- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 41 นั่งเรียงแถว กินหม้อไฟ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 41 นั่งเรียงแถว กินหม้อไฟ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 41 นั่งเรียงแถว กินหม้อไฟ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 41 นั่งเรียงแถว กินหม้อไฟ
ในโลกออนไลน์ ข้อมูลข่าวสารมักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเสมอ
หลังจากจบไลฟ์สด มีคนตัดคลิปวิดีโอสั้น ๆ ประมาณสิบห้าวินาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไอศกรีมเค้กและเจียวเจียวแสดงความรักต่อกัน
ในวิดีโอ เสือตัวใหญ่และตัวเล็กกำลังเผชิญหน้ากัน สายตาของเสือตัวใหญ่อ่อนโยน ส่วนเสือขาวตัวน้อยเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นเสือตัวใหญ่ก็เลียเสือขาวตัวน้อย ตัวน้อยก็เลียตอบ และเสือตัวใหญ่ก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจ และไม่นานวิดีโอก็กลายเป็นไวรัล!
ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์กันรัว ๆ
“ว้าว นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเสือยิ้มได้ น่าสนใจจัง”
“อร๊ายยย หัวใจฉันโดนเจ้าเสือขาวตัวน้อยที่ไร้เดียงสาและน่ารักขโมยไปแล้ว!”
“ลูกเสือขาวหน้าตาดีมาก และเสือตัวใหญ่ก็ดูมีจิตวิญญาณสุด ๆ”
“ภูมิใจที่เป็นแฟนคลับเจียวเจียว! เจียวเจียวฉลาดมาก ฟังผู้อำนวยการรู้เรื่องด้วย!”
“การแลกเปลี่ยนความรู้สึกระหว่างสัตว์ช่างจริงใจและเรียบง่ายจริง ๆ”
“แม่เสือเลียลูกเสืออย่างทะนุถนอม น่ารักมาก! /ซึ้ง/ ซึ้ง”
“อะแฮ่ม ขอแก้ข่าวนิดนึง เสือตัวใหญ่นี่ไม่ใช่แม่เสือนะ!”
“ห๊ะ?”
ดังนั้นแฟนคลับจึงเริ่มแนะนำว่าเสือตัวใหญ่คือเจียวเจียว ลูกเสือขาวคือไอศกรีมเค้ก พวกมันเจอกันครั้งแรกวันนี้ บลา บลา บลา . . .
ผู้คนรู้จักสวนสัตว์หลินไห่และฟางเย่มากขึ้น!
วิดีโออีกตัวที่เกี่ยวข้องกับเขาก็เป็นกระแสเล็ก ๆ เหมือนกัน
ในวิดีโอ ฟางเย่พูดกับกล้องด้วยความจริงใจเกี่ยวกับความเข้าใจของเขาต่อสวนสัตว์
“ใช้ความเคารพและความเมตตาแลกกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมันเพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้เข้าชม เป็นความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลและเท่าเทียมกัน ในสวนสัตว์อุดมคติของผม จะเป็นที่ที่สัตว์อยู่กันอย่างมีความสุข และผู้คนก็รู้สึกมีความสุขไปกับพวกมันด้วย”
คำพูดเหล่านี้โดนใจชาวเน็ตจำนวนมากและได้รับการยอมรับ
แน่นอนยอดวิวเทียบกับวิดีโอก่อนหน้าไม่ได้ ห่างกันลิบลับ แต่ถึงจะเป็นยุงก็ยังมีเนื้อ[1] ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อการเพิ่มค่าความนิยมของเขา
พนักงานใหม่ทยอยมารายงานตัวที่สวนสัตว์
ฟางเย่ใช้เวลาเกือบทั้งวันวุ่นวายกับการจัดที่พักและเรื่องจิปาถะต่าง ๆ จนในที่สุดก็จัดการให้ทุกคนเข้าที่เข้าทางได้
ขณะที่ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง โรงอาหารวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ผิดกับวันอื่น ๆ
เพื่อต้อนรับการมาถึงของพนักงานใหม่ จึงมีการจัดเลี้ยงต้อนรับพิเศษ!
มีโต๊ะใหญ่หลายตัวพร้อมหม้อไฟแบ่งช่องตรงกลาง จานเนื้อและผักถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ มีทั้งเนื้อหมูสไลซ์บาง เนื้อวัว เนื้อแกะ รวมถึงอาหารทะเลสดอย่างปลาและกุ้ง ส่วนผักก็มีมันฝรั่งแผ่น กะหล่ำปลี รากบัว และอื่น ๆ
“สวัสดีครับ ผมเมิ่งสือ คนดูแลสัตว์คนใหม่ครับ”
“ฉันหลินอิง สัตวแพทย์ค่ะ พี่ชาย กล้ามแน่นปึกเลยนะเนี่ย! ทำไมถึงอยากมาเป็นคนดูแลสัตว์ล่ะคะ?”
“อ่า เรื่องมันยาวน่ะ”
“ผมโจวเค่อ เคยทำงานที่อุทยานวิทยาศาสตร์”
พนักงานเก่าและใหม่ทำความรู้จักและพูดคุยกัน
สักพักน้ำซุปในหม้อไฟก็เริ่มเดือด ด้านหนึ่งเป็นซุปสีแดงสดเดือดปุด ๆ ดูเผ็ดร้อน พริกแดงสดและพริกไทยเสฉวนสีเขียวเข้มหมุนวนในน้ำเดือด ผุด ๆ โผล่ ๆ เหมือนปลาว่ายน้ำ อีกด้านเป็นซุปสีขาวหอมกรุ่น หัวไชเท้าขาว ต้นหอมสด หน่อไม้ และเห็ดหอมบั้งเป็นกากบาทลอยตุ๊บป่อง
ไอน้ำลอยฟุ้ง กลิ่นหอมกระตุ้นจมูกไม่หยุด แต่ยังไม่มีใครเริ่มกิน ในตอนนี้ทุกคนเงียบลง มองไปทางฟางเย่
ฟางเย่ไม่ได้วางแผนจะกล่าวสุนทรพจน์อะไร จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “มองผมกันทำไม ผมน่ากินเท่าหม้อไฟเหรอ? เริ่มกินกันเถอะ!”
“ผู้อำนวยการครับ ไม่พูดอะไรสักหน่อยเหรอ?”
ฟางเย่คิดครู่หนึ่ง “เพื่อนจากทางเหนือไปกินหม้อไฟที่ฉงชิ่งแล้วถามว่า ‘มีน้ำจิ้มงาไหม?’ บริกรตอบว่า ‘ไพ่นกกระจอก มีบริการเฉพาะในห้องส่วนตัวครับ’[2]”
มุกนี้เข้ากับบรรยากาศการกินหม้อไฟเป๊ะ ทุกคนระเบิดหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยิน
ถาดเนื้อวัวแดงนุ่มถูกเทลงในหม้อไฟถาดแล้วถาดเล่า บรรยากาศยิ่งครื้นเครงไปพร้อมกับหม้อที่เดือดปุด ๆ
. .
วันรุ่งขึ้น
นาฬิกาปลุกดัง ฟางเย่ตะกายลงจากเตียง แต่งตัว และแปรงฟัน
นั่งลงบนเก้าอี้ ทันใดนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป สูดปากเบา ๆ “รู้งี้ไม่น่ากินเผ็ดเยอะเลย”
เมื่อเปิดระบบ เขาพบว่าค่าความนิยมสะสมเพิ่มขึ้นอีกแสนแต้มโดยไม่รู้ตัว งั้นก็เสี่ยงโชคหน่อยละกัน!
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ [ตุ๊กตาเสือ]!”
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ [ตุ๊กตาลิง]!”
มีแต่ตุ๊กตากับคราวหน้าโชคดี แล้วก็น้ำพุวิญญาณสองขวด
ฟางเย่ใจเย็นมาก ชินกับเรตการออกของกาชาแล้ว
ตุ๊กตาก็ไม่ถือว่าขาดทุน เขารู้ว่าพวกมันค่อนข้างเป็นที่นิยมดูจากปฏิกิริยาของชาวเน็ตที่ได้รับรางวัล นอกจากใช้เป็นของรางวัลกิจกรรม เขายังเก็บไว้ขายที่ร้านขายของที่ระลึกของสวนสัตว์ได้ด้วย
สวนสัตว์หลินไห่กำลังก่อสร้างครั้งใหญ่ และเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดสร้างเสร็จ แค่ค่าไฟรายเดือนก็น่าจะอ่วมอรทัย ยังไม่รวมเงินเดือนพนักงานใหม่อีก รายจ่ายพุ่งกระฉูด
หวังให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นฉับพลันเพื่ออุดรอยรั่วนี้คงยาก ดังนั้นการขายตุ๊กตาจึงเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบในการหารายได้จุนเจือ
เขาเช็คข้อความส่วนตัวและพบว่าชาวเน็ตส่วนใหญ่ในรายชื่อผู้โชคดีส่งที่อยู่มาแล้ว
เมื่อวานเขายุ่งเกินกว่าจะจัดการ เลยวางแผนจะจัดระเบียบรายชื่อและของรางวัล แล้วส่งพนักงานไปส่งไปรษณีย์ในเมืองทีหลัง
. . .
“แกรก แกรก”
เสียงไพ่นกกระจอกกระทบกันดังกรอบแกรบ
ที่นี่เป็นบ่อนไพ่นกกระจอกเถื่อนชัด ๆ เปิดไฟสว่างจ้าตอนกลางวันแสก ๆ แต่ปิดม่านมิดชิด
ชายคนหนึ่งคาบบุหรี่ แต่งตัวซอมซ่อเหมือนอันธพาล กำลังขมวดคิ้วสับไพ่ ทันใดนั้น มีคนตบไหล่เขา ท่าทางคุ้นเคย “โย่ อาจิง วันนี้เสียไปเท่าไหร่แล้ว?”
อาจิงพ่นควันบุหรี่เป็นวงโดยไม่หันกลับไปมอง “แม่งเอ้ย หมาจื่อ ไสหัวไปซะ อย่ามากวนตีน ฉันจะถอนทุนคืนแล้ว”
ใครบางคนหัวเราะคิกคักและพูดขึ้น “เขาเสียไป 2000 แล้ว ยากจะถอนทุนคืนว่ะ”
คนอื่น ๆ ที่โต๊ะหัวเราะเยาะโดยไม่มีความเห็นใจแม้แต่น้อย
อาจิงพ่นลมออกจมูกทั้งที่คาบบุหรี่และเริ่มจั่วไพ่ “แค่ดูให้ดีเถอะว่าตอนเสียอย่าทำหน้าอุบาทว์นักละกัน”
หมาจื่อไม่ได้เล่น เขายืนดูอยู่ข้างหลังด้วยความสนใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวและถอนหายใจ “จุ๊ ๆ ๆ อาจิง ดวงซวยขนาดนี้ อย่าหวังจะชนะเลย”
อาจิงที่หงุดหงิดกับไพ่เน่า ๆ อยู่แล้ว พอได้ยินน้ำเสียงประชดประชันของหมาจื่อ ก็ยิ่งเดือดดาล
เขาหันขวับจ้องเขม็งไปที่หมาจื่อ กัดฟันพูด “นายคันมืออยากมีเรื่องเหรอวะ? อยากโดนสักหมัดไหม?”
หมาจื่อยังคงยิ้มกวน ๆ “เฮ้ อย่าโกรธสิเพื่อน ฉันก็แค่พูดความจริง”
เห็นอาจิงง้างหมัดขึ้นมาจริง ๆ หมาจื่อก็รีบยกมือห้าม “ใจเย็น ใจเย็น วันนี้ฉันมีธุระสำคัญจะคุยกับนาย รอบนี้ฉันเลี้ยงเอง ออกไปคุยข้างนอกกันเถอะ”
หมัดของอาจิงคลายลง แต่คิ้วยังขมวด
หมาจื่อเป็นพวกไม่เอาถ่าน ชอบวางกับดักสัตว์บนภูเขาจับนกเล็ก ๆ และสัตว์อื่น ๆ ไปขายเป็นอาหารป่า เคยโดนจับขังคุกมาแล้วด้วย การที่มันมาชวนคุยลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้ ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ
แน่นอนตัวอาจิงเองก็ไม่ใช่พ่อพระเหมือนกัน
“ฉันเลิกเล่นละ”
อาจิงผลักไพ่และลุกขึ้น ขาไพ่คนอื่นไม่ได้สนใจ ทันทีที่มีคนลุก ก็มีคนอื่นมาเสียบแทน
ทั้งสองเดินออกจากบ่อนไพ่นกกระจอก เดินไปไม่ไกลก็หยุดใต้ต้นไม้ที่มีเงาบดบัง
เมื่อปลอดคน อาจิงสูบบุหรี่เฮือกใหญ่แล้วถาม “ว่ามา มีไร?”
หมาจื่อหยิบโทรศัพท์ออกมา ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ดูนี่ก่อนสิ”
[1] หมายถึงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่มี
[2] ฉงชิ่ง (重庆) ขึ้นชื่อเรื่องหม้อไฟเผ็ดจัด และตามธรรมเนียม ไม่ใช้น้ำจิ้มงา (芝麻酱) แบบทางเหนือ คนทางเหนือคุ้นกับหม้อไฟที่ต้องมี น้ำจิ้มงา เลยถามหา ส่วนที่บริกรตอบว่า “ไพ่นกกระจอก มีบริการเฉพาะในห้องส่วนตัว” เพราะคำว่า “งา/หมา (麻)” ไปพ้องกับ “ไพ่นกกระจอก (麻将)” ซึ่งร้านอาหารในจีนมักมีบริการเล่นไพ่นกกระจอกในห้องส่วนตัว ดังนั้นบริกรแกล้ง “ตีความผิด” จาก น้ำจิ้มงา ไปเป็น ไพ่นกกระจอก เพื่อสื่อว่าที่ฉงชิ่งไม่กินน้ำจิ้มงา และหยอกความต่างของวัฒนธรรมการกินระหว่างเหนือ–เสฉวน/ฉงชิ่งครับ