- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 74 ไอศกรีมเค้กโตขึ้น
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 74 ไอศกรีมเค้กโตขึ้น
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 74 ไอศกรีมเค้กโตขึ้น
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 74 ไอศกรีมเค้กโตขึ้น
หลังจากเรียบเรียงความคิด ฟางเย่ก็เริ่มค้นหาข้อมูลและเขียนเนื้อหาสำหรับบอร์ดนิทรรศการความรู้เรื่องเสือ
เริ่มจากการแนะนำเสือ แต่ต่างจากการจับคู่รูปภาพกับคำบรรยายยาวเหยียดแบบมาตรฐานของแพนด้าแดง ครั้งนี้เขาเตรียมสไตล์ที่กระแทกใจผู้ชม ด้านซ้าย เขาใส่รูปหน้าเสือขนาดมหึมา อ้าปากกว้างอย่างดุร้ายเผยให้เห็นเขี้ยวเปื้อนเลือด ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามทันทีที่เห็น
เสือคือสัตว์ดุร้ายที่คนรู้จักดีที่สุด!
ความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อมันก็ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัวและยำเกรง ดังคำกล่าวที่ว่า “การปกครองที่กดขี่ดุร้ายกว่าเสือ” และ “ข่าวลือสร้างเสือได้” ในขณะเดียวกันก็ชื่นชมและหลงใหลในความแข็งแกร่งและเสน่ห์ของเสือ ดังคำเปรียบเปรย “หลังเสือเอวหมี[1]“และ”พลังมังกรความดุเสือ[2]” ซึ่งบรรยายถึงความบึกบึนของคน
ในบรรดาผู้กล้า 108 คนแห่งเขาเหลียงซาน คนทั่วไปจำได้สักกี่คน? แต่ถ้าเอ่ยชื่อ อู่ซง รับรองว่าใคร ๆ ก็รู้จัก เพราะเรื่องราวของอู่ซงสู้เสือบนสันเขาจิงหยางทำให้ชื่อของเขาเป็นที่เล่าขานมาหลายร้อยปี พร้อมข้อถกเถียงไม่รู้จบว่ามนุษย์จะสู้กับเสือด้วยตัวคนเดียวได้จริงหรือ
ดังนั้นฟางเย่จึงอยากใช้รูปเสือคำรามที่ดุร้ายและน่าเกรงขามบนบอร์ดความรู้ เพื่อปลุกความประทับใจที่ตรงไปตรงมาและลึกซึ้งที่สุดของผู้เข้าชมที่มีต่อเสือ จากจุดนั้น เขาจะค่อยแนะนำความสามารถของเสือ ผู้เข้าชมอาจไม่สนใจบอร์ดอื่น แต่ต้องอยากรู้แน่ ๆ ว่าเสือทรงพลังแค่ไหนและทำไมถึงน่าเกรงขาม
บอร์ดนี้จะวางไว้ตรงกลางกำแพงกระจกพอดิบพอดี
“เสือเป็นสัตว์ตระกูลแมวที่ใหญ่ที่สุดและน่าเกรงขามที่สุด พวกมันคือนักล่าผู้ทรงพลังที่มีความดุร้ายและความว่องไวเป็นเลิศ”
หลังจากแนะนำสั้น ๆ ทางด้านขวา เขาใส่รูปย่อยของส่วนต่าง ๆ ของเสือ พร้อมคำบรรยาย ตัวอย่างเช่น หนวดสีขาวที่ยาว: “ในความมืดเกือบสนิทใต้ต้นไม้และพุ่มไม้หนาทึบตอนกลางคืน หนวดที่ยาวช่วยนำทางและกะความกว้างของวัตถุ ถ้าหนวดผ่านได้ ตัวเสือก็ผ่านได้”
รูม่านตากลม: “ต่างจากแมวเล็กที่รูม่านตาหดเป็นเส้นแนวตั้ง รูม่านตาของเสือจะกลมเสมอ มันขยายในตอนกลางคืนเพื่อให้มองเห็นในที่มืดได้ดีเยี่ยม และหดเป็นวงกลมเล็กในที่สว่าง การมองเห็นตอนกลางคืนของเสือดีกว่ามนุษย์ถึงหกเท่า”
กรงเล็บคม: “เสือสามารถหดเล็บได้ เวลาเดินหรือวิ่ง เล็บจะหดเข้าไปในฝักกระดูกเพื่อป้องกันการสึกหรอ เพื่อหลีกเลี่ยงการแทงทะลุอุ้งเท้าตัวเอง เสือจึงมักมีพฤติกรรมลับเล็บ”
ลายพาดกลอนบนตัว จุดสีขาวบนหู เขี้ยวสี่ซี่ที่เหมือนใบมีด หางยาว . . .
หลังจากดูการแนะนำความสามารถ ผู้เข้าชมจะชื่นชมความแข็งแกร่งและความมหัศจรรย์ของเสือในฐานะสายพันธุ์ และเมื่อสนใจ พวกเขาอาจอยากเจาะลึกเนื้อหาความรู้อื่น ๆ มากขึ้น
แน่นอนบอร์ดความรู้อื่น ๆ ก็ต้องมีเรื่องถิ่นที่อยู่ การกระจายพันธุ์ จำนวนประชากร และสายพันธุ์ย่อยของเสือ
ฟางเย่วางแผนทำแผนที่การกระจายพันธุ์เสือแสดงไว้ข้าง ๆ ใช้สีต่าง ๆ ระบุจำนวนและสายพันธุ์ของเสือที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ซึ่งจะดูเข้าใจง่ายกว่า
ความสำคัญทางวัฒนธรรมอันยาวนานและลึกซึ้งของเสือก็คุ้มค่าแก่การแนะนำ บอร์ดเกี่ยวกับวัฒนธรรมเสืออาจมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องประกอบ เช่น รองเท้าหัวเสือและหมวกหัวเสือ ให้ผู้เข้าชมได้ขบคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเสือ
บอร์ดที่สำคัญที่สุดจะแนะนำตำแหน่งของเสือในระบบนิเวศ อาหารของมัน และในฐานะผู้ล่าสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร มันมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยาอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีเสือ
ด้วยวิธีนี้ผู้เข้าชมจะเข้าใจว่าการปกป้องเสือไม่ใช่แค่การปกป้องสายพันธุ์ แต่สามารถนำไปสู่การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาของทั้งภูมิภาคได้
ส่วนสุดท้ายต้องดูเคร่งขรึมหน่อย บอร์ดแสดงรายละเอียดสถานะใกล้สูญพันธุ์ของเสือ ภัยคุกคามที่พวกมันเผชิญ ในการออกแบบห้องนิทรรศการ ฟางเย่ไม่ลืมใส่ห้องฉายภาพยนตร์ขนาดเล็กที่ชั้นสอง ซึ่งจะฉายสารคดีเกี่ยวกับเสือ
แล้วเพิ่มความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ บอร์ดบรรยายมาตรการที่มนุษยชาติทำเพื่อปกป้องเสือ
จริง ๆ แล้ว กระบวนการรับความรู้ใหม่เป็นเรื่องน่ายินดี การได้เห็นขอบเขตของโลกขยายออกไปทีละน้อย แม้การรับความรู้อาจดูน่าเบื่อก็ตาม ดังนั้นเราต้องคิดหาวิธีนำเสนอความรู้ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น
ตรวจสอบข้อมูลและร่างบอร์ดความรู้เสร็จ ฟางเย่ก็รู้สึกอ่อนไหวขึ้นมาและอดคิดถึงเจ้าไอศกรีมเค้กจอมซนไม่ได้ เขาจึงลุกขึ้น “ไปดูไอศกรีมเค้กดีกว่า!”
ในห้องอนุบาล หลินอิงยังคงดูแลไอศกรีมเค้กอยู่
เธอกำลังเล่นเกมกับไอศกรีมเค้ก แกว่งไม้ล่อแมวไปมาข้างหน้ามัน ขณะที่ดวงตาสีฟ้าของไอศกรีมเค้กมองตามขนนกที่ผูกติดกับไม้ไม่กระพริบ หัวหันซ้ายทีขวาที ทันใดนั้นด้วยการกระโจนเบา ๆ มันก็ตะครุบขนนก แต่หลินอิงดึงไม้ออก ขนนกเลยหลุดจากอุ้งเท้าไป
“ผู้อำนวยการมาหาไอศกรีมเค้กแล้ว~” หลินอิงพูดพร้อมโบกมือหัวเราะคิกคัก
“อื้ม!” ฟางเย่รู้สึกถึงความรักแบบพ่อเมื่อเห็นฉากนี้
ตอนไอศกรีมเค้กมาถึงสวนสัตว์ใหม่ ๆ มันเป็นแค่ลูกสัตว์ที่น่าสงสาร อ่อนแอ และไร้ทางสู้ นอนอยู่ในกล่องไม้และร้องขอนมตลอดเวลา
ภายใต้การดูแลอย่างพิถีพิถันของคนดูแลสัตว์ มันเติบโตอย่างแข็งแรงในช่วงเดือนที่ผ่านมา ดวงตาจากที่มัว ๆ กลายเป็นสดใส หูเริ่มได้ยินเสียงชัดเจน จากการคลานอย่างไร้เรี่ยวแรงสู่การเดินเตาะแตะ และตอนนี้ถึงขั้นกระโดดหยองแหยงได้แล้ว
ขณะล้างมือ ฟางเย่ถาม “วันนี้วัดความยาวลำตัวกับน้ำหนักไอศกรีมเค้กได้เท่าไหร่?”
“ยาว 67 ซม. หนัก 3640 กรัมค่ะ!”
ฟางเย่จำได้แม่นว่าตอนไอศกรีมเค้กมาถึงใหม่ ๆ ยาว 47 ซม. และหนักแค่ 1300 กรัม โตขึ้นเกือบสามเท่าตัว
ไอศกรีมเค้กสังเกตเห็นการมาของฟางเย่แล้วเหมือนกัน และมันก็ร้องเรียกเสียงใส “อ๊า อ๊า อ๊า” เดินเข้ามาหาเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจและออดอ้อน
ฟางเย่ก้มลง อุ้มไอศกรีมเค้กขึ้นมาเบา ๆ และจุ๊บหน้าผากมันสองที เขาเอาหน้าถูไถพุงนุ่ม ๆ ของไอศกรีมเค้กอย่างรักใคร่และพูดว่า “ไอหยา ไอศกรีมเค้ก โตเร็วมากเลยนะ เป็นหนุ่มน้อยแล้ว!”
หลินอิงแซว “ผู้อำนวยการไม่รู้หรอกค่ะ เดี๋ยวนี้ไอศกรีมเค้กติดคนมาก ต้องมีคนนอนด้วยตอนกลางคืน ไม่งั้นจะร้องลั่นไม่ยอมนอน แถมยังฉลาดเป็นกรดด้วยนะ ฉันนึกว่าจะรอให้หลับแล้วค่อยกลับไปนอนที่เตียงตัวเอง แต่พอตื่นมาไม่เจอใคร มันก็ร้องเรียกอีก ฉันได้ลิ้มรสชาติของการเลี้ยงลูกจริง ๆ ก็คราวนี้แหละ”
ฟางเย่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ และเขี่ยหนวดไอศกรีมเค้กเล่น “เสือตัวเบ้อเริ่มยังต้องให้คนนอนกล่อม ไม่อายบ้างเหรอฮึ?”
ตามหลักการ ตอนเล็กกว่านี้ ให้ตุ๊กตาไปกอดตัวนึงก็น่าจะพอและหลับปุ๋ยแล้ว ตอนนี้โตขึ้น น่าจะพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น แต่กลับติดคนกว่าเดิมซะงั้น?
“อ๊า อ๊า” ไอศกรีมเค้กมองฟางเย่ด้วยสายตาชอบธรรม มีปัญหาอะไรเหรอ? หนูก็ยังกินนมอยู่นะ ยังเป็นเบบี๋ที่ต้องให้แม่กล่อมนอนนี่นา
คิดครู่หนึ่ง ฟางเย่หันไปหาหลินอิงและพูดว่า “คุณเหนื่อยมาเยอะแล้ว คืนนี้ผมจะอยู่เฝ้าเอง คุณไปพักเถอะ”
หลินอิงเลิกคิ้ว “หืม ถ้าอยากนอนกับไอศกรีมเค้กก็พูดมาตรง ๆ เถอะค่ะ! ฉันไม่เหนื่อยสักนิด”
โดนจับได้ซะแล้ว!
[1] รูปร่างแข็งแรง
[2] มีชีวิตชีวาและดุร้าย