- หน้าแรก
- ในโลกที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ฉันได้สร้างทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำกัด
- บทที่ 24 - จินกองขี้
บทที่ 24 - จินกองขี้
บทที่ 24 - จินกองขี้
บทที่ 24 - จินกองขี้
หวังชิงเหลียนมองตามนิ้วพ่อไป ก็เข้าใจความหมายทันที
วิลล่า 002 ตอนนี้ ในสายตาคนหิวโหย มันคือหมูสามชั้นมันย่อง ใครเห็นก็ต้องอยากพุ่งเข้าไปกัดสักคำ
ยิ่งเป็นจินเสียงที่ทำธุรกิจสีเทาด้วยแล้ว ต้องบุกยึดวิลล่า 002 แน่ๆ
หวังชิงเหลียนพูดอย่างกังวล “ถ้าจินเสียงยึดที่นั่นได้ เราก็หมดหวังที่จะเข้าไปอยู่เลยสิคะ แล้วเราจะทำยังไง”
“หึๆ ลืมแล้วเหรอ เจ้าของบ้าน 002 มีปืนนะ จะปล้นเขา ไม่ง่ายหรอก”
ตอนนั้นพวกเธอเห็นกับตา บนโต๊ะของหานเฉินมีปืนลูกซองวางอยู่
ด้วยสายตาของหวังซวน ฟันธงได้เลยว่าเป็นของจริง
หวังซวนยิ้มพูด “ปล่อยให้หมากัดกันไปก่อน เราจะได้ดูด้วยว่าเจ้าของบ้าน 002 มีฝีมือแค่ไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ”
สมกับเป็นพ่อค้าที่รวยมาด้วยมันสมอง ไม่ต้องพิมพ์อะไรในกลุ่มสักคำ ก็วางแผนนั่งบนภูดูเสือกัดกันได้อย่างแยบยล
คำว่าเจ้าเล่ห์เพทุบายคงน้อยไปสำหรับเขา
ไม่ว่าหานเฉินหรือจินเสียงจะแพ้ ก็ไม่กระทบอะไรกับหวังซวน
ดีไม่ดีเขาอาจจะได้เป็นตาอยู่คว้าพุงปลาไปกิน
คิดได้ดังนั้น หวังซวนก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ฝั่งหานเฉินกำลังกินมื้อเย็น เห็นข้อความในกลุ่มก็นิ่งคิด
คนอย่างจินเสียง หานเฉินที่อยู่ในแวดวงธุรกิจย่อมรู้จักดี
ก่อนวันสิ้นโลกก็หากินกับการข่มขู่ยึดที่ชาวบ้าน ตอนนี้ก็แค่กลับมาทำอาชีพเก่า
เรียกว่างานถนัด
จากนั้น หานเฉินก็คัดลอกระเบิดมือมาห้าลูกวางไว้ข้างตัว
ถ้าจินเสียงมาที่นี่ ต้องเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเขาแน่
ไฟสว่างจ้าบ้านเขาคือประภาคารเรียกแมลงสาบชั้นดี
จินเสียงเห็นแล้วต้องตรงดิ่งมาดู พอเห็นความสุขสบายของหานเฉิน ก็ต้องบุกโจมตีอย่างบ้าคลั่งแน่นอน
“งั้นก็เตรียมระเบิดไว้ต้อนรับสักห้าลูก จัดให้หมอบในทีเดียว จะได้ไม่เปลืองแรง”
กินข้าวเสร็จ หานเฉินถือแก้วชานมไข่มุกมานั่งริมหน้าต่าง
กาแฟกินเบื่อแล้ว แถมกินตอนเย็นเดี๋ยวนอนไม่หลับ
เปลี่ยนรสชาติเป็นชานมบ้าง ใส่ไข่มุกเยอะๆ
ไม่นาน
หานเฉินก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากส่วนลึกของหมู่บ้าน
นับคร่าวๆ ได้แปดคน
ในวันสิ้นโลก กลุ่มอันธพาลบ้าเลือดพวกนี้ถือเป็นขุมกำลังที่ประมาทไม่ได้
คนธรรมดาสู้พวกมันไม่ได้หรอก
คนกลุ่มนี้เดินฝ่าพายุหิมะมุ่งหน้ามาทางวิลล่า 001
ตกดึกพายุหิมะยิ่งแรง ไม่รู้พวกนี้คิดยังไงถึงออกมาเดินเพ่นพ่าน
สงสัยจะได้ใจจากบ้านเสี่ยลี เลยรีบมาล่าเหยื่อต่อ
พอมาถึงหน้าวิลล่า 001
จินเสียงกระชับเสื้อคลุม สั่งให้ลูกน้องไปเรียกเจ้าของบ้าน
แบบว่าลองคุยดีๆ ก่อนค่อยใช้กำลัง
อันธพาลไม่น่ากลัว เท่ากับอันธพาลที่มีวัฒนธรรม
“เชี่ย ลูกพี่ ดูข้างหลังดิ”
ลูกน้องคนหนึ่งร้องอุทาน ชี้ไปข้างหลังปากอ้าตาค้าง ลมเย็นตีเข้าปากเต็มๆ
ทุกคนหันขวับไปมอง
“เชี่ย!~”
คำอุทานยอดฮิตดังระงม
“วิลล่า 002 มีไฟได้ไงวะ จำได้ว่ามีคนตายไม่ใช่เหรอ หรือว่าผีหลอก?”
ลูกน้องคนหนึ่งพูดเสียงสั่น เริ่มกลัวขึ้นมา
ลูกน้องอีกคนส่ายหน้า “ไม่ใช่ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นมีช่างมาตกแต่ง น่าจะมีคนซื้อไปแล้ว”
จินเสียงโบกมือ “ไป ไปดูหน่อยว่าเป็นไง ต่อให้เป็นผี กูจะกระทืบให้ตายอีกรอบ”
สรุปว่า ทั้งกลุ่มเปลี่ยนเป้าหมาย เดินตรงมาที่วิลล่า 002
หวังซวนมองผ่านหน้าต่าง ยิ้มมุมปากอย่างที่คิดไว้ รอชมละครฉากเด็ด
หานเฉินโยนระเบิดเล่นในมือ มองดูคนแปดคนเดินเข้ามาอย่างเกียจคร้าน
“เฮ้อ พวกแส่หาที่ตาย สงสัยต้องเปิดเทศกาลฆ่าสัตว์ซะแล้ว”
จินเสียงมายืนหน้ากระจก มองไม่เห็นข้างใน ก็เลยชะเง้อชะแง้
“จินเสียง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรมา กลับไปซะ”
เสียงหานเฉินดังออกมา เย็นชาและห่างเหิน
จินเสียงชะงัก แล้วหัวเราะ “มึงบอกให้กลับกูก็ต้องกลับเหรอ?”
“ยังไม่เคยมีใครกล้าพูดกับกูแบบนี้”
“บอกมาตามตรง ที่นี่มีไฟได้ไง? มึงทำยังไง?”
จินเสียงมั่นใจแล้วว่าไม่ใช่ผี เป็นคนแน่ๆ
“เรื่องของกู รีบไสหัวไป อย่าให้กูโมโห ไม่งั้นมึงรับผลที่ตามมาไม่ไหวหรอก” หานเฉินด่ากลับอย่างไม่เกรงใจ
ไอ้จินเสียงนี่ไม่ว่าจะชาติที่แล้วหรือชาตินี้ก็เป็นสวะสังคม ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้ หานเฉินไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย
แถมป้อมปราการของเขาแข็งแกร่งดั่งหินผา ไม่ต้องกลัวมันหรอก ต่อให้พวกมันทุบจนตายก็แตะตัวเขาไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
จินเสียงหน้าเขียวคล้ำมองกระจกตรงหน้า
ฟังจากเสียง เจ้าของบ้าน 002 น่าจะเป็นวัยรุ่น
ไม่กลัวเขา แถมยังปากดี ทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าลูกน้อง
ลูกน้องเห็นสีหน้าลูกพี่ก็รู้ใจ ยกไม้หน้าสามฟาดใส่กระจกทันที
ปากก็ด่าไปทุบไป “ไอ้เด็กเวร แน่จริงออกมาสิวะ พ่อจะตีให้ตายคาตีน”
“กล้าด่าพี่เสียง วันนี้ต่อให้มึงกราบตีน มึงก็ไม่รอด”
เสียงดังปังๆๆ ลูกน้องจินเสียงรุมทุบจนหอบแฮ่ก
แต่ต้องตกใจที่เห็นว่ากระจกไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว
“เชี่ย กระจกห่านี่แข็งชิบหาย ทุบจนมือแตกแล้วเนี่ย”
“กระจกกันกระสุนชัวร์ ไอ้หมอนี่ประสาทป่าววะ ติดกระจกกันกระสุนที่บ้าน?”
จินเสียงขมวดคิ้ว เขาก็ดูออกว่าเป็นกระจกกันกระสุน งานเข้าแล้วสิ
อย่าว่าแต่ไม้หน้าสามเลย ต่อให้เอาปืนพกที่เก็บสะสมไว้ยิง ก็ยิงไม่เข้า
“หึๆ ทุบเข้าไปแรงๆ หน่อย ชีวิตกำลังเบื่อๆ พอดี ถือว่าดูพวกขยะเต้นแร้งเต้นกาแก้เซ็ง”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของหานเฉินดังออกมา ไม่ยี่หระกับความแข็งแรงของกระจกเลยสักนิด
จินเสียงพูดเสียงเย็น “ไอ้หนู มึงกำลังยั่วโมโหกูนะ ไม่เคยมีใครกล้าลองดีกับกูแบบนี้”
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ชะงัก
เพราะหานเฉินกดปิดโหมดกันการมองเห็น เผยให้เห็นเขาสวมหน้ากากตัวตลกนั่งอยู่บนเก้าอี้จ้องมองมา
“นี่ จินกองขี้ กูแนะนำให้มึงรีบไสหัวไป ไม่งั้นกูจะไม่เกรงใจแล้วนะ”
หานเฉินโยนระเบิดในมือเล่นไปมา
ตอนนี้จินเสียงกับลูกน้องลืมด่าหานเฉิน ลืมแม้กระทั่งคำว่า ‘จินกองขี้’ ที่หานเฉินเรียก
พวกมันโดนความหรูหราสุขสบายภายในห้องสะกดจิต
ในห้องไม่มีร่องรอยความหนาวเย็น บนโต๊ะมีของกินวางเพียบ
สำหรับคนที่หิวโซหนาวสั่น นี่คือสิ่งยั่วยวนที่อันตรายที่สุด
แถมหานเฉินยังใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น แสดงว่าข้างในอุ่นมาก
ต้องยึดที่นี่ให้ได้
ความคิดแรกของจินเสียงคือสิ่งนี้ และมันแน่วแน่มาก
ตอนนี้เขาเพิ่งจะมองหานเฉินเต็มตา และเห็นระเบิดในมือหานเฉิน
แต่จินเสียงไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
“กูอยากรู้เหมือนกันว่ามึงจะไม่เกรงใจกูยังไง ด้วยระเบิดของเล่นในมือมึงเนี่ยนะ?”
“ตอนกูเดินสายนักเลง มึงยังเล่นขี้ผสมเยี่ยวอยู่เลยมั้ง”
“คิดว่ากูถูกขู่จนโตมาเหรอวะ?”
จินเสียงพูดอย่างดูถูก
“จินกองขี้ งั้นมึงอยากลองไหมว่าระเบิดจริงหรือปลอม?”
หานเฉินถามยิ้มๆ
คราวนี้ จินเสียงได้ยินคำว่า 'จินกองขี้' เต็มสองหู โกรธจนเลือดขึ้นหน้าทันที
[จบแล้ว]