เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 - โลกใบเล็กตระกูลหวัง

บทที่ 250 - โลกใบเล็กตระกูลหวัง

บทที่ 250 - โลกใบเล็กตระกูลหวัง


บทที่ 250 - โลกใบเล็กตระกูลหวัง

ในระหว่างการเดินทางข้ามเวลา หานเฉินก็ไม่ลืมที่จะคัดลอกสิ่งของแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกลับมาด้วย

อย่างเช่นรถยนต์บินได้ ยานพาหนะชนิดนี้สำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงความแข็งแกร่งและอำนาจอีกด้วย

เมื่อรถยนต์บินได้เริ่มเป็นที่นิยมในโลกสี่เหลี่ยม ความเร็วในการพัฒนาและการขนส่งของที่นี่ก็รุดหน้าไปไกลกว่าคอกมนุษย์แห่งใดในโลก

นอกจากนี้ยังมีปืนเลเซอร์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าเดิม นี่เป็นยุทโธปกรณ์ที่หานเฉินแอบย่องเข้าไปคัดลอกมาจากคลังแสงของกองทัพในโลกอนาคต อานุภาพของมันรุนแรงกว่าอาวุธกระสุนดินปืนในยุคปัจจุบันหลายเท่าตัว

และที่ขาดไม่ได้เลยคือเสื้อผ้าผู้หญิงจากโลกอนาคต ซึ่งทำเอาฉินเหยา หยางเถียนเถียน และลู่หลิงหลิง ต่างแสดงความสนใจกันอย่างออกนอกหน้า

นอกเหนือจากคอกมนุษย์ต่างๆ และโลกต่างมิติอย่างของหานเฉินแล้ว ในโลกปัจจุบันก็เริ่มมีกลุ่มอำนาจหลากหลายรูปแบบปรากฏขึ้น

ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มที่ก่อตั้งโดยคนธรรมดา พวกเขารวมตัวกันเพื่อสร้างความอบอุ่นและร่วมมือกันต่อต้านผู้มีพลังพิเศษ

แม้ว่าการต่อสู้ทุกครั้งจะสูญเสียอย่างหนัก แต่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ทุกคนก็เริ่มพยายามปรับตัวกันอย่างสุดความสามารถ

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ในโลกเริ่มมีวัตถุพลังพิเศษปรากฏขึ้นมาแล้ว

หานเฉินคาดเดาว่า อาจเป็นเพราะหิมะที่เคยทับถมละลายกลายเป็นน้ำ น้ำเหล่านี้มีพลังงานสีฟ้าปะปนอยู่และเมื่อซึมลงสู่พื้นดิน จึงทำให้พลังงานผสานเข้ากับโลกใบนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ตอนนี้ไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็เริ่มมีพลังพิเศษแฝงอยู่

คนธรรมดาที่ครอบครองวัตถุพลังพิเศษ ในที่สุดก็มีโอกาสที่จะต่อกรกับผู้มีพลังพิเศษได้บ้างแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไป ขั้วอำนาจต่างๆ ก็เริ่มมีความมั่นคงมากขึ้น

ผู้คนเริ่มเลิกราฆ่าฟันกันอย่างบ้าคลั่งและไร้เหตุผล ต่างหันมามุ่งเน้นพัฒนาขุมกำลังของตนเอง

เพราะบทเรียนจากการเป็นตาอยู่คว้าพุงเพียวๆ มีให้เห็นมามากเกินพอ ใครๆ ก็ไม่อยากเปิดศึกซึ่งหน้า แต่เน้นการแทงข้างหลังกันมากกว่า

เมื่อวันสิ้นโลกยุติลง สัตว์บางชนิดที่จำศีลเก่งๆ ก็เริ่มปรากฏตัวออกมา สัตว์บางตัวถึงขั้นตื่นรู้พลังพิเศษ และกลายเป็นเป้าหมายในการแย่งชิงของกลุ่มอำนาจต่างๆ

เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว สัตว์ที่มีพลังพิเศษนั้นแข็งแกร่งกว่ามาก

ทว่าสัตว์ที่รอดชีวิตในโลกปัจจุบันมีน้อยจนน่าใจหาย สถานที่ที่เคยชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่าอย่างทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา หลังจากผ่านพ้นยุคน้ำแข็งมา แทบทั้งหมดก็ถูกแช่แข็งจนสูญพันธุ์ไปสิ้น

ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงเริ่มลากเอาไดโนเสาร์ขนาดเล็กและสัตว์อื่นๆ ออกมาจากประตูมิติโลกไดโนเสาร์ที่มีอยู่มากมายในโลกปัจจุบัน เพื่อช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับโลกใบนี้

เวลาล่วงเลยไปเช่นนี้ถึงสามเดือน

หานเฉินยืนนิ่งอยู่บนท้องฟ้าด้วยสีหน้าเย็นชา สายตามองลงไปยังผืนดินเบื้องล่าง

หลังจากใช้ความพยายามค้นหาอย่างไม่ลดละมาหลายเดือน ในที่สุดวันนี้ หานเฉินก็ระบุตำแหน่งประตูมิติถาวรของโลกใบเล็กตระกูลหวังได้สำเร็จ

ประตูมิติบานนี้ถูกติดตั้งไว้อย่างมิดชิด อยู่ใต้ซากปรักหักพังแห่งหนึ่ง ซึ่งหากเป็นเวลาปกติคงยากที่จะสังเกตเห็น

หานเฉินมองดูซากปรักหักพังใต้เท้า ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยพวงระเบิดมือลงไป

ตูม! ตูม! ตูม!

อานุภาพของระเบิดมือเลเวล 6 ระเบิดซากปรักหักพังจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ในพริบตา

ประตูมิติปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที

เนื่องจากคุณสมบัติของประตูมิติที่ไม่นำพาแรงระเบิด จึงไม่ต้องกังวลว่าคนในโลกใบเล็กตระกูลหวังจะรู้ตัว

ส่วนยามที่เฝ้าอยู่ข้างนอก ได้ไปกราบไหว้บรรพบุรุษที่รากมะม่วงเรียบร้อยแล้ว

หานเฉินเปลี่ยนร่างเป็นควัน พุ่งตรงเข้าไปในโลกใบเล็กตระกูลหวังทันที

จากการสืบข่าวก่อนหน้านี้ ตระกูลหวังไม่มีคนของตำหนักสวรรค์ประจำการอยู่ มีเพียงพ่อลูกตระกูลหวัง หวังชิงเหลียนและพ่อของเธอเท่านั้น

แต่ถึงจะมีคนของตำหนักสวรรค์อยู่ หานเฉินก็หาได้เกรงกลัวไม่

ภายในโลกใบเล็ก

บ้านเรือนถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพาะปลูก

ดูเหมือนว่าตระกูลหวังวางแผนที่จะพึ่งพาตนเองอยู่ที่นี่

ทว่าคนที่รับผิดชอบงานเพาะปลูกล้วนเป็นคนธรรมดา หรือพูดง่ายๆ ก็คือทาสแรงงาน

หานเฉินไม่ได้สนใจพวกเขา แต่พุ่งตรงไปยังอาคารที่สูงที่สุดทันที

ตอนที่หานเฉินลงมาถึง ที่นั่นกำลังมีการประชุมกันอยู่ แถมยังเป็นการประชุมกลางแจ้งเสียด้วย

"ทุกคนฟังให้ดี ตอนนี้ตำหนักสวรรค์มีคำสั่งลงมา เราต้องคอยก่อกวนสำนักผู้มีพลังพิเศษอยู่เรื่อยๆ อย่าให้พวกมันพัฒนาได้ราบรื่น"

"ตระกูลหวังเลี้ยงพวกแกผู้มีพลังพิเศษแปดพันคน ไม่ใช่ให้มานั่งกินข้าวเสียเปล่า ทั้งหมดต้องขยับตัวทำอะไรบ้าง"

"ฉันรู้นะว่าปกติพวกแกทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม แต่อันนั้นมันเมื่อก่อน จากนี้ไปถ้าใครยังกล้าทำแบบนั้นอีก อย่าหาว่าฉันโหดเหี้ยมฆ่าคนไม่กะพริบตา"

หวังซวนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน พูดจาวางก้ามสั่งการ วางมาดผู้นำเต็มที่

แม้คนข้างล่างจะดูเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่กลับไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไร

"ฉันรู้ว่าพวกแกไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้หัวหน้าตระกูลของพวกแกตายไปแล้ว"

พูดจบ หวังซวนก็ยื่นมือออกไปกดเบาๆ พลังที่มองไม่เห็นกดทับลงบนร่างของคนที่ถูกมัดคุกเข่าอยู่ข้างๆ ราวกับนักโทษ

ชายคนนั้นดูเหมือนกำลังแบกรับแรงกดดันมหาศาล ร่างถูกกดจนหลังงอลงไปอีก พื้นดินใต้หัวเข่าก็เริ่มแตกร้าว

หวังซวนไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา แต่กลับพูดกับทุกคนว่า "ตอนนี้ฉันสืบทอดพลังแรงโน้มถ่วงของหัวหน้าตระกูลพวกแกมาแล้ว ฉันก็คือหัวหน้าตระกูลของพวกแก ฉันไม่อยากเห็นใครขัดคำสั่งฉันอีก และยิ่งไม่อยากเห็นใครเล่นตุกติกข้างหลังฉัน!"

พูดจบ มือของเขาก็กดลงไปอย่างแรง

ผัวะ!

นักโทษที่ถูกกดทับอยู่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง ร่างกายถูกบดขยี้กลายเป็นกองเลือดเนื้อในทันที

หวังซวนก้มมองอย่างรังเกียจ "มาเก็บกวาดให้สะอาด!"

"ส่วนนักโทษคนอื่น ประหารให้หมด!"

หวังซวนสะบัดแขนเสื้อ หันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าไป

"วางมาดใหญ่โตเหลือเกินนะ!"

หวังซวนหันขวับกลับมาทันที สายตาเกรี้ยวกราดกวาดมองไปรอบๆ "เมื่อกี้ใครพูด! ออกมานะ!"

"จำแม้กระทั่งเสียงของผมไม่ได้แล้วเหรอครับ... คุณพ่อตา"

น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น ดวงตาของหวังซวนค่อยๆ เบิกกว้าง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง และเห็นหานเฉินนั่งขัดสมาธิลอยอยู่กลางอากาศ

"หานเฉิน!" หวังซวนกัดฟันกรอด "แกกล้าบุกเข้ามาในถิ่นตระกูลหวังของฉันเชียวรึ!"

สมาชิกตระกูลหวังคนอื่นๆ เมื่อเห็นหานเฉิน กลับแสดงสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์

"พวกเขาเหรอ?" หานเฉินเอามือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกมือชี้ลงไปข้างล่าง

"พวกเขาคือตระกูลหวังของพวกเขา เกี่ยวอะไรกับแก หวังซวน? ถ้าไม่มีตำหนักสวรรค์คอยหนุนหลัง แกในสายตาของพวกเขาก็เป็นแค่ผายลมเท่านั้นแหละ"

หานเฉินฉีกหน้ากากหนาๆ ของหวังซวนอย่างไร้ปรานี แม้แต่เหล่าผู้มีพลังพิเศษตระกูลหวังที่นั่งอยู่ด้านล่างยังเผลอแสดงสีหน้าสะใจออกมา

"แก!" หวังซวนหน้าดำหน้าแดง "หานเฉิน วันนี้ฉันจะทำให้แกไม่ได้กลับออกไป แกคิดว่ามีแค่แกที่เป็นผู้มีพลังพิเศษรึไง? ตอนนี้ฉันเองก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเลเวล 6 เหมือนกัน ฉันไม่กลัวแกหรอก!"

หานเฉินแสยะยิ้มมองหวังซวน เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าหวังซวนมีฝีมือระดับไหน

ค่าความแข็งแกร่ง 5858 แต้ม เป็นผู้มีพลังพิเศษเลเวล 6 ของแท้แน่นอน

แต่สำหรับหานเฉินแล้ว มันกระจอกงอกง่อยสิ้นดี

ค่าความแข็งแกร่งร่างกายของหานเฉินมากกว่าเขาถึงสองเท่า

"หวังชิงเหลียนล่ะ ให้หล่อนออกมาเจอฉัน!" หานเฉินพูดเสียงเย็น

"หึ! ชิงเหลียนไปรายงานตัวที่ตำหนักสวรรค์ กว่าหล่อนจะกลับมา สิ่งที่หล่อนจะได้เห็นก็คือศพของแกเท่านั้น"

หานเฉินนึกเสียดายในใจ ไม่คิดว่าหวังชิงเหลียนจะไม่อยู่

แต่ก็ช่างเถอะ ฆ่าหวังซวนก่อน แล้วค่อยรอหวังชิงเหลียนกลับมา

คิดได้ดังนั้น หานเฉินก็พุ่งดิ่งลงไปหาหวังซวนทันที

"คนตระกูลหวังฟังให้ดี ฉันมาหาแค่หวังซวนกับหวังชิงเหลียน ไม่เกี่ยวกับพวกแก!"

คนตระกูลหวังมองดูหานเฉินเปิดฉากโจมตี ในเวลานี้กลับไม่มีใครสักคนลุกขึ้นมาช่วย

ทว่าข้างกายหวังซวน กลับมีร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งพุ่งออกมา

หนึ่งในสี่ผู้นำ ค้างคาวเขียว

"ไสหัวไป!" หานเฉินตวาดลั่น พร้อมกับฟันดาบลงไป

ค้างคาวเขียวที่มั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม กางกรงเล็บแหลมคมออกมาหมายจะรับดาบถังของหานเฉิน

ฉับ!

ฝ่ามือของค้างคาวเขียวขาดสะบั้นตามเสียงดาบ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 250 - โลกใบเล็กตระกูลหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว