- หน้าแรก
- ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับพระเจ้า
- บทที่ 37: ออกนอกเมืองอย่างเป็นทางการ! ป่าผีเงา! ล่ามอนสเตอร์!
บทที่ 37: ออกนอกเมืองอย่างเป็นทางการ! ป่าผีเงา! ล่ามอนสเตอร์!
บทที่ 37: ออกนอกเมืองอย่างเป็นทางการ! ป่าผีเงา! ล่ามอนสเตอร์!
เหตุผลที่เมืองต่าง ๆ มีดันเจี้ยนสำหรับผู้ปลุกอาชีพมือใหม่ และเหตุที่ผู้ปลุกอาชีพต้องมีระดับ 5 ก่อนจึงจะสามารถออกนอกเมืองได้นั้น ก็เพราะว่าสัตว์อสูรดุร้ายที่พบนอกกำแพงเมืองล้วนมีระดับ 5 ขึ้นไปทั้งสิ้น นี่คือมาตรการปกป้องผู้ปลุกอาชีพมือใหม่โดยตรง
และนี่ก็กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานระดับโลก:
ผู้ปลุกอาชีพที่มีระดับต่ำกว่า 5 ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกสู่ป่าเถื่อน
แน่นอนว่าย่อมมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง เช่น หากคุณยืนกรานจะออกไปให้ได้ ก็ต้องมีผู้ปลุกอาชีพระดับ 10 ขึ้นไปติดตามไปด้วย และต้องได้รับการอนุมัติและลงทะเบียนอย่างเป็นทางการก่อน
โลกภายนอกในเวลานี้อันตรายอย่างยิ่ง เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายทุกหนแห่ง ดังนั้นนอกเมืองจึงแทบไม่มีระบบขนส่งสาธารณะใด ๆ
ผู้ที่แข็งแกร่งมากอาจมีวิธีการเดินทางของตนเอง แต่สำหรับผู้ปลุกอาชีพส่วนใหญ่ มักจะใช้ ค่ายเคลื่อนย้าย เป็นหลัก โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างเมือง ซึ่งเกือบทุกคนเลือกใช้วิธีนี้
ค่ายเคลื่อนย้ายระหว่างเมืองทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของหน่วยงานทางการ ราคาจึงไม่สูงนัก
แต่ตอนนี้เสินหลางยังไม่มีแผนจะเดินทางไปเมืองอื่น จุดประสงค์ของเขามีเพียงการออกไป ล่าอสูรเก็บเลเวล ในป่าเถื่อน ดังนั้นจึงมุ่งตรงไปยังประตูเมืองทันที เขาเลือกออกทางประตูเมืองด้านตะวันออกของนครตงไห่ เพราะอยู่ใกล้กับศูนย์กลางซื้อขายผู้ปลุกอาชีพที่สุด จึงไม่เสียเวลาไปยังประตูอื่น
สำหรับเขาแล้ว ทุกประตูก็ไม่ต่างกันนัก
หลังจากผ่านการตรวจสอบจากระบบป้องกันเมือง เสินหลางก็ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเมืองได้อย่างง่ายดาย
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมืองออกมา เสินหลางก็มองไปยังโลกกว้างเบื้องหน้า หัวใจก็รู้สึกโล่งโปร่งเบาสบายทันที
แม้ในเมืองจะปลอดภัย แต่ก็เต็มไปด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ทว่าเมื่อเข้าสู่โลกภายนอกแล้ว จึงเหมือนสวรรค์ที่เปิดโล่งให้วิหคโบยบินอย่างอิสระ!
บริเวณสามกิโลเมตรรอบนอกเมือง ทางการจะจัดส่งผู้ปลุกอาชีพไปกวาดล้างเป็นประจำทุกวัน พื้นที่นี้จึงค่อนข้างปลอดภัย โอกาสที่จะเจอสัตว์อสูรดุร้ายแทบเป็นศูนย์ หากเจอเข้าจริง ๆ ก็คงต้องเรียกว่าโชคร้ายสุด ๆ
ไม่ไกลจากประตูเมืองมีจอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ แสดงแผนที่ของเขตอิทธิพลของนครตงไห่
บนแผนที่ระบุพื้นที่ย่อย ๆ พร้อมทั้งแสดงระดับโดยประมาณของสัตว์อสูรดุร้ายในแต่ละจุด รวมถึงชนิดของสัตว์อสูรที่ปรากฏอยู่ ต้องยอมรับเลยว่าทางการนั้นใส่ใจในสวัสดิภาพของผู้ปลุกอาชีพจริง ๆ คิดรอบคอบทุกด้าน
เวลานั้นยังไม่มีผู้คนมากนักที่ออกจากเมือง มีเพียงผู้ปลุกอาชีพบางกลุ่มประปราย ซึ่งต่างก็รีบเร่งเดินทางกัน ไม่มีใครสนใจเสินหลางกับเมดูซ่าแม้แต่น้อย
เสินหลางเหลือบมองแผนที่บนจออิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจในทันทีว่าจะไปที่ไหน
"ก่อนอื่น เรียนรู้ทักษะของปรมาจารย์สัตว์อสูรหนึ่งดาวให้หมดก่อน!"
เขาหามุมลับตาเล็กน้อย แล้วหยิบหนังสือทักษะ 'พลังไหลหลั่ง' ออกมา
แค่ชื่อก็พอจะเดาได้แล้วว่า ทักษะนี้คล้ายกับ ‘คลื่นเวทมนตร์’ ที่มีหน้าที่ฟื้นฟูมานาให้สัตว์อสูร ในขณะที่ ‘พลังไหลหลั่ง’ มีหน้าที่ฟื้นฟูค่าร่างกาย
พร้อมกันนี้ ผลของทักษะยังเหมือนกันแทบทุกประการ ภายใต้ พรของพรสวรรค์ ของเสินหลาง ทักษะนี้สามารถเพิ่มอัตราการฟื้นฟูร่างกายของสัตว์อสูรได้ถึง สามเท่า
ไม่นาน เสินหลางก็เรียนรู้ทักษะ ‘พลังไหลหลั่ง’ สำเร็จ จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือทักษะเล่มที่สองขึ้นมา
ทั้ง ‘คลื่นเวทมนตร์’ และ ‘พลังไหลหลั่ง’ ล้วนเป็นทักษะที่ใช้กับสัตว์อสูร แต่ทักษะ ‘ล่องหน’ นั้นเป็นทักษะที่ใช้กับตัวปรมาจารย์สัตว์อสูรเอง
【หนังสือทักษะ: ล่องหน】
【ระดับ: หนึ่งดาว】
【คำอธิบายทักษะ: ใช้มานาจำนวนหนึ่ง เพื่อบดบังการรับรู้ของผู้อื่นเป็นการชั่วคราว มีระยะเวลาสามนาที หากผู้ใช้เคลื่อนไหว จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ แต่สามารถใช้ทักษะอื่นได้ตามปกติ】
【ข้อกำหนดสายอาชีพ: ปรมาจารย์สัตว์อสูร, นักฆ่า, นักล่า, โจร】
จากข้อกำหนดสายอาชีพจะเห็นได้ว่า ‘ล่องหน’ ไม่ใช่ทักษะเฉพาะของปรมาจารย์สัตว์อสูรเพียงผู้เดียว ผู้ปลุกอาชีพสายอื่นบางสายก็สามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน แต่สำหรับปรมาจารย์สัตว์อสูรหนึ่งดาว ทักษะที่มีให้เรียนก็มีเพียงสามอย่างนี้เท่านั้น
"ทักษะนี้ไว้ใช้ป้องกันตัว แต่ระยะเวลาก็สั้นไปหน่อย แค่สามนาทีเอง"
เสินหลางรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก แต่เมื่อนึกได้ว่ามันเป็นเพียงทักษะระดับหนึ่งดาว ก็ควรจะยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะในตอนนี้ คงไม่มีอะไรง่าย ๆ ที่จะบีบให้เขาต้องใช้ทักษะล่องหนเพื่อหนีเอาตัวรอด
หลังจากเรียนรู้ทั้งสองทักษะเรียบร้อยแล้ว เสินหลางก็ไม่รอช้า เงยหน้าขึ้นดูแผนที่บนจออิเล็กทรอนิกส์อีกครั้ง เพื่อหาจุดหมายปลายทาง
หลังจากไล่สายตามองทั่วทั้งแผนที่ เขาก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เลือก ‘ป่าผีเงา’ ที่อยู่ใกล้ที่สุด
‘ป่าผีเงา’ เป็นพื้นที่ระดับหนึ่งดาว นั่นหมายความว่าสัตว์อสูรป่าในบริเวณนั้นจะมีตั้งแต่ระดับ 3 ไปจนถึงระดับ 30 ซึ่งเหมาะกับเขาในตอนนี้เป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่า สัตว์อสูรระดับต่ำกว่า 30 คงไม่ใช่คู่มือของเสินหลางและราชินีเมดูซ่าเลยแม้แต่น้อย แต่เป้าหมายของเขาในตอนนี้คือการเก็บเลเวล จึงไม่จำเป็นต้องสนใจว่าอสูรจะแข็งแกร่งแค่ไหน ขอแค่มีจำนวนมากพอให้ฟาร์มได้ก็พอใจแล้ว
‘ป่าผีเงา’ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของถนนใหญ่ที่ทอดออกนอกเมือง หลังจากตัดสินใจแล้ว เสินหลางและเมดูซ่าก็เดินเข้าสู่ป่าไปพร้อมกัน
บริเวณรอบนอกสุดของป่านั้นไม่มีสัตว์อสูรป่าเลย แต่เมื่อเข้าไปลึกเกือบหนึ่งกิโลเมตร เสินหลางก็พบเข้ากับสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดลอยอยู่กลางอากาศ ลำตัวท่อนบนคล้ายมนุษย์ แต่ท่อนล่างกลับเป็นหมอกสีดำ เห็นได้ชัดว่านี่คือ "ผีเงา" ตามชื่อของป่าแห่งนี้
เสินหลางไม่พูดพล่ามทำเพลง ใช้ทักษะตรวจสอบใส่พวกมันในทันที
【นักดาบผีเงา】
【ระดับ: 5】
【ความแข็งแกร่ง: 88, ความว่องไว: 78, ร่างกาย: 67, วิญญาณ: 4】
หลังจากอ่านข้อมูลของนักดาบผีเงาแล้ว เสินหลางก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก
แท้จริงแล้วนี่แหละคือวิธีการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรป่าที่ถูกต้อง เพราะสัตว์อสูรที่เขาเจอในดันเจี้ยนนั้นมาจากดันเจี้ยนระดับนรก จึงไม่อาจเทียบกับสัตว์อสูรธรรมดาได้ หากจะเปรียบเทียบ ก็คงต้องบอกว่าสัตว์อสูรในดันเจี้ยนที่เจอมา คือระดับหัวกะทิของอสูรป่าทั้งสิ้น!
"ใช่สิ เราสามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรในป่าได้ด้วย!"
เสินหลางไม่ลืมหน้าที่ของตนในฐานะปรมาจารย์สัตว์อสูร เขารีบใช้ การหยั่งรู้แห่งสายเลือด ใส่นักดาบผีเงาในทันที
【นักดาบผีเงา】
【ระดับ: 5】
【ขีดจำกัดสายเลือด: ผีเงาระดับทั่วไป หนึ่งดาว】
【ขีดจำกัดการเติบโต: ระดับ 30】
เสินหลางอดเบ้ปากไม่ได้ อสูรพวกนี้มันก็แค่เศษขยะ ไร้ค่าต่อพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์ของเขาโดยสิ้นเชิง
"เมดูซ่า ฆ่ามันทิ้งให้หมด!"
เขาออกคำสั่งกับราชินีเมดูซ่าด้วยน้ำเสียงเฉยเมย แต่ก็รีบเสริมต่อทันทีว่า
"อืม...ฆ่าตัวเดียวพอก่อนนะ ฉันจะลองทักษะใหม่หน่อย"
"ค่ะ นายท่าน!"
ราชินีเมดูซ่าตอบรับอย่างว่าง่าย พร้อมกับชี้ปลายนิ้วออกไป แสงเพลิงก็กระโจนออกจากปลายนิ้วของเธอ พุ่งตรงเข้าใส่นักดาบผีเงาตัวหนึ่งทันที
ฟุ่บ—
เพียงแสงเพลิงสว่างวาบ นักดาบผีเงาก็สลายหายไปในพริบตา
【สัตว์อสูรของคุณได้สังหารนักดาบผีเงาระดับ 5 คุณและสัตว์อสูรได้รับค่าประสบการณ์ฝ่ายละ 6 หน่วย】
"แค่ 6 หน่วยเองเรอะ..."
"แต่ระดับเราสูงขึ้นแล้ว พวกนี้ก็ไม่ใช่พวกสัตว์อสูรระดับดันเจี้ยนด้วย"
"แต่ช่างเถอะ ต่อให้ค่าประสบการณ์จะน้อยหน่อย แต่ในป่าก็มีอสูรไม่จำกัดอยู่แล้ว!"
ขณะที่เสินหลางกำลังปลอบใจตัวเอง การตายของนักดาบผีเงาตัวนั้น ก็ทำให้พวกนักดาบผีเงาตัวอื่น ๆ ที่ลอยอยู่รอบ ๆ เริ่มหันมาสนใจในทันที
พร้อมกันนั้น ชื่อของนักดาบผีเงาทุกตัวยังเปลี่ยนเป็นสีแดง แสดงว่าเมดูซ่าได้ดึง ความเกลียดชัง ของพวกมันมาทั้งหมดเรียบร้อย
กลุ่มนักดาบผีเงาที่อยู่ในรัศมีห้าสิบเมตรจึงพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างพร้อมเพรียง
และพวกมันก็ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เมดูซ่าเพียงผู้เดียว เพราะเมดูซ่าก็เป็นสัตว์อสูรของเสินหลางนั่นเอง!
……….