- หน้าแรก
- เลิกแก้ตัวได้แล้ว ใครๆก็บอกว่านายเป็นเจ้าพ่อ
- บทที่ 3 วิลล่ายามค่ำคืน
บทที่ 3 วิลล่ายามค่ำคืน
บทที่ 3 วิลล่ายามค่ำคืน
“ไปกันเถอะ พาทุกคนกลับวิทยาลัย” เซี่ยงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง “ปาสื่อ ส่งลูกน้องแกไปโรงพยาบาลซะ มีค่ารักษาไหม?”
ทุกคนจ้องมองปาสื่อ สายตาเริ่มเปลี่ยนเป็นแปลกๆ
โชคดีนะที่พวกเราติดตามพี่เยว่ นี่มันแก๊งอะไรกันเนี่ย
มิน่าลูกน้องปาสื่อถึงหนีไปตั้งเยอะ ตามลูกพี่สภาพนี้ สามวันคงได้อดข้าวไปเก้ามื้อ
ปาสื่อโดนสายตาหลายคู่จ้องมองก็รู้สึกอับอาย
เขาพูดจาอึกอัก “พี่เยว่ ยัง... ยังขาดอีกนิดหน่อยครับ”
เซี่ยงเยว่กุมขมับ นี่มันตัวประหลาดอะไรวะเนี่ย...
แต่เรื่องนี้ก็ช่วยเตือนสติเขาเหมือนกัน ในเมื่อจะเดินทางสายขาวแล้ว ต่อไปพวกพี่น้องต้องมีประกันสังคม
“ถงเจ้า พาพวกเขาไปโรงพยาบาล แล้วรับช่วงต่อดูแลลูกน้องปาสื่อด้วย”
สั่งงานเสร็จ เซี่ยงเยว่ก็พาทุกคนกลับวิทยาลัย
โรงเรียนที่เซี่ยงเยว่เรียนอยู่คือ “วิทยาลัยอาชีวะซิ่วหมิง” เป็นวิทยาลัยระดับ ปวส.
ที่นี่ทำแม่งทุกอย่าง ยกเว้นเรียนหนังสือ
...
หอพักห้อง 602 หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงจี่ๆ ดังรบกวน
เซี่ยงเยว่, ถงเจ้า, เหลียนหู และก่งซา นั่งล้อมวงกันที่โต๊ะ
สมุดบัญชีของถงเจ้ากางแผ่อยู่ข้างถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หน้าสุดท้ายเขียนไว้ว่า: “ยอดคงเหลือ: เจ็ดหมื่นสองพัน”
“เถ้าแก่หวงบอกว่าต่อไปจะไม่จ้างพวกเราแล้ว” ก่งซาประคองโทรศัพท์รุ่นเก่าในมือ “พูดจาหมาไม่แดกเลย”
เหลียนหูตบอิฐครึ่งก้อนจนแตก “เพล้ง” ด้วยฝ่ามือเดียว “ได้ใจใหญ่แล้วนะมัน พี่เยว่ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะไปหักขาแม่งเลย!”
“หักพ่องสิ” เซี่ยงเยว่นั่งปอกแอปเปิ้ลด้วยมีดพก
จะไปถือสาหาความกับคนแบบนั้นทำไม อีกไม่กี่วันเถ้าแก่หวงก็ต้องเข้าไปนั่งเย็บผ้าในคุกแล้ว
แว่นตาของถงเจ้าสะท้อนแสงวูบวาบ “พี่เยว่ ถิ่นเก่าๆ ที่เราเคยคุยไว้ ตกลงกันได้แล้วนะ เดือนละสองพัน...”
เขารู้สึกว่าเซี่ยงเยว่ดูเปลี่ยนไป เมื่อก่อนพอพูดถึงเรื่องธุรกิจ เซี่ยงเยว่จะกระตือรือร้นที่สุด มุ่งมั่นจะสร้างแก๊งให้ยิ่งใหญ่
แต่วันนี้ตั้งแต่กลับจากโรงงานร้างมาถึงหอพัก เซี่ยงเยว่ดูไม่ค่อยอินกับเรื่องพวกนี้เลย
เซี่ยงเยว่ได้ยินดังนั้น มือที่ถือมีดถึงกับกระตุกเกือบเฉือนโดนมือตัวเอง
ไอ้พวกนี้มันขยันกันจริงจริ๊ง เพิ่งย้อนเวลากลับมาแค่วันเดียว หาธุรกิจสีเทามาได้สามเจ้าแล้ว
เขานึกถึงชาติที่แล้ว ที่เขาส่งคนไปตามสถานบันเทิงต่างๆ
ไม่ได้ไปทำอะไร แค่ให้พวกเด็กแว้นหัวสีๆ ไปยืนเฝ้าหน้าร้าน ยืนแม่งทั้งวัน
ตำรวจมาก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้ตบตีใคร ไม่ได้ด่าใคร พวกพี่น้องแค่มายืนตากแดดเฉยๆ
เจ้าของร้านส่วนใหญ่เลยยอมจ่ายเงินซื้อความสบายใจ ให้เดือนละสองสามพัน เรียกว่าค่ารักษาความปลอดภัย
“เรื่องพวกนั้นชะลอไว้ก่อน” เซี่ยงเยว่ปาแกนแอปเปิ้ลลงถังขยะ “คืนนี้จะพาพวกแกไปทำเรื่องใหญ่”
ดวงตาของถงเจ้ากับพวกเป็นประกายขึ้นมาทันที
ที่แท้พี่เยว่ไม่ได้จะล้างมือในอ่างทองคำ แต่แค่ไม่สนเศษเงินพวกนั้นต่างหาก!
เซี่ยงเยว่มองทั้งสามคน แล้วพูดอย่างจริงจัง “ตีสองคืนนี้ เราจะไปที่ ‘หมู่บ้านวิลล่าพูเยวี่ยน’ ไปกันแค่สี่คน”
ถงเจ้ารับลูกทันที “พี่เยว่ พวกเราเข้าใจ! พูเยวี่ยนมีแต่พวกเสี่ยกระเป๋าหนัก เราจะเล่นงานใหญ่ ปล้นบ้านไหนดีครับพี่!”
เซี่ยงเยว่มองหน้าถงเจ้าด้วยสีหน้าลำบากใจ พูดบ้าอะไรของมัน! ปล้นเปลิ้นอะไรกัน
เซี่ยงเยว่โบกไม้โบกมือ “ปล้นพ่องสิ พวกแกไม่ต้องถาม คืนนี้ตามฉันไปก็พอ ฟังคำสั่งฉัน”
ก่งซา: “โอเค ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว ถึงเวลาเดี๋ยวผมปลุกเอง”
...
ตีสอง ณ ใต้หอพัก
หน้ากากดำ หมวกดำ ทั้งสี่คนขึ้นไปนั่งบนรถตู้ ถงเจ้านั่งประจำที่คนขับ มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านพูเยวี่ยน
หมู่บ้านวิลล่าพูเยวี่ยนตั้งอยู่ที่ตีนเขาซุ่ยซาน ซึ่งทำเลค่อนข้างห่างไกลความเจริญ
วิลล่าแถวนี้เปรียบเหมือนสวนหลังบ้านของคนรวย คนน้อย อากาศดี
รถตู้แล่นโขยกเขยกมาจอดที่ตีนเขา ถงเจ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วหันกลับมามองเซี่ยงเยว่
“พี่เยว่ ที่นี่เหรอ?”
“ใช่ ลงรถ ตามฉันมา” เซี่ยงเยว่เปิดประตูลงไปก่อนคนแรก
บนถนนว่างเปล่าไร้ผู้คน ยอดเขาไกลๆ ตั้งตระหง่านเงียบงัน โครงร่างเลือนรางภายใต้แสงจันทร์
ก่งซาหดคอไปหลบหลังเหลียนหู “ทำไมเสียงจิ้งหรีดร้องเหมือนคนร้องไห้หน้างานศพเลยวะ...”
“ร้องหาพ่อง!” จู่ๆ เหลียนหูก็ตดเสียงดังสนั่น
“เลิกเล่นกันได้แล้ว เงียบหน่อย ปิดไฟฉาย เปิดแค่กระบอกเดียวพอ” เซี่ยงเยว่สั่งการ
เซี่ยงเยว่เดินนำหน้า ไม่นานนักป้ายบอกทางเข้าพูเยวี่ยนก็ปรากฏขึ้น
เขาเบี่ยงตัวเดินออกจากถนนใหญ่ มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าข้างทาง ถงเจ้าและคนอื่นๆ รีบเดินตามไปติดๆ
“พี่เยว่ ทำไมเราต้องเดินเข้าป่าด้วยล่ะ” เหลียนหูถาม
ถงเจ้าตบกะโหลกเขาไปทีหนึ่ง แล้วกระซิบด่า “ไอ้โง่ ใครเขามาทำงานแบบนี้แล้วเดินถนนใหญ่กัน วันนี้ปล้น พรุ่งนี้ก็โดนจับสิวะ”
เหลียนหูหัวเราะแหะๆ ยกมือเกาหัว
เซี่ยงเยว่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เดินนำทางลัดเลาะไปในป่าต่อไป
ไม่ไกลนัก กลุ่มวิลล่าสไตล์ยุโรปก็ปรากฏสู่สายตา ระยะห่างระหว่างแต่ละหลังค่อนข้างกว้าง สวนหย่อมหน้าบ้านปลูกต้นไม้นานาพรรณ ดูสวยงามมาก
“เชรดดด ที่นี่แม่มโคตรดี” ก่งซาหยุดเดิน มองภาพตรงหน้าด้วยความอิจฉา
เซี่ยงเยว่ยิ้มตาหยี “ไม่ต้องอิจฉาหรอก ต่อไปพวกเราทุกคนจะมีแบบนี้เหมือนกัน”
เซี่ยงเยว่เดินอย่างชำนาญทาง ไปหยุดอยู่ที่หน้าวิลล่าหลังหนึ่งที่ดูเรียบง่าย
เขากวักมือเรียกทั้งสามคน แล้วหยิบถุงมือยางที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตออกมา “ซื้อมาเก้าหยวนเก้าสิบ อุปกรณ์หากินจำเป็นต้องมี ใส่ซะ แล้วปีนเข้าไป”
ทั้งสามคนสวมถุงมืออย่างว่าง่าย
เซี่ยงเยว่เล็งกำแพงรั้วที่ไม่สูงมากนัก อาศัยแรงส่ง พลิกตัวกระโดดข้ามไปลงในสวนของวิลล่า
ถงเจ้าและคนอื่นๆ ก็ทำตาม ปีนข้ามเข้าไป
พื้นสวนปูด้วยกระเบื้อง โต๊ะเล็กข้างๆ มีฝุ่นเกาะหนา เหมือนไม่มีคนอยู่มาสักพักแล้ว
ด้านซ้ายเป็นประตูใหญ่ ไม่ไกลจากประตูใหญ่เป็นโรงจอดรถ
เซี่ยงเยว่เดินนำลึกเข้าไปในสวน
ด้านหลังเป็นโซนพักผ่อนสำหรับปาร์ตี้บาร์บีคิว
พื้นที่กว้างขวางมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้แกะสลักวิจิตรวางอยู่ ตรงกลางเป็นเตาบาร์บีคิวก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่
ข้างเตาปิ้งย่าง มีอุปกรณ์ครบครันวางเรียงราย ทั้งแปรง ที่คีบ และไม้เสียบ
เซี่ยงเยว่มองดูเตาบาร์บีคิวสั่งทำพิเศษนี้ แล้วปีนขึ้นไปเป็นคนแรก กวักมือเรียกทั้งสามคน “พวกเรา ขึ้นมา”
ทั้งสามปีนตามขึ้นไป เซี่ยงเยว่เปิดไฟฉายส่องไปที่กลางเตา
มีอิฐปูทับอยู่ด้านบน
เซี่ยงเยว่ตื่นเต้นเล็กน้อย พยายามระงับอารมณ์ “งัดอิฐออก”
“โอเค” x 3 ทั้งสามคนช่วยกันงัดอิฐอย่างเชื่อฟัง
อิฐปูไว้เรียบสนิท ไม่มีจุดให้จับ งัดยากมาก
เซี่ยงเยว่หยิบชะแลงออกมา เสียบเข้าไปในร่องอิฐ เสียงโลหะเสียดสีดังเหมือนเล็บขูดกระดานดำ
ใช้เวลาไม่นาน อิฐก็ถูกงัดออกมาทีละก้อน
ตอนที่ถงเจ้ากำลังยกอิฐชั้นที่สอง แมงมุมตัวหนึ่งก็มุดเข้าไปในแขนเสื้อเขา “เชี่ยๆๆๆ!”
เขาสะบัดมือเต้นแร้งเต้นกา “มีตัวอะไรกัดไข่กู!”
เหลียนหูหัวเราะเสียงดังเหมือนหมูร้อง จนโดนเซี่ยงเยว่ถลึงตาใส่ถึงกับเงียบกริบ
ขุดมาถึงชั้นที่สาม วัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็โผล่ออกมา
ขนาดไม่ใหญ่มาก เท่าๆ กับเป้สะพายหลัง
ของไม่หนัก ประมาณห้าหกกิโลฯ แต่เพราะมันฝังอยู่ในทรายและหิน ไม่มีหูหิ้ว เลยเอาออกมาลำบากหน่อย
ทั้งสามคนช่วยกันดึงวัตถุปริศนาขึ้นมาได้สำเร็จ
เซี่ยงเยว่เดินไปที่หลุม แล้วเอามือควานดูข้างในอย่างละเอียด
ยังมีอีก!
มันคือกล่องใบเล็ก น้ำหนักเบามาก
“พี่เยว่ สรุปมันคืออะไรกันแน่” ถงเจ้าปาดเหงื่อที่หน้าผาก มองไปที่เซี่ยงเยว่
“กลับไปค่อยคุยกัน เร็วเข้า กลบหลุมแล้วปูอิฐกลับคืนที่เดิม”
พูดจบ เซี่ยงเยว่ก็ปีนลงจากเตา เอาของที่ขุดได้ยัดใส่เป้เดินป่า
เป้พองตุงขึ้นมาทันที
เซี่ยงเยว่สะพายเป้ แล้วเริ่มทำลายหลักฐาน
ไม่นานนัก พวกถงเจ้าทั้งสามก็ปูอิฐเสร็จแล้วปีนลงมา
“พวกนายเดินนำไป กลับทางเดิม
เดี๋ยวฉันจะกลบรอยเท้าอยู่ข้างหลัง อีกไม่นานฟ้าจะสว่างแล้ว เร็วเข้า!” เซี่ยงเยว่ผลักถงเจ้า ให้สัญญาณให้นำทาง
ทั้งสี่คนออกจากเขตวิลล่าอย่างเป็นระเบียบ แล้วขึ้นรถตู้
กลับมาถึงวิทยาลัย ฟ้าก็เริ่มสว่างพอดี
ที่หอพัก 602 เซี่ยงเยว่เปิดเป้เดินป่า หยิบของออกมาวาง
ถงเจ้าและอีกสองคนมุงดูที่โต๊ะ จ้องเขม็งไปที่ของบนโต๊ะ แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