- หน้าแรก
- ในโลกที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ฉันได้สร้างทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำกัด
- บทที่ 10 - ปราบพยศเจ้าหมีใหญ่
บทที่ 10 - ปราบพยศเจ้าหมีใหญ่
บทที่ 10 - ปราบพยศเจ้าหมีใหญ่
บทที่ 10 - ปราบพยศเจ้าหมีใหญ่
หานเฉินมองดูต้าสงแล้วก็จมอยู่ในห้วงความคิด ไอ้หนุ่มร่างยักษ์แต่ใจปลาซิวคนนี้ ดูท่าทางแล้วไม่ได้มีความคิดอยากจะฆ่าเขาจริงๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าปิดปาก เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงวันสิ้นโลก ขืนฆ่าคนสุ่มสี่สุ่มห้าอาจจะชักศึกเข้าบ้าน หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเปล่าๆ
ไม่ว่าเขาจะฆ่าต้าสง หรือถูกต้าสงฆ่า ก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวเขาเลยสักนิด
ถ้าเขาตายก็เข้าทางหวังซวนพอดี
แต่ถ้าฆ่าต้าสง หวังซวนก็อาจจะใช้เรื่องนี้แจ้งตำรวจจับเขาติดคุกหัวโต
เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
คิดได้ดังนั้น หานเฉินก็ยื่นมือออกไปทำท่าตะปบกลางอากาศ
กลุ่มควันรวมตัวกันเป็นเส้นเชือกรัดตัวต้าสงแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ต้าสงตกใจกลัวจนหน้าซีด ร้องขอชีวิตเสียงหลง “ลูกพี่ พี่เฉิน ไว้ชีวิตผมเถอะครับ ที่บ้านผมยังมีแม่แก่ๆ อายุแปดสิบต้องเลี้ยงดูนะพี่”
หานเฉินลูบคางพยักหน้า
ดูเหมือนพลังควันนี่จะใช้ได้ดีทีเดียว มัดเจ้าหมีควายตัวนี้ได้อยู่หมัด
“ไหนลองดิ้นให้หลุดซิ ถ้าหลุดได้ฉันจะปล่อยแกไป” หานเฉินท้าทาย
ต้าสงยังคงร้องโหยหวน คิดไปเองว่ากำลังจะโดนฆ่าแกง
“แหกปากอีกคำเดียว พ่อเชือดทิ้งแน่” หานเฉินเริ่มรำคาญ
“อุ๊บ!” ต้าสงหุบปากฉับ มองหานเฉินตาแป๋วอย่างว่านอนสอนง่าย
“บอกให้ดิ้นก็ดิ้นสิ” หานเฉินสั่งเสียงเข้ม
ต้าสงเห็นหานเฉินเอาจริง ก็เลยลองเกร็งแขนเบ่งกล้ามดู
แต่ยังไม่ทันจะได้ออกแรงจริงจัง
ปุ้ง! เชือกควันก็ขาดผึงกระจายไปในอากาศ
ต้าสง: ...
หานเฉิน: ...
เปราะบางเหลือเกิน
หานเฉินถอนหายใจ ดูท่าพลังควันตอนนี้จะเหมาะแค่เอาไว้หนีเอาตัวรอดหรือป้องกันตัวเท่านั้น คงยังหวังผลเรื่องการโจมตีไม่ได้
งั้นก็...
หานเฉินยกปืนที่แย่งมาชี้ไปที่หัวต้าสง
“มองด้วยสายตาลอกแลกแบบนั้นหมายความว่าไง คิดว่าฉันฆ่านายไม่ได้เหรอ?” หานเฉินถามเสียงเยาะเย้ย
เมื่อกี้พอดิ้นหลุดง่ายๆ ต้าสงก็แอบดีใจ นึกว่าหานเฉินมีแค่ลูกเล่นปาหี่แต่ไม่มีน้ำยาทำร้ายใคร
กำลังชั่งใจว่าจะพุ่งหนีออกไปดีไหม
พอเจอรูดำมืดของปากกระบอกปืนจ่อหน้า ความคิดชั่วร้ายก็มลายหายไปทันที กลับมาเป็นเด็กดีอีกครั้ง
“อยากหนีก็เชิญ กระโดดออกทางหน้าต่างไปเลย” หานเฉินพยักพเยิดหน้าไปทางหน้าต่างด้านหลัง
“ลูกพี่อย่าล้อเล่นสิ นี่มันชั้น 42 นะครับ...” ต้าสงหน้าเบี้ยว
ขืนโดดลงไปคงกลายเป็นคุกกี้หมีกรอบ หรือไม่ก็พายไส้หมีเละๆ แน่นอน
“งั้นเหรอ”
หานเฉินดึงสไลด์ปืน เล็งไปที่หัวโตๆ ของต้าสงอีกรอบ
ต้าสงเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น พนมมือไหว้ปลกๆ “ลูกพี่ ผมไหว้ล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ ต่อไปนี้ลูกพี่ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ผมยอมถวายหัวให้เลยเอ้า”
“หือ? พูดจริงเหรอ?”
“จริงครับพี่ ผมเอาหัวแม่วัยแปดสิบเป็นประกันเลย”
หานเฉินมองไอ้หนุ่มหน้าซื่อตาใสตรงหน้าพลางคิดในใจ “บางทีเก็บมันไว้ใช้งานหลอกตาแก่หวังซวนอาจจะดีกว่า ช่วยถ่วงเวลาให้เราได้เตรียมตัวสบายๆ”
คิดแผนชั่วได้ หานเฉินก็สั่ง “อ้าปาก”
ต้าสงอ้าปากกว้างอย่างว่าง่าย
หานเฉินเสกควันก้อนเล็กๆ ในมือ แล้วยัดใส่ปากต้าสงอย่างรวดเร็ว
ควันกลุ่มนั้นไหลลงท้องต้าสงไปตามการควบคุมของหานเฉิน
ต้าสงตื่นตระหนก เอามือลูบคอลูบท้องตัวเองพัลวัน
“ไม่ต้องห่วง ฉันก็แค่วางยาพิษใส่นาย” หานเฉินกลับไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์
“!!! แบบนี้เรียกไม่ต้องห่วงเหรอพี่?” ต้าสงร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง “ผมจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ครับ?”
หานเฉินยิ้มมุมปาก ชี้นิ้วไปที่ท้องของต้าสง
“อ๊ากกก!”
ต้าสงลงไปนอนดิ้นกุมท้องด้วยความเจ็บปวด ตาเหลือกตาปลิ้นเหมือนไส้จะขาด
หานเฉินเก็บนิ้วกลับมาอย่างพึงพอใจ ข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้อง
เขาสามารถใช้ควันทำเป็นเหมือน ‘คุณไสย’ หรือหนอนพิษเพื่อควบคุมคนอื่นได้
ต้าสงเหงื่อแตกพลั่ก พอหายเจ็บก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของหานเฉิน
ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมจิตใจ จากนี้ไปชีวิตเขาคงตกอยู่ในกำมือของปิศาจตนนี้แล้ว
ขืนตุกติก แค่หานเฉินกระดิกนิ้ว เขาคงได้ตายทรมานไส้บิดแน่นอน
“ทีนี้เข้าใจสถานะตัวเองหรือยัง ต่อให้นายหนีไปสุดขอบโลก ฉันก็ตามไปบีบไส้นายให้แตกตายได้ เข้าใจไหม?”
หานเฉินนั่งบนโซฟา มองดูต้าสงที่นอนหมดสภาพด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า
พูดจบ กาแฟร้อนๆ ถ้วยหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ หานเฉินยกขึ้นจิบอย่างผู้ดีมาดเท่
ต้าสงหัวไว รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ก้มหัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม “ครับ เจ้านาย!”
พรวด...
หานเฉินพ่นกาแฟพรวดออกมา สำลักหน้าดำหน้าแดง
เขารีบโบกมือ “อย่ามาเรียกเจ้านาย ฟังแล้วขนลุก เรียกนายน้อยเถอะ”
ต้าสงก้มหัวอีกรอบ “ครับ นายน้อย”
หานเฉินลุกขึ้นไปตบไหล่ต้าสงแปะๆ ปลอบใจ “วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ถ้านายไม่คิดคดทรยศ ฉันก็ไม่ทำอะไรนายหรอก”
“แถมความสามารถฉันนายก็เห็นแล้ว ติดตามฉันรับรองมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ”
หานเฉินร่ายยาว สลับบททั้งปลอบทั้งขู่จนต้าสงเชื่อสนิทใจ
ความจริงต้าสงก็คิดได้เองว่าคนที่มีพลังวิเศษระดับเทพเจ้าแบบนี้ ใครได้ติดตามถือว่าโชคหล่นทับ
สิ่งที่ต้าสงยังไม่รู้คือ ถ้าเขาทำตัวดีๆ หานเฉินอาจจะช่วยชีวิตเขาให้รอดพ้นจากวันสิ้นโลกก็ได้
“เอาล่ะ ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ แล้วกลับไปดูแลแม่แก่วัยแปดสิบของนายซะ”
หานเฉินโยนปืนคืนให้ต้าสง แล้วโบกมือไล่
ต้าสงเกาหัวแกรกๆ ยิ้มแหยๆ “นายน้อยครับ คือเรื่องแม่ผมน่ะผมโม้ พ่อแม่ผมตายหมดแล้ว ผมมันก็แค่ชายโสดตัวคนเดียว”
หานเฉินชะงัก ไม่นึกว่าต้าสงจะหัวอกเดียวกัน ไม่มีญาติขาดมิตรเหมือนกัน
ต้าสงดูอายุอานามน่าจะสามสิบกว่า เป็นแค่นักเลงข้างถนน ชีวิตก็คงระหกระเหินน่าดู
ส่วนตัวเขา ถึงจะอายุแค่ยี่สิบห้า แต่โดนเมียกับครอบครัวจับกิน ดูท่าจะระทมกว่าเยอะ...
“งั้นเหรอ” หานเฉินสลัดความรู้สึกดราม่าทิ้งไป “ถ้างั้นนายก็กลับไปรายงานตระกูลหวังซะ บอกว่านายจัดการเก็บฉันเรียบร้อยแล้ว”
ต้าสงมองหานเฉินอย่างงุนงง
หานเฉินอธิบายต่อ “ฉันจะหายตัวไปสักพัก อีก 26 วันฉันจะกลับมาใหม่”
ต้าสงไม่ถามซอกแซก รับคำสั่งทันที “ครับ นายน้อย”
“อ้อ ตอนไปรายงานตัวให้ถือปืนไว้ตลอดเวลานะ ระวังจะโดนฆ่าปิดปาก...”
พอต้าสงกลับไป หานเฉินก็นั่งจิบกาแฟด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ไม่นึกเลยว่าตาแก่หวังซวนจะเด็ดขาดขนาดนี้ ตัดสินใจสั่งเก็บฉันทันทีโดยไม่ลังเล”
“แต่ฉันจะไม่ตอบโต้ตอนนี้หรอก รอไปก่อนเถอะ ฉันจะทำให้ตระกูลหวังได้สัมผัสขุมนรกของจริงในวันสิ้นโลก”
หานเฉินสะบัดมือ แก้วกาแฟหายวับไป
ส่วนตัวเขาก็กลายเป็นควันจางหายไปในอากาศ
ณ บ้านตระกูลหวัง
หวังซวนกำลังดูรูปในมือถือของต้าสง
ในรูป หานเฉินนอนจมกองเลือด สีหน้าหวาดกลัวสุดขีด ดวงตายังมีคราบน้ำตา ดูน่าอนาถใจยิ่งนัก
หวังซวนยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เงยหน้ามองต้าสง “นายทำได้ดีมาก นี่ค่าจ้างของนาย”
ต้าสงรับปึกเงินที่โยนมาให้ ลองชั่งน้ำหนักในมือ แล้วเดินถอยหลังออกจากห้องทำงานโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
หวังซวนมองตามหลังต้าสงไป ดวงตาหยีลงฉายแววอันตราย
“ไอ้หมีนี่ไม่ธรรมดา ถือปืนเตรียมพร้อมตลอดเวลา ระวังตัวแจเลยนะ”
หวังซวนค่อยๆ เอามือออกมาจากใต้โต๊ะ ในมือคือกำปืนพกที่ขึ้นลำกล้องเตรียมไว้แล้ว...
[จบแล้ว]