เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 34 สร้างวิมานในเปลือกหอย

บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 34 สร้างวิมานในเปลือกหอย

บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 34 สร้างวิมานในเปลือกหอย


บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 34 สร้างวิมานในเปลือกหอย

แน่นอนว่าจานหลักไม่ควรเสิร์ฟช้าเกินไป ไม่อย่างนั้นทุกคนคงอิ่มแปล้จนไม่เห็นคุณค่าความอร่อยของมัน ด้วยเหตุผลนี้ฟางเย่จึงตัดสินใจวางส่วนจัดแสดงเสือไว้ตรงกลางเส้นทางเดินชมที่เป็นวงกลม

แล้วส่วนจัดแสดงแพนด้าแดงล่ะจะวางไว้ตรงไหน?

วางไว้ตรงทางเข้าไม่ได้ เพราะพวกมันน่ารักเกินไป ผู้เข้าชมจะมัวแต่เสียเวลาดูพวกมันจนไม่อยากเดินต่อ

ไกลเกินไปก็ไม่ดี ทำให้ผู้เข้าชมต้องรอนานเกินไป จะต้องมีคนที่ชอบแพนด้าแดงเป็นพิเศษแน่นอน และพวกเขาอาจเมินสัตว์อื่นเพื่อรีบไปดูพวกมัน ถ้าวางไว้ไกลไป พวกเขาอาจพลาดเนื้อหาดี ๆ ระหว่างทางไปเยอะ

หลังจากไตร่ตรอง ฟางเย่ตัดสินใจวางส่วนจัดแสดงแพนด้าแดงไว้ด้านนอก ถัดจากส่วนจัดแสดงแรกหลังจากเข้าสวนสัตว์มาเลย

ส่วนจัดแสดงแรกจะเป็นอะไรยังไม่กำหนด แต่ไม่ใช่แพนด้าแดงแน่นอน

จากนั้นก็ถึงเวลาเจาะลึกการออกแบบส่วนจัดแสดงแพนด้าแดง

ตลอดทางเดินคดเคี้ยวนอกส่วนจัดแสดง จะปลูกไผ่ร่มแซมด้วยดอกกุหลาบพันปีสีแดงม่วงและแพงพวยแคระสีน้ำเงินริมลำธารไหลเอื่อยเพื่อสร้างบรรยากาศถิ่นที่อยู่

ผนังภายนอกใช้วัสดุไผ่ธรรมชาติ ให้เข้ากับธีมแพนด้าแดงและให้ผู้เข้าชมรู้สึกดื่มด่ำยิ่งขึ้น

จากมุมมองการรับชม กำแพงกระจกจะโค้งเล็กน้อยทำมุมแคบ แบ่งเป็นสามส่วนเพื่อให้มุมมองที่แตกต่างกันแก่ผู้เข้าชม

เพดานจะช่วยบังแดดบังฝนให้ผู้เข้าชม และลดแสงสะท้อนบนกระจกด้วย

แม้พื้นที่จัดแสดงจะเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเรียบง่าย ดังคำกล่าวที่ว่า “วิมานสร้างได้แม้ในเปลือกหอย[1]” ห้องจัดแสดงเล็ก ๆ ก็สามารถออกแบบให้มีลูกเล่นแพรวพราวได้

ปกติแพนด้าแดงอาศัยอยู่ในโพรงไม้ใหญ่หรือถ้ำหินและซอกหิน ดังนั้นอย่างแรกเลย ออกแบบถ้ำหินให้พวกมันก่อน

ตรงกลาง ถมดินให้สูงขึ้นเล็กน้อยเป็นเนินเตี้ย ๆ สูงจากพื้นประมาณ 40 เซนติเมตร

จัดเรียงหินสีเทาอมฟ้าก้อนใหญ่หลายก้อนบนเนิน หินที่ดูอวบอ้วนและหนักแน่นเหมือนมันฝรั่งถูกฝังลงดินบางส่วน เว้นที่ว่างตรงกลาง หินแบนยาวเหมือนมะเขือยาววางพาดด้านนอกเพื่อทำเป็นหลังคา และวางหินก้อนเล็กกว่าไว้ด้านหน้าเพื่อบังทางเข้า

ช่องว่างที่เหลือไว้ควรมีความกว้างแนวตั้งประมาณหัวแพนด้าแดง

แค่นี้ถ้ำหินทรงบังเกอร์ก็เสร็จสมบูรณ์

แพนด้าแดงสามารถมุดเข้าไปและแอบมองกิจกรรมภายนอกได้ เหมือนพลปืนกลในบังเกอร์ส่องผ่านช่องยิงสี่เหลี่ยม

แต่ทางเข้าหันหน้าเข้าหากำแพงกระจก ดังนั้นด้วยการยกความสูงของ “บังเกอร์” ด้วยเนินดินและเพิ่มระยะห่างไม่กี่เมตร ผู้เข้าชมไม่จำเป็นต้องย่อตัวหรือหมอบคลาน เพียงแค่ก้มมองลงมาเล็กน้อย ก็จะเห็นภาพน่ารักของแพนด้าแดงที่กำลังแอบมองออกมา ถ้ามันอยู่ข้างในนะ

จุดประสงค์ของบังเกอร์ไม่ใช่แค่เป็นที่ซ่อนตัวให้แพนด้าแดง หินแบนด้านบนยังให้มันนอนผึ่งแดดอย่างเกียจคร้านได้ด้วย

งานอดิเรกอย่างหนึ่งของแพนด้าแดงคือการอาบแดดบนหน้าผาหรือยอดไม้ที่มีแดดส่อง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ชาวบ้านในเสฉวนเรียกพวกมันว่า “ตัวซ่อมภูเขา” เพราะชอบนอนนิ่ง ๆ บนเขาเหมือนกำลังซ่อมแซมอยู่

ต้นไม้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของแพนด้าแดง!

แพนด้าแดงเป็นนักปีนป่ายตัวยง ใช้เวลามากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์บนต้นไม้ และสามารถปีนต้นไม้สูงได้อย่างรวดเร็วและกระโดดข้ามไปมาระหว่างต้นเพื่อหนีนักล่าเมื่อมีภัย

เนื่องจากถิ่นที่อยู่หลักของแพนด้าแดงคือป่าเขตอบอุ่นที่มีไผ่ขึ้นหนาแน่นในระดับความสูง 1500-4800 เมตร ฟางเย่จึงเลือกต้นแปะก๊วยและต้นการบูรเพราะกิ่งก้านค่อนข้างหนา

เพิ่มต้นสนตายซากที่มีโพรงสักสองสามต้น ซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวชั้นยอดและลำต้นใช้เป็นส่วนประกอบของคอนได้

เพิ่มตัวค้ำยันให้คอนเพื่อทำให้การปีนต้นไม้มั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับแพนด้าแดง

ต้นไม้ในส่วนจัดแสดงหนาแน่นเหมือนในป่าไม่ได้ ที่กิ่งก้านใหญ่จะเกี่ยวพันกัน

ดังนั้นระหว่างต้นไม้สองต้น จึงติดตั้งบันไดเชือกและแผ่นไม้ โดยเว้นระยะห่างระหว่างแผ่นไม้ และเชือกจะแกว่งเบา ๆ เพื่อจำลองการสั่นไหวของกิ่งไม้ ให้แพนด้าแดงเคลื่อนที่ระหว่างต้นไม้ต่าง ๆ ได้

บางคนอาจสงสัย ทำไมไม่ปลูกไผ่ล่ะ?

ไผ่ ซึ่งเป็นอาหารหลักของแพนด้าแดง ไม่มีทางถูกกินหมดในป่าที่มีให้กินเหลือเฟือ แต่ถ้าปลูกในส่วนจัดแสดง พวกมันกินได้แค่ไม่กี่ก้าน ไผ่ก็จะตายภายในไม่กี่วัน กลายเป็นของใช้แล้วทิ้ง แถมไผ่ในส่วนจัดแสดงแพนด้าต้องตัดและขนเข้ามาจากภายนอก

“ขาดอะไรอีกไหมนะ?”

ฟางเย่หยุดคิดแล้วก็นึกขึ้นได้ ใช่แล้ว น้ำไง!

อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับแพนด้าแดงคือ 10 ถึง 25 องศาเซลเซียส และในเมืองทางใต้อย่างหลินไห่ ฤดูหนาวไม่หนาวมาก แต่ฤดูร้อนอาจร้อนจัดได้

ลำธารคดเคี้ยวรอบเนินดิน แม้จะเพิ่มเครื่องพ่นหมอกสองสามเครื่องเพื่อเพิ่มความชื้นและลดอุณหภูมิ ก็สามารถสร้างเอฟเฟกต์หมอกจาง ๆ ได้ด้วย

เมื่อแสงแดดส่องผ่าน แพนด้าแดงเดินทอดน่องบนกิ่งไม้ท่ามกลางหมอกจาง ๆ จะเป็นภาพที่สวยงามมากแน่ ๆ

เพอร์เฟกต์!

รวมศาลาพักผ่อนผู้เข้าชมและที่อยู่สัตว์ พื้นที่รวมของส่วนจัดแสดงแพนด้าแดงคือ 330 ตารางเมตร ใช้ไป 15,000 เหรียญใบไม้เขียว

คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางเย่หัวเราะร่าด้วยความภูมิใจ “เจ้าตัวเล็กของฉัน จากนี้ไปจงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่นี่นะ!”

หลังจากชื่นชมอินเทอร์เฟซการก่อสร้างที่สวยงามของส่วนจัดแสดงแพนด้าแดงอยู่พักหนึ่ง เขาก็เริ่มออกแบบส่วนจัดแสดงอื่น ๆ ต่อ

ฟางเย่วางแผนจะเก็บเหรียญใบไม้เขียวไว้สำหรับส่วนจัดแสดงหมาป่า ดังนั้นเขาจึงเตรียมประหยัดงบกับส่วนจัดแสดงอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น นกยูงไม่จำเป็นต้องมีส่วนจัดแสดงเลย!

แม้นกยูงจะบินได้เหมือนไก่ แต่ก็เหมือนการร่อนมากกว่าบิน และพวกมันมักจะไม่บินโดยไม่มีเหตุผล ชอบเดินบนพื้นและจะขึ้นต้นไม้ก็ต่อเมื่อหนีนักล่าเท่านั้น

แล้วจะขังพวกมันไว้ในกรงคอนกรีตและเหล็กทำไม? แค่ปล่อยให้เดินเตร่บนสนามหญ้ากว้าง ๆ เพิ่มพุ่มไม้สักหน่อย และล้อมด้วยรั้วไม้เตี้ย ๆ สูงประมาณสามสิบสี่สิบเซนติเมตรก็พอ

นกยูงจะเดินไปมาได้อย่างอิสระบนสนามหญ้า และผู้เข้าชมก็เพลิดเพลินกับวิวที่ไม่มีอะไรบดบัง แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย

แถมต้นทุนยังต่ำอีกต่างหาก!

สนามหญ้าหนึ่งตารางเมตรราคาแค่หนึ่งเหรียญใบไม้เขียว รวมรั้วแล้ว 300 ตารางเมตรก็ไม่เกิน 500 เหรียญ

อีกอย่างแม้นกยูงอินเดียจะสวยงาม แต่การเพาะเลี้ยงก็แพร่หลายแล้ว และไม่ต้องกลัวเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ถ้าเป็นนกยูงไทยที่เป็นสัตว์คุ้มครองระดับชาติ ฟางเย่คงไม่กล้าทำแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องรอให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมก่อน ไม่งั้นเกิดมีนักท่องเที่ยวงี่เง่าวิ่งลงไปในสนามหญ้าแล้วพยายามถอนขนหางนกยูงจะทำยังไง?

อัลปากาก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนจัดแสดงเหมือนกัน!

ผู้เข้าชมมีความต้องการทางอารมณ์ตามปกติที่จะเข้าใกล้ สัมผัส และให้อาหารสัตว์

อย่างไรก็ตามสัตว์ชนิดไหนที่โต้ตอบได้และทำอย่างไร ต้องได้รับการจัดเตรียมและชี้แนะอย่างเหมาะสมจากสวนสัตว์

สัตว์เลี้ยงเชื่อง ๆ หรือกึ่งเลี้ยงที่มีนิสัยอ่อนโยนและก้าวร้าวน้อย อย่างอัลปากา แกะ หมู และกระต่าย เหมาะสมที่สุด สร้าง “ฟาร์มเล็ก ๆ” เพื่อตอบสนองความต้องการสัมผัสใกล้ชิดของผู้เข้าชมได้

เคยมีสนามเด็กเล่นในสวนสัตว์ มีสไลเดอร์ แทรมโพลีน ม้ากระดก และอะไรพวกนี้ การมีของพวกนี้ในสวนสัตว์มันไร้สาระ

สนามเด็กเล่นถูกทิ้งร้างมานาน มีสนิมขึ้นเป็นหย่อม ๆ บนสไลเดอร์

ทำเลตรงนั้น ซึ่งอยู่เกือบท้ายเส้นทางเดินชมวงกลม จริง ๆ แล้วดีมาก เหมาะสำหรับทำ “ฟาร์มเล็ก ๆ”

อุปกรณ์ของเล่นจะถูกรื้อถอนออก และแทนที่ด้วยบ่อทรายและพื้นที่หญ้า

ด้วยวิธีนี้ส่วนจัดแสดงอัลปากาก็ถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย

[1] หมายถึงการทำสิ่งยิ่งใหญ่ในพื้นที่จำกัด

จบบทที่ บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 34 สร้างวิมานในเปลือกหอย

คัดลอกลิงก์แล้ว