เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90: แดนลับเอลฟ์! ต้นแม่แห่งเอลฟ์! (ฟรี)

บทที่ 90: แดนลับเอลฟ์! ต้นแม่แห่งเอลฟ์! (ฟรี)

บทที่ 90: แดนลับเอลฟ์! ต้นแม่แห่งเอลฟ์! (ฟรี)


เสินหลางปิดระบบแชตของโลกผู้ปลุกอาชีพ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้า

เมื่อมีเงิน 3.6 พันล้านโอนเข้ามา รวมกับเงินเก่าที่เคยมี ตอนนี้ยอดในบัญชีของเขาได้ทะลุ 5พันล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ต้องยอมรับว่า ตอนนี้เสินหลางเริ่มรู้สึกแล้วว่า “เงิน” มันก็เป็นแค่ตัวเลขจริง ๆ

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินอีกต่อไป แต่พอเห็นตัวเลขในบัญชีพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยังอดรู้สึกดีไม่ได้อยู่ดี

ตัวเลขก็แค่ตัวเลข...แต่ตราบใดที่มันยาวขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ทำให้คนมีความสุขได้!

วันนี้เสินหลางล่ามอนสเตอร์ไปจนถึงสี่โมงเย็น และสุดท้ายระดับของเขาก็ขึ้นไปถึงเลเวล 34

ไม่ใช่ว่าเมดูซ่ากับราชาเงาล่ามอนสเตอร์ไม่ได้เรื่อง แต่เพราะค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการอัปเกรดช่วงหลังมันมากเกินไปต่างหาก สังหารสัตว์อสูรนับหมื่นตน ยังแทบไม่ขยับขึ้นเลย โชคดีที่เสินหลางไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก เขายังมีเวลามากพอ

“พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ!”

เสินหลางเริ่มรู้สึกได้แล้วว่า ความมั่งคั่งทางวัตถุสามารถทำให้คนเสื่อมถอยได้ง่ายจริง ๆ

เมื่อก่อน เขาไม่เคยกลับเมืองก่อนฟ้ามืดแน่ ๆ แต่ตอนนี้กลับคิดถึงแต่อาหารมื้อโต กับการหลอมรวมร่างกับเมดูซ่าและราชาเงา!

ก่อนฟ้ามืด เสินหลางกับพวกก็กลับมาถึงลานน้ำพุหน้าทางเข้าโรงแรมใหญ่

เขาได้สั่งอาหารไว้ล่วงหน้าผ่านเครื่องสื่อสารแล้ว และตอนนี้อาหารก็คงถูกส่งขึ้นไปยังห้องพักเรียบร้อยแล้ว แต่ระหว่างที่กำลังเดินผ่านลานน้ำพุอยู่นั้น เสินหลางกลับได้ยินบทสนทนาของผู้ปลุกอาชีพสองคนที่ทำให้เขาต้องหยุดฟัง

ทั้งสองเป็นผู้ปลุกอาชีพระดับสามดาว สวมชุดแดงซึ่งบ่งบอกสถานะที่ไม่ธรรมดา

เพราะอุปกรณ์ระดับสีม่วงนั้น แม้แต่ระดับสามดาวก็หาได้ยาก โดยเฉพาะแบบที่เข้ากับระดับดาวของตนเอง

ในตอนนี้ ทั้งสองกำลังพูดคุยกันถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบางอย่าง

“โห เอลฟ์นี่หว่า! น้องชาย ไปเก็บมาจากไหนเนี่ย?”

“น่ารักใช่มะ? เสียดายที่เป็นเอลฟ์ตัวเล็ก พวกที่โตไม่ได้ ไม่งั้นล่ะก็...เหอะๆๆ!”

“อย่าหัวเราะแบบลามกได้มั้ย! เร็ว บอกมาเอาจากไหน?”

“อยากได้เหรอ? ง่ายจะตาย พอดีช่วงนี้มีสาวสวยคนหนึ่งกำลังขายอยู่หน้าทางเข้าแดนลับเอลฟ์!”

“แดนลับเอลฟ์? นั่นมันแดนลับระดับเจ็ดดาวไม่ใช่เรอะ!? เฮ้ย...อย่าบอกนะว่าเอลฟ์ตัวนี้น่ะ ไปได้มาจากในนั้นจริง ๆ?”

“ไม่รู้ดิ อาจจะใช่ก็ได้ ยังไงเอลฟ์เด็กแบบนี้ก็ต้องมาจากต้นแม่แห่งเอลฟ์เท่านั้นแหละ!”

“กล้ามากนะ ที่ไปเด็ดลูกเอลฟ์จากต้นแม่นั่น! ว่าแต่...ราคาเท่าไหร่?”

“ไม่แพง ๆ ของแบบนี้แค่ 300 ล้านเอง!”

“โห! ถูกขนาดนั้น!? ไป! ไปซื้อมั่งดีกว่า จะได้เอาไปอวดบ้าง! แล้วเอลฟ์โต ๆ ล่ะ?”

“เมื่อกี้ยังว่าเราลามกอยู่เลย...แต่พอพูดถึงเอลฟ์โตแกก็ไม่ต่างกันนี่หว่า! บางทีก็มี บางทีก็ไม่มี!”

“งั้นฉันไปดูเองเลยดีกว่า! คืนนี้งานเลี้ยงห้ามหนี ถ้าหนีเลิกคบ!”

เสินหลางฟังบทสนทนาของผู้ปลุกอาชีพสองคนนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองชายคนที่ยังอยู่ตรงนั้น

บนไหล่ของเขามีสิ่งมีชีวิตขนาดเท่าแมวซึ่งมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ สวมเสื้อผ้าบางเบาและกระโปรงตัวเล็ก ดวงตากลมโตชุ่มน้ำ ใบหูแหลม มีปีกใสคู่หนึ่งอยู่ด้านหลัง

สัตว์อสูรเอลฟ์!

เสินหลางพึมพำในใจ พร้อมกับนึกถึงแดนลับเอลฟ์ และต้นแม่แห่งเอลฟ์ที่พวกเขาพูดถึง!

“นายท่าน เป็นอะไรหรือเปล่า?” เมดูซ่าถามขึ้น

เสินหลางส่ายหน้า “ไม่มีอะไร กลับห้องก่อนเถอะ”

หลังจากกลับถึงห้องสวีทในโรงแรม เมดูซ่ากับราชาเงาซึ่งอาบน้ำเป็นกิจวัตรอยู่แล้วก็เข้าไปอาบน้ำก่อนมื้อเย็นตามเคย

แต่เสินหลางยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเอลฟ์ จึงหยิบเครื่องสื่อสารขึ้นมา ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแดนลับเอลฟ์นอกเมืองหลินไห่

แม้ว่าข้อมูลจะค่อนข้างน้อย แต่เขาก็เจอคลิปวิดีโอแนะนำของสตรีมเมอร์คนหนึ่งที่เลิกอัปเดตไปนานแล้ว

แดนลับเอลฟ์ที่อยู่นอกเมืองหลินไห่นี้ เดิมทีเป็นแค่แดนลับระดับสามดาว และยังไม่ได้ถูกเรียกว่าแดนลับเอลฟ์ด้วยซ้ำ แต่เป็นเพียงแดนลับเล็ก ๆ ที่มีแค่สัตว์อสูรทั่วไป ไม่มีตัวไหนเกินสามดาวเลยด้วยซ้ำ

แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่ภายในแดนลับนั้นได้เกิดต้นไม้ต้นหนึ่งขึ้นมา ซึ่งภายหลังก็กลายเป็น “ต้นแม่แห่งเอลฟ์” และเริ่มให้กำเนิดเอลฟ์หลากหลายชนิด!

จากนั้น แดนลับนี้จึงค่อย ๆ ได้ชื่อใหม่ว่า “แดนลับเอลฟ์”

เมื่อเวลาผ่านไป ต้นแม่แห่งเอลฟ์ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันกลายเป็นต้นไม้ระดับเจ็ดดาวแล้ว!

สำหรับศักยภาพในการเติบโตและสายเลือดของต้นแม่แห่งเอลฟ์ สตรีมเมอร์คนนี้ไม่ได้กล่าวไว้ คาดว่าคงไม่รู้ข้อมูลเชิงลึก แต่มีจุดหนึ่งที่เขาระบุไว้อย่างชัดเจน—เอลฟ์ทุกตนในแดนลับเอลฟ์นี้ ล้วนถือกำเนิดจากลูกเอลฟ์ที่ต้นแม่แห่งเอลฟ์ผลิตออกมา

สายเลือดและศักยภาพในการเติบโตของเอลฟ์แต่ละตนจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ยังเป็นลูกเอลฟ์

ระดับดาวของสายเลือดจะขึ้นอยู่กับว่า ต้นแม่แห่งเอลฟ์ทุ่มพลังในการฟูมฟักมากน้อยเพียงใด

เหมือนกับเอลฟ์ตัวเล็กที่เห็นในลานน้ำพุของโรงแรม มันคือ “เอลฟ์ขาว” พันธุ์พื้นฐานที่พึ่งถูกฟักจากลูกเอลฟ์

นอกจากเอลฟ์ขาวแล้ว ยังมีเอลฟ์ดำ เอลฟ์ฟ้า เอลฟ์วารี และอื่น ๆ อีก

ตอนที่เสินหลางเห็นเอลฟ์ขาวตัวนั้น เขาใช้การหยั่งรู้แห่งสายเลือดตรวจสอบด้วย ผลลัพธ์คือ—เอลฟ์ตัวเล็กนั่นมีศักยภาพสายเลือดระดับสามดาว!

และนั่นยังเป็นเอลฟ์ขาวพันธุ์พื้นฐานที่สุด หากเป็นเอลฟ์ระดับสูงกว่านี้ล่ะ?

ใช่แล้ว เสินหลางเริ่มสนใจ “เอลฟ์” ขึ้นมาแล้ว!

ในฐานะสัตว์อสูร เอลฟ์จัดว่าดีมาก โดยเฉพาะเพราะมัน ไม่ขี้เหร่—ตรงกันข้าม มัน งดงามเหลือเกิน และความสามารถก็ดูแข็งแกร่งไม่น้อย!

“พรุ่งนี้ต้องไปดูด้วยตาตัวเองสักหน่อยแล้ว!”

“ด้วยโชคระดับพระเอกของฉัน ถ้าเก็บเอลฟ์ระดับสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์สิบดาวมาได้อีกสักตัว...ก็สมบูรณ์แบบเลยล่ะ!”

ในขณะนั้น เมดูซ่าก็ตะโกนเรียกมาจากในห้องน้ำ

“นายท่าน ไม่มาหรอ?”

“ไปแล้ว ๆ รอเดี๋ยวนะ!”

เสินหลางปรับอารมณ์ ทิ้งเครื่องสื่อสารลง แล้วเดินถอดอุปกรณ์ไปยังห้องน้ำอย่างใจเย็น

รุ่งเช้าในวันถัดมา หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เสินหลางกับพวกก็ออกจากโรงแรม มุ่งหน้าสู่แดนลับเอลฟ์นอกเมืองทันที

เสินหลางเป็นคนลงมือไว คิดอะไรได้ก็ทำทันทีไม่รีรอ

แดนลับเอลฟ์อยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่มีหมอกหนาทึบปกคลุม

แต่แน่นอนว่าสำหรับเสี่ยวเฮยแล้วไม่มีปัญหา มันแบกเสินหลางกับเมดูซ่าไว้บนหลัง พุ่งขึ้นเขาด้วยความเร็วสูง

ระหว่างทาง พวกเขาก็พบผู้ปลุกอาชีพบางกลุ่ม เพราะแดนลับแห่งนี้สามารถล่าเอลฟ์ได้ด้วย

แม้ว่าเอลฟ์จะไม่ดุร้ายเท่าสัตว์อสูรสายอื่น ๆ แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่มาเพื่อจับพวกมัน

แน่นอนว่า คนที่มาส่วนใหญ่ก็เพื่อ “จับเอลฟ์” มากกว่าจะมาตีมอนสเตอร์

ไม่นานนัก เสี่ยวเฮยก็นำเสินหลางมาถึงหน้าทางเข้าแดนลับ ข้างหน้าเป็นหน้าผา และแดนลับนั้นอยู่ด้านล่างหน้าผานี้

หลังหน้าผาเป็นลานกว้าง ที่มีผู้ปลุกอาชีพเดินเข้าออกกันบางตา

สายตาของเสินหลางกวาดไปทั่วลานนั้น และไม่นานก็สะดุดกับร่างสีแดงผู้หนึ่ง

“นี่แหละ...คงเป็นหญิงสาวที่พวกนั้นพูดถึงเมื่อวานแน่ ๆ สาวสวยที่ขายเอลฟ์อยู่หน้าด่าน”

เสินหลางมองเธอจากระยะไกล สีหน้าแปลกประหลาดเล็กน้อย ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใส่อุปกรณ์อะไรเลย แต่สวมเพียงชุดต่อสู้ผ้าฝ้ายธรรมดาเท่านั้น

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 90: แดนลับเอลฟ์! ต้นแม่แห่งเอลฟ์! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว