- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 59 แพนด้าแดงแอบมอง
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 59 แพนด้าแดงแอบมอง
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 59 แพนด้าแดงแอบมอง
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 59 แพนด้าแดงแอบมอง
พอเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ต้องประหลาดใจที่เห็นนกยูงหลายตัวกำลังเดินทอดน่องอย่างสบายใจบนสนามหญ้า!
“เอ๊ะ? ทำไมนกยูงไม่ได้อยู่ในกรง?”
“ไม่รู้เหมือนกัน?”
ถังเสี่ยวซินงุนงงเล็กน้อย เพิ่งมาครั้งล่าสุดไม่นานนี้เอง แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนสัตว์คนละแห่งเลย
ทันใดนั้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังถ่ายรูป มีคนอุทานว่า “โอ้! มีตัวนึงบินมาทางนี้แล้ว!”
มี่จินที่เพิ่งจอดรถและเข้ามา เห็นฉากนี้เข้าก็ตื่นเต้นสุดขีด!
เธอรีบวิ่งไปข้างหน้า ยกกล้องขึ้นมา แล้วกดชัตเตอร์รัว ๆ!
โดยมีสนามหญ้าธรรมชาติเขียวขจีเป็นฉากหลัง นกยูงที่มีหงอนขนสีน้ำเงินบนหัว เชิดคอสีน้ำเงินยาวระหงอย่างภาคภูมิใจ กระพือปีกสีส้มแดงขนาดยักษ์ หลังของพวกมันราวกับปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวทองแดงแวววาว ขนหางยาวนุ่มพลิ้วไหวตามหลัง ดูราวกับเพิ่งบินออกมาจากภาพวาด
ด้วยฉากหลังที่เป็นสีเขียวสดใสแทนที่จะเป็นกำแพงคอนกรีตแข็งกระด้าง นกยูงก็ยังเป็นนกยูง แต่ความงามของพวกมันยกระดับขึ้นไปอีกหลายขั้น
มองดูรูปที่ถ่ายได้ มี่จินถึงกับอึ้ง “ถ้าฉันโพสต์รูปนี้ คนต้องคิดว่าเป็นนกยูงป่าแน่ ๆ ไม่ใช่จากสวนสัตว์! อืม . . . ดูเหมือนฉันไม่ควรถ่ายแค่สัตว์นะ ควรถ่ายบรรยากาศผู้เข้าชมด้วย!”
เธอจึงปรับโฟกัสกล้องและถ่ายอีกรูป
นกยูงยืนบนสนามหญ้า กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ ดูหยิ่งทะนงและสูงส่ง อีกฝั่งเป็นนักท่องเที่ยว ยืนบ้าง นั่งยอง ๆ บ้าง ทุกคนมีสีหน้ามีความสุขและตื่นเต้น
ระหว่างพวกเขา มีเพียงรั้วไม้เตี้ย ๆ กั้น ให้ความรู้สึกถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวและการเคารพต่อธรรมชาติอย่างแท้จริง
นกยูงเชิดหน้าขึ้น มองมนุษย์เหล่านี้ด้วยความภาคภูมิใจ และส่งเสียงร้อง “โอ้ โอ้” แหลมสูง
พวกมันกระดกตูด ตั้งขนหางยาวขึ้น และตัวเริ่มสั่นระริกพัดหางขนาดยักษ์แผ่ออกพร้อมเสียง “ซ่าซ่า” เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินงดงามที่ระยิบระยับใต้แสงแดด!
“ว้าว นกยูงรำแพนหาง!”
“โอ้ โอ้ โอ้!”
“สวยจัง!”
ฝูงชนอุทานอีกครั้ง และบางคนก็เริ่มปรบมือ!
“รู้ไหมทำไมนกยูงถึงรำแพนหาง?”
“เพื่อดึงดูดคู่ไง” เฉียนเค่อเค่อรู้เกร็ดความรู้นี้
“ผิด!”
ถังเสี่ยวซินหันมาพูดอย่างมั่นใจ “เพราะพวกมันชอบสาวสวยต่างหาก!”
“หา?” เฉียนเค่อเค่ออ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อหู
การปล่อยนกยูงลงสนามหญ้าไม่ได้หมายความว่าปล่อยปละละเลย เหออี้เฟยก็ประจำอยู่ที่สนามหญ้าด้วย ในฐานะคนดูแลสัตว์ เขาต้องคอยป้องกันพฤติกรรมไร้อารยะของผู้เข้าชมและให้ความรู้ในจังหวะที่เหมาะสม
เขานับถือฟางเย่จริง ๆ ที่คิดวิธีโชว์นกยูงที่คุ้มค่าและประหยัดงบแบบนี้ได้ แถมยังปรับปรุงผลการจัดแสดงได้ดีเยี่ยม
“ใครบอกหนูว่านกยูงชอบคนสวย”
ได้ยินเด็กน้อยพูดจริงจัง เหออี้เฟยตั้งใจจะอธิบายเหตุผลจริง ๆ ที่นกยูงรำแพนหาง
“นกยูงผสมพันธุ์ในฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้นพวกมันเลยรำแพนหางบ่อยในฤดูใบไม้ผลิ แต่นกยูงที่สวนสัตว์หลินไห่ไม่เหมือนที่อื่น พวกมันชอบโชว์พาวเวลาเห็นสาวสวย พี่ฟางเย่บอกหนูมา!”
อ้อ ผู้อำนวยการเป็นคนพูดเอง ดูเหมือนเขาจะยังสังเกตการณ์ไม่ดีพอสินะ
สายตาของเหออี้เฟยที่มองนกยูงเริ่มเปลี่ยนไป ไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นนกยูงแบบนี้?
ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือ นกยูงยิ่งคึกคัก ก้าวเดินและเต้นรำ ร่างกายส่ายไปซ้ายทีขวาที แผงหางเหมือนพัดส่ายไปมาเหมือนกิ่งหลิวลู่ลม
มี่จินตื่นเต้นมาก เมื่อเจอลีลาการอ่อยของมัน เธอก็กดชัตเตอร์รัวไม่ยั้ง
นกยูงโชว์จนพอใจ ก็หุบหางและเดินจากไปอย่างพึงพอใจ
นักท่องเที่ยวยังคงติดใจ พูดคุยกันขณะเดินต่อ
“เคยได้ยินแต่เขาเล่าว่านกยูงรำแพนหาง แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นกับตา!”
“ใช่ สวยมาก แค่ได้เห็นฉากนี้ก็คุ้มค่าตั๋ววันนี้แล้ว”
“อูย ปีกนั่น คอนั่น หางนั่น เป็นประกายระยิบระยับ สวยบาดใจ! เหมือนเทพธิดาแห่งมวลวิหคเลย”
“แหะ ๆ พี่ชาย ตัวที่รำแพนหางน่ะ ตัวผู้นะครับ”
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว ก็แค่เปรียบเปรย เข้าใจไหม?”
“ฉันเคยเห็นนกยูงรำแพนหางที่สวนสัตว์อื่นมาก่อนนะ แต่ไม่เคยสวยขนาดนี้เลย สงสัยสิ่งแวดล้อมดีสัตว์เลยอารมณ์ดีมั้ง”
“จริงที่สุด ขนาดคนยังรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ที่นี่เลย”
ป่าไผ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า
นักท่องเที่ยวชะลอฝีเท้า มองแสงแดดลอดผ่านใบไผ่เขียวขจีทอดเงาลงบนทางเดิน ฟังเสียงน้ำไหลเอื่อยข้างหู สัมผัสความเย็นสบายจากลำธาร และชื่นชมความงามอันเงียบสงบของสภาพแวดล้อม รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณได้รับการชำระล้าง!
“ที่นี่ปลูกไผ่ด้วยเหรอ?” เฉียนเค่อเค้อมองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบ
ถังเสี่ยวซินตอบอย่างภูมิใจ “อื้ม เพราะแพนด้าแดงกินไผ่ไง! ข้างในนั้นคือส่วนจัดแสดงแพนด้าแดง”
สายลมพัดใบไผ่ไหวเสียดสีกัน มี่จินเริ่มถ่ายรูปป่าไผ่และน้ำใสไหลเย็นอีกครั้ง ตระหนักได้ว่ากล้องของเธอไม่ได้หยุดทำงานเลยตั้งแต่เข้ามาในสวนสัตว์!
เธอเดินข้ามสะพานไผ่ที่ออกแบบอย่างงดงามด้วยสายตาทึ่ง ๆ คิดในใจ ‘ปลูกไผ่พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้แถมขุดลำธารเพื่อจำลองถิ่นที่อยู่ให้แพนด้าแดงเลยเหรอ? ลงทุนมหาศาลขนาดนี้ ใช้เงินไปเท่าไหร่เนี่ย!’
ครอบครัวมี่จินค่อนข้างมีฐานะ และเธอเคยไปสวนสัตว์มาแล้วมากมายทั้งในและต่างประเทศ แต่มีน้อยมากที่ทำให้เธอประทับใจได้ขนาดนี้!
เดินตามทางไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็พบอาคารเก๋ไก๋ที่มีผนังภายนอกทำจากไผ่ ทางเข้ามีป้ายเขียนว่า “บ้านแพนด้าแดง” พร้อมรูปการ์ตูนแพนด้าแดงแลบลิ้นน่ารัก
เมื่อเข้าไปในส่วนจัดแสดง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือกรงแพนด้าแดงหลังกำแพงกระจก
ถังเสี่ยวซินและเฉียนเค่อเค่อจับมือกันรีบวิ่งไปที่กระจก!
ต้นแปะก๊วย พุ่มไม้ คอน หิน . . .
สภาพแวดล้อมสมบูรณ์จริง ๆ!
“แพนด้าแดงอยู่ไหนอ่ะ?”
หน้าของถังเสี่ยวซินแทบจะแนบกับกระจก สายตากวาดหาอย่างละเอียดผ่านใบไม้หนาทึบ
เฉียนเค่อเค่อสะกิดถังเสี่ยวซินและกระซิบข้างหูอย่างตื่นเต้น “ดูที่ถ้ำนั่นสิ!”
“โอ้!”
ถังเสี่ยวซินก็เห็นแล้วเหมือนกัน!
ช่องว่างในถ้ำหันมาทางพวกเขา และในเงามืด พวกเขาเห็นแถบสีขาวเด่นชัด
พอมองใกล้ ๆ ปรากฏว่าเป็นแก้มของแพนด้าแดง!
ช่องว่างกว้างพอดีกับหัวแพนด้าแดง และมีดอกไม้สีเหลืองเล็ก ๆ บานอยู่ใต้ถ้ำหิน ดึงดูดสายตาให้มองไปตรงนั้นโดยไม่รู้ตัว ยังมีช่องว่างเล็ก ๆ ด้านข้างที่แสงส่องเข้ามา ทำให้ถ้ำมีความสว่างพอดีให้คนมองเห็นได้ชัดเจน
เกาลัดสังเกตการณ์ภายนอกผ่านรอยแยก คิ้วสีขาวขมวดลง ดูจริงจังเล็กน้อย ดูเหมือนมันจะสงสัยว่าทำไมวันนี้มีสัตว์สองขาแปลกหน้ามาเยอะจัง และพวกมันอันตรายไหม
เห็นตาดำขลับ จมูกกลมเล็ก และหนวดสีขาวละเอียดได้ชัดเจนเลย!
เมื่อเกาลัดหันหัวมาทางนี้ ถั่วแดงก็แอบชะโงกหน้าออกมาดูด้วย
แพนด้าแดงสองตัวซ่อนอยู่ในถ้ำ หน้าเรียงกัน จ้องมองโลกภายนอกอย่างตั้งใจ โดยหารู้ไม่ว่าสีหน้าเด๋อด๋าน่ารักของพวกมันถูกมนุษย์ข้างนอกเห็นหมดแล้ว