เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 บริการพิเศษ

บทที่ 14 บริการพิเศษ

บทที่ 14 บริการพิเศษ


ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสรูปถ่าย รูม่านตาของเขาหดเกร็งอย่างรุนแรง

ในรูปคือผู้กำกับก่วน กำลังโอบกอดหญิงสาวในชุดกี่เพ้าอย่างสนิทสนม

บัญชีรายชื่อในซองจดหมายยิ่งทำให้มือของฟางเหวินซานสั่นระริก

แก้วเก็บความเย็นร่วงลงน้ำ ทำเอาทุ่นลอยกระเพื่อมไหว

เขารีบปิดกล่องอุปกรณ์ตกปลาปังใหญ่ ไม่สนใจจะเก็บคันเบ็ดด้วยซ้ำ กำซองจดหมายแน่น แล้ววิ่งโซซัดโซเซไปที่รถ SUV

รถ SUV แล่นโขยกเขยกอย่างบ้าคลั่งไปตามถนนไต่เขา นิ้วมือที่กำพวงมาลัยของฟางเหวินซานซีดขาว

ที่เบาะข้างคนขับ รูปใบหน้าของผู้กำกับก่วนบิดเบี้ยวไปมาตามแรงรถ

หญิงสาวชุดกี่เพ้าในอ้อมกอดของผู้กำกับก่วนบาดตาเขาเหลือเกิน หล่อนคือหัวหน้าฝ่ายหญิงที่เพิ่งย้ายไปกรมโยธาเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง

เขาเหยียบคันเร่งมิด ล้อรถบดขยี้เศษหิน พุ่งทะยานไปข้างหน้า ความดุดันสมัยไล่ล่าคนร้ายเมื่อยี่สิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง

รถ SUV เบรกเอี๊ยดจนตัวโก่งที่หน้าบันไดหินสีเขียว อาคารหลังเล็กสีเทาอมฟ้าซ่อนตัวอยู่ใต้เงาไม้ร่มรื่น

ฟางเหวินซานเคาะห่วงประตู ผ้าม่านหน้าต่างชั้นสองเลิกขึ้นเล็กน้อย

แม่บ้านชราเปิดไฟต้อนรับเขา กลิ่นธูปหอมปนกลิ่นสมุนไพรจีนโชยมาแตะจมูก

เขาเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องหนังสือชั้นสอง

“เสี่ยวฟางเหรอ...” คนบนเก้าอี้ไท่ซือไม้แดงกระแอมไอสองสามที “ชาของ ป.ป.ช. รสชาติเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

ท่ามกลางไอร้อนจากปากกาน้ำชาดินเผา ดวงตาขุ่นมัวของ ‘อาจารย์หลิว’ ยังคงฉายแววเฉลียวฉลาด

ฟางเหวินซานยืนตัวตรง ชูซองจดหมายขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ “อาจารย์ครับ ผมเจอเรื่องใหญ่แล้วครับ!”

รูปถ่ายร่วงหล่นลงพื้น เป็นภาพมือของผู้กำกับก่วนที่วางอยู่บนเอวสาวชุดกี่เพ้า

อาจารย์หลิวใช้ไม้เท้าเขี่ยรูปถ่ายดู มุมปากยกยิ้มเย็นชา “ไอ้ก่วนฉีเหว่ยอีกแล้วสินะ”

ฟางเหวินซานหยิบบัญชีออกมา “อาจารย์ครับ ไม่ได้มีแค่นั้น”

อาจารย์หลิวพิจารณารายชื่อและจำนวนเงินในบัญชีอย่างละเอียด “ของพวกนี้ได้มายังไง?”

ฟางเหวินซานอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง

อาจารย์หลิวตบโต๊ะดังปัง ตวาดถามเสียงดัง “สรุปคือแกที่เป็นถึงรองผู้กำกับสายสืบสวน โดนคนล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วแอบเอาของพวกนี้มาหย่อนใส่กล่องงั้นเรอะ!”

ฟางเหวินซานก้มหน้า ขาอ่อนยวบยาบ

อาจารย์หลิวเป็นคนปั้นเขามากับมือ ทั้งสองนับถือกันแบบศิษย์อาจารย์ สมัยหนุ่มๆ คงโดนอาจารย์หวดมาเยอะ พออาจารย์ตบโต๊ะทีไร เขาเป็นต้องกลัวทุกที

อาจารย์หลิวมองลูกศิษย์ที่ยืนหงอเหมือนนกกระทา สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามว่า

“มีใครรู้บ้างว่าแกไปตกปลาที่นั่น?”

ฟางเหวินซานครุ่นคิด แล้วเงยหน้าขึ้น แววตาใสซื่อ

“ไม่มีใครรู้เลยครับอาจารย์ ไม่มีจริงๆ”

อาจารย์หลิวหยิบยาหอมแก้ลมขึ้นมากินเม็ดหนึ่ง

ท่องพุทโธในใจ ลูกศิษย์แท้ๆ โตแล้ว ตีไม่ได้ ตีไม่ได้!

ผ่านไปครู่ใหญ่ แกจิบชาแล้วเอ่ยปาก

“คนในบัญชีพวกนี้เป็นคนของสายท่านนายกเทศมนตรีเซวียทั้งหมด ส่วนท่านเลขาธิการเฉินเพิ่งย้ายมาประจำการได้ครึ่งปี ในมือกำลังขาดมีดดีๆ สักเล่ม”

“พรุ่งนี้เช้า เอาชาหลงจิ่งชั้นดีไปที่บ้านพักรับรองของเทศบาล คนขับรถของท่านเลขาฯ เฉิน แซ่อู๋”

พูดจบ อาจารย์หลิวก็หันหน้าหนี โบกมือไล่

ความหมายง่ายๆ... ไสหัวไปได้แล้ว

...

อีกด้านหนึ่ง ถงเจ้าขับรถมาถึง ‘จินไห่ วัน’ (อ่าวทองคำ)

ศูนย์อาบน้ำจินไห่ วัน คือสถานบันเทิงครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเขตซิ่วหมิง

ตึกสามชั้น ชั้นล่างเป็นโถงอาบน้ำ ชั้นสองเป็นร้านอาหาร พักผ่อน นวดแผนโบราณ

ส่วนชั้นสาม... พี่น้องรู้กัน~

ลูกน้องคนอื่นๆ ที่พักอยู่ใกล้ๆ มารออยู่ที่หน้าประตูเรียบร้อยแล้ว

พอเห็นเซี่ยงเยว่มาถึง เหล่าพี่น้องก็รีบจัดแถวเป็นสองฝั่ง ยืนขนาบประตูทางเข้า

เพิ่งจะสามทุ่มกว่า จินไห่ วันกำลังคึกคัก ลูกค้าเดินเข้าออกประตูหมุนไม่ขาดสาย

ไทยมุงบางคนยืนดูอยู่ริมถนนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

มีคนใหญ่คนโตที่ไหนมาเหรอ?

“พี่เยว่มาแล้ว!” เสียงแหบเหมือนฆ้องแตกของปาสื่อตะโกนก้อง

หนุ่มหัวเกรียนหกสิบกว่าชีวิตโค้งคำนับ 90 องศาพร้อมกัน เสื้อขาวกางเกงดำรองเท้าดำเป็นระเบียบ

เหลียนหูกับก่งซาที่ยืนหน้าสุดยืดคอตะโกน “พี่เยว่ทำงานหนักแล้วครับ!”

ฉากนี้เพิ่งซ้อมกันมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว วันนี้สองพี่น้องเพิ่งจะดูหนัง ‘กู๋หว่าไจ๋’ ทบทวนความจำมาหมาดๆ

วันนี้ต้องทำให้พี่เยว่เห็นให้ได้ว่า วัฒนธรรมองค์กรของพี่น้องเรามันเป๊ะแค่ไหน

“เอ่อ...... เพื่อพี่น้อง?” เซี่ยงเยว่โบกมืออย่างเก้ๆ กังๆ

ที่ประตูหมุน ชายหัวล้านลงพุงคนหนึ่งเดินออกมา

เฮียแกเพิ่งจัด “คอร์สสวรรค์ชั้นเจ็ด” ที่ชั้นสามเสร็จ พอเดินออกมาจ๊ะเอ๋กับกำแพงมนุษย์สองฝั่ง กระเป๋าหนังจระเข้ในมือก็ร่วงตุ้บลงพื้น

แกค่อยๆ ชักเท้ากลับอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินวนตามประตูหมุนกลับเข้าไปในล็อบบี้เหมือนเดิม

เซี่ยงเยว่พยักหน้าให้พี่น้อง แล้วเดินนำเข้าไปข้างใน

พรมต้อนรับของจินไห่ วัน วันนี้ถือว่าซวยสุดๆ

เซี่ยงเยว่เดินทีหนึ่ง ขี้โคลนจากรองเท้าก็ร่วงกราว

ป้าแม่บ้านกำไม้ถูพื้นยืนลังเล จะเข้าไปถูก็กลัวโดนหาว่ากวนตีน จะไม่ถูก็กลัวผู้จัดการหักเงิน สุดท้ายเลยแกล้งทำเป็นเช็ดโต๊ะอยู่ข้างๆ

น้องพนักงานต้อนรับทำป้ายเบอร์ล็อคเกอร์ร่วงใส่คีย์บอร์ด

เธอเหลือบมองฝูงชนหัวเกรียนดำทะมึน แล้วมองไปที่เหลียนหูกับปาสื่อที่เป็นหัวโจก

มือสั่นระริกหยิบวิทยุสื่อสาร “ผ... ผู้จัดการคะ หน้าฟร้อนท์มีเรื่องใหญ่ รีบมาค่ะ!”

ถงเจ้าเดินไปที่เคาน์เตอร์

“68 คน ชายล้วน”

พนักงานต้อนรับ: “คะ? อ๋อ... ดะ... ได้ค่ะ”

“กรุณารอสักครู่...” ท่าทางตอนเธอนับป้ายเบอร์เหมือนกำลังกู้ระเบิด ในใจภาวนาให้ผู้จัดการรีบโผล่หัวมาสักที

สองนาทีต่อมา ผู้จัดการหวังก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากห้องพัก

เขาหายใจหอบ มองดูชายฉกรรจ์ที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานสี่แถวในล็อบบี้

สุดท้ายสายตาไปหยุดที่เซี่ยงเยว่ เขามองออกว่าทุกคนยืนล้อมหน้าล้อมหลังใคร

“ละ... ลูกพี่ วันนี้คือ... มีความประสงค์อะไรหรือครับ?” เขาโค้งตัวเล็กน้อย ถามเสียงตะกุกตะกัก

ถ้าสังเกตดีๆ มือที่ไพล่หลังอยู่สั่นพั่บๆ

แค่แกล้งทำใจดีสู้เสือไปงั้นแหละ ในใจด่าเปิงไปแล้ว

ไอ้เถ้าแก่เฮงซวย ไปเหยียบตีนใครมาวะ ถึงทิ้งให้กูมารับหน้ามัจจุราชพวกนี้คนเดียว

เซี่ยงเยว่มองฉากนี้ด้วยความพูดไม่ออก ก็รู้แหละว่า...

โดนมองว่าเป็นมาเฟียอีกแล้ว

ทุกคน: ก็เอ็งเป็นไม่ใช่เรอะ!!!

ถงเจ้าเดินเข้ามา มองป้ายชื่อผู้จัดการ

“ผู้จัดการหวัง นี่ท่านประธานเซี่ยงของเรา ไม่มีอะไรหรอก แค่พาพี่น้องมาอาบน้ำ”

“อ๋อ... อ้อ อาบน้ำ อาบน้ำเหรอครับ อาบน้ำดีครับ ดีต่อสุขภาพ” ผู้จัดการหวังตอบแบบไปคนละทิศคนละทาง

ถุย พี่เซี่ยงก็พี่เซี่ยงสิวะ นึกว่ากูดูไม่ออกรึไง เรียกท่านประธานซะหรู บริษัทถูกกฎหมายบ้านไหนเรียกพนักงานว่า “พี่น้อง” กันวะ!

เหลียนหูเริ่มหงุดหงิดเป็นคนแรก

รำคาญว้อย แค่จะอาบน้ำ ลีลาอยู่ได้เป็นสิบนาที พวกนี้แม่งโง่กว่ากูอีก

“ไอ้แก่! อาบน้ำ! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง! เอาป้ายเบอร์มา!”

คำว่า “ไอ้แก่” ปลุกสติผู้จัดการหวัง เขารีบสั่งพนักงานให้มาบริการลูกพี่ทั้งหลาย เปลี่ยนรองเท้า แจกป้ายเบอร์

เขาเดินไปส่งเซี่ยงเยว่ถึงโซนอาบน้ำด้วยตัวเอง ช่วยเปิดตู้ล็อคเกอร์ให้ แล้วค่อยโค้งคำนับถอยออกไป

คุณลุงในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่กำลังถอดกางเกงในถึงกับชะงัก ถอดคาไว้ครึ่งทาง ไม่รู้จะถอดต่อดีไหม

ในโซนบ่อน้ำร้อนมีไอน้ำลอยฟุ้ง เซี่ยงเยว่เพิ่งจะหย่อนเท้าลงไป สระข้างๆ ก็มีน้ำกระเด็นตูม

ปรมาจารย์หลี่ เจ้าของฉายา “บรูซ ลี แห่งวงการขัดขี้ไคล” ตกใจจนก้นจ้ำเบ้า

ชาตินี้แกไม่เคยฝันเลยว่า จะได้เห็นชายฉกรรจ์หัวเกรียนกว่าหกสิบคน ยืนเปลือยกายเข้าเวรเฝ้ายามอยู่ขอบสระ

เซี่ยงเยว่กวักน้ำเล่น ขี้โคลนบนตัวละลายลงไปในน้ำ

มองไปรอบๆ แล้วอนาถใจ...

เอ่อ... มองด้านขวางเป็นเทือกเขา มองด้านข้างเป็นยอดดอย สูงต่ำดำขาวไม่เท่ากัน

ที่เขาว่า คบหาแต่ปราชญ์เมธี ไม่มีไพร่สถุนปะปน... สภาพนี้มันตรงกันข้ามชัดๆ!

เริ่มรู้สึกแสบตา เขาเลยพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เลิกยืนเวรได้แล้ว แบ่งกลุ่มละห้าคน ไปเล่นกันเองไป๊”

พูดจบ เขาก็หันไปหาปรมาจารย์หลี่ในสระ

“ช่างครับ ขอขัดตัวแบบธรรมดาหน่อย”

ปรมาจารย์หลี่กำผ้าขนหนูขัดตัวมือสั่นระริก “ละ... ลูกพี่ครับ บริการพิเศษอยู่ชั้นสามครับ...”

จบบทที่ บทที่ 14 บริการพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว