เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350 ลงทะเบียนผู้ป่วย

บทที่ 350 ลงทะเบียนผู้ป่วย

บทที่ 350 ลงทะเบียนผู้ป่วย


ฉินเฟิงไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของเซี่ยงเยว่ ยังคงนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น

เซี่ยงเยว่มองพวกนักเลงที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่เต็มพื้นอีกครั้ง คิ้วขมวดมุ่น

ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นนักแสดงที่หลี่เว่ยตงจ้างมา นึกแค่ว่าเจอเจ้าถิ่นแถวนี้หาเรื่อง

เมืองเจียงเฉิงทำไมมันวุ่นวายขนาดนี้ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลก็มาเจอเรื่องแบบนี้อีก น่ารำคาญชะมัด

เขาลุกขึ้น เดินไปตรงหน้าหัวหน้าแก๊งหัวโล้น ใช้ปลายรองเท้าหนังเขี่ยที่หน้ามัน

"ยอมรึยัง?"

"ยอม...ยอมแล้วครับลูกพี่ พวกเรามันมีตาหามีแววไม่!" หัวโล้นแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

นี่มันนักธุรกิจธรรมดาที่ไหนกัน แต่ละคนลงมือโหดเหี้ยมกว่ากันอีก มืออาชีพยิ่งกว่าพวกกูซะอีก

"มื้อนี้ ฉันกินข้าวไม่สบอารมณ์เลย" เซี่ยงเยว่พูดเนิบๆ

"ดูสิ ทำร้านเถ้าแก่พังยับเยินขนาดนี้ โต๊ะเก้าอี้แตกกระจาย ต้องชดใช้ใช่ไหม?"

เขาหันกลับไปมองเถ้าแก่ที่หน้าซีดเผือด

เถ้าแก่รีบโบกมือพัลวัน: "ไม่เป็นไรครับๆ แค่พวกพี่น้องไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!"

เซี่ยงเยว่ไม่สนใจเขา พูดกับหัวโล้นต่อ

"ทำของพังไปเท่าไหร่ ชดใช้ตามราคาจริง แล้วก็ จ่ายค่าทำขวัญให้เถ้าแก่อีกหนึ่งพันหยวน คนของฉันจะเฝ้าแกอยู่ที่นี่ ถ้าเงินไม่ครบ วันนี้แกก็อย่าหวังจะได้ออกไป"

พูดจบ เขาไม่มองขยะบนพื้นอีก หันไปสั่งซุนเลี่ยงกับอาเฉิง: "พวกนายสองคนจัดการซะ จัดการเสร็จแล้วกลับโรงแรมเลย"

"ครับ ลูกพี่เยว่"

จากนั้น เขาเดินไปหาฉินเฟิง ยื่นมือให้: "น้องชาย เป็นไงบ้าง? ลุกไหวไหม?"

ฉินเฟิงเงยหน้ามองเขา จับมือเซี่ยงเยว่ อาศัยแรงดึงพยุงตัวลุกขึ้นยืนโซเซ

"เชี่ย ลูกพี่เยว่ หมอนี่บ้าดีเดือดยิ่งกว่าผมอีก!" เอ้อร์เหมาชะโงกหน้ามามุงดู สีหน้าเลื่อมใส

"ตัวคนเดียวก็กล้าพุ่งเข้าไปบวก!"

เซี่ยงเยว่ปัดฝุ่นตามตัวฉินเฟิง เห็นมุมปากแตก หน้าเขียวช้ำไปหมด จึงพูดว่า

"ไปเถอะ ดูท่าจะเจ็บหนัก เดี๋ยวพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล"

พูดจบเซี่ยงเยว่ก็พาคนกลุ่มหนึ่งเดินออกจากร้าน ขึ้นรถ

รถตู้แล่นไปตามถนนมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล

ฉินเฟิงนั่งเบาะหลัง เจ็บไปทั้งตัว สมองมึนงงเล็กน้อย

บทมันไม่ได้เขียนมาแบบนี้นี่หว่า? ไหนตกลงกันว่าให้ผมเป็นพลเมืองดี แล้วค่อยสานสัมพันธ์กับเซี่ยงเยว่ไง?

ไหงกลายเป็นผมเกือบโดนกระทืบตาย แล้วคนของเซี่ยงเยว่มาช่วยผมแทนล่ะ?

"น้องชาย ชื่ออะไร? เป็นคนที่ไหน?" เซี่ยงเยว่ถามเรื่อยเปื่อย

"ผมชื่อฉินเฟิง คนแถวนี้ครับ" ฉินเฟิงตอบอย่างซื่อสัตย์

ทันทีที่ฉินเฟิงบอกชื่อ เสี่ยวหลิวที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ แววตาก็วูบไหวขึ้นมา

เขามองผ่านกระจกมองหลัง พิจารณาฉินเฟิงอย่างละเอียด คิ้วขมวดเล็กน้อย เหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง

แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ยังคงรับบทเป็นตัวประกอบผู้เงียบขรึมต่อไป

ตลอดทางเซี่ยงเยว่ชวนฉินเฟิงคุยสัพเพเหระ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโรงพยาบาล

ต่อคิว ลงทะเบียน

เอ้อร์เหมาลงทะเบียนแผนกศัลยกรรม เซี่ยงเยว่พูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ: "ลงแผนกสมองเพิ่มอีกใบ เอาหมอเชี่ยวชาญเลยนะ"

ทุกคน: "......"

ฉินเฟิง: หมายความว่าไง? สรุปหมายความว่าไงกันแน่? พูดให้ชัดสิครับ มันสำคัญนะ!

เซี่ยงเยว่ไม่ได้พูดต่อ เอ้อร์เหมาเลยยอมไปลงทะเบียนแผนกสมองเพิ่มให้อย่างว่าง่าย

จากนั้นก็ซักประวัติ เอกซเรย์

ฉินเฟิงเข้าใจเรื่องเอกซเรย์แขนขา แต่ที่เซี่ยงเยว่ให้หมอเอกซเรย์สมองด้วยนี่มันหมายความว่าไง? ห๊ะ?

ผมกันหัวไว้นะ ไม่โดนตีหัวจริงๆ!

เขารู้สึกเหมือนโดนหยาม โมโหหน่อยๆ แต่ก็ไม่แน่ใจ คงไม่ใช่มั้ง?

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

หมอดูผลตรวจ บอกว่าเป็นแผลภายนอก ไม่กระทบกระดูก สมองก็ปกติ ไม่มีโรคอะไร ทำแผลจ่ายยาก็พอ

เซี่ยงเยว่โล่งอก ดูท่าคงเหมือนเจ้าเสือ แค่สมองน้อย ไม่ได้ป่วย

ขณะที่หมอกำลังรักษาฉินเฟิง เสี่ยวหลิวที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น

"คุณเซี่ยงครับ ผม...ผมมีเรื่องส่วนตัวอยากปรึกษาคุณหน่อย ออกไปคุยข้างนอกได้ไหมครับ?"

พูดไป หน้าหล่อๆ ของเขาก็แดงก่ำ สายตาล่อกแล่ก

เซี่ยงเยว่ได้ยินคำว่าคุณเซี่ยง ก็รู้ทันทีว่ามีเรื่อง

เขาเข้าถึงบทบาททันที แซวด้วยน้ำเสียงของคนอาบน้ำร้อนมาก่อน

"เป็นไง? ยังติดบ่วงรักอยู่อีกเหรอ? ไม่ใช่มั้งเสี่ยวหลิว เปลี่ยนเป้าหมายอีกแล้ว? พยาบาลคนคราวก่อนฉันว่าก็ดีนะ"

"บอกแล้วไง เป็นผู้ชายต้องรุก เข้าหาเลย! จับกดกำแพง! เข้าใจไหม?"

"ไม่ไม่ไม่ ไม่ใช่ครับ..." เสี่ยวหลิวหน้าแดงกว่าเดิม

ละครฉากนี้ของลูกพี่เยว่ รับบทโคตรยาก

"เออๆๆ ไม่ล้อนายเล่นแล้ว" เซี่ยงเยว่หัวเราะร่า ตบไหล่เขา "ไป ออกไปคุยกัน พี่ชายคนนี้จะเป็นกุนซือให้เอง"

ทั้งสองเดินตามกันออกไปที่โถงทางเดินโรงพยาบาล

ในห้องตรวจ เอ้อร์เหมายังคงโม้กับฉินเฟิง ไม่ได้สังเกตการส่งสัญญาณทางสายตาของทั้งคู่เมื่อกี้เลย

โถงทางเดิน

"เป็นไง? เรื่องอะไรพูดข้างในไม่ได้?" เซี่ยงเยว่ยื่นบุหรี่ให้มวนหนึ่ง

เสี่ยวหลิวรับมา จุดสูบอัดเข้าปอดเฮือกใหญ่ ลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็เอ่ยปาก: "พี่เยว่ ฉินเฟิงคนนี้ผมเหมือนจะรู้จักครับ"

"หืม?"

"เขาน่าจะเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนตำรวจของผมครับ" สีหน้าเสี่ยวหลิวจริงจังขึ้น

"ผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกันไหม แต่รุ่นใกล้ๆ ผม คนชื่อฉินเฟิงมีแค่เขาคนเดียว"

"เขาเป็นคนดังของโรงเรียนเรา คะแนนรวมที่หนึ่งของรุ่นตลอด การต่อสู้ ยิงปืน ทฤษฎี ได้เกรดเยี่ยมทุกวิชา!"

"ทุกครั้งที่มีประชุมใหญ่ทั้งโรงเรียน เขาจะเป็นตัวแทนนักเรียนขึ้นพูดบนเวที แชร์ประสบการณ์ให้พวกเรา พวกเรานึกว่าพอจบแล้วเขาจะได้บรรจุเข้ากองบัญชาการมณฑล หรือไม่ก็กองปราบฯ ของเมือง เป็นระดับหัวกะทิซะอีก"

เซี่ยงเยว่ฟังอยู่ สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่ในใจคลื่นลมโหมกระหน่ำ คำด่าระดับชาติรัวขึ้นมาเต็มหน้าจอสมอง

เชี่ย!

หลี่เว่ยตงไอ้ชาติหมา!

เล่นบทสองคนสองคม!!! แม่งหมาจริงๆ!

บังเอิญบ้าบออะไร นักเลงหาเรื่องห่าอะไร ทั้งหมดแม่งจัดฉากชัดๆ!

ไอ้แก่นั่นลงทุนหนักจริงๆ ถึงขั้นส่งหัวกะทิอันดับหนึ่งของโรงเรียนตำรวจมาเป็นสายลับ!

นี่คิดจะทำอะไร? ตกปลาใหญ่ด้วยเบ็ดสายยาวเหรอ?

ไอ้โจรเฒ่า! จ้องจะเล่นงานกูไม่เลิก!

จริงๆ แล้วเซี่ยงเยว่ไม่ได้กะจะรับคนเพิ่ม เขาไม่ใช่เจ้าพ่อที่บ้าขยายอิทธิพล หงซิงเติบโตมาถึงตอนนี้ สมาชิกหลักก็ยังเป็นพี่น้องเก่าๆ

ขยายคนครั้งเดียว ก็คือตอนกลุ่มที่สิงหย่งพามา

นั่นก็เพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจอาหย่ง อีกอย่างคนพวกนั้นก็ช่วยงานได้

อีกอย่าง ตอนอยู่ร้านอาหารเซี่ยงเยว่ก็คิดว่าฉินเฟิงสมองมีปัญหา ตอนนี้เข้าใจแล้ว ไม่ใช่โรคจิต แต่มีแผนแอบแฝง

แต่ว่าตอนนี้...

ที่หนึ่งของโรงเรียนตำรวจเลยนะ!

นี่คือคนเก่งของจริง แบบที่ตัวเองอยากรับสมัครก็หาไม่ได้!

หลี่เว่ยตงนะหลี่เว่ยตง กูจะขอบคุณมึงยังไงดีเนี่ย? กำลังขาดคนในเจียงเฉิงพอดี ง่วงนอนก็มีคนส่งหมอนมาให้จริงๆ!

ส่วนเรื่องกลัวโดนตรวจสอบ?

ฉันเซี่ยงเยว่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรม เป็นเยาวชนดีเด่นยุคใหม่ เป็นนักธุรกิจผู้ทำคุณประโยชน์แห่งเมืองหยาง เป็นกรรมการสภาที่ปรึกษาทางการเมืองมณฑลเจียงที่อายุน้อยที่สุด!

บิดาคนนี้! ประวัติขาวสะอาดจนน่ากลัวบอกเลย!

ส่งคนมาให้ถึงที่ กลัวจะซื้อใจไม่ได้รึไง?

เซี่ยงเยว่มั่นใจในตัวเองพอสมควร อีกอย่าง เขาเห็นเงาของเจ้าเสือในตัวฉินเฟิงนิดๆ

คนประเภทนี้ จัดการง่ายจะตาย

ในใจเซี่ยงเยว่ทักทายบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของหลี่เว่ยตงไปรอบหนึ่ง แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มสดใสยิ่งขึ้น

เขาตบไหล่เสี่ยวหลิว พูดด้วยความปลื้มใจว่า

"เสี่ยวหลิว นายเป็นดาวนำโชคของพี่จริงๆ! ดีนะที่นายเตือน ไม่งั้นคราวนี้พี่คงโดนคนชั่วเล่นงานอีกแน่!"

"พี่ปลื้มใจจริงๆ ที่มีน้องชายดีๆ อย่างนาย!"

"อีกไม่กี่วันพี่จะกลับเมืองหยาง กลับมาเดี๋ยวจะเอาเสื้อผ้าดีๆ มาฝากสักสองชุด แล้วจะหิ้วซิการ์มาฝากสักลัง"

"ดูนายสิ อายุน้อยแค่นี้ อย่าไปใช้ของสะเปะสะปะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ! น้องชายของพี่เซี่ยงเยว่ ชีวิตต้องมีคุณภาพ!"

จบบทที่ บทที่ 350 ลงทะเบียนผู้ป่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว