั้นจะแลกอะไรก็ไม่ต้องเดาแล้ว
แลกทันที
[ไอเทมนี้เป็นวัสดุสิ้นเปลืองพิเศษ โปรดเลือกว่าจะใช้งานหรือเก็บไว้
ใช้งาน จะไม่ต้องใช้เงื่อนไขอื่น หากเก็บไว้ จะใช้งานเองในภายหลัง]
หมายความว่าไง
คิดดูสักพัก จวงไฉก็เหมือนจะเข้าใจ
คงจะเหมือนในนิยายพวกนั้น เพราะมันไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นแผ่นหยก
การจะรับความรู้ข้างใน ต้องมีเงื่อนไขหรือวิธีการบางอย่าง
ถ้าไม่รู้วิธี ระบบจะบริการให้อย่างดีโดยการใช้งานให้เลย
แต่ถ้ารู้วิธีใช้งาน ก็เก็บไว้ได้
เข้าใจผู้ใช้ดีแฮะ
"ใช้งาน"
สิ้นเสียงจวงไฉ คะแนนลดลงไป 50 แผ่นหยกหมองลงทันที ความรู้ภายในกลายเป็นก้อนพลังงานไหลเข้าสู่สมองของเขา
จากนั้นแผ่นหยกก็เกิดรอยร้าวและแตกเป็นเสี่ยงๆ
ความรู้ถูกบันทึกไว้ในสมองแล้ว แต่ไม่ใช่การเรียนรู้ เป็นเหมือนการท่องจำจนขึ้นใจ
สามารถเรียกดูในหัวได้ตลอดเวลา
ของไฮโซชะมัด
ทีนี้ก็ต้องเลือกว่า 30 คะแนนที่เหลือจะเอาไปทำอะไร
เห็นได้ชัดว่าเอาไปแลกยันต์ได้หลายใบ
คิดไปคิดมา จวงไฉตัดสินใจเลือกยันต์ที่ใช้สะกดภูตผีปีศาจ
ผลลัพธ์การใช้งานมันรุนแรงสะใจดี ที่สำคัญคือสัญลักษณ์บนนั้นดูออกเลยว่าดัดแปลงมาจากอักษรเทพคำว่า "สะกด"
อาจจะมีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจอักษรเทพ
หลังแลกเสร็จ เก็บ 60 คะแนนที่เหลือไว้ จวงไฉกลับมายังพื้นที่สีขาว
ตอนนื้ในพื้นที่สีขาว ก็ยังไม่เห็นอีกสองคน
ถึงเวลาเลือกซื้อสกิลแล้ว
มองดูสกิลทั้งสาม จวงไฉไม่ลังเลเลย เลือกข้อแนะนำระดับ A ทันที
เพราะเขารู้แล้วว่ามันคืออะไร
เมื่อเลือกเสร็จ ตัวอักษรทั้งหมดก็หายไป พลังงานสีทองไหลเข้าสู่ร่างกาย กลายเป็นประสบการณ์และความทรงจำ
พลังงานในร่างกายของเขาเริ่มมีทิศทาง มีทางเลือกในการเปลี่ยนแปลง
ตอนนี้เขาสามารถเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็น "ปราณ" ได้
ซึ่งเป็นคุณสมบัติพลังงานเฉพาะของโลกใบนั้น
นี่คือพลังงานที่มีความสมดุลสูง เน้นไปที่การปรับสมดุลร่างกาย
เน้นความกลมกลืนระหว่างร่างกายและธรรมชาติ
จวงไฉเริ่มเปลี่ยนพลังงานสากลในร่างกายทั้งหมดให้กลายเป็นลมปราณ ตามความทรงจำและประสบการณ์ที่ได้รับ
นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับได้ พลังงานสากลในร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีคุณสมบัติอื่นได้ภายใต้การควบคุม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงถูกเรียกว่าพลังงาน X
เมื่อเขาเลือกเสร็จ
หนานซูเป่ยและอู้เนี่ยนก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในพื้นที่สีขาว
"พี่ ทำไมช้าจัง"
ตอนนี้ทั้งสามคนมือเปล่า ดูท่าจะแลกอะไรไปคงไม่ต้องเดาแล้ว
"ฉันคะแนนเยอะ ช่วยไม่ได้" จวงไฉยิ้มตอบ
หนานซูเป่ย อู้เนี่ยน: "..."
[จบแล้ว]