- หน้าแรก
- ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับพระเจ้า
- บทที่ 375: ขอแค่อย่าเจออีกฝ่าย นายก็ชนะแล้ว! (ฟรี)
บทที่ 375: ขอแค่อย่าเจออีกฝ่าย นายก็ชนะแล้ว! (ฟรี)
บทที่ 375: ขอแค่อย่าเจออีกฝ่าย นายก็ชนะแล้ว! (ฟรี)
เสินหลางยังไม่สนใจเรื่องอื่นใดในตอนนี้ ขณะเย่าเย่ากำลังเตรียมตัว เขาก็เดินหน้าฝ่าดันเจี้ยนต่อไป
ด้วยพิกัดของดันเจี้ยนที่ชูเจิ้นฮวาให้มา เขาจึงมุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนระดับห้าดาวถัดไปได้อย่างง่ายดาย
เช่นเคย เสินหลางตรวจสอบตารางคะแนนทันที
เมื่อยืนยันว่าไม่มีบันทึกการเคลียร์ระดับนรกที่ได้แรงค์ SSS เขาก็ตัดสินใจท้าทายดันเจี้ยนโดยไม่ลังเล
เขาเลือกความยากระดับนรก โหมดท้าทายเดี่ยว
ไม่นานหลังจากนั้น ภายใต้แสงเทเลพอร์ต เสินหลางและสาวหูสัตว์ทั้งหลายก็เข้าสู่วังวนของดันเจี้ยน
เมื่อการเทเลพอร์ตสิ้นสุดลง ภาพตรงหน้าของทุกคนก็เริ่มชัดเจน
ผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาล
เสินหลางกวาดตามองไปรอบ ๆ รู้สึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นว่า “คราวนี้น่าจะเป็นดันเจี้ยนแบบสัตว์อสูรในป่าแล้วล่ะ”
ดันเจี้ยนช่างแปลกประหลาดเสมอ ยกตัวอย่างเช่นดันเจี้ยนเมืองก่อนหน้านั้น มันไม่ใช่สัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยซอมบี้ล้วน ๆ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ไม่ใช่ซอมบี้แท้ ๆ แต่คล้ายซอมบี้
เหล่าสัตว์ประหลาดในดันเจี้ยนล้วนเคยเป็นมนุษย์ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาตกสู่ความเสื่อมทราม กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่สัตว์
พวกมันไร้ซึ่งเหตุผลในแบบมนุษย์ มีเพียงความกระหายเลือดและความต้องการฆ่า
ในดันเจี้ยนระดับนรก ซอมบี้เหล่านี้แข็งแกร่งไม่น้อย แต่สำหรับเสินหลางและพรรคพวก พวกมันก็ไม่ใช่ปัญหา
ตอนนี้เมื่อเป็นดันเจี้ยนประเภทสัตว์อสูร เสินหลางก็รู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง
อย่างไรเสีย ดันเจี้ยนซอมบี้เหล่านั้น เหล่าสัตว์ประหลาดกึ่งมนุษย์นั้นน่าขยะแขยงจริง ๆ
เมดูซ่ามองไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยถามว่า “นายท่าน ดันเจี้ยนนี้ดูไม่เล็กเลยนะ ยังเหมือนครั้งก่อนหรือเปล่า?”
"เหมือนครั้งก่อน" ที่ว่า หมายถึงพวกเธอจะแยกกันเคลื่อนไหว แล้วรวมพลังกันเพื่อเคลียร์ดันเจี้ยนได้อย่างง่ายดาย
“ไม่ต้องรีบ!”
เสินหลางส่ายหน้า ก่อนจะหยิบผลวิญญาณพรสวรรค์ออกมาจากกระเป๋าเป้สามลูก เป็นของรางวัลจากการเคลียร์ดันเจี้ยนก่อนหน้านี้
“ซาซ่า แล้วก็เสี่ยวอิ๋ง ครั้งนี้ฉันจะให้พวกเธอคนละลูก อืม... ฉันจะลองกินดูอีกลูกเหมือนกัน!”
เสินหลางยื่นผลวิญญาณพรสวรรค์สองลูกให้กับเมดูซ่าและราชาเงา อีกลูกเก็บไว้ให้ตัวเอง
แม้ชูเจิ้นฮวาจะเคยพูดไว้ว่า การมีพรสวรรค์มากเกินไปจะส่งผลต่อเส้นทางอาชีพในอนาคตของเขา แต่ในเมื่อมีอยู่แล้ว ก็ใช่ว่าจะทิ้งได้เสียเมื่อไร
ค่อยว่ากันเมื่อถึงเวลา อย่างแย่สุดก็แค่เลิกใช้มันเท่านั้น
ตอนนี้เขายังเป็นแค่ผู้ปลุกอาชีพระดับสี่ดาว หากได้พรสวรรค์ที่มากขึ้นและดียิ่งขึ้น ก็จะสามารถไปถึงผู้ปลุกอาชีพระดับสิบดาวได้เร็วกว่าเดิม
“นายท่าน ท่านกินก่อนเถอะค่ะ!”
หลังจากราชาเงารับผลวิญญาณพรสวรรค์มา เธอก็มองเสินหลางด้วยแววตาคาดหวัง อยากให้เขาเป็นคนกินก่อน
เมดูซ่าก็พยักหน้าเช่นกัน
แม้สาวหูสัตว์คนอื่นจะไม่ได้รับผลวิญญาณพรสวรรค์ แต่ก็ไม่มีใครแสดงความไม่พอใจออกมา เพราะพวกเธอเคยได้รับมาก่อนแล้ว
เสินหลางพยักหน้าแล้วยิ้ม “ตกลง งั้นฉันกินก่อนละนะ!”
ว่าแล้วเขาก็โยนผลวิญญาณพรสวรรค์รูปทรงคล้ายแก้วมังกรเข้าปากไปทันที
เมื่อเข้าปาก ผลวิญญาณพรสวรรค์ก็ละลายทันที และในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวของเสินหลาง
【คุณได้บริโภคผลวิญญาณพรสวรรค์ระดับ A สำเร็จ การปลุกพรสวรรค์ระดับ A สำเร็จ!】
【ขอแสดงความยินดี คุณได้รับพรสวรรค์ระดับ A — พละกำลังพวยพุ่ง!】
【พละกำลังพวยพุ่ง (พรสวรรค์ระดับ A)】
【ผล: เพิ่มพละกำลังโดยรวมขึ้น 50% จากเดิม】
หลังเสียงแจ้งเตือนจบลง เสินหลางหยุดไปชั่วครู่ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มออกมา เขารู้สึกว่าพรสวรรค์นี้ไม่เลวเลยทีเดียว
ในคุณลักษณะสี่มิติของเสินหลาง ณ ตอนนี้ วิญญาณคือจุดแข็งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนพละกำลังนั้นถือเป็นจุดที่ยังตามหลังอยู่
และพรสวรรค์นี้ "พละกำลังพวยพุ่ง" สามารถเพิ่มพลังโดยรวมของเขาได้ถึงครึ่งหนึ่ง จึงถือเป็นการเสริมจุดอ่อนอย่างมาก
พรสวรรค์นี้เมื่อรวมเข้ากับ "หมัดไร้ขีดจำกัด" ก็กลายเป็นสกิลทำลายล้างแท้จริง สามารถสร้างดาเมจต่อเนื่องได้อย่างรุนแรง
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเสินหลาง สาวหูสัตว์ทั้งหลายก็เดาได้ทันทีว่า นายท่านของพวกเธอคงได้พรสวรรค์ดีงามมาอีกแล้วแน่ ๆ
ทันใดนั้น สายตาของสาว ๆ รวมถึงเจ้าเสี่ยวเฮยก็หันไปมองเมดูซ่า พี่สาวคนโตของพวกเธอ
เมดูซ่ายิ้ม ก่อนจะถามแทนทุกคนว่า “นายท่าน พรสวรรค์ที่ท่านปลุกได้คืออะไรหรือคะ?”
“พรสวรรค์ที่เพิ่มพละกำลัง ไม่เลวเลยนะ เพิ่มขึ้นตั้งห้าสิบเปอร์เซ็นต์” เสินหลางตอบพร้อมรอยยิ้ม
หลังเมดูซ่าได้ยิน เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ถ้าเป็นพรสวรรค์เพิ่มพละกำลังก็ดีอยู่หรอก แต่มันจะเยี่ยมมากถ้ามีพรสวรรค์มานาไร้ขีดจำกัดด้วยนะ”
“จะดียิ่งกว่าถ้ามีพรสวรรค์ที่ยืดระยะเวลาสกิลได้!” อาลีเสริมขึ้นจากด้านข้าง
มานาไร้ขีดจำกัด?
เสินหลางนิ่งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำนั้น แต่ก็เข้าใจในทันที
ตอนที่เขาใช้ "แสงศักดิ์สิทธิ์" เพื่อรักษาชูเจิ้นฮวากับคนอื่น ๆ เมดูซ่าและพวกสาว ๆ ก็อยู่ด้วยแน่นอน จึงอดไม่ได้ที่จะอยากได้พรสวรรค์แบบนั้นบ้าง
เสินหลางส่ายหัวแล้วพูดว่า “เรื่องแบบนี้มันต้องแล้วแต่โชคแล้วล่ะ!”
การที่เขาสามารถปลุกพรสวรรค์ให้ทุกคนสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ นั่นก็ถือว่านอกเหนือธรรมชาติแล้ว
ถ้ายังสามารถเลือกผลลัพธ์ของพรสวรรค์ได้อีก มันก็ไม่ใช่แค่นอกเหนือธรรมชาติแล้วล่ะ แต่มันคือการล้มล้างสวรรค์เลยต่างหาก
“ซาซ่า คราวนี้ถึงตาเธอแล้วล่ะ” เสินหลางกล่าวกับเมดูซ่า
เมดูซ่าพยักหน้าแล้วพูดว่า “ค่ะ นายท่าน”
พูดจบ เมดูซ่าก็บริโภคผลวิญญาณพรสวรรค์ไปทันที และเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวของเสินหลางในทันใด
【ผู้รับใช้สัตว์อสูรของคุณได้บริโภคผลวิญญาณพรสวรรค์ระดับ A และปลุกพรสวรรค์สำเร็จ!】
【ขอแสดงความยินดี ผู้รับใช้สัตว์อสูรของคุณ — ราชินีเมดูซ่า ได้ปลุกพรสวรรค์ระดับ A — ลมหายใจแห่งสายลม!】
【ลมหายใจแห่งสายลม (พรสวรรค์ระดับ A)】
【ผล: เพิ่มความว่องไวขึ้น 50%】
เมื่อเสียงแจ้งเตือนจบลง เสินหลางก็หันไปมองเมดูซ่าพร้อมพูดว่า “อืม พรสวรรค์นี้ก็ไม่เลวนะ เป็นพรสวรรค์เพิ่มค่าสถานะอีกแล้ว”
“เพิ่มสถานะด้านไหนเหรอ?” ต้าจีถามขึ้น
เมดูซ่ายิ้มแล้วตอบว่า “ความว่องไวน่ะสิ”
สำหรับเมดูซ่า เธอเป็นสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์สิบดาวที่ทรงพลังด้านโจมตีอยู่แล้ว และเธอก็เคยปลุกพรสวรรค์ด้านรับไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งรุกและรับค่อนข้างสมดุลดีอยู่แล้ว
ตอนนี้เมื่อได้เพิ่มความว่องไวขึ้นอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ก็ยิ่งส่งผลต่อพลังรบโดยรวมอย่างมาก
อย่าลืมว่า พอเป็นเมดูซ่าแล้ว ห้าสิบเปอร์เซ็นต์นั่นเท่ากับค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นกว่าสี่พันแต้มเลยทีเดียว ไม่น้อยเลยจริง ๆ
ฟีนิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา “พี่ซาซ่ายิ่งเก่งขึ้นอีกแล้ว!”
เมดูซ่ามองเพื่อน ๆ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกเราก็ล้วนเป็นผู้รับใช้สัตว์อสูรของนายท่าน ใครเก่งขึ้น เราทุกคนก็เก่งขึ้นตามกันทั้งนั้นแหละ”
“นั่นสิ!” ฟีนิกซ์หัวเราะคิกคัก
แล้วเสี่ยวเฮยก็พูดขึ้นทันที “สิ่งที่พี่พูดมามันก็ถูกอยู่หรอก... แต่... นายท่าน ผมจำได้นะว่าคราวก่อน... ท่านสัญญาว่าจะให้ผลวิญญาณพรสวรรค์กับผม”
“หือ ฉันพูดงั้นเหรอ?” เสินหลางถามพลางกระพริบตา
เสี่ยวเฮย: “นายท่าน ความลำเอียงก็เรื่องนึงนะ แต่จะลำเอียงจนลืมผมไปแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยไหม...?”
ราชาเงาหันไปมองเสี่ยวเฮย ก่อนจะยื่นผลวิญญาณพรสวรรค์ที่เธอเพิ่งได้รับมาให้ “เสี่ยวเฮย เอาอันนี้ไปใช้ก่อนไหม?”
“ไม่เอาหรอก ฉันจะรอให้นายท่านเป็นคนให้ด้วยตัวเอง” เสี่ยวเฮยนั่งยองลงกับพื้น จ้องเสินหลางตาไม่กะพริบ
เสินหลางกระแอมหนึ่งทีแล้วตบอกรับประกัน “ไม่ต้องห่วง เสี่ยวเฮย เรายังต้องลุยดันเจี้ยนต่ออีกนี่นา ฉันจะให้นายแน่นอน!”
“ฮ่า ๆ งั้นก็ขอบคุณนะครับ นายท่าน!”
เสี่ยวเฮยลุกขึ้นทันที หางกระดิกเหมือนใบพัดลม
จริงอยู่ที่เสี่ยวเฮยเคยได้กินผลวิญญาณพรสวรรค์ไปลูกหนึ่งแล้ว แต่ก็แค่ลูกเดียว เมื่อเทียบกับเมดูซ่าและพวกสาว ๆ แล้ว ดูจะได้น้อยกว่าจริง ๆ
เสินหลางบางทีก็เผลอลืมเสี่ยวเฮยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ลืมจริงจังอะไร มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น
ก็ในเมื่อมีสาวงามล้อมหน้าล้อมหลัง แล้วมีหมาดำตัวใหญ่เดินผ่านหน้า จะให้ผู้ชายธรรมดาไปจ้องดูเจ้าหมาดำตลอดมันก็ไม่ไหวหรอก!
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]