เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47: ภารกิจใหม่

บทที่ 47: ภารกิจใหม่

บทที่ 47: ภารกิจใหม่


บทที่ 47: ภารกิจใหม่

"ฮัลโหล? โม่ซิ่ว? ฮัลโหล?”

โม่ซิ่วและคนอื่นๆเดินออกจากสำนักงานบริหารชมรมก่อนจะถอนหายใจและพูดกับเจิ้งอี้ว่า “ฉันวางสายก่อนนะ นายนี่เป็นเพื่อนที่ดีของฉันจริงๆ”

"แน่นอน ก็พวกเราสองคนน่ะ..."

“ตู๊ดๆๆๆ”

“โม่ซิ่วว ฮัลโหลลลลล!”

หลังจากที่โม่ซิ่ววางสายเขาก็พูดกับหลิวซี่หยางกับคนอื่นๆว่า "ขอโทษนะที่กะทันหันไปหน่อย แต่ไหนๆก็ตั้งชมรมแล้วคงไม่เป็นไรหรอกนะ"

เฮาเหริน หลิวซี่หยาง และ ตงฟาง ต่างรู้สึกพูดไม่ออก

มีเพียงเฮอหลิงยื่อคนเดียวเท่านั้นที่พูดขึ้น

“อันที่จริง...ฉันคิดว่าชมรมที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ”

โม่ซิ่วชี้ไปที่เฮอหลิงยื่อและยกย่อง “เห็นมั้ย ขนาดเฮอหลิงยื่อยังรู้เลยว่ามันดีแค่ไหน ถ้าหากเธอยังยอมรับได้ ทําไมพวกนายถึงรับไม่ได้ล่ะ?”

หลิวซี่หยางยังคงรู้สึกอึดอัดมากแต่ก็พูดขึ้นมาบ้าง “โม่ซิ่ว ฉันไม่คิดว่าชื่อนี้แย่หรอกนะแต่ชื่อนี้มันดูเว่อร์เกินไปเท่านั้นเอง”

"แล้วรู้มั้ยว่าทำไมพวกเราถึงได้สร้างชมรมนี้ขึ้นมา?" โม่ซิ่วถามอย่างจริงจัง

โม่ซิ่วชี้ไปที่เฮาเหรินเป็นการส่งสัญญาณให้เขาตอบ

"เพื่อพิสูจน์ตัวเองเหรอ?" เฮาเหรินถาม

โม่ซิ่วพยักหน้า “ใช่แล้วล่ะ พวกเรามาเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิ่งเพื่อต้องการแข็งแกร่งขึ้นภายใต้แรงกดดันนะ”

หลังจากที่โม่ซิ่วพูดจบเขาก็เดินไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ซึ่งหลังจากการโน้มน้าวใจครั้งนี้ทุกคนก็กลายเป็นสมากชิก “ชมรมที่แข็งแกร่งที่สุด” โดยไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่นัก

เฮาเหรินถามหลิวซี่หยางเบาๆ “ทําไมฉันถึงรู้สึกว่าโม่ซิ่วไม่เหมือนคนปกติเลย คนที่เป็นแบบนี้จะกลายเป็นผู้สนับสนุนที่ดีได้ยังไงกัน?”

หลิวซี่หยางส่ายหัวและพูดว่า “โม่ซิ่วน่ะเคยเรียกตัวเองว่า”พระเอกโม่“ด้วยซ้ำ แค่นี้น่ะยังถือว่าปกตินะ”

ขณะที่พวกเขาพูดพวกเขาก็เดินตามโม่ซิ่วไป

“โม่ซิ่ว เนื่องจากเป้าหมายของพวกเราคือการแข็งแกร่งขึ้น ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรเริ่มฝึกตั้งแต่พรุ่งนี้เลยมั้ย?” ตงฟางถาม

โม่ซิ่วไม่เคยคิดถึงเรื่องการฝึกเลย เพราะเขาต้องการทําภารกิจให้สําเร็จในช่วงสิบห้าวันที่ผ่านมานี้ ดังนั้นคําถามอย่างฉับพลันของตงฟางจึงทําให้เขาอึ้งเล็กน้อย

เมื่อเห็นว่าโม่ซิ่วไม่ตอบ เฮาเหรินก็พูดแทรก “ตงฟาง นายจะเข้าใจอะไร สิ่งที่สําคัญที่สุดสําหรับชมรมใหม่คือการรับคนเข้าชมรมนะ โม่ซิ่วนายช่วยจัดระเบียบการรับสมัครคนเข้าชมรมหน่อยได้ไหม?”

"ใครบอกว่าเราจะรับคนเพิ่มน่ะ? แค่พวกเราห้าคนก็พอแล้ว”

โม่ซิ่วได้สร้างชมรมขึ้นมาเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเข้าร่วมชมรม ดังนั้นการมีสมาชิกชมรมเพียงห้าก็มากพอเหมาะสําหรับการต่อสู้แล้วดังนั้นจึงไม่จําเป็นต้องหาคนเพิ่มอีก

“อย่ามาล้อเล่นน่า! นายคิดจะให้ชมรมมีแค่ห้าคนจริงๆเหรอ?!” หลิวซี่หยางถามด้วยความประหลาดใจ”

โม่ซิ่วพยักหน้า “ใช่ มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ? แค่ห้าคนก็สามารถเข้าร่วมการต่อสู้แบบตัวต่อตัวหรือการต่อสู้แบบทีมได้แล้ว”

เฮอหลิงยื่อมองไปที่คนอื่นๆและพูดว่า "แต่ความทีมเราไม่สมดุลเลยนะ มีสามผู้ใช้พลังโจมตี หนึ่งผู้ใช้ความคล่องแคล่ว ส่วนฉันก็เป็นกึ่งสนับสนุนเท่านั้น แล้วพวกเราจะต่อสู้แบบทีมได้ยังไง?”

"ขนาดชมรมเต่าดํายังรับแต่คนที่เรียนวิชาเอกด้านการจู่โจมอย่างเดียวได้เลย แล้วทําไมพวกเราถึงจะสู้แบบทีมไม่ได้ล่ะ?"

เฮอหลิงยื่อพูดต่อ “แต่พวกเรามีแค่ห้าคนนะ แล้วพวกเราก็ไม่มีคนมาแทนด้วย”

โม่ซิ่วพยักหน้าและพูดอย่างจริงจัง “ถ้าหากว่าห้าคนมันน้อยเกินไป ฉันจะให้พวกนายทั้งสี่คนไปหาคนมาเพิ่มอีกคนและจําไว้ว่าแค่คนเดียวเท่านั้น”

ทั้งสี่คนมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าพวกเขาอยู่ชมรมอะไรกันแน่? ทำไมถึงรับคนแค่คนเดียว?

โม่ซิ่วมองไปที่นาฬิกาและเห็นว่าตอนนี้เริ่มมืดแล้ว

“ไปหาอะไรง่ายๆกินเพื่อฉลองการก่อตั้งชมรมของพวกเรากันเถอะ”

โม่ซิ่วจึงพาพวกเขาสี่คนไปที่โรงอาหาร

อาหารธรรมดา บทสนทนาธรรมดา ไม่มีความทะเยอทะยานใดๆและไร้เป้าหมายของชมรมที่แข็งแกร่งที่สุด จึงทำให้การฉลองครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย

เวลา 3 ทุ่ม ห้อง 312 หอพัก 9

โม่ซิ่วนอนอยู่บนเตียง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะในอดีตเขาต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้แม่ของเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

ตอนนี้ชีวิตแม่ของเขาก็มีความเป็นอยู่ที่ดีมากแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้เขาจะพยายามอย่างหนักเพื่อปกป้องคนที่เขารักไปตลอดชีวิต

เมื่อเขานึกถึงเรื่องนี้ โม่ซิ่วจึงนึกถึงหญิงสาวที่โหยหาความสงบสุขอย่างคนธรรมดามู่ฉิงอี้

โม่ซิ่วหยิบโทรศัพท์ออกมาและส่งข้อความถึงมู่ฉิงอี้

“เป็นยังไงบ้าง? ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างที่เธอคิดมั้ย?”

หลังจากรอเป็นเวลานาน มู่ฉิงอี้ก็ตอบ

"ถ้านายอยากให้ฉันโทรไปหานายก็พิมพ์มาตรงๆสิ!"

โม่ซิ่วหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว มู่ฉิงอี้ยังคงชอบหยอกล้อเขาอยู่เสมอจริงๆ

หลังจากนั้นโม่ซิ่วก็โทรไปหาเธอ

“ฮิๆๆ ฉันรู้นะว่านายคิดถึงฉัน ฉันสบายดีที่นี่ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นะ”

"เหรอ ดีแล้วล่ะ"

“แล้วนายล่ะเป็นยังไงบ้าง? ไปสร้างปัญหาอะไรในมหาลัยบ้างรึยัง?”

“ไม่อยู่แล้ว นี่เธอคิดว่าฉันเชื่อเป็นคนยังไงกันเนี่ย?”

การโทรศัพท์ระหว่างพวกเขาสองคนกินเวลาไปครึ่งชั่วโมง โม่ซิ่วบอกมู่ฉิงอี้ตั้งแต่เรื่องการแข่งขันในมหาวิทยาลัยเรื่องที่เขาก่อตั้งชมรมที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งทําให้มู่ฉิงอี้หัวเราะออกมาเสียงดัง

แต่หลังจากวางสายแล้ว โม่ซิ่วก็ยังคงตระหนักว่ามีบางอย่างแปลกไป เพราะมู่ฉิงอี้นั้นมักจะสงบอยู่เสมอ แต่วันนี้เธอเหมือนจะหยอกล้อเขามากเป็นพิเศษ

เมื่อก่อนเวลาที่ทั้งสองคนกําลังคุยกัน มู่ฉิงอี้จะเป็นคนที่พูดอยู่เสมอในขณะที่โม่ซิ่วเป็นผู้ฟัง แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นโม่ซิ่ว เป็นคนที่พูดและแม้ว่ามู่ฉิงอี้จะพูดอยู่ตลอดเวลาแต่เธอก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องของตัวเองเลย

โม่ซิ่วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “มู่ฉิงอี้มีความสุขจริงๆรึเปล่านะ?”

โม่ซิ่วนอนไม่หลับในขณะที่เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นเขาเปิดแอปเงาเพื่อค้นหาภารกิจ

ในเมืองหยานจิ่งนั้นมีภารกิจมากกว่าเมืองชุนมากซึ่งมีภารกิจทุกประเภท โม่ซิ่วจึงเลือกอยู่เป็นเวลานานก่อนที่เขาจะเห็นภารกิจที่เหมาะกับเขา

“ภารกิจการตามล่า : ตามหาตัวหวังจินหยาง

[ระดับความยาก : B]

[รายละเอียดภารกิจ: หวังจินหยางปล้นธนาคารและหลบหนีไปพร้อมกับเงินสดจํานวนมากและสมุนไพรล้ำค่า รูปพรรณสันฐานอายุ : 24 ปี จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่าบุคคลนี้ยังคงอยู่รอบๆเมือนหยานจิ่ง]

[เงื่อนไขของภารกิจ : จับตัวหวังจินหยางและส่งมอบตัวเขาให้กับหน่วยควบคุมกฎ (จะได้รางวัลเพิ่มเติมสําหรับหากส่งมอบของที่ถูกขโมยไปด้วย)]

[รางวัลภารกิจ : 6,000 แต้ม เงินสด 4 ล้านเรียว]”

โม่ซิ่วรู้สึกว่าภารกิจนี้ไม่ได้ยากเกินไป เมื่อพิจารณาจากคําอธิบายแล้ว คนที่เขาต้องตามล่าอาจเป็นโจรที่เชี่ยวชาญ มิฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ถูกจับตัวมาจนถึงตอนนี้ อย่างไรก็ตามเขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะโจรที่เชี่ยวชาญคนนี้ด้วยพลังในตอนนี้ของเขาได้หรือไม่

โม่ซิ่วรู้สึกว่ามันอาจไม่ปลอดภัยสําหรับเขาที่จะทำภารกิจนี้เพียงลําพัง หลังจากที่คิดเรื่องนี้เขาจึงทักหามหลิวซี่หยาง

หลังจากนั้นหลิวซี่หยางก็โทรมาทันที

“โม่ซิ่ว นายจะบ้าเรอะ? ภารกิจตามล่าระดับ B เนี่ยนะ? แม้ว่าพวกเราจะหาเขาเจอ แต่พวกเราจะเอาชนะเขาได้เหรอ?”

"ฉันมีวิธีของฉันน่า"

หลิวซี่หยางบ่น “โม่ซิ่ว นายน่ะมีเวลาว่าง แต่ฉันยังต้องต่อสู้ในระหว่างคาบอยู่เลย จะให้ฉันต่อสู้ตอนกลางวันและทำภารกิจตอนกลางคืน ฉันคงไม่ไหวหรอก'”'

“ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำคนเดียวเอง”

หลิวซี่หยางเปลี่ยนคําพูดของเขาทันที “ไม่ๆๆๆ ไม่ได้นะโม่ซิ่ว! ฉันไม่ปล่อยให้นายไปทำคนเดียวแน่ๆ นายบอกแผนของนายมาได้เลย”

"ฮ่ะๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้นายก็จะรู้เอง.."

จบบทที่ บทที่ 47: ภารกิจใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว