- หน้าแรก
- เลิกแก้ตัวได้แล้ว ใครๆก็บอกว่านายเป็นเจ้าพ่อ
- บทที่ 120 ไอ้เสือ ลุย!
บทที่ 120 ไอ้เสือ ลุย!
บทที่ 120 ไอ้เสือ ลุย!
กินข้าวเสร็จง่ายๆ ต่างคนก็ต่างแยกย้าย
สิงหย่งต้องกลับไปรายงานภารกิจ จะให้เมาแอ๋กลับไปไม่ได้
......
เก้าโมงเช้า
บรรยากาศที่เคยเงียบเหงาของสถานีตำรวจเขตซิ่วหมิงเปลี่ยนไป ทุกแผนกวุ่นวายกับการจัดเตรียมเอกสารคดี
ในห้องเวร ลุงจาง (คนละคนกับ รปภ. โรงเรียน) กำลังโรยเก๋ากี้ลงในกระติกน้ำเก็บความร้อน เสียงเบรกเอี๊ยดหน้าประตูทำเอาแกมือสั่น
ชายฉกรรจ์นับสิบคนเดินเรียงแถวลงจากรถ คนนำขบวนหัวโล้นเลี่ยน ถือถุงพลาสติกพะรุงพะรัง
“คุณพระช่วย!” ลุงจางเกาะขอบหน้าต่างตัวสั่น รีบกดวิทยุเรียกกำลังเสริม
“หน้าประตูต้องการกำลังเสริมด่วน อิทธิพลมืดบุกโรงพักแล้ว!”
ตำรวจหนุ่มเสี่ยวหลิวพาลูกน้องกำกระบองวิ่งหน้าตั้งออกมา
เสี่ยวหลิวปราดตามองแวบเดียว ฟันธงเลยว่า... มาเฟียชัวร์!
กลิ่นอายเถื่อนดิบแผ่ออกมาจากคนกลุ่มนี้
ไอ้หัวโล้นดูทรงแล้วน่าจะเป็นอาชญากรคดีอุกฉกรรจ์ ส่วนไอ้หน้าบากนั่นต้องเป็นมือตบระดับพระกาฬ
ไอ้หนุ่มใส่ต่างหูที่เดินตามมา หัวพันผ้าก๊อซ สงสัยเพิ่งผ่านสมรภูมิเลือดมาหมาดๆ
ช่างกล้าบ้าบิ่นนัก!
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณตำรวจ!” เหลียนหูยิ้มแฉ่งเห็นฟันขาว เดินนำหน้า ล้วงเครปจีนออกมาจากถุง “กินร้อนๆ เลยครับ ใส่เนื้อใส่ไส้กรอก!”
เสี่ยวหลิวกับพวกยังไม่ทันอ้าปากตอบ ก็โดนยัดเครปเข้าปากคนละอัน
“กร้วม กร้วม กร้วม” เสียงเคี้ยวกรุบกรอบผสมกลิ่นหอมของต้นหอมซอยแผ่ซ่านในปาก เสี่ยวหลิวตกใจตัวเองที่เผลอกัดคำที่สองเข้าไป
แม่งเอ๊ย! ใส่เกี๊ยวกรอบมาด้วย อร่อยชะมัด ไอ้หัวโล้นนี่ทำเสียกระบวนท่าหมด
ยังไม่ทันตั้งตัว เหลียนหูก็เปิดอีกถุง ยัดน้ำเต้าหู้ใส่มือทุกคน
เหลียนหูเห็นตำรวจน้อยกินเครปสลับดูดน้ำเต้าหู้ ก็ยิ้มแก้มปริ
ฮิๆ นี่เขาเอาเงินค่าขนมซื้อมาเองนะ พี่เยว่เคยสอนว่าต้องรู้จักมารยาท มีไปมีกลับ
ตอนนี้พี่เจ้าใส่เครื่องแบบแล้ว น้องชายอย่างเขาก็ต้องช่วยผูกมิตรสร้างสัมพันธ์สิ!
ตำรวจหลายนายเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
พวกเขารีบปรับอารมณ์ ปั้นหน้าขรึมเตรียมสอบสวน
จู่ๆ หัวลูกแมวส้มก็โผล่ออกมาจากอกเสื้อไอ้หัวโล้น ที่คอห้อยป้ายเหล็กเขียนว่า “สถานกักกันหงซิง อยู่ระหว่างพักการลงโทษเพื่อรักษาพยาบาล”
“เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว”
ตำรวจ: “......”
เมืองหยางมีสถานกักกันสัตว์ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หรือว่าพวกนี้เตรียมตัวมามอบตัว เลยทำอุปกรณ์ประกอบฉากมาพร้อม?
“มามอบตัวใช่ไหม? สารภาพมา ไปทำอะไรกันมา!” เสี่ยวหลิวถาม
“พูดจาอะไรของมึง! รหัสประจำตัวอะไร!” จู้โจวพุ่งเข้ามา เขาไม่ชอบขี้หน้าตำรวจเขตซิ่วหมิงอยู่แล้ว กลัวพี่น้องจะโดนรังแก
“ไอ้เด็กกระจอก ที่นี่ยังกล้ามาซ่าอีก ปากดีแบบนี้มิน่าถึงหัวแตก” เสี่ยวหลิวไม่ไว้หน้าจู้โจวเหมือนกัน
ตำรวจสองนายหน้าถอดสี บังเอิญจัง พวกเขาคือไอ้หน้ากลมกับไอ้ตัวสูงที่ไปจับคนผิดที่บ้านฟางเหวินซาน
ซวยแล้ว ตัวซวยมากันครบทีม
ทั้งสองกระตุกแขนเสื้อเสี่ยวหลิว กระซิบเบาๆ “เสี่ยวหลิว อย่าพูดมาก นั่นลูกชายผู้กำกับจู้ ส่วนคนข้างหลังที่ใส่ต่างหูกะโหลกนั่นลูกสาวรองฯ ฟาง”
ฟ้าถล่ม......
เครปในมือเสี่ยวหลิวร่วงตุ้บลงพื้น
เหลียนกัวตวน (เจ้าแมวส้ม) รีบกระโดดลงพื้น ลากเครปชิ้นใหญ่กว่าตัวมันไปหลบมุมห้อง
“ยืนทำอะไรอยู่ เข้ามาสิ ทุกคนรออยู่ที่ห้องประชุมแล้ว!” จู้หยวนเหลียงถือแก้วสังกะสีชะโงกหน้าตะโกนมาจากชั้นสอง
วันนี้เซี่ยงเยว่มาเป็นวิทยากรอบรมให้สถานีตำรวจเขตซิ่วหมิง แต่ตำรวจยังไม่รู้รายละเอียดว่าการซ้อมรับมือแชร์ลูกโซ่คืออะไร
ในห้องประชุม
เซี่ยงเยว่พาพี่น้องเดินเข้ามา สายตานับสิบคู่จ้องมองมาเป็นตาเดียว
ตำรวจสบตากัน
นี่มันวิทยากรต้านโกงที่ไหน นี่มันแก๊งกวาดล้างอิทธิพลมืดชัดๆ
ทุกคนนั่งลง โต๊ะยาวแบ่งฝั่งชัดเจน
ฝั่งซ้ายตำรวจในเครื่องแบบนั่งตัวตรงแหน่ว ฝั่งขวากลุ่มคนหน้าตาเถื่อนๆ นั่งเอียงกะเท่เร่
“นี่คือเซี่ยงเยว่ วิทยากรรับเชิญในโครงการรณรงค์ต้านโกงของเรา วันนี้พวกคุณต้องเรียนรู้จากเขา” จู้หยวนเหลียงแนะนำ
ห้องประชุมเงียบกริบ
เห็นทุกคนนิ่งเงียบ จู้หยวนเหลียงเริ่มหงุดหงิด
หมายความว่าไง? มีปัญหากับน้องชายฉันเหรอ?
“พวกคุณอย่าตัดสินคนจากภายนอก พวกนี้คือฮีโร่ตัวน้อยที่เคยออกทีวีมาแล้วทั้งนั้น”
“ตั้งใจเรียนกันให้ดี! วันนี้อบรมเสร็จ อาจารย์เซี่ยงจะให้คะแนน ใครไม่ผ่านเกณฑ์ ส่งไปร้องเพลงป้องกันเด็กหายที่โรงเรียนอนุบาล!”
ตำรวจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ส่วนใหญ่เริ่มเก็บอาการดูถูก
ไปร้องเพลงที่โรงเรียนอนุบาล ขายขี้หน้าตายชัก
พวกผู้อาวุโสบางคนเบ้ปาก จู้หยวนเหลียงเรื่องมาก ไม่เหมือนผู้กำกับเฉินเลยสักนิด กูไม่ฟังจะทำไม!
จู่ๆ ฟางเค่อเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นตบโต๊ะ “ท่านประธานเซี่ยง! สายตาพวกเขามันดูถูกคนชัดๆ!”
สาวน้อยต่างหูกะโหลกแสบตา ชี้หน้าตำรวจอาวุโสแถวหน้า “ตาลุงคนนี้เมื่อกี้เบ้ปาก มองบนใส่ด้วย!”
“เหลวไหล!” หมวดหวังหน้าแดง “ฉันเป็นอัมพาตหน้าครึ่งซีก...”
พูดยังไม่ทันจบ ถงเจ้าก็กางหนังสือ 《กฎหมายตำรวจแห่งชาติ》 “มาตรา 52 ในการปฏิบัติหน้าที่ต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน”
จู้หยวนเหลียงกระแทกแก้วสังกะสีลงบนโต๊ะ “ลืมแนะนำไป นี่คือผู้หมวดถงจากกรมตำรวจเมือง ทางกรมให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก พฤติกรรมของพวกคุณวันนี้ ผู้หมวดถงจะบันทึกและรายงานให้รองฯ ฟางทราบ”
ฟางเค่อเอ๋อร์เสริม “ใช่! รายงานให้พ่อฉันรู้ด้วย!”
ตำรวจทุกคนหางตากระตุก ไอ้หนุ่มแว่นหน้าตาเหมือนพวกต้มตุ๋นนี่เป็นตำรวจจากกรมเมืองเหรอ?
แล้วยัยเด็กหัวกะโหลกนี่ลูกสาวรองฯ ฟาง?
หมวดหวังตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ ซวยแล้ว ไม่ใช่ความฝัน!
แม่งเอ๊ย ฟางเหวินซานรักจู้หยวนเหลียงปานดวงใจ ส่งทั้งลูกสาวทั้งลูกน้องคนสนิทมาหนุนหลัง
“ผู้กำกับจู้ ขอโทษครับ ผมอารมณ์ไม่ดีเอง” พอคิดได้ หมวดหวังก็รีบขอโทษ
จู้หยวนเหลียงรู้ว่าการข่มขวัญได้ผลแล้ว
เขากระแอมสองที “อย่าเสียเวลา เริ่มกันเลยครับ เชิญอาจารย์เซี่ยง”
เซี่ยงเยว่หยิบโทรโข่ง “วันนี้จะมาสอนพวกคุณให้เป็น ‘พ่อ’!”
“ไม่ใช่พ่อบังเกิดเกล้า แต่เป็นพ่อบุญธรรมที่ทำให้คนยอมจ่ายเงินทั้งน้ำตา!”
ถงเจ้าเปิดโปรเจคเตอร์ บนจอภาพปรากฏข้อความตัวเบ้อเริ่ม “โครงการแสงตะวันเพื่อบรรเทาความยากจนแห่งชาติ”
เซี่ยงเยว่: “จะเป่าหูเรื่องโกหกให้เป็นเรื่องจริงได้ยังไง? รู้ไหมครับ?”
ห้องประชุมเงียบกริบ
เซี่ยงเยว่ล้วงผ้าแพรแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกง สะบัดพรึ่บ เผยให้เห็นคำว่า “อนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี”
“นี่คือกลยุทธ์แรก ยืมหนังเสือมาข่มขวัญ”
ถงเจ้าถือหนังสือประมวลกฎหมายอาญาทำท่าจะพูดแทรก เซี่ยงเยว่ตบโต๊ะ “ปัง! จังหวะนี้ต้องมีการขัดจังหวะทำลายจังหวะ โดยเฉพาะไอ้พวกที่ดูเหมือนผู้เชี่ยวชาญแบบนี้ ไอ้เสือ ลุย!”
เหลียนหูลุกขึ้นลากถงเจ้าวิ่ง “น้าครับ น้าสะใภ้จะคลอดแล้วน้ายังห่วงแต่เรื่องเงิน รีบไปโรงพยาบาลเร็วเข้า”
พูดจบก็ลากถงเจ้าออกไปจากห้องประชุม
เซี่ยงเยว่: “......”
แค่การแสดง ทำไมต้องหนีออกไปจริงๆ วะ?
เสี่ยวอู๋จากกองปราบอาชญากรรมเศรษฐกิจค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้ถอยหลัง ที่พูดมาเหมือนจะมีสาระแฮะ
“กลยุทธ์ที่สอง วาดฝันให้สวยหรู”
“กลยุทธ์ที่สาม ดราม่าเรียกน้ำตา”
......
เซี่ยงเยว่พูดน้ำลายแตกฟองอยู่บนเวที คนข้างล่างฟังอย่างตั้งใจขึ้นเรื่อยๆ
โดนคอมโบชุดนี้เข้าไป ตำรวจน้อยบางคนยังรู้สึกหวั่นไหว อยากจะเซ็นสัญญาซะเอง
บรรยายจบ เซี่ยงเยว่ลากเสี่ยวอู๋ขึ้นมาสาธิต
เซี่ยงเยว่: “พูดเร็วเข้า โรคของแม่ข้ารักษาหายแล้ว!”
เสี่ยวอู๋หน้าแดงก่ำ ตะโกนตะกุกตะกัก “ระ... โรคของแม่ข้า...”