เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 : จะบอกดีๆไหม?

บทที่ 33 : จะบอกดีๆไหม?

บทที่ 33 : จะบอกดีๆไหม?


บทที่ 33 : จะบอกดีๆไหม?

ร่างของนักสู้สีเงินถูกกระแทกลงกับพื้นทันทีจนกลายเป็นหลุมลึกปรากฏขึ้นบนพื้นเวที

ซู่จินไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไปเมื่อเขาเห็นแบบนี้ เขาทุบโต๊ะและยืนขึ้นก่อนจะจ้องไปที่โม่ซิ่วด้วยความไม่เชื่อ

โม่ซิ่วเองก็หันไปมองซู่จินด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาด้วยเช่นกัน

ซู่จินถึงกับตัวสั่นเมื่อได้ห็นรอยยิ้มของโม่ซิ่ว “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

พิธีกรยังคงไม่ตอบสนองใดๆ แต่หลังจากนั้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเขาก็ประกาศผลทันที

"หมัดเลือดเดือดไม่ทําให้ผิดหวังจริงๆ เขาเอาชนะได้อย่างง่ายดายไปเลยครับ!"

เสียงของพิธีกรนั้นดังก้องไปทั่วสถานที่ ซึ่งทำให้เหล่าผู้ชมจำนวนมากต่างได้รับเงินจากการเดิมพัน

คนปกติทั่วไปนั้นจะเดิมพันว่าโม่ซิ่วต้องเป็นผู้ชนะครั้งนี้ ดังนั้นเหล่าผู้ชมจึงตื่นเต้นมาก

ในตอนนี้เสียงเชียร์ของเหล่าผู้ชมนั้นดังจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงใดๆแทรกเข้ามาได้เลย

ในขณะเดียวกันโทรศัพท์ของซู่จินนั้นดังขึ้น เขาเหลือบไปมองมันก่อนจะรับสาย ซึ่งจากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงและพูดอะไรบางอย่างขณะที่เขารีบเดินไปที่หลังเวทีอย่างเร่งรีบ

โม่ซิ่วกระโดดลงจากเวทีและไปขวางซู่จินเอาไว้

ซู่จินตะโกนด้วยความโกรธทันที “โม่ซิ่ว! หลีกไปซะ! ฉันจะจัดการเรื่องของนายในภายหลัง!”

หลังจากนั้นก็มีลูกน้องห้าคนข้างๆซู่จินมายืนขวางอยู่ตรงหน้าโม่ซิ่ว

โม่ซิ่วยกมือขวาขึ้นที่หัวของเขา

ซู่จินนั้นค่อนข้างสงสัยในขณะที่เขากำลังถือโทรศัพท์ “มันกำลังทำอะไรของมันอยู่กันแน่?”

ทันใดนั้นก็มีเรื่องบางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ดาบสั้นได้พุ่งออกมาจากความมืดด้านหลังซู่จิน ซึ่งเข้าไปปักเข้ากับโทรศัพท์ของซู่จิ

ซู่จินนั้นคว้าโทรศัพท์ไว้ไม่ทัน จากนั้นโทรศัพท์กระเด็นออกไปเข้ามือของโม่ซิ่ว

โม่ซิ่ววางโทรศัพท์ไว้ที่หูของเขาและได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์

“เฮ้! เฮ้! เกิดอะไรขึ้น? นายต้องชดใช้การสูญเสียในวันนี้นะเว้ย!”

โม่ซิ่วตอบว่า "แน่นอน แต่ว่า...ต้องหลังจากที่ฉันไปหานายแล้วนะ"

ขณะที่ซู่จินกําลังจะสั่งให้คนของเขาชิงโทรศัพท์กลับมา ดาบสั้นอีกเล่มก็ปรากฏขึ้นสกัดกั้นทางหลบหนีของพวกเขา ซึ่งทำให้โม่ซิ่วใช้โอกาสนี้หายตัวไป

คนที่ปาดาบสั้นมานั้นแน่นอนว่าต้องเป็นมู่ชิงอี้แน่นอน

มู่ชิงอี้นั้นอยู่รอบๆเวทีมาโดยตลอด อันที่จริงมู่ชิงอี้นั้นปรากฏตัวในทุกครั้งที่โม่ซิ่วต่อสู้ด้วยซ้ำ

นอกจากนี้มู่ชิงอี้ยังรอใช้พลังของเธอเพื่อชิงโทรศัพท์ของซู่จินมาอีกด้วย

หน้าที่ที่โม่ซิ่วมอบหมายให้มู่ชิงอี้ตั้งแต่แรกคือการคอยช่วยเหลือเขาในยามวิกฤต

ดังนั้นมู่ชิงอี้จึงมาที่นี่ทุกวันที่โม่ซิ่วต่อสู้เพื่อคอยช่วยเหลือเขาหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น

แม้ว่ามู่ชิงอี้นั้นจะไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในดังศัตรูได้ แต่ด้วยสถานะและภูมิหลังของเธอทําให้เธอสามารถเข้ามาที่เวทีต่อสู้ได้โดยไม่ถูกสงสัย

เนื่องจากพ่อแม่ของเธอได้เตรียมการทั้งหมดไว้เพื่อเธอตั้งแต่เธอยังเด็กทำให้เธอนั้นขาดอิสระ

แต่ตอนนี้การสอบเข้าวิทยาลัยได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดเธอก็ได้รับอิสรภาพในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะเข้าใจว่าทําไมเธอถึงได้มาที่นี่เพื่อมาค้นหาความตื่นเต้น เพราะมีหลายคนที่เป็นเหมือนกับมู่ชิงอี้ ดังนั้นคนเหล่านี้จะไม่โดนสงสัยจากซู่จิน

ซู่จินตะโกนสั่งทันที "รีบจับตัวมันมาเร็วเข้า!"

ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางความโกลาหลของฝูงชน สถานที่แห่งนี้ค่อยๆเงียบลงซึ่งทุกคนเริ่มรู้แล้วว่ามีการต่อสู้บางอย่างกําลังเกิดขึ้นด้านนอก

หลังจากการต่อสู้เกิดขึ้นได้ไม่นาน คนกลุ่มหนึ่งได้เดินเข้ามาจากด้านนอก

หลังจากที่ได้เห็นเครื่องแบบของคนกลุ่ม สถานที่แห่งนี้จึงเงียบลงในทันที

เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนของสหพันธมิตร

ผู้นํากลุ่มได้ชี้ไปที่ซู่จินและทำการจับกุมตัวเขาเอาไว้ทันที

แม้ว่าซู่จินจะยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ชัดเจนนัก แต่เขาได้เปิดใช้งานพลังทั้งสี่อย่างของเขาทันทีเพื่อเพิ่มความเร็วและคิดจะหนีออกไปข้างนอก

แต่หลังจากนั้นห้านาที ซู่จินก็ถูกลากตัวกลับเข้าไปในเวที สาเหตุที่ไม่มีใครสามารถหนีออกไปได้นั้นเพราะดาดฟ้าทั้งหมดในตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของสหพันธมิตรแล้ว

“ซู่จิน ฉันคือเย่ฉิงเฟิงจากสหพันธมิตรที่ร่วมมือกับทีมควบคุมกฎเพื่อจับตัวนาย”

ซู่จินจึงแสร้งเฉไฉทันที “อะไรกันๆ ผมแค่มาที่นี่เพื่อดูการต่อสู้เท่านั้น ถ้าจะจับผมผมก็โดนจับแค่ในฐานะผู้ชมเท่านั้น”

เย่ฉิงเฟิงหยิบรายชื่อออกมาและถือเอาไว้ให้ทุกคนได้เห็น

เมื่อซู่จินเห็นรายชื่อเขาจึงรู้ว่าวันนี้เขาจบเห่แล้ว

เย่ฉิงเฟิงตะโกนขึ้นว่า “นี่คือรายชื่อของทุกคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ ดังนั้นพวกเราจึงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกนายทุกคนที่นี่ ใครก็ตามที่บอกฉันได้ว่าใครคือผู้ควบคุมที่นี่ ฉันจะปล่อยคนที่บอกออกไปโดยที่ไม่ต้องถูกลงโทษ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนจึงตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันว่า "ซู่จิน ครับ!"

"ใช่แล้ว ซู่จินเป็นคนคุมทุกอย่างที่นี่จริงๆ!"

เย่ฉิงเฟิงพูดว่า “ได้ยินแล้วใช่ไหมซู่จิน? ตอนนี้ฉันมีหลักฐานมากมายที่จะพิสูจน์ได้ว่านายเป็นผู้ที่คุมทุกอย่างที่นี่ เอาล่ะทีนี้นายมีอะไรอยากจะพูดอีกมั้ย?”

ซู่จินก้มหน้าลงและไม่พูดอะไรอีกต่อไป

เย่ฉิงเฟิงพูดต่อ "บอกฉันมาซะว่าใครคือเจ้านายของนาย?"

“ใครคือเจ้านายของฉันงั้นเรอะ? ก็ฉันนี่แหละที่คุมที่นี่ นายเองก็ตรวจสอบทุกอย่างมาแล้ว ทําไมนายถึงยังถามอีกว่าใครคือเจ้านายของฉัน?”

เย่ฉิงเฟิงไม่ได้รีบร้อนมากนัก เขาเดินไปลากเก้าอี้ตัวหนึ่งและนั่งลงบนเก้าอีกนั้นอย่างสบายใจ “เอาล่ะโม่ซิ่ว ทำให้มันเห็นทีว่ามันจะปากแข็งไปได้อีกนานแค่ไหน?”

ในขณะเดียวกัน โม่ซิ่วและมู่ชิงอี้ก็เดินออกจากฝูงชน

เมื่อซู่จินเห็นโม่ซิ่วปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้ เขาจึงเข้าใจทุกอย่างและตะโกนด่าทันที

“โม่ซิ่ว ไอ้สารเลว ฉันคิดมาตลอดว่านายเป็นแค่ชายหนุ่มที่หยิ่งผยองเท่านั้น ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะฉลาดขนาดนี้ได้!”

โม่ซิ่วส่ายหัวและพูดว่า “ที่ผ่านมาฉันแค่แสดงเท่านั้น นายต่างหากที่มั่นใจมากเกินไป เอาล่ะบอกฉันทีว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้? และใครคือคนที่โทรหานายเมื่อกี้นี้ด้วย?”

ซู่จินตอบว่า “เขาเป็นแค่ลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น ไม่มีใครสามารถสั่งฉันได้หรอก!”

โม่ซิ่วยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ฮ่าๆๆๆ งั้นเรอะ? ฉันรู้นะว่าแหล่งทำเงินที่แท้จริงของนายไม่ใช่แค่การเดิมพัน แต่มาจากการเจ้านายของนายที่อยู่เบื้องหลังมาตลอด เจ้านายของนายจะลงเดิมพันในฝั่งที่ชนะ และนายก็เป็นคนดูแลผลกําไรของเจ้านายของนายเท่านั้น”

ซู่จินจ้องไปที่โม่ซิ่วราวกับว่าเขาต้องการจะฆ่าเขาให้ได้

อันที่จริงโม่ซิ่วได้รู้เรื่องนี้หลังจากการต่อสู้ครั้งแรกที่เขาได้เป็น “ราชานักสู้” เพราะซู่จินนั้นให้เงินที่เข้าได้มามากกว่าขึ้นให้กับโม่ซิ่ว

หลังจากนั้นโม่ซิ่วก็ได้เห็นคนดูแลบัญชีที่อยู่กับซู่จิน จนกระทั่งในที่สุดโม่ซิ่วก็ยืนยันได้ว่ารายได้ที่ซู่จิน ได้มาจากการต่อสู้ในแต่ละครั้งนั้นไม่สูงมาก

และหลังจากที่ได้รู้วิธีการเดิมพันของที่นี่ ในที่สุดโม่ซิ่วก็สามารถยืนยันได้ทันทีว่าต้องมีใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ซึ่งซู่จิน ก็มีโอกาสสูงที่เป็นควบคุมการเดิมพันของคนๆนั้นโดยการมาดูการต่อสู้เป็นบางครั้ง และแม้ว่าเขาจะไม่มาเอง เขาก็จะส่งคนที่เขาไว้ใจมาได้

ดังนั้นในวันนี้ โม่ซิ่วจึงจงใจไม่ทําตามบทในระหว่างการต่อสู้เพื่อดูว่าซู่จินและเจ้านายคนนั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

ซู่จินได้วางแผนการต่อสู้ครั้งนี้มาเป็นเวลานานและให้ความสําคัญกับมันมาก ดังนั้นเขาจะต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินจํานวนมหาศาลอย่างแน่นอน

หากมีการเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ของการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นซู่จินหรือเจ้านายคนนั้นที่ลงเดิมพัน พวกเขาจะต้องสูญเสียเงินก้อนใหญ่และต้องโกรธเป็นอย่างมาก

เมื่อการต่อสู้ได้สิ้นสุดลง ซู่จินก็ได้รับโทรศัพท์ลึกลับทันที ดังนั้นโม่ซิ่วจึงสามารถยืนยันได้ว่าเจ้านายคนนั้นอยู่เบื้องหลังจริงๆ

โม่ซิ่วได้กล่าวต่อว่า “ตอนนี้ฉันมีโทรศัพท์ของนายแล้วและฉันก็ได้บอกหมายเลขโทรศัพท์นั้นไปยังทีมควบคุมกฎแล้ว อีกไม่นานทีมควบคุมกฎก็คงได้รู้ว่าเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์นั้นเป็นใคร เอาล่ะ นายจะบอกมาดีๆหรือว่าจะให้หัวหน้าเย่ฉิงเฟิงตามหาตัวคนๆนั้นเอง?”

ใบหน้าของซู่จินเริ่มซีดขณะที่เขาพูดว่า “แล้วถ้านายรู้ว่าฉันคุยโทรศัพท์กับใครแล้วล่ะ? นายจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนๆนั้นคือผู้บงการตัวจริง?”

โม่ซิ่วดึงมู่ชิงอี้ออกไปเพื่อหลีกทาง

จากนั้นหลิวซี่หยางและเย่หยวนก็พาใครบางคนมา

คนๆนั้นก็คือนักบัญชีของซู่จิน จางซี่เรียว!

จบบทที่ บทที่ 33 : จะบอกดีๆไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว