เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้

บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้

บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้


บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้

หญิงสาวสวมแว่นตาตกตะลึงกับคำพูดของโม่ซิ่ว แต่ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็เริ่มตะโกนใส่เฉาเฟิงหลินอีกครั้ง

“อาจารย์ หนูไม่เห็นด้วยกับผลการต่อสู้ครั้งนี้ โม่ซิ่ว กับ ตงฟาง นั้นไม่ได้มีพลังสนับสนุนเลย”

"อย่าเสียเวลาอีกเลยน่า" โม่ซิ่วถอนหายใจ

หญิงสาวใส่แว่นจ้องไปที่โม่ซิ่วด้วยความโกรธ

เฉาเฟิงหลินมีสีหน้าจริงจัง “เธอไม่ได้ยินกฎที่ฉันอธิบายในตอนต้นเหรอ? ว่ามีแค่สี่คนเท่านั้นที่จะผ่านน่ะ?!”

เมื่อเห็นว่าอาจารย์เริ่มโกรธเล็กน้อย หญิงสาวสวมแว่นตาจึงหยุดพูด

เฉาเฟิงหลินเรียกรวมตัวและพูดว่า "การคัดเลือกในชั้นเรียนสิ้นสุดลงแล้ว และชื่อของทั้งสี่คนก็ได้รับการยืนยันแล้วเช่นกัน จากนี้ไปจะไม่มีการเรียนการสอนเป็นเวลาครึ่งเดือน”

“อาจารย์ นั่นหมายความว่าพวกเราที่ไม่มีโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นเลยเหรอครับ?” นักศึกษาอีกคนถามขึ้น

"พวกเธอไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดในพิธีเปิดเหรอ" เฉาเฟิงหลินถาม "การศึกษาในมหาวิทยาลัยหยานจิ่งมีพื้นฐานมาจากการต่อสู้ซึ่งทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน”

“นอกจากนี้จะมีการต่อสู้ในคาบเรียนทุกเดือน ผู้ชนะเพียงสี่คนเท่านั้นที่สามารถท้าสู้กับคนที่ผ่านไปแล้วก่อหน้านี้ได้ ถ้าหากเธอชนะพวกเขาได้ พวกเธอก็จะเข้ามาแทนที่สี่คนก่อนได้เช่นกัน”

“เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้ จึงอาจมีบางคนที่มีพลังโดดเด่นอาจได้รับการคัดเลือกโดยตรงจากอาจารย์ เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าได้ขาดการฝึกซ้อมโดยเด็ดขาด เพราะทุกคนมีโอกาสเท่ากันและในขณะเดียวกันก็อาจตามหลังคนอื่นได้หากไม่ฝึกให้มากเพียงพอ”

หลังจากที่ได้ยินแบบนี้ โม่ซิ่วจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับวิธีการสอนของมหาวิทยาลัยหยานจิ่ง

ดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อจำกัด แต่ในความเป็นจริงมีการต่อสู้อยู่ทุกที่ซึ่งทำให้ทุกคนไม่สามารถขาดซ้อมได้เลย

เฉาเฟิงหลินกล่าวต่อ “อีกครึ่งเดือนข้างหน้า สี่คนที่ผ่านในครั้งนี้จะต้องไปคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนของวิชาเอก ส่วนคนอื่นๆที่เหลือจะต้องมาที่นี่เพื่อการต่อสู้ในคาบ เอาล่ะวันนี้จบเพียงเท่านี้!”

สำหรับคนส่วนใหญ่ ชีวิตในวิทยาลัยของพวกเขาเริ่มต้นอย่างโหดร้าย

"โม่ซิ่ว เดี๋ยวก่อน!"

เฉาเฟิงหลินเรียกโม่ซิ่ว โม่ซิ่วจึงบอกตงฟางให้ไปกินข้าวก่อน

"อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

เฉาเฟิงหลินมองไปที่โทรศัพท์ของเขาและพูดว่า "เธอเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ใช่ไหม?"

"ครับอาจารย์" โม่ซิ่วพยักหน้า

“ด้วยพลังของนาย นายน่าจะเก่งที่สุดและควรเข้าเรียกวิชาเอกด้านการจู่โจมแท้ๆ ทำไมนายถึงได้เลือกวิชาเอกด้านการสนับสนุนล่ะ?”

“เรื่องผู้หญิงครับ!”

“นี่เธอกวนประสาทครู่งั้นเรอะ?!”

"เอ่อ…คือผมเลือกไปแบบสุ่มๆน่ะครับ"

“จะบ้าเรอะ! เด็กทั่วไปที่เข้ามหาวิทยาลัยหยานจิ่งได้ล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาทั้งนั้น แล้วทำไมนายถึงได้เลือกลงเรียนแบบสุ่มได้ล่ะ?!”

โม่ซิ่วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดอย่างจริงจังว่า "ผมแค่ต้องการจัดตั้งทีมครับ!"

แววตาของเฉาเฟิงหลินเบิกกว้าง "ทีมแบบไหนเรอะ?”

โม่ซิ่วยืดหน้าอกขึ้นและพูดอย่างจริงจัง “ทีมที่แข็งแกร่งจนสามารถกวาดล้างทุกสิ่งในโลกได้ครับ”

เฉาเฟิงหลินหรี่ตาลงและไม่พูดอะไร

โม่ซิ่วคิดว่าเฉาเฟิงหลินอาจจะยังสงสัยเขาจึงพูดต่อ “ด้วยเหตุผลนี้ ผมจึงเลือกเข้าเรียนวิชาเอกด้านการสนับสนุน เพราะการสนับสนุนทีมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผมยังต้องการเรียนรู้วิธีการสนับสนุนทีมและเป็นผู้นำทีมที่ดีครับ!”

เฉาเฟิงหลินผายมือและพูดว่า “เอาล่ะๆ ฉันเข้าใจแล้ว นายไปได้แล้วล่ะ”

โม่ซิ่วเดินออกมาจากสนามฝึกซ้อมหมายเลข 3 ด้วยความรู้สึกโล่งใจ ในที่สุดเขาก็สามารถผ่อนคลายลงมาก

อันที่จริง สิ่งที่โม่ซิ่วพูดเมื่อครู่นี้ไม่ได้ตอบแบบส่งๆ แต่โม่ซิ่วคิดเรื่องนี้เอาไว้ทั้งหมดแล้ว

"ริ๊งงง ริ๊งงง..."

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลังจากนั้นโม่ซิ่วก็หยิบมันขึ้นมาซึ่งคนที่โทรมาก็คือหลิวซี่หยาง

“โม่ซิ่ว นายอยู่ที่ไหนน่ะ? นายกินข้าวหรือยัง? ฉันเพิ่งเรียนเสร็จจะออกมากินข้าวด้วยกันไหม?”

โม่ซิ่วและหลิวซี่หยางตกลงที่จะมาเจอกันในโรงอาหาร ซึ่งคราวนี้มีคนไม่มากนักดังนั้นทั้งสองคนจึงหาที่นั่งได้อย่างสบายใจ

"โม่ซิ่ว มหาวิทยาลัยหยานจิ่งนี่เรียนหนักจริงๆ นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ" หลิวซี่หยางพูดด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า

“เหนื่อยเหรอ? นายเหนื่อยอะไรของนายน่ะ?”

“คาบเรียนของฉันมีอยู่ 60 คน นอกจากนี้ฉันยังต้องสู้กับคนในชั้นเรียนอีกด้วย” หลิวซี่หยางพูดอย่างอ่อนแรง

“ฉันก็เหมือนกันด้วย แต่ว่าของฉันน่ะได้รายชื่อคนที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้ว”

“จริงเหรอ? ทำไมเร็วจังล่ะ?”

"พวกฉันสู้กันเองจนเหลือสี่คนสุดท้ายน่ะ"

หลิวซี่หยางยกนิ้วโป้งให้และพยักหน้าเข้าใจ “ยอดไปเลยนะนายเนี่ย”

“อ้อจริงสิ ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประกาศชมรมด้วยล่ะ นายเลือกได้รึยังว่าจะเข้าชมรมไหน?” หลิวซี่หยางถามโม่ซิ่ว

โม่ซิ่วมองไปที่หลิวซี่หยางแล้วเท้าคาง เพราะเฉาเฟิงหลินไม่ได้พูดถึงเรื่องชมรมเลยแม้แต่น้อย

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีชมรมอะไรบ้าง?”

หลิวซี่หยางรีบกินข้าวในชามของเขาและลุกขึ้นยืน “ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปดูกันตอนนี้เลยมั้ย?”

โม่ซิ่วเองก็อยากรู้เรื่องชมรมเหมือนกัน นอกจากนี้กว่าที่เขาจะได้เข้าเรียนอีกครั้งก็คืออีกครึ่งเดือนข้างหน้า ดังนั้นคนอื่นๆจึงต้องใช้เวลาอีกครึ่งเดือนนี้เพื่อพัฒนาตัวเองซึ่งทำให้เขาไม่มีอะไรทำ

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินมาที่ด้านหน้าของอาคารแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้รายล้อมไปด้วยผู้คน

โม่ซิ่วแทรกตัวของเขาเข้าไปด้วยความยากลำบากและเห็นว่ามีโต๊ะกับเก้าอี้ตั้งเป็นแถวอยู่ข้างใน ซึ่งมีคนนั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะแต่ละโต๊ะ ซึ่งน่าจะเป็นจุดลงทะเบียนรับสมัครของชมรม

เมื่อมองไปรอบๆโม่ซิ่วและหลิวซี่หยางก็ยังเลือกไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเดินวนดูว่ามีชมรมอะไรบ้าง

ในขณะเดียวกัน คนที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าโม่ซิ่วขณะที่กำลังเดินผ่านเขาไป

สายตาของโม่ซิ่วนั้นไวมาก ดังนั้นเขาจึงหันไปคว้าแขนของคนๆนั้นทันที

"เฮาเหริน!"

เมื่อเห็นว่าเป็นโม่ซิ่ว เฮาเหรินจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า "โม่ซิ่วเองเหรอ?! ฉันน่ะไปหาข้อมูลมาและได้รู้ว่านายน่ะเป็นคนที่ทำคะแนนสูงสุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นายนี่สุดยอดไปเลยนะ!!”

"นายนี่รอบรู้จริงๆเลยนะ" โม่ซิ่วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

เฮาเหรินยกนิ้วโป้งมือขวาขึ้นและชี้ไปที่ตัวเอง “แน่นอน ใครๆก็รู้จักฉันในฉายาะผู้รอบรู้เฮาเหรินเชียวนะ”

หลังจากนั้นรู้เฮาเหรินก็เห็นหลิวซี่หยางที่อยู่ข้างๆโม่ซิ่วและถามว่า "คนๆนี้คือ?"

โม่ซิ่วเหลือบไปมองหลิวซี่หยางและพูดว่า "นี่คือเพื่อนของฉันเองชื่อหลิวซี่หยางน่ะ"

“หรือว่าจะเป็น?! ลูกชายของตระกูลหลิว หลิวซี่หยางคนนั้นงั้นเหรอ?”

หลิวซี่หยางยิ้มและพูดว่า “นายนี่เหมาะกับฉายาผู้รอบรู้จริงๆนะ”

เฮาเหรินจับมือกับหลิวซี่หยางอย่างรวดเร็วและพูดว่า "แน่นอน เพราะฉันต้องรู้อยู่แล้วว่าใครบ้างที่จะเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิ่งบ้าง ซึ่งนายเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย”

หลิวซี่หยางพูดอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอน นายนี่ฉลาดไม่เบานะถ้าหากมีอะไรให้ช่วยก็บอกฉันได้เลยนะเพื่อน”

เฮาเหรินดีใจมากและจับมือเขาอีกครั้ง “ขอบคุณมากนะหลิวซี่หยาง”

จากนั้นเขาก็พูดกับโม่ซิ่วว่า "พวกนายสองคนมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมชมรมสินะ?" โม่ซิ่วและหลิวซี่หยางพยักหน้าพร้อมกัน

เฮาเหรินมองไปที่นาฬิกาและพูดว่า "เดี๋ยวฉันแนะนำพวกนายเอง"

นี่คือเป้าหมายของโม่ซิ่ว ดังนั้นเขาจึงพูดทันทีว่า "กำลังต้องการอยู่พอดีเลย"

จบบทที่ บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว