เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - เค้าลางแห่งหายนะ

บทที่ 12 - เค้าลางแห่งหายนะ

บทที่ 12 - เค้าลางแห่งหายนะ


บทที่ 12 - เค้าลางแห่งหายนะ

วันที่ 4 มิถุนายน 2030 เวลา 23:50 น.

หานเฉินนั่งห้อยขาอยู่บนยอดตึกระฟ้า 500 ชั้นที่สูงที่สุดในใจกลางเมืองไห่ซื่อ

แสงสีศิวิไลซ์เบื้องล่างดูไร้ค่าในสายตาเขา เปรียบเสมือนหมอกควันที่พร้อมจะจางหาย

อีก 26 วัน มหานครที่รุ่งโรจน์แห่งนี้จะล่มสลาย กลายเป็นนรกบนดิน

เมื่อเทียบกับหายนะระดับโลกที่จะเกิดขึ้น เรื่องของตระกูลหวังและชู้รักอย่างตู้ฮวา กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย

ถ้าเขาต้องการ เขาฆ่าพวกมันทิ้งซะตอนนี้เลยก็ยังได้

แต่หานเฉินไม่อยากทำแบบนั้น มันง่ายเกินไป

เขากะว่าจะเก็บความทุกข์ทรมานของพวกมันไว้เป็นเครื่องปรุงรสแก้เลี่ยนในชีวิตวันสิ้นโลกอันน่าเบื่อหน่ายของเขา

“เฮ้อ”

มองดูเมืองใหญ่ที่มีประชากรกว่า 30 ล้านคน หานเฉินรู้สึกหดหู่ใจลึกๆ

เขาเคยคิดจะหาทางเตือนรัฐบาลเรื่องวันสิ้นโลก

แต่พอนึกย้อนไปถึงชาติที่แล้ว ดูเหมือนรัฐบาลจะมีการเตรียมการบางอย่างไว้อยู่แล้ว คนที่ไม่ได้เตรียมตัวมีแค่ประชาชนตาดำๆ เท่านั้น เขาเลยเลิกล้มความคิด

แถมขืนไปเที่ยวป่าวประกาศข่าวลือ

มีหวังโดนจับข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคงแหงๆ

ดังนั้น เขาเลยเลิกคิดที่จะทำตัวเป็นฮีโร่กู้โลก

“บางทีนี่อาจจะเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการเกิดใหม่ของฉันก็คงเป็นส่วนหนึ่งของชะตากรรมนั้น”

หานเฉินนั่งตากลมบนยอดตึก รอคอยแสงแรกของวัน

เหมือนกำลังรอคอยความหวัง แต่เขารู้ดีว่าเบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดรออยู่

——

เช้าตรู่วันที่ 5 มิถุนายน 2030

คลิปวิดีโอหนึ่งกลายเป็นไวรัลในแอปติ๊กต็อก ยอดวิวพุ่งทะลุสิบล้านในเวลาอันรวดเร็ว

“พยานจำนวนมากพบเห็นอัญมณีสีน้ำเงินขนาดยักษ์ร่วงลงมาจากฟากฟ้า ตกกระแทกที่ขั้วโลกตะวันออก ไปชมคลิปกันเลยครับ”

ไม่นาน ทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียลต่างก็ประโคมข่าวคลิปวิดีโอนี้กันยกใหญ่

ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด อัญมณีที่เปล่งแสงสีน้ำเงินเรืองรองร่วงลงมาจากฟ้า

ไม่มีแรงกระแทกรุนแรง มันค่อยๆ ร่อนลงจอดที่ขั้วโลกตะวันออกราวกับเฮลิคอปเตอร์

“เหอะ ตัดต่อชัวร์ อัญมณีบ้าอะไรใหญ่กว่ายอดเขาหิมาลัย ปลอมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว”

“เมนต์บน สมองมีไว้คั่นหูหรือไง ไม่เห็นเหรอว่าช่องข่าวหลักก็ออกข่าว”

“แม่เจ้าโว้ย ฉันเป็นโรคกลัวของใหญ่ เห็นแล้วขนลุก หรือจะเป็นยานเอเลี่ยน?”

หานเฉินมองดูอัญมณีสีน้ำเงินในคลิปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ในที่สุดก็เริ่มแล้ว ต้นกำเนิดของยุคน้ำแข็ง นับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก”

เขามองไปทางทิศตะวันออก ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ท้องฟ้าด้านนั้นดูเหมือนจะเจือสีน้ำเงินจางๆ

ในวันต่อมา มีรายงานข่าวทิศทางเดียวกันออกมาจากทั้งภาครัฐและเอกชน

“อัญมณีสีน้ำเงินยักษ์นี้ไม่มีอันตราย จากผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่าเป็นเพียงหินธรรมดา”

“ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก พวกเราปลอดภัยดี...”

“หากใครเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความแตกตื่น จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”

หานเฉินดูข่าวแล้วก็แค่นยิ้มสมเพช

นักวิจัยพวกนั้นไม่มีทางวิเคราะห์อะไรได้หรอก เทคโนโลยีของอัญมณีนั่นล้ำหน้าโลกไปไกลหลายปีแสง

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ รัฐบาลกลับเลือกที่จะโกหกคำโต

“โชคดีที่ฉันมีความทรงจำจากชาติก่อน ไม่งั้นคงเป็นเหมือนคนพวกนี้ ที่ต้องตายไปโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่”

หานเฉินดีใจที่ได้ย้อนเวลากลับมา ทำให้เขามีเวลาเตรียมตัวถึงหนึ่งเดือนเต็ม

เขายืนขึ้นบนยอดตึกระฟ้า จ้องมองไปทางขั้วโลกตะวันออก

ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเช้า ดูเหมือนบนโลกนี้จะมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ความจริงและเฝ้ารอวันพิพากษาอย่างเงียบงัน

เขาขยี้บุหรี่ในมือ พ่นควันเฮือกสุดท้าย

แล้วทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงมาจากยอดตึก

“ยู้ฮู้ววว!~”

หานเฉินตะโกนก้อง ระบายความอัดอั้นตันใจที่เกิดจากอัญมณีสีน้ำเงิน

พอร่างร่วงลงมาเกือบถึงพื้น เขาก็สลายกลายเป็นควันหายวับไป

คนไร้บ้านที่นอนอยู่ตรอกข้างๆ ขยี้ตาด้วยความงุนงง เมื่อกี้เห็นคนโดดตึกชัดๆ เผลอแป๊บเดียวหายไปไหนแล้ว

พอมองหาไม่เจออะไรผิดปกติ แกก็เลิกสนใจ ล้มตัวลงนอนต่อ

หานเฉินเดินผ่านร่างชายไร้บ้านไปเงียบๆ แบงก์ร้อยใบหนึ่งปลิวตกลงบนตัวแก

ชายไร้บ้านยกมือไหว้ขอบคุณสวรรค์ มีเงินนี้แกคงยื้อชีวิตไปได้อีกหลายวัน

ถึงจะไม่รู้ว่าจะรอดไปได้อีกนานแค่ไหนก็เถอะ...

——

หานเฉินสวมบทนักท่องเที่ยว เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองไห่ซื่อ

เจออะไรมีประโยชน์หรือแปลกตา ก็คัดลอกเก็บไว้หมด

ในฐานะมหานครระดับโลก เมืองไห่ซื่อมีสินค้าจากทั่วสารทิศ

ยิ่งเดินเยอะ ก็ยิ่งเจอของแปลกใหม่เยอะ

วันนี้ หานเฉินมาแวะที่ร้านหัวแกะเจ้าดัง

ร้านนี้รสชาติเด็ดดวง บล็อกเกอร์สายกินมารีวิวกันให้เพียบ

“ฮู้ว~ ร้อนๆๆ”

หานเฉินเป่าปากเคี้ยวตุ้ยๆ หัวแกะต้องกินตอนร้อนๆ ถึงจะอร่อย

ถ้าเย็นแล้วเนื้อจะแข็ง กลิ่นสาบก็จะแรงขึ้น

หานเฉินกินมูมมามจนเหงื่อแตกพลั่ก ปากมันแผล็บ

มื้อนี้เขาล่อหัวแกะไปคนเดียวสามหัวเน้นๆ

เช็ดปากแล้วลูบพุงอย่างมีความสุข

“ฟินโคตร สมกับเป็นร้านดัง อร่อยจริงว่ะ”

หานเฉินนั่งดูดนมถั่วเหลือง พักท้องสักหน่อย กินเยอะจนจุก

“สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้วันที่ 25 มิถุนายน 2030 เรามาอัปเดตสถานการณ์อัญมณีสีน้ำเงินที่ขั้วโลกตะวันออกกันครับ”

“จากการวิจัยล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ามันปล่อยคลื่นพลังงานบางอย่างออกมา ซึ่งส่งผลดีต่อโลกและสิ่งมีชีวิต บางทีมันอาจจะช่วยให้สภาพแวดล้อมของเราดีขึ้นก็ได้ครับ มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันนะครับ”

ทีวีบนผนังร้านฉายข่าวเรื่องอัญมณี เรียกความสนใจจากลูกค้าในร้านให้เงยหน้าขึ้นมอง

ตอนนี้เรื่องอัญมณีกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนจับตามอง

ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง: “ผมรับประกันเลยครับว่า ภายใต้รังสีจากอัญมณี อายุขัยของมนุษย์จะยืนยาวขึ้น ยิ่งอยู่ใกล้ขั้วโลกตะวันออกยิ่งได้ผลดี ฟันธงครับ”

หานเฉินเบ้ปาก ข่าวพวกนี้กับไอ้พวกผู้เชี่ยวชาญนี่เชื่อไม่ได้สักอย่าง มั่วซั่วสิ้นดี

แต่ถามว่ารังสีนั่นจะทำให้เกิดคนมีพลังพิเศษไหม?

คำตอบคือ ใช่ หานเฉินมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ชาติที่แล้วมีคนปลุกพลังได้จริงๆ

เพียงแต่ชาตินี้ เขาโชคดีที่ได้พลังมาก่อนใคร ทำให้โอกาสรอดชีวิตสูงกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว

ขณะกำลังคิดเพลินๆ มือถือก็ดังขึ้น

จูเฟิงจากบริษัทรักษาความปลอดภัยโทรมา

“ฮัลโหล คุณหานครับ ป้อมปราการของคุณสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ เชิญมาตรวจรับงานได้เลย”

“ไม่ต้องหรอก ผมเชื่อมือพวกคุณ”

หานเฉินวางสาย จริงๆ จูเฟิงโทรมาบอกตั้งแต่วันที่ 20 แล้วว่างานเสร็จ

แต่หานเฉินสั่งแก้เพิ่มเติมนิดหน่อย เลยลากยาวมาอีกห้าวัน

แต่ก็ไม่เป็นไร ยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าโลกจะแตก

“เอาล่ะ วันสิ้นโลกจ่อคอหอยแล้ว หวังชิงเหลียน ตระกูลหวัง พวกแกเตรียมตัวกันพร้อมหรือยัง”

หานเฉินยิ้มเหี้ยม ลุกเดินออกจากร้านไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - เค้าลางแห่งหายนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว