- หน้าแรก
- ในโลกที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ฉันได้สร้างทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำกัด
- บทที่ 20 - หวังชิงเหลียนกินรองเท้าหนัง
บทที่ 20 - หวังชิงเหลียนกินรองเท้าหนัง
บทที่ 20 - หวังชิงเหลียนกินรองเท้าหนัง
บทที่ 20 - หวังชิงเหลียนกินรองเท้าหนัง
ได้ยินลูกสาวประกาศตัดขาดพ่อลูก
หวังซวนโกรธจนลุกพรวด
เพียะ! ฝ่ามือฟาดลงบนหน้าลูกสาวฉาดใหญ่
“เนรคุณ ฉันเลี้ยงแกมาได้ยังไงถึงได้เลวแบบนี้”
หวังชิงเหลียนกุมแก้ม เชิดหน้าจ้องตากับพ่ออย่างไม่ลดละ ตะโกนใส่หน้า
“งั้นต่อไปหนูก็จะไม่เป็นลูกพ่อ เราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันอีก!”
“หนูจะไปอยู่กับหานเฉิน หนูไม่ยอมหนาวตายอดตายอยู่ที่นี่กับพวกพ่อหรอก!”
หวังซวนโกรธจนตัวสั่น แย่งมือถือจากมือหวังชิงเหลียนมาดูรูปที่หานเฉินส่งมา
ในรูปมีแค่เทอร์โมมิเตอร์กับขาที่ใส่กางเกงขาสั้น ดูไม่ออกว่าเป็นที่ไหน
แต่ดูออกชัดเจนว่าหานเฉินอยู่ในที่ที่อบอุ่น
เห็นได้ชัดว่าหานเฉินไม่ได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็นเลย ชีวิตสุขสบายดี
“ยัยโง่ แกคิดว่าหานเฉินรักแกจริงเหรอ มันแค่ปั่นหัวแก มันกำลังแก้แค้นแกต่างหาก”
หวังซวนผู้เจนจัดมองปราดเดียวก็รู้เจตนาของหานเฉิน ด่าลูกสาวอย่างเหลืออด
“ไม่จริง เขารักหนูมาตลอด เขาบอกว่าจะมารับหนู เขาก็ต้องมา”
“มีแต่พ่อนั่นแหละที่เป็นตัวถ่วง หนูเกลียดพ่อ!”
ตอนนี้หวังชิงเหลียนสติแตกไปแล้ว ทำตัวเหมือนเด็กโข่งเอาแต่ใจ
ลงไปดิ้นพราดๆ กรีดร้องอยู่กับพื้น
เสิ่นฉินจะเข้าไปปลอบก็โดนลูกสาวทั้งทุบทั้งด่า
หวังซวนโมโหจนโยนมือถือคืนให้ ตวาดลั่น “งั้นแกก็ลองดู ดูซิว่ามันจะมารับแกจริงไหม!”
พูดจบ หวังซวนก็เดินหนีไปดื้อๆ
หวังชิงเหลียนเก็บมือถือ วิ่งร้องไห้กลับเข้าห้อง ล็อกประตูแน่นหนา แล้วนั่งพิงประตู
ตู้ฮวานั่งนิ่งหน้าเขียวคล้ำ
หวังชิงเหลียนกล้าพูดต่อหน้าเขาว่าจะกลับไปหาหานเฉิน
ทำเอาเขารู้สึกหน้าชาเหมือนโดนตบ
ผู้หญิงที่เคยออดอ้อนคลอเคลียเขา ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ความคิดที่จะเกาะเธอไปเสวยสุขด้วย ตอนนี้กลายเป็นเรื่องตลกสิ้นดี
มันต่างอะไรกับการส่งหวังชิงเหลียนใส่พานถวายให้ผู้ชายฝั่งตรงข้าม
หวังชิงเหลียนพิงประตูส่งข้อความหาหานเฉิน
“สามี เค้าตัดขาดพ่อลูกกับพ่อแล้วนะ สามีมารับเค้าเถอะ ต่อไปเค้ามีแค่สามีคนเดียวแล้ว”
แนบสติกเกอร์ร้องไห้
เห็นข้อความนี้ หานเฉินก็มองไปที่วิลล่า 001 ด้วยความสนใจ
“หึๆ แตกคอกันแล้วเหรอ ไม่รู้จะถึงขั้นฆ่ากันเองไหมนะ?”
“สงสัยต้องรอให้สุกงอมกว่านี้อีกหน่อย”
หานเฉินยิ้ม พิมพ์ตอบ “ขอฉันคิดดูก่อนนะ ให้เวลาฉันหน่อย”
ยื้อเวลาไปอีกหน่อย แต่ละวัน ไม่สิ แต่ละนาที สำหรับตระกูลหวังมันคือนรก
หวังชิงเหลียนเห็นข้อความก็ยิ่งมั่นใจว่าหานเฉินรักเธอ
ถึงขั้นมโนแทนหานเฉินว่าคงมีเหตุผลที่ต้องลังเล
“ได้ค่ะสามี เค้าจะรอนะ รักนะจุ๊บๆ”
หวังชิงเหลียนยิ้ม ตอนนี้เธอรู้สึกว่าควบคุมหานเฉินได้อยู่หมัด
มั่นใจเต็มร้อยว่าเขาต้องมารับเธอแน่
ถึงตอนนั้น เธอจะได้ใช้ชีวิตดุจเจ้าหญิงในวันสิ้นโลก
ส่วนพ่อแม่ หานเฉินคงไม่ยอมให้พาไปด้วยแน่ๆ
งั้นก็ช่างหัวพวกเขาสิ แก่ปูนนี้แล้ว ขืนพาไปก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ
คิดได้ดังนั้น แววตาของหวังชิงเหลียนก็ฉายแววอำมหิต
“ฮึ รอให้ฉันไปถึงก่อนเถอะ จะหาโอกาสเขี่ยหานเฉินทิ้งซะ”
“ทีนี้ ฉันก็จะได้เสวยสุขกินของอร่อยคนเดียว”
“ฉันจะใส่ชุดนอนจิบกาแฟสวยๆ มองดูคนอื่นตกระกำลำบากเหมือนเจ้าของบ้าน 002 นั่น”
“ทำได้แน่”
ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนี้วาดฝันชีวิตสวยหรูในอนาคต
แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ยังถูกเธอกาหัวทิ้งอย่างไม่ไยดี
ส่วนตู้ฮวา?
เหอะ ไอ้ขยะไร้ค่า
อารมณ์ดีขึ้นแล้ว หวังชิงเหลียนก็กลับมายืนริมหน้าต่าง มองไปที่วิลล่า 002
แม้จะเห็นไม่ชัด แต่แสงไฟอบอุ่นจากฝั่งตรงข้ามก็ยังบาดตา
“อยากไปใช้ชีวิตแบบนั้นเร็วๆ จัง”
“คิดจะให้ฉันเป็นผู้หญิงของแกเหรอ ฝันไปเถอะไอ้ตัวตลก!”
หวังชิงเหลียนปั้นหน้าเศร้า เปิดประตูเดินออกไป
เธอแกล้งทำตัวน่าสงสาร เดินไปข้างกองไฟ เอ่ยปากขอโทษหวังซวน
“พ่อคะ หนูขอโทษ เมื่อกี้หนูผิดเอง หนูไม่ควรพูดแบบนั้นกับพ่อ”
หวังชิงเหลียนตัดสินใจแล้ว ต้องประคองสถานการณ์กับที่บ้านไว้ก่อน จะได้มีชีวิตรอดจนกว่าหานเฉินจะมารับ
พอหานเฉินมาเมื่อไหร่ เธอจะสะบัดตูดไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
เห็นน้ำตาของลูกสาว หวังซวนก็ถอนหายใจ
คนเป็นพ่อที่ไหนจะโกรธลูกได้ลงคอ
“ต่อไปก็ใช้เหตุผลหน่อย อย่าใช้อารมณ์”
หวังซวนสอนลูกด้วยความหวังดี
แม้หวังซวนจะเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ แต่เขาก็ไม่เคยใช้เล่ห์เหลี่ยมกับลูกตัวเอง
เลยนึกไม่ถึงว่าลูกสาวจะมีความคิดชั่วร้ายขนาดนี้
“ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว” หวังชิงเหลียนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
ตอนนั้นเอง เสิ่นฉินก็เดินเข้ามา เปิดฝาหม้ออลูมิเนียมบนกองไฟ ในนั้นมีอะไรบางอย่างต้มอยู่
หวังชิงเหลียนหิวไส้กิ่ว รอแม่ตักอาหารให้กิน
แต่ทว่า...
“นี่มันอะไรคะ?” หวังชิงเหลียนมองของในหม้อด้วยความตะลึง “แม่คะ ทำไมแม่เอารองเท้าหนังมาต้ม?”
เสิ่นฉินก้มหน้าเงียบ นางเองก็รังเกียจรองเท้าหนังนี่เหมือนกัน
หวังซวนพูดแทรกขึ้นมา “ที่บ้านไม่มีอะไรกินแล้ว มีแต่รองเท้าหนังนี่แหละ”
หวังชิงเหลียนอ้าปากค้าง
กินรองเท้าหนัง?
รองเท้าหนังกินได้ด้วยเหรอ?
จะให้ฉันกินของพรรค์นี้เนี่ยนะ?
สมกับเป็นบ้านคนรวย รองเท้าหนังที่บ้านล้วนเป็นหนังแท้
พอต้มจนเปื่อย ก็พอกินแก้ขัดแทนเนื้อสัตว์ได้
หวังซวน เสิ่นฉิน และตู้ฮวา ต่างฉีกรองเท้าหนังคนละชิ้นมาแทะ
เสิ่นฉินส่งให้หวังชิงเหลียนชิ้นหนึ่ง
“ชิงเหลียน กินสิลูก” เสิ่นฉินบอก
หวังชิงเหลียนรับมาถือไว้แบบงงๆ แต่ทำใจกินไม่ลงจริงๆ
เห็นลูกสาวเป็นแบบนั้น หวังซวนก็กล่อม “กินเถอะลูก ตอนนี้เราต้องมีชีวิตรอด ถ้าไม่กินจะตายเอานะ”
ตาย?
คำนี้กระแทกใจหวังชิงเหลียนอย่างจัง
ใช่แล้ว ที่ต้องทนกินของพวกนี้ ก็เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า
ฉันต้องกิน
ฉันจะตายไม่ได้
อ้วก!
หวังชิงเหลียนยัดหนังรองเท้าเข้าปาก แต่ก็สำรอกออกมา
เธอกัดฟันยัดเข้าไปใหม่
พยายามจินตนาการถึงรูปหัวแกะและปาท่องโก๋ที่หานเฉินส่งมา
แล้วเคี้ยวกลืนลงท้องอย่างยากลำบาก
ตระกูลหวังมีรองเท้าหนัง เข็มขัดหนัง เสื้อหนังเพียบ ทั้งหมดเป็นหนังแท้
พอเสบียงหมด ของพวกนี้ก็กลายเป็นแหล่งสารอาหารหลัก
ถึงจะรสชาติหมาไม่แดก
แต่มันก็ทำให้พวกเขารอดตายมาได้
แถมหนังสัตว์ยังมีสารอาหาร ช่วยให้ร่างกายต้านทานความหนาวได้บ้าง
แต่ทุกครั้งที่มองไปเห็นชีวิตดี๊ดีที่วิลล่า 002 พวกเขาก็อดอิจฉาไม่ได้
หานเฉินจงใจไม่เปิดโหมดกันการมองเห็น
เพื่อให้คนตระกูลหวังและตู้ฮวามองเห็นความสุขสบายของเขาได้ชัดๆ
แค่ระวังไม่ให้พวกมันจำหน้าได้ก็พอ
หานเฉินเลยปิดไฟดวงบนให้ห้องสลัวลง
ในสภาพแสงน้อยแบบนี้ ไม่มีทางมองเห็นหน้าเขาชัดเจน
เพราะในบทละครการแก้แค้นของหานเฉิน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยตัวตนว่าเขาคือเจ้าของวิลล่า 002
[จบแล้ว]