- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนารูโตะพร้อมระบบผลตอบแทนความขยัน
- บทที่ 300: ความสามารถในการโจมตีระยะไกล (ฟรี)
บทที่ 300: ความสามารถในการโจมตีระยะไกล (ฟรี)
บทที่ 300: ความสามารถในการโจมตีระยะไกล (ฟรี)
ทันทีที่ทุกคนเดินเข้ามาในอาคาร สายตาหลายคู่ก็หันขวับมามอง พุ่งจ้องมาอย่างคมกริบจนรู้สึกได้
ชายวัยกลางคนหน้าตาเคร่งขรึมคนหนึ่งมองมา และทันทีที่เห็นฮิราตะ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจอย่างยินดี เขาวางแบบแปลนที่ถืออยู่ลงแล้วเดินเข้ามาหาทันที
สองชายวัยกลางคนสวมกอดกันแน่น แววตาแสดงถึงความสนิทสนมกันแบบลึกซึ้ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างออกรส
ชายวัยกลางคนหน้าตาเคร่งขรึมสวมชุดสีเทาอมฟ้า ผมบาง ๆ สีดำแซมขาวเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายสดใสอย่างเหลือเชื่อ
แต่สายตาของเดอิดาระไม่ได้อยู่ที่เขาเลย เขาจ้องมองไปที่ ซาโซริ อย่างไม่วางตา สีหน้าเหมือนจะถามว่า พี่ซาโซริมาอยู่ที่นี่ได้ไง?
เขารู้ดีว่าโปรเจกต์ที่นี่มันลับสุด ๆ และการที่ตัวเองเข้ามาได้ก็หมายความว่าเขาได้เข้าร่วมกับอัมเบรลล่าเรียบร้อยแล้ว ถ้างั้น… พี่ซาโซริที่อยู่ที่นี่ได้ ก็หมายความว่าเขาก็เข้าร่วมแล้วเหมือนกันงั้นเหรอ?
ไม่สิ… ร่างของพี่ซาโซริดูต่างจากปกตินี่นา ถ้าไม่ใช่คนที่รู้จักดี คงคิดว่าเป็นคนละคนแน่ ๆ ถ้างั้น... หรือพี่ซาโซริแอบแฝงตัวมา?!
เดอิดาระขมวดคิ้วเล็กน้อยในใจ
เขาเริ่มลังเลว่าจะรายงานดีมั้ย ตอนนี้เขาก็ถือว่าเป็นคนของอัมเบรลล่าแล้ว
คุณพระช่วย ถ้าพี่ซาโซริรู้ว่าเขาคิดจะรายงานนี่ มีหวังร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่!
แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่เดอิดาระที่ตกใจ… ซาโซริเองก็อึ้งไม่แพ้กัน! เขาเดินเข้ามาที่นี่แบบบังเอิญสุด ๆ ถ้าไม่ได้โฟกัสแต่เรื่องวิศวกรรมเครื่องกล โดยไม่มีเจตนาจะส่งข้อมูลให้ใครเลย
แล้วดันถูกผู้ใหญ่คนหนึ่งเห็นแวว เลยดึงมาเป็นลูกศิษย์ ถึงได้เข้าถึงข้อมูลพวกนี้… แล้วเดอิดาระเข้ามาได้ยังไงวะ!?
เดอิดาระคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลือกขอดูท่าทีไปก่อน เผื่อพี่ซาโซริเองก็โดนหัวหน้ากล่อมมาเหมือนกัน!
ขณะที่เขากำลังจะเข้าไปทักทายพี่ซาโซริ จู่ ๆ เขาก็โดนสายตาหนึ่งหยุดไว้… เป็นสายตาจากพี่ซาโซริเอง
ตอนนั้นเดอิดาระก็เข้าใจทันที อ๋อ พี่ซาโซริแอบมาจริง ๆ แถมยังไม่อยากให้ใครรู้ด้วย
แต่… พี่ซาโซริมาร่วมโปรเจกต์นี้ทำไม? หรือว่าพี่ซาโซริก็เห็นด้วยว่าศิลปะของเขาเจ๋งจนเปลี่ยนอาชีพ!?
อีกไม่นาน ชายวัยกลางคนสองคนก็ทักทายกันจนคุ้นเคยมากขึ้น
ชายหน้าเคร่งชื่อว่า “ซาวาอิ” เขากับฮิราตะมาจากสำนักเดียวกัน อาจารย์ของทั้งคู่คือ “ลุงโดล” ผู้ลือชื่อ
ฮิราตะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ส่วนซาวาอิเป็นตัวท็อปของวงการเครื่องกล!
นั่นแหละถึงได้มีโอกาสร่วมงานกันในการวิจัยโปรเจกต์ ลมตะวันตก
ความสามารถในการโจมตีของโปรเจกต์นี้เทียบได้กับระดับคาเงะทั้งห้า แม้อาจยังห่างจากระดับของ เซ็นจู ฮาชิรามะ หรือ อุจิวะ มาดาระ อยู่บ้าง แต่สำหรับคนอื่นในโลกนินจา มันคือของทำลายล้างชัด ๆ
และสิ่งที่เจ๋งที่สุดของมันก็ไม่ใช่พลังโจมตี… แต่คือ “ระยะยิง” ต่างหาก!
ใช่แล้ว ระยะยิงนี่แหละ จุดเด่นของมันคือสามารถถล่มศัตรูตั้งแต่ยังไม่ได้ออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ!
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโคโนฮะรู้ว่าหมู่บ้านคุโมะคิดจะโจมตี ถ้าใช้ลมตะวันตกยิงใส่ทีเดียว คุโมะก็บอบช้ำหนักแบบไม่ต้องรบให้เสียเวลา
นี่แหละคือเหตุผลที่อัมเบรลล่าทุ่มการวิจัยลงกับโปรเจกต์ลมตะวันตกนี้
“ฮิราตะ! มาดูหน่อย ฉันเจอคนมีแววนะ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก นี่ไง ฮิรุโกะ ลูกศิษย์สุดภาคภูมิของฉัน!”
ใบหน้าของฮิราตะเปลี่ยนทันที… เวรล่ะ นี่ฉันกำลังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมไอ้นี่ถึงต้อนรับดีผิดปกติ นึกว่าจะดีใจที่ไม่ได้เจอกันนาน ที่ไหนได้… หมอนี่เตรียมล่อฉันมาดูเด็กมันนี่เอง แต่รอบนี้ นายคงเดาผิดแล้วล่ะ เพื่อนเอ๋ย…
ฮิราตะหันไปตามมือที่ซาวาอิชี้ แล้วก็เห็นคน ๆ หนึ่งที่ใส่ชุดคลุมดำคลุมตัวจนมิด มองไม่เห็นหน้าตาอะไรเลย
สภาพแบบนี้ทำให้ฮิราตะขมวดคิ้วทันที
ซาวาอิเห็นสีหน้าเพื่อนก็หันกลับมามองซาโซริ แล้วพูดอธิบายว่า
“ฮิราตะ นายไม่รู้อะไร ลูกศิษย์ฉันน่ะเก่งทุกอย่างเลยนะ แต่แค่มัน… ระวังตัวมากไปหน่อย แค่นั้นแหละ!”
“มันเลยสร้างเกราะไว้ใส่ป้องกันตัว ตอนแรกมันเรียกเกราะนั่นว่า ‘หุ่นเชิด’ แต่หลังฉันอบรมไปชุดใหญ่ มันก็เลิกพูดแล้ว ‘หุ่นเชิด’ มันศัพท์นินจานะ ที่นี่ไม่ใช้ศัพท์แบบนั้นโว้ย!”
ซาวาอิพูดด้วยท่าทีตื่นเต้น ส่วนฮิราตะก็เริ่มเข้าใจแล้ว
ซาวาอิโบกมือเรียกซาโซริ “ฮิรุโกะ อย่าอยู่ในเกราะทั้งวันแบบนั้น คนอื่นเขาจะคิดว่านายเป็นผีเอานะ! นี่เพื่อนเก่าฉันเอง ฮิราตะ!”
เดอิดาระมองซาโซริ อ้อ งั้นตอนนี้พี่ซาโซริใช้ชื่อปลอมว่า “ฮิรุโกะ”
แต่เดี๋ยวนะ ฮิรุโกะไม่ใช่ชื่อหุ่นเชิดของพี่ซาโซริเหรอ!? หรือว่า… ไอ้เกราะที่พูดถึงนั่นก็คือ “ฮิรุโกะ” ตัวเดียวกันน่ะ!?
เดอิดาระคิดว่าตัวเองเข้าใจแล้ว เลยแอบขำในใจเล็ก ๆ …แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปทำให้เขาอึ้งแดกทันที
ซาโซริถอดชุดคลุมสีดำออก เผยร่างชายหนุ่มหน้าหวานออกมาเต็ม ๆ!
เด็กหนุ่มหล่อจัด ผิวเนียนกริ๊บ ผมแดงสดใส ใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กหนุ่มอายุสิบห้า!
ผั่กกก!!!
“แค่ก ๆ …”
เดอิดาระถึงกับกำหมัดแน่น ทำทีเป็นไอแก้เขิน
ตอนนั้นเอง ซาวาอิก็หันมามองเดอิดาระ แววตาสงสัยก่อนจะถามว่า
“แล้วคนนี้คือ…”
จากนั้นเขาก็มองไปทางฮิราตะ รอให้แนะนำ
ทุกคนที่เข้ามาที่นี่ได้ ต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาทั้งนั้น แต่เจ้าเด็กนี่ดูอายุน้อยเกินไปจริง ๆ
ตอนนี้แหละ ฮิราตะเริ่มยืดอก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิสุด ๆ
“อ้อ คนนี้ก็ลูกศิษย์ใหม่ของฉันเหมือนกัน ฝีมือน่ะไม่เท่าไหร่ แค่ราว ๆ 30% ของฉันเอง!”
ซาวาอิหันมามองเดอิดาระทันทีด้วยสีหน้าตกใจ! ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ อาจคิดว่าอวดเกินจริง… แต่ซาวาอิรู้ดี ฝีมือฮิราตะมันของจริง
แม้เดอิดาระจะมีพลังการต่อสู้สูงกว่าฮิราตะก็เถอะ แต่สิ่งที่ฮิราตะแข็งที่สุดก็คือ "ความรู้"
มีฝีมือถึงแค่ 30% ของฮิราตะก็พอจะนำทีมวิจัยย่อย ๆ ได้แล้วล่ะ
และมันก็หมายความว่า เดอิดาระมีแนวโน้มจะแซงหน้าอาจารย์ในอนาคตด้วย!
ซาวาอิเริ่มมองเดอิดาระด้วยสายตาอยากปั้นสุด ๆ แต่ก็ไม่รู้สึกเสียดายอะไร เพราะเขาเองก็ได้ลูกศิษย์เทพเหมือนกัน
ถ้าไม่มีเจ้าฮิรุโกะนี่อยู่ล่ะก็… ซาวาอิอาจอิจฉาจนเปิดเนตรวงแหวนไปแล้วก็ได้!
“เดอิดาระ ไปทักทายอาจารย์ลุงซะ เขาเป็นเซียนด้านเครื่องกลนะ เคยเป็นหัวหน้าสร้างเครื่องบินรบรุ่นที่สองมาแล้ว!”
ฮิราตะพูดอย่างภูมิใจ เครื่องบินรุ่นแรกน่ะ คนที่สร้างคืออาจารย์ของทั้งสองคน ลุงโดล
ลุงโดลยังคงเป็นผู้จัดการใหญ่แห่ง นครท้องฟ้า อยู่จนถึงตอนนี้
พักหลัง ๆ เดอิดาระเริ่มเข้าใจแล้วว่า องค์กรอัมเบรลล่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน แค่ไม่พูดถึงเรื่องนินจาก็เถอะ แค่คลังอาวุธกับ “นกเหล็ก” ที่บินบนฟ้าได้ ที่พวกเขาเรียกว่า “เครื่องบิน”
ก็สามารถบุกยึดประเทศได้แล้ว
นกดินเหนียวของเขาน่ะยังต้องใช้จักระ ถ้าจักระหมดก็จบ ไม่ได้บินฟรี ๆ แบบเครื่องพวกนี้ วิชาของเขาใช้ได้แค่ระดับกลางถึงไกล แต่ของอัมเบรลล่าน่ะ…โจมตีได้ระดับ “ไกลถึงโคตรไกล!”
พลังของพวกเขาเหนือกว่าจินตนาการเยอะ ยิ่งเขาอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมหัวหน้าถึงเลือกเข้าร่วมกับพวกนี้
ในระดับผิวเผิน นารูโตะเองก็แข็งแกร่งสุด ๆ ไหนจะระดับคาเงะทั้งหลาย ไหนจะอาวุธอีกมหาศาล แล้วพอได้เห็นระเบิดที่ไม่ใช้จักระได้ด้วยตา เขาก็ยอมรับเลยว่า ไม่อยากเชื่อว่าไม่มีจักระจะไปถึงระดับนี้ได้!
ในสายตาเดอิดาระ การที่อัมเบรลล่าจะครองโลก มันก็แค่ “เรื่องของเวลา” เท่านั้นเอง
แต่สำหรับเขา มันไม่สำคัญเลย เขาแค่อยากวิจัย “ศิลปะ” ของตัวเอง และที่นี่… คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปมีชีวิตอีกครั้ง
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….