- หน้าแรก
- เลิกแก้ตัวได้แล้ว ใครๆก็บอกว่านายเป็นเจ้าพ่อ
- บทที่ 410 ยมทูตยิ้มพราย เป็นตายร้ายดีไม่อาจหยั่งรู้
บทที่ 410 ยมทูตยิ้มพราย เป็นตายร้ายดีไม่อาจหยั่งรู้
บทที่ 410 ยมทูตยิ้มพราย เป็นตายร้ายดีไม่อาจหยั่งรู้
เหอเหล่าเกินมองเซี่ยงเยว่ รอให้เขาเอ่ยปาก
เซี่ยงเยว่: "ผู้ใหญ่เหอ เรื่องราวก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรหรอกครับ แค่ตอนที่พวกผมเข้ามาในหมู่บ้าน เจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย"
เหอเหล่าเกินทำหน้าฉงน เจอเรื่องยุ่งยากนอกหมู่บ้านแล้วมาหาเขาทำไม ให้ตายเขาก็นึกไม่ออกหรอกว่า เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานในหมู่บ้าน ริอ่านตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางกันแล้ว
เซี่ยงเยว่พูดต่อ: "ไม่ไกลจากทางเข้าหมู่บ้าน มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมาขวางรถเราไว้ แล้วเรียกเก็บค่าผ่านทาง"
คิ้วของผู้ใหญ่เหอขมวดมุ่นทันที สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น: "ค่าผ่านทาง?"
เซี่ยงเยว่พยักหน้า: "ครับ เรียกมาห้าหยวน สำหรับรถสองคัน พอเห็นพวกเราไม่ให้ความร่วมมือ ก็คงคิดว่าตัวเองเรียกแพงไป เลยลดราคาให้เองเสร็จสรรพ"
"บอกว่าสองคัน สี่หยวน"
สิ้นเสียง ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบกริบ
หลิวฉีและหลี่ฮุยกลั้นขำจนหน้าแดงก่ำ
สีหน้าของเหอเหล่าเกินเปลี่ยนไปมาในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
จากงุนงง เป็นไม่อยากเชื่อ จนสุดท้ายหน้าแดงก่ำเป็นสีตับหมู ดวงตาคมกริบฉายแววโกรธจัด
ให้คนระดับเถ้าแก่ในเมืองถ่อมาหาถึงบ้าน แถมเด็กๆ ในหมู่บ้านก็ชอบพูดถึงสมาคมขนส่งด้วยความอิจฉา จะให้เขาเดาไม่ออกได้ยังไง?
ไอ้พวกเก็บค่าผ่านทางนั่น ต้องเป็นเด็กเวรในหมู่บ้านจวี๋สุ่ยแน่ๆ
ไม่ใช่สิ! จะเก็บก็เก็บไป! ทำไม...ทำไมต้องเก็บเหมือนเป็นเรื่องตลกแบบนี้ด้วย!
มือที่ถือถ้วยชาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะโกรธและอับอายขายขี้หน้า
"ไอ้พวกสารเลว!"
เหอเหล่าเกินตบโต๊ะดังปัง น้ำชาในถ้วยกระฉอกออกมา
เขาตัวสั่นเทิ้ม ชี้ไปทางประตู ด่ากราด:
"ไอ้พวกสารเลว! มันจะกำเริบเสิบสานกันใหญ่แล้ว!"
ด่าเสร็จ เขาหันมามองเซี่ยงเยว่ด้วยความละอายใจ
"เถ้าแก่ ต้องขอโทษด้วย ขอโทษจริงๆ! ผมอบรมสั่งสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านไม่ดีเอง สร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณแล้ว!"
"หมู่บ้านจวี๋สุ่ยของพวกเราถึงจะจน แต่บรรพบุรุษไม่เคยมีโจรดักปล้นกลางทาง!"
"ไอ้เด็กเวรพวกนี้ เรื่องดีๆ ไม่หาทำ ดันไปเลียนแบบสันดานโจรของไอ้พวกสมาคมขนส่ง!"
"แถม...แถมยังลดราคาเหลือสี่หยวน? ขายหน้าหมู่บ้านเราจนหมดสิ้น!"
ยิ่งพูดยิ่งโมโห เขาลุกพรวดขึ้นยืน
"เถ้าแก่ทั้งหลายนั่งรอสักครู่ เดี๋ยวผมจะไปลากคอไอ้พวกไม่ได้เรื่องพวกนั้นกลับมา! วันนี้ผมต้องสั่งสอนพวกมันให้เข็ด!"
