- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 4 รางวัล ลูกเสือโคร่งเบงกอลขาว!
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 4 รางวัล ลูกเสือโคร่งเบงกอลขาว!
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 4 รางวัล ลูกเสือโคร่งเบงกอลขาว!
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 4 รางวัล ลูกเสือโคร่งเบงกอลขาว!
สำหรับเจียวเจียวแล้ว เธอเคยชินกับการมีกรงเหล็กกั้นขวางระหว่างเธอกับผู้คน
เธอแตะต้องคนข้างนอกไม่ได้ และคนข้างนอกก็แตะต้องตัวเธอไม่ได้ ซึ่งมันก็ดีอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้เมื่อกรงขังหายไปและมีใครบางคนเข้ามาใกล้ขนาดนี้ เจียวเจียวไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร เธอจึงเริ่มกระวนกระวายและไม่สบายใจ
แม้ว่าจะไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนดูแลสัตว์ที่คุ้นเคยก็ตาม
เธอส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอเพื่อเตือน
อันที่จริงทั้งสองฝ่ายต่างก็กลัวด้วยกันทั้งคู่
ฟางเย่ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ แต่เท้าที่ก้าวออกไปข้างหน้ากลับชักถอยกลับมาครึ่งก้าว
ผ่านไปครู่หนึ่ง อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องกังวลจริง ๆ เจียวเจียวจึงค่อย ๆ หมอบลงกับพื้นตามเดิม และเอียงคอมองฟางเย่
“ฟู่ว! ผู้อำนวยการสุดยอดไปเลย!”
ภายนอกกรง หลานลี่ลูบหน้าอกเบา ๆ ด้วยความโล่งอก เธอรู้สึกหน้ามืดและหัวใจแทบจะกระดอนออกมานอกปากเมื่อครู่นี้
แผ่นหลังของฟางเย่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเช่นกัน แต่อารมณ์ของเขากลับตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ก้าวแรกที่ยากที่สุดได้ผ่านไปแล้ว เจียวเจียวปรับตัวเข้ากับการมีอยู่ของเขาได้แล้ว!
ในดวงตาแห่งการสังเกต สถานะของเจียวเจียวแสดงผล อยากรู้อยากเห็น/คาดหวัง
ปกติแล้วการอยู่ตัวเดียวในกรงเสือ เจียวเจียวเหงามาก!
เธอไม่ได้รังเกียจนักท่องเที่ยวในวันที่คนน้อย
เธอก็ชอบมองดูนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาเพื่อฆ่าเวลาเหมือนกัน
แต่เมื่อคนเยอะเกินไป เสียงที่ดังจอแจและสายตานับไม่ถ้วนที่จ้องมองมา จะทำให้เธอรู้สึกเหมือนติดกับดักและหงุดหงิด
ช่วงเวลาที่เธอชอบที่สุดคือก่อนสวนสัตว์เปิดและหลังจากปิดทำการ
การได้มองดูคนดูแลสัตว์ที่คุ้นเคยมาทำความสะอาดกรงและให้อาหารเป็นภาพที่หาดูได้ยาก และเป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่สุด
วันนี้หลังจากที่คนดูแลสัตว์ให้อาหารเสร็จ เขากลับเดินเข้ามาหาเธอถึงข้างใน?
ฟางเย่มองดูเจียวเจียวที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วนั่งยอง ๆ ลงข้างเธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เด็กดี เด็กดี . . .”
เขายื่นมือออกไป วางลงบนขนสีเหลืองอมน้ำตาลของเจียวเจียว
ทันทีที่ฟางเย่สัมผัสแผ่นหลังที่กว้างและอบอุ่นของเธอ ร่างกายของเจียวเจียวก็สะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาเบิกกว้าง และลุกพรวดขึ้นจากพื้น ดูน่าเกรงขามและดุดัน!
เสือสะดุ้งของจริง!
เธออ้าปากกว้างและคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นคาวพัดปะทะใบหน้าของฟางเย่ จนแก้วหูของเขาปวดหนึบ!
หลานลี่ที่เฝ้าดูอยู่นอกกรงร้องลั่นด้วยความตกใจ “ผู้อำนวยการ!”
“ไม่เป็นไร! อย่าตื่นตูม!”
เสียงของฟางเย่แหบพร่า
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุกสองครั้งขณะมองสบตาเจียวเจียว พยายามรักษาสายตาและน้ำเสียงให้นุ่มนวลที่สุด “เด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ . . .”
เขารู้ว่ายิ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤต ยิ่งห้ามตื่นตระหนก การอยู่นิ่ง ๆ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!
ถ้าเขาเผลอขยับตัวผิดจังหวะด้วยความตกใจจนทำให้เสือเข้าใจผิด เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที!
ดวงตาแห่งการสังเกตแสดงให้เห็นว่าเจียวเจียวกำลังประหม่าและไม่สบายใจ แต่ไม่ได้โกรธแค้น!
ผ่านไปครู่ใหญ่ อารมณ์ตึงเครียดจางหายไป เหลือเพียงความไม่สบายใจ
เจียวเจียวมองฟางเย่แล้วขยับหัวเข้าไปใกล้ ใช้แก้มถูไถศีรษะของเขาเบา ๆ
ดวงตาของหลานลี่เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ยกมือปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ฟางเย่เบิกตาขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็โอบแขนรอบคอเจียวเจียว หัวเราะแห้ง ๆ จนน้ำตาเล็ด
เขาอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ จริง ๆ
ร่างกายที่เกร็งเขม็งค่อย ๆ ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
“เด็กดี เด็กดี . . .”
การที่เจียวเจียวเป็นฝ่ายเข้ามาคลอเคลียก่อนเป็นสิ่งที่ฟางเย่คาดไม่ถึง!
เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะถอยออกไปก่อนหลังจากอารมณ์ของเจียวเจียวสงบลง รอโอกาสหน้าค่อย ๆ ให้เธอคุ้นเคยกับการใกล้ชิดแบบนี้ไปทีละขั้น
แต่ดูจากสีหน้าของเจียวเจียว ดูเหมือนว่าเธอจะเผลอคำรามใส่เขาตามสัญชาตญาณ และหลังจากหายตกใจ เธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปมันไม่ค่อยถูกนัก
เหมือนเด็กที่รู้ว่าทำผิด เธอจึงรู้สึกไม่สบายใจและใช้การเอาหัวมาถูไถเพื่อเป็นการขอโทษและแสดงความรัก
“บ้าเอ๊ย ระทึกชะมัด เหมือนเต้นระบำบนคมมีดเลย . . .”
ด้วยใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ ฟางเย่พึมพำกับตัวเอง เริ่มลูบหลังเจียวเจียวด้วยมือที่ยังสั่นเทาเล็กน้อย
แม้ว่าการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้จะดูสมเหตุสมผลและเขาก็มั่นใจเต็มเปี่ยม แต่อุดมคติกับความเป็นจริงมันคนละเรื่องกัน
เสือ ในฐานะนักล่าจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ย่อมมีอำนาจกดดันตามธรรมชาติที่น่าหวาดหวั่น
แม้แต่เสือที่เลี้ยงในสวนสัตว์ก็ยังคงสัญชาตญาณความเป็นเจ้าป่าเอาไว้
โชคดีที่ในท้ายที่สุด เขาก็ทนต่อแรงกดดันและได้รับความรักจากเจียวเจียวจนได้!
“ต้องยอมรับเลยว่า การได้ลูบแมวยักษ์นี่มันรู้สึกฟินสุด ๆ!”
ฟางเย่หัวเราะเบา ๆ มือของเขาเลื่อนลงจากหลังของเจียวเจียว แล้วเริ่มลูบแก้มเธออย่างกล้าหาญ
ขนบนหลังของเสือนั้นแข็งและหยาบ หนามาก เหมือนพรมหยาบ ๆ สัมผัสแล้วสากมือ
ในขณะที่ขนสีขาวอ่อน ๆ บริเวณแก้มและท้องนั้นฟูนุ่ม ให้ความรู้สึกเหมือนสัมผัสผ้าพันคอขนสัตว์
ตอนแรกเจียวเจียวรู้สึกไม่ชินกับการลูบคลำที่แสดงความรักแบบนี้ เธอแยกเขี้ยว ส่ายหัว และส่งเสียงคำรามในลำคอเบา ๆ สองสามครั้ง เหมือนคนที่จามเพราะคันจมูก
แต่ไม่นานเธอก็เริ่มชอบความรู้สึกนี้ ร่างมหึมาของเธอนอนพาดลงบนตักของฟางเย่อย่างเกียจคร้าน หรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ
[อารมณ์: เพลิดเพลิน!]
หลานลี่ที่มองจากด้านนอกถึงกับอึ้งกิมกี่!
ในภาพจำของเธอ เสือเป็นสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและน่าเกรงขามอย่างดุร้ายมาตลอด
แต่ตัวที่อยู่ข้างใน ที่กำลังนอนหนุนตักผู้อำนวยการอยู่นั่น มันอ่อนโยนเหมือนลูกแมวชัด ๆ!
ต้องเป็นเสือปลอมแน่ ๆ!
ภาพตรงหน้าน่าดึงดูดใจเกินไป หลานลี่จ้องมองตาไม่กระพริบ จนลืมความกลัวเสือไปชั่วขณะ และเริ่มสงสัยว่าถ้าได้ลองสัมผัสเสือด้วยตัวเองจะรู้สึกอย่างไร
ช่างเถอะ แค่คิดก็สยองแล้ว!
ถ้าเป็นเธอเข้าไปในนั้น มีหวังเป็นลมล้มพับแน่นอน!
ทันใดนั้นหลานลี่ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาและพูดอย่างตื่นเต้น “จริงด้วย ภาพหาดูยากแบบนี้ต้องถ่ายเก็บไว้!”
เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและเริ่มกดถ่ายรัว ๆ “แชะ แชะ แชะ”
ด้วยความเพลิดเพลินกับการลูบแมวยักษ์ ฟางเย่ลืมเวลาและเกือบจะลืมไปแล้วว่าเขาเสี่ยงตายเข้ามาทำไม!
จนกระทั่งสิบนาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
“ติ๊ง! ภารกิจ ‘ลูบแมวยักษ์’ เสร็จสิ้น! อารมณ์ของเสือพึงพอใจมาก!”
“การประเมินความสำเร็จ: สมบูรณ์แบบ!”
“ได้รับรางวัล: ลูกเสือโคร่งเบงกอลขาวหนึ่งตัว!”
ฟางเย่สะดุ้งตื่นจากภวังค์ “เอ๊ะ? ผ่านไปสิบนาทีแล้วเหรอ?”
เมื่อมองดูรางวัลภารกิจ เขาถึงกับช็อกตาตั้ง
คุณพระ ลูกเสือโคร่งเบงกอลขาว!
เสือโคร่งเบงกอลขาวเป็นความแปรผันทางพันธุกรรมของเสือโคร่งเบงกอล ซึ่งทำให้ขนสีส้มเหลืองลายดำตามธรรมชาติกลายเป็นสีขาวลายดำ
เนื่องจากขาดสีสันที่ใช้พรางตัว เสือโคร่งเบงกอลขาวจึงยากที่จะอยู่รอดในธรรมชาติและสูญพันธุ์ไปแล้วในป่า พวกมันสามารถสืบพันธุ์และเติบโตได้ภายใต้การดูแลของสวนสัตว์เท่านั้น
ทั่วโลกมีพวกมันอยู่ไม่ถึง 200 ตัว!
ด้วยความหายากและการที่เสือขาวเป็นหนึ่งใน “สัตว์มงคล” เคียงคู่กับมังกรฟ้าในตำนาน พวกมันจึงเป็นที่รักของนักท่องเที่ยวและเป็นดาราประจำสวนสัตว์อย่างไม่ต้องสงสัย!
อารมณ์ของฟางเย่พุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น “นี่มันแจ็กพอตแตกชัด ๆ!”
“โฮก?”
เมื่อรู้สึกว่ามือที่ลูบหยุดลง เจียวเจียวก็ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองมาที่เขา เธอคำรามอย่างไม่พอใจและยกหัวขึ้นดุนตัวเขา
ฟางเย่ตบหัวเจียวเจียวเบา ๆ และหัวเราะอย่างมีความสุข “อีกไม่นาน แกกำลังจะมีเพื่อนใหม่แล้วนะ!”
อ