- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 66 ที่มาของชื่อนกแก้วมาคอว์
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 66 ที่มาของชื่อนกแก้วมาคอว์
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 66 ที่มาของชื่อนกแก้วมาคอว์
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 66 ที่มาของชื่อนกแก้วมาคอว์
นกแก้วมาคอว์ปีกเขียวมาถึงแล้ว!
ลังไม้ที่ใช้ขนส่งคราวนี้ใหญ่กว่าสองครั้งก่อนมาก
ฟางเย่เปิดลัง และนกแก้วมาคอว์ปีกเขียวหลายตัวยังคงหลับอยู่ ทั้งหมดเป็นนกโตเต็มวัย ขนาดเกือบหนึ่งเมตร มีขนที่หัว คอ และอกเป็นสีแดงสดเจิดจ้า ราวกับย้อมด้วยชาด
จะงอยปากของพวกมันโค้งงอเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว จะงอยปากบนดูเหมือนสีขาวงาช้าง และจะงอยปากล่างเป็นสีดำสนิทเหมือนเหล็กกล้า โดยรวมแล้วดูเหมือนคีมยักษ์
ปีกของพวกมันไล่เฉดสีจากเขียวอ่อนไปเป็นฟ้าคราม และจบที่สีน้ำเงินเข้มของขนหาง ให้รูปลักษณ์ที่ดูมีมิติและสวยงาม
ฟางเย่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสกิน “เอเธอร์ วิง” ของ เคย์ล นางฟ้าในเกม LOL ซึ่งเป็นสกินนางฟ้าที่เขาชอบที่สุด ทำให้เธอดูเหมือนเทพสงครามเวลาสยายปีก ขนนกของมาคอว์ให้ความรู้สึกแวววาวเหมือนโลหะคล้าย เอเธอร์ วิง จริง ๆ เท่ระเบิด
ตามระเบียบปฏิบัติของสวนสัตว์ ขั้นตอนต่อไปคือการพบสัตวแพทย์ ชั่งน้ำหนัก ตรวจโรค กักกันโรค ใส่ห่วงขา
ถ้าไม่มีสกิล ‘เป็นมิตร’ ของฟางเย่ช่วยปลอบประโลม ขั้นตอนการตรวจคงไม่ง่ายดายขนาดนี้แน่
คุณต้องเข้าใจว่า นกแก้วมาคอว์ยาวเกือบเมตรเชียวนะ! พวกมันไม่ใช่นกล่าเหยื่อ แต่ก็แทบจะไม่ต่างกันแล้ว
อาหารของพวกมันประกอบด้วยถั่วเปลือกแข็งมากมาย เช่น วอลนัทและลูกโอ๊ก ซึ่งไม่ว่าจะเปลือกแข็งแค่ไหน ก็แพ้จะงอยปากที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก ขบแตกได้ง่าย ๆ ในคำเดียว
แม้ปกติพวกมันจะอารมณ์ดี แต่ถ้าโดนยั่วโมโห แรงงับของมันหักนิ้วคนได้สบาย ๆ
ไม่ใช่แค่ปาก กรงเล็บของพวกมันก็คมกริบ ดังนั้นต้องใส่ถุงมือหนา ๆ เวลาจับ
หลังจากวุ่นวายกับการตรวจเช็คจนเสร็จสิ้น ฟางเย่ก็พานกแก้วหลายตัวไปยังกรงนก
. . .
ฟางเย่งีบหลับพักผ่อน และหลังจากตื่นมา เขาก็เรียกหลานลี่มาเริ่มไลฟ์สด
ผ่านไปไม่กี่นาที ก็มีคนเข้ามาในห้องไลฟ์สดพอสมควรแล้ว
“สวัสดีตอนบ่ายครับ ผู้อำนวยการ!”
“อ้า ตื่นนอนมาก็ได้ดูไลฟ์ผู้อำนวยการ โชคดีจัง!”
“ผู้อำนวยการครับ วันนี้จะโชว์อะไรครับ?”
ชาวเน็ตทักทายฟางเย่ด้วยเสียงหัวเราะและมุกตลก
ฟางเย่ยิ้มกว้าง “สวนสัตว์เราเพิ่งได้รับนกแก้วมาคอว์มาครับ และวันนี้ผมจะพาทุกคนไปดูพวกมัน!”
“นกแก้วมาคอว์[1]? นกแก้วอะไร ไม่เคยได้ยิน!”
“ในหัวฉันมีแต่ภาพพระอรหันต์วัชระ หรือว่านกแก้วมาคอว์จะหน้าตาโหด ๆ เหมือนพี่กล้ามแห่งวงการนกแก้ว?”
“กล้ามอะไรนะ?”
ฟางเย่กระแอมสองที “พี่น้องครับ นี่ไลฟ์สดนะ ระวังคำพูดหน่อย! ถ้าคุณบอกว่าชื่อนกแก้วมาคอว์มาจากพระอรหันต์วัชระ ก็คิดแบบนั้นได้เหมือนกันครับ ถ้าถามว่าทำไมน่ะเหรอ? อย่างแรก นกแก้วมาคอว์ตัวใหญ่ครับ โตเต็มวัยยาวเกือบเมตร แต่หน้าตามันไม่ได้เถื่อนดิบนะ ออกจะสวยงามด้วยซ้ำ เหมือนงานศิลปะจักรกลที่ประณีตเลย”
“และนกแก้วมาคอว์สมควรได้รับฉายา ‘พี่กล้าม’ จริง ๆ ครับ พวกมันอาศัยอยู่ในเขตร้อนเป็นหลัก ซึ่งในป่าฝนเขตร้อนมีต้นปาล์มขึ้นเยอะ และผลของมันมีเปลือกแข็งมาก ยากที่จะทุบให้แตก แม้แต่มนุษย์ใช้ค้อนทุบยังยากเลย แต่นกแก้วมาคอว์สามารถใช้จะงอยปากเจาะเปลือกผลไม้เข้าไปกินเมล็ดข้างในได้อย่างง่ายดาย”
“ว้าว นกแก้วยาวเป็นเมตร? สุดยอดไปเลย!”
“คนดูแลสัตว์มีความรู้จริง ๆ! จบเอกสวนสัตว์ศาสตร์มาเหรอครับ?”
“ไม่มีคณะผีแบบนั้นหรอกครับ”
เอเธอร์ วิง ทิป 3 ข้าวปั้น!
โมเยี่ยนซี ทิป 10 ลูกชิ้นกุ้ง!
ฟางเย่ยิ้มและพูดต่อ “นกแก้วมาคอว์ยังมีความต้านทานสารพิษที่น่าทึ่งด้วยครับ อาหารของพวกมันมีดอกไม้และผลไม้มากมาย และบางครั้งอาจกินผลไม้ดิบหรือมีพิษเข้าไป แต่พวกมันไม่ตาย นั่นเป็นเพราะนกแก้วมาคอว์จะกินดินเหนียวตามหน้าผาหิน ซึ่งช่วยล้างพิษในอาหารผ่านแร่ธาตุที่มีอยู่ในดินครับ”
“ใครจะคิดว่าพวกมันฉลาดขนาดนี้”
“มิน่าถึงเรียกว่านกแก้ววัชระตัวใหญ่ แรงเยอะ แถมกันพิษได้ นี่มันพระอรหันต์วัชระแห่งวงการนกชัด ๆ”
“ขอคารวะนกแก้วมาคอว์!”
นกเลี้ยงทำฉันหลงทาง: “คนดูแลสัตว์ครับ สวนสัตว์นำเข้านกแก้วมาคอว์สายพันธุ์ไหนครับ?”
ไอดีนี้ชัดเจนว่าเป็นคนมีความรู้เรื่องนกถึงถามแบบนี้ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านกแก้วมาคอว์คืออะไร อาจจะเคยเห็นชื่อผ่าน ๆ ในข่าว ไม่ต้องพูดถึงการรู้จักสายพันธุ์ย่อยเลย
คนทั่วไปหรือมือสมัครเล่นที่ศึกษามาบ้าง ไม่ได้รู้เรื่องสัตว์ลึกซึ้งขนาดนั้น เหมือนกับลิงอุรังอุตัง กอริลลา ลิงบาบูน และชะนี คนทั่วไปแยกไม่ออกหรอก สุดท้ายก็เหมาว่าเป็นลิงเหมือนกันหมด
ฟางเย่ตอบ “ครั้งนี้เรานำเข้า นกแก้วมาคอว์ปีกเขียวครับ”
นกเลี้ยงทำฉันหลงทาง: “เยี่ยมเลย นกแก้วมาคอว์ปีกเขียวเป็นหนึ่งในนกแก้วที่ผมชอบที่สุด”
นกเลี้ยงทำฉันหลงทาง จริง ๆ แล้วชื่อ หูเหยียน เป็นนักเขียนออนไลน์มืออาชีพ ตอนนี้เขากำลังนอนเอนหลังบนเก้าอี้ เล่นโทรศัพท์และดูไลฟ์สดของฟางเย่ บนท้องของเขามีนกตัวเล็กสองตัวเกาะอยู่ ตัวหนึ่งสีดำ ตัวหนึ่งสีขาว ขณะที่เขาดูไลฟ์และเล่นกับนก ลูบหัวเจ้านกฟินซ์น้อยเบา ๆ
นกตัวจิ๋วบนท้องเขาคือนกฟินซ์ ขนาดประมาณหนู ตัวพอดีฝ่ามือ ตอนนั้น นกฟินซ์สีขาวร้อง “จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ” เบา ๆ ขณะที่เขาใช้นิ้วลูบมัน เอียงคอมองเขา ส่วนนกฟินซ์สีดำกระโดดไปมาบนท้องเขา เหมือนเล่นแทรมโพลีน
ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์ฟูลไทม์ หูเหยียนมักจะอยู่บ้านเขียนงานและแทบไม่ออกไปไหน แม้แต่อาหารก็สั่งเดลิเวอรี่ การอยู่บ้านนาน ๆ ทำให้ความเหงาเข้าครอบงำ แต่เพราะทำงานที่บ้าน เลยไม่มีเพื่อนร่วมงานให้คุยด้วย เพื่อนสมัยเรียนก็อยู่คนละเมือง หาคนไปเที่ยวด้วยยาก
เขาเลยคิดจะเลี้ยงสัตว์และกดติดตามช่องสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ หลายช่อง แต่พอดูคลิปไปสักพัก เขารู้สึกว่าเลี้ยงหมาแมวมันยุ่งยากเกินไป ทั้งตักขี้ แปรงฟัน พาเดินเล่น บางตัวที่ซน ๆ อาจรื้อบ้านพังได้ ซึ่งทำให้เขาลังเล
ต่อมาเพื่อนแนะนำให้เลี้ยงนกฟินซ์แทน แค่ให้อาหารเป็นธัญพืชและผักนิดหน่อย ซึ่งฟังดูแลง่ายมาก
ได้ยินแบบนี้ หูเหยียนก็คิดว่าเข้าท่า เลี้ยงง่ายก็เรื่องนึง และนกฟินซ์ได้ชื่อว่าเป็นนกของบัณฑิตและปัญญาชน บางทีการเลี้ยงพวกมันอาจช่วยเสริมบารมีทางวรรณศิลป์ ให้แรงบันดาลใจไหลมาเทมา และพิมพ์งานได้เร็วขึ้น เขาเลยซื้อมาคู่หนึ่ง ดำตัวขาวตัว
ใครจะรู้ว่าพอได้นกฟินซ์มา แม้จะหายเหงา แต่ประสิทธิภาพการเขียนงานดิ่งลงเหว!
เจ้าตัวเล็กบางทีก็กระโดดขึ้นคีย์บอร์ดตอนเขากำลังพิมพ์ ทำให้ทำงานต่อไม่ได้ บางทีก็ฉีกกระดาษ ต้องโดนดุ จริง ๆ การดุก็แค่เคาะหัวเบา ๆ เพราะนกฟินซ์น่ารักเกินไป และหูเหยียนก็ทำใจดุแรง ๆ ไม่ลง
ต่อให้จับใส่กรง เขาก็อดใจไม่ไหวต้องเอาออกมาเล่นเป็นพัก ๆ
เหมือนตอนนี้ ทั้งที่เตรียมตัวจะเขียนงาน แต่พอเห็นฟางเย่เริ่มไลฟ์ ก็ใช้เป็นข้ออ้างพักผ่อนและเล่นกับนก
เพื่อดูแลนกฟินซ์ให้ดีขึ้น เขาถึงกับเข้ากลุ่มคนรักนก ซึ่งมีคนเลี้ยงนกแก้วอยู่เยอะ ในกลุ่มเขาซึมซับความรู้มาบ้าง หนึ่งในแอดมินกลุ่มที่อยู่ต่างประเทศเลี้ยงนกแก้วไฮยาซินธ์มาคอว์ ซึ่งดูสวยงามตระการตาจริง ๆ
[1] ชื่อจีนของ นกแก้วมาคอว์ คือ จินกางอิงกวู่ - 金刚鹦鹉 แปลตรงตัวว่า นกแก้ววัชระ/นกแก้วคิงคอง