เซี่ยงเยว่เห็นดังนั้น ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเนิบนาบ
ใบหน้าประดับรอยยิ้ม แสร้งทำท่าจะห้ามเหอเหล่าเกิน
ถ้าดูภาพช้า จะเห็นว่าท่าทางของเซี่ยงเยว่เหมือนจะเข้าไปดึงรั้ง แต่จริงๆ แล้วเขาแค่ใช้นิ้วชี้แตะแขนเหอเหล่าเกินเบาๆ เท่านั้น
แรงแค่นี้ ใครไม่รู้คงนึกว่ากำลังเกาให้เหอเหล่าเกินอยู่
"อ้าว ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เหอ ใจเย็นๆ ครับ ใจเย็นๆ" เซี่ยงเยว่แสร้งทำเป็นคนดี
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ไม่ถึงขนาดนั้นจริงๆ เด็กมันไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไร คนอื่นเขาเก็บกันทีเป็นร้อย เด็กพวกนี้เก็บแค่สี่หยวนเอง คุณดูสิ ซื่อๆ ใสๆ จะตาย อย่ามาเสียสุขภาพเพราะเงินแค่สี่หยวนเลยครับ ไม่คุ้มหรอก"
คำพูดนี้ ถ้าไม่พูดยังจะดีกว่า พอพูดออกไป หน้าเหอเหล่าเกินจากแดงก่ำกลายเป็นสีม่วงคล้ำ!
คำว่า "ซื่อๆ ใสๆ" นี่มันเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงหัวใจผู้ใหญ่บ้านเฒ่าอย่างจัง
คนซื่อที่ไหนเขาดักเก็บค่าผ่านทางกัน?
นี่มันไม่ใช่การห้ามปราม แต่มันคือการเอาน้ำมันราดลงบนกองไฟแห่งความอับอายของเขาชัดๆ!
หลิวฉีและหลี่ฮุยที่อยู่ข้างหลังมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างฝ่ายต่างเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย
นึกว่าคุณเซี่ยงจะช่วยพูดให้เรื่องจบๆ ไป ไม่นึกว่าจะปากร้ายขนาดนี้!
ใครเขาห้ามทัพกันแบบนี้ นี่มันยื่นมีดให้แทงซ้ำชัดๆ
เซี่ยงเยว่ทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าแทบระเบิดของเหอเหล่าเกิน ยังคงราดน้ำมันเข้ากองไฟต่อ:
"อีกอย่าง ผมดูแล้วเด็กหนุ่มพวกนั้นก็ดูซื่อๆ นะครับ ขวัญอ่อนจะตาย"
"จะทำเลวก็ทำไม่ขึ้น แค่อยากลองเลียนแบบเขาเก็บค่าผ่านทางดูบ้าง นี่ไง ขนาดราคายังไม่กล้าเรียกแพงเลย คงแค่เล่นสนุกๆ เท่านั้นแหละครับ"
"ทำเลวก็ทำไม่ขึ้น"
"เล่นสนุกๆ"
เหอๆ คำพูดของเซี่ยงเยว่ทำให้อับอายยิ่งกว่าด่าเหอเหล่าเกินตรงๆ ว่าสอนลูกหลานไม่เป็นซะอีก!
ไม่เพียงแต่บอกว่าเด็กๆ ของเขาเป็นโจร แต่ยังบอกว่าเป็นโจรที่ไม่ได้เรื่อง ไร้น้ำยา น่าสมเพช!
"คุณ...คุณไม่ต้องห้ามผม!" เหอเหล่าเกินสะบัดนิ้วชี้อันไร้ความจริงใจของเซี่ยงเยว่ออก ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ ความอับอายเปลี่ยนเป็นไฟโทสะที่ลุกโชน เปิดอัลติเมทโหมดบ้าคลั่ง
"วันนี้ถ้าผมไม่ตีขาพวกมันให้หัก ผมไม่ขอแซ่เหอ!"
สิ้นเสียง ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าก็เหมือนพญาอินทรีที่ถูกกระตุกหนวด คว้าไม้กวาดข้างประตูพุ่งพรวดออกจากห้องโถง
ป้าหวังตกใจ รีบวิ่งตามไปกอดแขนเขาไว้แน่น: "ตาแก่ แกบ้าไปแล้วเหรอ! ต่อหน้าแขกเหรื่อ แกจะทำบ้าอะไร!"
"ทำอะไร? วันนี้ฉันต้องไปตีขาไอ้เด็กเวรพวกนั้นให้หัก!" เหอเหล่าเกินคำราม
"ตระกูลเหอของเราแปดชั่วคนล้วนเป็นคนทำมาหากินสุจริต ไม่เคยมีโจรดักปล้นแบบนี้! หน้าแก่ๆ ของฉันวันนี้ถูกพวกมันทำขายขี้หน้าบรรพบุรุษหมดแล้ว!"
ในห้องโถง ทุกคนมองหน้ากันไปมา
หลิวฉีและหลี่ฮุยมองเซี่ยงเยว่ อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกสักคำ
ในที่สุดก็ได้เห็นอีกด้านของยมทูตเซี่ยง
ฆ่าคนโดยไม่ต้องใช้มีด ที่แท้ก็ใช้ในสถานการณ์แบบนี้ได้ด้วย
ท่านผู้นี้ ไม่เพียงแต่มือหนัก ใจยังแฝงความเจ้าเล่ห์เพทุบายแบบร้ายลึก
มีเพียงก่งซาที่ยังคงยืนหน้านิ่งอยู่หลังเซี่ยงเยว่ ในแววตาที่ราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ฉายแววรู้ทันวูบหนึ่ง
พี่เยว่แค่ดูเป็นผู้ใหญ่ จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ เวลาทำเรื่องแสบๆ พี่เยว่นี่แหละเป็นตัวต้นคิด ถนัดนักเรื่องราดน้ำมันเข้ากองไฟ ยุให้รำตำให้รั่ว
เด็กในหมู่บ้านโดนพี่แกหลอกหัวทิ่มกันมานักต่อนัก ใครโดนพ่อแม่ตี ครึ่งหนึ่งก็ฝีมือพี่เยว่ยุยงทั้งนั้นแหละ
เซี่ยงเยว่ไม่สนสายตาใครทั้งสิ้น มุมปากกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่
ฮิๆ เดิมทีแค่โดนตี ตอนนี้กลายเป็นขาหักแล้วนะ เจ้าเด็กโง่ทั้งหลาย พวกนายยังอ่อนหัดนัก!
อย่าโทษพี่เลย ใครใช้ให้พวกนายมาแหยมกับยมทูตเซี่ยงล่ะ
บันทึก "เซี่ยงเยว่แห่งเจียงเฉิงทำดีวันละอย่าง" ของคนรุ่นหลังระบุไว้ว่า
ทางหมู่บ้านดินโคลนเดินยาก ท่านประธานเซี่ยงช่วยหักขาให้ได้พัก
ส้มเหลืองอร่ามบนต้น สู้ขาแข็งๆ ของพวกเจ้าไม่ได้หรอก
......
ขณะที่ในลานบ้านกำลังวุ่นวายจวนจะระเบิด หน้าประตูรั้วก็มีหัวคนโผล่มาลับๆ ล่อๆ
ไม่ใช่ใครที่ไหน เหอหยง เอ้อร์จู้ และพรรคพวกที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งกลับมานั่นเอง
พวกเขาหอบแฮ่กๆ เกาะขอบประตู พอเห็นรถเก๋งสีดำสองคันจอดอยู่หน้าหมู่บ้าน ก็สังหรณ์ใจไม่ดีแล้ว
พอมองเข้าไปในบ้าน แม่เจ้า! เถ้าแก่ใจป้ำจากในเมือง นั่งจิบชาอยู่ในห้องโถงบ้านผู้ใหญ่บ้านอย่างสง่าผ่าเผย!
ส่วนผู้ใหญ่บ้าน ถือไม้กวาด ถูกป้าหวังดึงไว้แน่น ทำท่าจะไปสู้ตาย
สมองเหอหยงแล่นเร็วรี่ รีบส่งสายตาให้เอ้อร์จู้ ทั้งสองเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส ซื่อสัตย์และต้อนรับขับสู้ในพริบตา
"พ่อ! พ่ออยู่บ้านเหรอ!" เหอหยงเดินอาดๆ นำหน้าเข้าไปในบ้าน ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"พ่อดูสิ ผมกับเอ้อร์จู้เพิ่งเจอแขกผู้มีเกียรติจากในเมืองที่หน้าหมู่บ้าน เหมือนจะหลงทาง เราเลยคิดว่า อากาศหนาวขนาดนี้ จะปล่อยให้เขาหนาวอยู่ข้างนอกไม่ได้ เลยรีบเชิญแขกผู้มีเกียรติมาพักขาที่บ้านเรา ดื่มชาร้อนๆ สักหน่อย!"
เขาพูดไปพลาง พยักหน้าโค้งคำนับให้เซี่ยงเยว่ในห้องโถงอย่างกระตือรือร้น การแสดงที่โอเวอร์แอคติ้งจนทนดูไม่ได้