- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 6 การสังเกตการณ์ผ่านกระบะทรายจำลอง
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 6 การสังเกตการณ์ผ่านกระบะทรายจำลอง
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 6 การสังเกตการณ์ผ่านกระบะทรายจำลอง
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 6 การสังเกตการณ์ผ่านกระบะทรายจำลอง
ฟางเย่รวบรวมสมาธิ สำรวจฟีเจอร์ต่าง ๆ ของระบบ
เขาเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าเป้าหมายสูงสุดของระบบแพลนเน็ตซูนี้คือการให้เขาสร้างสวนสัตว์แฟนตาซีในฝัน!
มีเป้าหมายย่อยมากมาย เช่น การรวบรวมสัตว์หลากหลายชนิด การสร้างกรงรูปแบบต่าง ๆ และอื่น ๆ
เมื่อบรรลุเป้าหมายแต่ละอย่าง เขาจะได้รับเงินทุนจำนวนหนึ่งเป็นรางวัล!
อย่างไรก็ตามเงินทุนนี้อยู่ในรูปแบบของเหรียญเสมือน ซึ่งใช้สำหรับการก่อสร้างสวนสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถถอนออกมาเป็นเงินสดได้
การเพิ่มชื่อเสียงของสวนสัตว์จะทำให้เขาสามารถใช้ค่าความนิยมในการสุ่มกาชาปองเพื่อรับไอเทมวิเศษต่าง ๆ
ค่าความนิยมปัจจุบันของสวนสัตว์อยู่ที่ 43
“มันเริ่มนับจากวันนี้หรือเปล่านะ นักท่องเที่ยวหนึ่งคนเท่ากับค่าความนิยม 1 แต้ม? แต่ก็ไม่น่าใช่ วันนี้คนไม่ได้เยอะขนาดนั้น หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณภาพประสบการณ์การเข้าชม?”
ฟางเย่เดา จากนั้นเขาก็ทำหน้าหมดหวัง
ต้องใช้ค่าความนิยม 1,000 แต้มในการหมุนกาชาหนึ่งครั้ง!
ระบบนี้เติมเงินได้ไหมเนี่ย ขอเติมสักไม่กี่ร้อยหยวนได้ไหม?
อินเทอร์เฟซกระบะทรายจำลอง!
เพียงแค่ตั้งจิตอธิษฐาน ภาพจำลองกระบะทรายเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเขา คล้ายกับภาพโฮโลแกรมไฮเทคในหนังไซไฟ
รูปลักษณ์ภายนอกคือแบบจำลองย่อส่วนของสวนสัตว์หลินไห่ มีกรงสัตว์ต่าง ๆ กระจายอยู่โดยรอบ รวมถึงป้อมยามที่ทางเข้า ภูเขาจำลองของลิงกัง บ่อน้ำเล็ก ๆ ข้างหอพักพนักงาน ทุกอย่างถูกจำลองออกมาอย่างละเอียดลออ
เมื่อเขาสั่งการด้วยความคิด เขาสามารถปรับมุมมองของกระบะทรายนี้ได้อย่างอิสระ ทั้งซูมเข้าและซูมออก
ฟางเย่เริ่มตื่นเต้น เขาหากรงเสือแล้วซูมเข้าไป ซูมเข้าไปอีก!
เจียวเจียวกำลังขดตัวเก็บอุ้งเท้าทั้งสองข้าง หรี่ตาลง ดูเหมือนกำลังงีบหลับ
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอดูมุ้งมิ้งน่ารักทีเดียว
ฟางเย่เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ เริ่มสำรวจทุกซอกทุกมุมของสวนสัตว์ด้วยมุมมองพิเศษนี้อย่างตื่นเต้น
เมื่อมุมมองเลื่อนไปที่โซนลิงกัง เขาก็ต้องสะดุ้ง
ลิงสองตัวกำลังตีกัน ตัวอื่น ๆ กระจายอยู่รอบ ๆ ตาเบิกกว้าง โบกไม้โบกมืออย่างตื่นเต้น และส่งเสียงเจี๊ยกจ๊ากราวกับกำลังเชียร์มวยและยุให้ตีกัน!
ลิงกังตัวที่มีคิ้วสีขาวจับจองพื้นที่สูงบนโขดหินจำลอง ยืนสี่ขา โน้มตัวต่ำ แยกเขี้ยวแหลมคมด้วยความโกรธ แสดงท่าทางก้าวร้าว ด้านล่าง ลิงกังที่มีกรงเล็บสีดำสนิทก็ยืนหยัดจ้องกลับอย่างดุร้ายเช่นกัน
‘ฉันอยากเห็นชัดกว่านี้!’
ความคิดผุดขึ้น และฟางเย่ก็รู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร ราวกับปัญญาเกิด: “มุมมองเสมือนจริง!”
ตรงข้ามกับมุมมองพระเจ้าจากด้านบน มุมมองนี้เหมือนกับการตั้งกล้องไว้ข้างตัวสัตว์ สามารถหมุนสังเกตได้ 360 องศาในระยะประชิด
ทันใดนั้นจิตสำนึกของเขาก็ถูกส่งเข้าไปในกระบะทรายราวกับวิญญาณโปร่งแสง
เมื่อได้สติ เขาได้ยินเสียง “เจี๊ยก ๆ” แหลมสูงหนวกหู ลิงกังสองตัวกำลังเผชิญหน้ากันห่างจากเขาไม่ถึงเมตร ทำเอาฟางเย่สะดุ้งโหยง
เขาถอยหลังออกมาเล็กน้อยเพื่อดูเหตุการณ์จากจุดที่ลิงตัวอื่นยืนอยู่
ลูกลิงตัวน้อยเกาะหลังแม่ของมัน ยื่นหัวย่น ๆ ออกมา นิ้วหนึ่งคาอยู่ในปาก ดูดนิ้วเป็นพัก ๆ มองดูด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
“เจี๊ยก!”
เจ้ากรงเล็บดำเกี่ยวเท้าหน้ากับขอบหิน เตรียมพุ่งตัวขึ้นไป ดูเหมือนพร้อมจะเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง ส่วนเจ้าคิ้วขาวกระโดดถอยหลังอย่างหงุดหงิด ส่งเสียงร้องแหลมด้วยความรำคาญเหมือนคนกำลังสบถด่า แล้วกระโดดกลับเข้าประจำที่เพื่อเตรียมสู้
เจ้ากรงเล็บดำรีบหดตัวกลับ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นอย่างไม่พอใจ ส่งเสียงร้องโวยวายเสียงดัง
ลิงสองตัวถอย ๆ รุก ๆ ใส่กันไปมา ตาแทบถลนออกมาขณะเถียงกันหน้าดำหน้าแดง แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกันจริง ๆ สักทีแม้จะผ่านไปนานแล้วก็ตาม
ตอนแรกฟางเย่ก็กังวล แต่พอดูไปสักพัก เขาก็เริ่มขำ เมื่อภาพคลาสสิกผุดขึ้นมาในหัว
เหมือนเต้นแทงโก้ไม่มีผิด ขยับทีละก้าว กระโดดทุกสามก้าว แล้วก็หมุนตัวทุกสองก้าว . . .
ความฉลาดของลิงนั้นสูงมาก และพวกมันเป็นสัตว์ที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด!
ดังนั้นปรากฏการณ์บางอย่างของสังคมมนุษย์จึงสามารถสังเกตเห็นได้ในชุมชนลิง เช่น ลำดับชั้นทางสังคม
ในฝูงลิง จะมีราชาลิงหรือจ่าฝูง จ่าฝูงไม่จำเป็นต้องเป็นตัวที่แข็งแรงที่สุดเสมอไป อาจจะเป็นตัวที่อาวุโสที่สุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากลิงตัวเมีย จึงได้รับความเคารพจากตัวอื่น ๆ หรือตระกูลฝ่ายแม่อาจมีสถานะสูงส่งในฝูง และลิงตัวผู้วัยรุ่นก็อาจขึ้นสู่อำนาจผ่านอิทธิพลของแม่ได้
ในฝูงลิงป่า ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือผู้ชนะ ระบบอาวุโสและระบบทายาทจะปรากฏเฉพาะในชุมชนที่มีความสัมพันธ์มั่นคงภายใต้การเลี้ยงดูของมนุษย์เท่านั้น
จ่าฝูงมีอำนาจสูงสุด นั่งบนกิ่งไม้ที่สูงที่สุดเพื่อแสดงสถานะ และลิงตัวอื่นต้องมอบอาหารที่ดีที่สุดให้แก่จ่าฝูง จ่าฝูงสามารถผสมพันธุ์กับลิงตัวเมียตัวไหนก็ได้ตามใจชอบ
จ่าฝูงยังมีนิสัยเผด็จการ หากลิงตัวผู้ตัวอื่นต้องการจะกุ๊กกิ๊กกับตัวเมีย จ่าฝูงจะไล่ตะเพิดอย่างดุร้ายด้วยกำลังและอำนาจ
นักเรียนบางคนอาจสงสัยว่า ในฝูงใหญ่ที่มีลิงนับร้อย มีแค่จ่าฝูงตัวเดียวเหรอที่ได้ผสมพันธุ์? ร่างกายจะไม่พังไปก่อนหรือ?
จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น จ่าฝูงจะเลือกเฉพาะลิงตัวเมียที่ตัวเองถูกใจและผูกขาดไว้ในระยะยาว ไม่ได้เข้มงวดกับตัวอื่น ๆ ขนาดนั้น
แต่นั่นมันเรื่องนอกประเด็น
เจ้าคิ้วขาวและเจ้ากรงเล็บดำกำลังเผชิญหน้ากัน น่าจะทะเลาะกันเรื่องแย่งคู่ผสมพันธุ์
เจี๊ยก!
แคร่ก!
“เฮ้ย ไอ้ลิงเวร ยกก้นทำไม? นั่นเมียฉันนะ! ระวังเถอะ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลย!”
“เอ็งผสมพันธุ์ทุกวัน ไม่พอหรือไง? ฉันก็อยากมีเมียบ้างนะเว้ย!”
“ไม่ได้ ฉันคือจ่าฝูง คำไหนคำนั้น!”
“ฉันไม่ยอม! มาสู้กันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”
“ฮ่า ๆ! เดี๋ยวเอ็งได้เจอดีแน่!”
ลิงสองตัวเถียงกันอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกัน
เจ้ากรงเล็บดำ น่าจะเกรงกลัวอำนาจบาตรใหญ่ที่สั่งสมมานานของเจ้าคิ้วขาว จึงลังเลหลังจากถูกเจ้าคิ้วขาวขู่อีกครั้ง มันรีบกระโดดลงจากกองหินจำลอง วิ่งหนีไปสงบสติอารมณ์ที่มุมหนึ่ง ส่วนเจ้าคิ้วขาวที่กำลังได้ใจ ก็ตะโกนใส่ลิงรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อประกาศศักดา ราวกับจะบอกว่า ยืนขึ้นให้หมด! ไหนบอกมาซิ ฉันเจ๋งไหม? เจ๋ง! หรือ! ไม่เจ๋ง!
อันที่จริงการทะเลาะวิวาทภายในฝูงลิงโดยทั่วไปก็เป็นแบบนี้แหละ การต่อสู้จริง ๆ นั้นหาได้ยาก ส่วนใหญ่จะเป็นการข่มขู่และบลัฟกันเสียมากกว่า แค่แสดงละครตบตา
ถ้ามีใครคิดจะท้าชิงตำแหน่งจ่าฝูง พวกเขาจะไม่บุ่มบ่ามพุ่งเข้าไปตรง ๆ แต่จะใช้เวลาเล่นทรายเล่นก้อนหิน แสร้งทำตัวเป็นพลเมืองดีที่ไม่มีพิษมีภัย ไม่สนใจบัลลังก์ รอจนจ่าฝูงเผลอ เช่น ระหว่างกำลังหน้ามืดตามัวผสมพันธุ์ แล้วค่อยกระโจนเข้าใส่ เตะให้เสียหลัก จากนั้นก็ตามด้วยการต่อย กัด ดึงขน และรุมสกรัม สู้กันราวกับโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน
การใช้ความแข็งแกร่งอันโดดเด่นท้าชิงจ่าฝูงซึ่ง ๆ หน้าใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มันอาจกระตุ้นให้เกิดพันธมิตรลิงตัวผู้รุมประชาทัณฑ์จนตายคาตีนได้
ความเจ้าเล่ห์และลูกเล่นแพรวพราวในพฤติกรรมของลิง ไม่ได้น้อยไปกว่ามนุษย์เลยแม้แต่นิดเดียว
จิ๊บ จิ๊บ!
ลูกลิงตัวน้อย เห็นว่าการต่อสู้จบลงแล้ว ก็กัดปลายนิ้วตัวเอง แล้วใช้เท้าหลังเกาหน้าและรักแร้ ทำหน้ามึนงงสับสน
ฟางเย่สังเกตเห็นแววตาไร้เดียงสาที่น่ารักของมัน ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเอ็นดู และยื่นมือวิญญาณออกไปลูบหัวมันเบา ๆ
หลังจากนั้นเพียงแค่คิด จิตสำนึกของเขาก็กลับคืนสู่ร่าง
การวิวาทของฝูงลิงเกือบทำให้เขาลืมไปเลยว่า เขาเปิดกระบะทรายขึ้นมาเพื่อสร้างสวนสัตว์นะ