- หน้าแรก
- ตำนานการ์ด ข้าคือคนที่พวกเจ้าทิ้งไป
- บทที่ 17 ฉันมี S มากกว่าเธอตัวนึงนะ
บทที่ 17 ฉันมี S มากกว่าเธอตัวนึงนะ
บทที่ 17 ฉันมี S มากกว่าเธอตัวนึงนะ
ในระยะประชิด
รูปลักษณ์ของทรราชย์มังกรจำแลงปรากฏชัดแก่สายตาทุกคน
ที่แท้มันก็คือมอนสเตอร์เพศเมียหน้าตาสะสวยนี่เอง!
บนหัวของเธอมีเขาสีดำสองเขา สวมชุดเกราะเกล็ดสีดำ เผยให้เห็นเรือนร่างที่ทั้งอวบอิ่มและปราดเปรียว ดูเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง
ดาบกระดูกยาวในมือของเธอยื่นออกมาจากแขนโดยตรง
เซี่ยหยวนไม่ได้ถูกฟันขาดสะพายแล่งในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความตกตะลึง เธอพูดตะกุกตะกัก "เกิด... เกิดอะไรขึ้น? อะไร... บังไว้!"
เซี่ยหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย "บอสดันเจี้ยนพูดได้ด้วยแฮะ? ที่แท้ก็เป็นแม่มังกรทรราชย์หรอกเรอะ..."
ราชินีวิญญาณน้ำแข็งชักดาบออกมาร่ายรำฟาดฟันเข้าที่แผ่นหลังของทรราชย์มังกรจำแลงอย่างไม่ลังเล!
ประกายดาบสว่างวาบ ไอเย็นยะเยือกบาดลึกถึงกระดูก!
อุณหภูมิในพื้นที่นั้นลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ความชื้นในอากาศจับตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตา
"เยือกแข็งพันลี้!"
ทรราชย์มังกรจำแลงหันขวับ ยกดาบกระดูกขึ้นป้องกัน แต่ก็ถูกแรงระเบิดจากปราณดาบน้ำแข็งซัดจนกระเด็นถอยหลังไปไกล
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก...!
ปราณดาบกวาดผ่านไปทางไหน กำแพงน้ำแข็งหนาทึบแหลมคมก็ก่อตัวขึ้นที่นั่น ลากร่างของทรราชย์มังกรจำแลงถอยร่นไปเรื่อยๆ
มันเงื้อดาบกระดูกขึ้น ฟาดฟันไปด้านหลังจนผืนดินแยกออก ถึงจะรอดพ้นมาได้!
"อืมมม ดาบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ"
เซี่ยหยวนลูบคาง ประเมินผลงานอย่างใจเย็น
สมแล้วที่เป็นภูตระดับ SR เลเวล 95 ดาเมจยังจัดจ้านใช้ได้
"ตกลงนายเป็นใครกันแน่?"
"เลเวลแค่ 28 ทำไมถึงบล็อกการโจมตีของมันได้?"
ราชินีวิญญาณน้ำแข็งเก็บดาบเข้าฝัก จ้องมองเซี่ยหยวนด้วยสายตาคมกริบ
แรงกดดันจาก SR ระดับสูงแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
โม่ซืออวี่รีบอธิบายด้วยความประหม่า
"พวกเรา... พวกเราเป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยผู้ใช้ภูตแห่งเป่ยชวนค่ะ"
"เขาคือภูตของหนู ชื่อเซี่ยหยวน ความสามารถของเขาค่อนข้างพิเศษ เอ่อ... อธิบายสั้นๆ ตอนนี้คงไม่ทันค่ะ!"
เซี่ยหยวนลูบหัวเธอเบาๆ "เจ้าอ้วนอวี่ เธออธิบายซะวุ่นวายไปหมดแล้ว"
เขาเข้าประเด็นและสรุปให้ฟังง่ายๆ
"เอาเป็นว่า ฉันมาช่วยพวกเธอ"
"ดูเหมือนยัยนั่นจะมีสติสัมปชัญญะเป็นของตัวเอง ฉันน่าจะควบคุมให้เธอหยุดนิ่งเอ๋อรับประทานไปได้"
"แต่ด้วยเลเวลของฉันและพลังวิญญาณของเจ้าอ้วนอวี่ในตอนนี้ คงทำได้เต็มที่แค่ประมาณหนึ่งนาทีเท่านั้นแหละ"
หานเยว่เงยหน้ามองโม่ซืออวี่ที่ถูกเซี่ยหยวนหิ้วอยู่ "เดี๋ยวก่อน ให้สาวน้อยเข้ามาหลบในบาเรียพลังวิญญาณของเราก่อนดีกว่า ข้างในนี้ปลอดภัยที่สุด"
เซี่ยหยวนเอื้อมมือไปแตะบาเรีย "ดูเปราะบางจังเลยแฮะ จะไหวแน่เหรอ?"
หานเยว่อธิบาย "นี่คือบาเรียพิเศษสำหรับทีมจู่โจมโดยเฉพาะ สร้างขึ้นมาเพื่อพรางการรับรู้ของบอส มันจะไม่โจมตีเข้ามาที่นี่ตามสัญชาตญาณ และคลื่นกระแทกจากการต่อสู้ทั่วไปก็พังบาเรียนี้ไม่ได้หรอก"
เซี่ยหยวนถึงได้ยอมโยนโม่ซืออวี่เข้าไปข้างใน
ราชินีวิญญาณน้ำแข็งขมวดคิ้ว มองดูตัวเลขเลเวลบนหัวเซี่ยหยวน "นายบอกว่าควบคุมบอสได้งั้นเหรอ? แต่นายเลเวลแค่ 28 เองนะ จะให้พวกเราเชื่อใจนายได้ยังไง?"
เซี่ยหยวนเท้าเอว ยืดอกเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ แล้วส่งยิ้มให้เธอ "เธอเป็น SR ใช่ป่ะ? ฉันมี S มากกว่าเธอตัวนึง แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง!"
หานเยว่และผู้ใช้ภูตคนอื่นๆ ในที่นั้นต่างก็ประหลาดใจ
"นายคือ SSR งั้นเหรอ?"
"จริงด้วยสิ ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นข่าวว่าวิทยาลัยผู้ใช้ภูตแห่งมหาวิทยาลัยชวนมีเด็กสุ่มได้ SSR ใหม่จริงๆ ด้วย!"
ราชินีวิญญาณน้ำแข็งจ้องมองชายหนุ่มผมเงินตรงหน้า รู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก เธอจึงตอกกลับอย่างหยิ่งยโส "มี S เพิ่มมาตัวนึงแล้วมันยังไงล่ะ? ฉันเลเวล 95 แถมยังมีรูนพลังวิญญาณเลเวลตันด้วยนะยะ!"
เซี่ยหยวนปากคอเราะร้ายกว่าเดิม เขาพูดแหย่ "ก็นั่นแหละ เธอก็ยังเป็นแค่ SR อยู่ดี ฮ่าๆๆ... ระหว่างเรามันมี S กั้นอยู่นะ ทำไมเธอไม่เติม S เข้าไปอีกล่ะ? ไม่ชอบ S เหรอไง?"
เมื่อเห็นท่าทางกวนโอ๊ยของเขา ราชินีวิญญาณน้ำแข็งก็กัดฟันกรอด "เจ้านาย ฉันขอชกหน้าหมอนี่สักหมัดได้ไหม?!"
หานเยว่รีบปรามเสียงดุ
"พอได้แล้ว เลิกเล่นกันทั้งคู่นั่นแหละ ไม่เห็นหรือไงว่าสถานการณ์ตอนนี้มันหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดไหน"
โม่ซืออวี่บ่นอย่างหัวเสีย "เซี่ยหยวน...!"
เซี่ยหยวนโบกมืออย่างอ่อนใจ
"โอเคๆ เข้าใจแล้ว น่ารำคาญชะมัด..."
"สรุปก็คือ อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ ฉันสามารถควบคุมยัยนั่นได้หนึ่งนาที ในช่วงเวลานั้น ขอแค่ฉันกับแม่สาว SR คนนี้จัดเต็มสาดดาเมจใส่ยัยนั่นให้สุดกำลังก็พอ"
หานเยว่กัดนิ้วตัวเองอีกครั้งอย่างครุ่นคิด
ความสามารถที่เซี่ยหยวนเพิ่งแสดงให้เห็นนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ในฐานะผู้ใช้ภูตระดับ T1 ของสมาคม หานเยว่เป็นคนกว้างขวางและมีความรู้เรื่อง SSR อยู่บ้าง
SSR ขึ้นชื่อเรื่องสกิลที่โกงเกินเบอร์อยู่แล้ว
บางสกิลก็ไม่ถูกจำกัดด้วยเลเวลเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นอาจจะมีโอกาสชนะจริงๆ ก็ได้!
เธอจึงตัดสินใจเสี่ยงดูสักตั้ง
หานเยว่เหลือบมองบอสที่อยู่ไกลออกไป การปรากฏตัวของเซี่ยหยวนทำให้อีกฝ่ายระแวดระวังตัว และดูเหมือนจะยังไม่อยากเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนในตอนนี้
พวกเขามีเวลาวางแผน!
"ตกลง!"
"นายต้องบอกความสามารถในการควบคุมอย่างละเอียดมาให้เราฟังก่อน เราจะได้วางแผนกลยุทธ์ถูก!"
เซี่ยหยวนไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร เขาจึงอธิบายวิธีเปิดใช้งานและความสามารถของ 'กางอาณาเขต: พรมแดนไร้เขต' ให้ฟังทันที
"พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันสามารถดึงอีกฝ่ายเข้ามาในอาณาเขตของฉัน บังคับให้สมองของยัยนั่นต้องรับรู้และประมวลผลข้อมูลซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน"
เขาชี้ไปที่หัวตัวเอง
"ก็เหมือนกับการยัดเยียดข้อมูลขยะจำนวนมหาศาลเข้าไปในสมองนั่นแหละ ทำให้สมองทำงานผิดปกติ จนเกิดอาการรวนและเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ"
"หลังจากกางอาณาเขตแล้ว จะมีแค่คนที่ฉันแตะตัวเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ"
"นอกจากนี้ ภายในอาณาเขตของฉัน พลังโจมตีของฉันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แถมยังมาพร้อมกับบัฟโจมตีโดน 100% อีกด้วย"
เมื่อได้ยินคำอธิบาย ทุกคนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
โดยเฉพาะราชินีวิญญาณน้ำแข็ง ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ในโลกนี้มีสกิลควบคุมที่วิปริตขนาดนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย?"
โม่ซืออวี่ยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม เธอไม่เคยคิดเลยว่าท่าไม้ตายของเซี่ยหยวนจะโกงได้โล่ขนาดนี้!
บังคับให้สมองรวน แถมยังพ่วงบัฟโจมตีโดน 100% ในอาณาเขต บวกกับพลังเวทอันรุนแรงของเซี่ยหยวนอีก แค่นี้ก็ไร้เทียมทานแล้ว!
มิน่าล่ะ เซี่ยหยวนถึงได้พร่ำบอกอยู่ตลอดเวลาว่าเขาแข็งแกร่งที่สุด ที่แท้เขาก็ไม่ได้โม้เลยสักนิด!
หานเยว่และเหล่าผู้ใช้ภูตของสมาคมเองก็ช็อกไปตามๆ กัน
"SSR... สกิลของพวกมันช่างหลุดโลกจริงๆ..."
"นี่มันโกงเกินไปแล้ว!"
"เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า? ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย..."
หานเยว่กัดนิ้วตัวเองอย่างแรง "ตกลง ลุยกันเลย หวังว่านายจะไม่ได้แค่ราคาคุยนะ..."
ภูตสายซัพพอร์ตอีกสองสามตนถูกเรียกตัวกลับมา และรับทราบแผนการรบขั้นสุดท้าย
ถึงแม้จะเป็นแค่ซัพพอร์ต แต่ประโยชน์ที่พวกเขามอบให้นั้นมีมหาศาล
สองตนสามารถบัฟพลังโจมตีให้ภูตสายดาเมจหลักได้สูงสุดถึง 300%!
ส่วนอีกตนสามารถบัฟความเร็วเพิ่มให้ได้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมราชินีวิญญาณน้ำแข็งเพียงลำพังถึงสามารถต่อกรกับบอสทรราชย์มังกรจำแลงได้นานขนาดนี้
เซี่ยหยวนบิดขี้เกียจ "เอาบัฟพวกนี้ไปประเคนให้แม่สาว SR ให้หมดเลย ฉันไม่จำเป็นต้องใช้หรอก"
ราชินีวิญญาณน้ำแข็งแค่นเสียงเย็น "นายมีหน้าที่แค่คุมให้อยู่ก็พอ ที่เหลือปล่อยให้ฉันจัดการเอง"
เซี่ยหยวนปรายตามองเธอพลางหัวเราะหึๆ "จำไว้นะ ตอนที่ฉันกางอาณาเขต เธอต้องเกาะฉันไว้ให้แน่นๆ ล่ะ ไม่งั้นถ้าเธอเกิดสมองเสื่อมกลายเป็นคนบ้าขึ้นมา ฉันไม่รับผิดชอบนะ"
ราชินีวิญญาณน้ำแข็งเมินเฉยต่อคำพูดของเขา เธอหลับตาลงช้าๆ สูดหายใจลึก แล้วระเบิดไอเย็นยะเยือกทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ!
เกล็ดน้ำแข็งทอประกายระยิบระยับก่อตัวเป็นชั้นๆ บนกระโปรงอัศวินของเธอ ร่างของเธอเบ่งบานราวกับดอกบัวน้ำแข็ง อาบไล้ไปด้วยวิญญาณน้ำแข็ง ช่างงดงามจนลืมหายใจ!
"บูสต์สเตตัสทั้งหมด!"
"ร่างวัลคีรีเกล็ดน้ำแข็ง!"
เซี่ยหยวนปรบมือเปาะแปะอยู่ข้างๆ "ยอดเยี่ยมๆ หุ้มด้วยน้ำแข็งทั้งตัวเลย ไม่คิดเลยนะว่าแม่สาว SR ก็มีร่างเฟสสองเป็นไอศกรีมกับเขาด้วย!"
เส้นเลือดบนขมับราชินีวิญญาณน้ำแข็งปูดโปน เธอแหวใส่เสียงขุ่น "ร่างวัลคีรียะ! หูหนวกหรือไงฮะ!"
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เซี่ยหยวนเปลี่ยนมาทำหน้าขึงขังจริงจัง เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"เอาล่ะ แม่สาว SR ในสถานการณ์แบบนี้ เลิกเล่นมุกตลกได้แล้ว จริงจังหน่อยสิ!"
ราชินีวิญญาณน้ำแข็ง: "......"
หลังจากล้มบอสได้เมื่อไหร่ เธอสาบานเลยว่าจะต้องอัดไอ้หมอนี่ให้น่วม!
ในโลกนี้มีภูตที่น่ารำคาญขนาดนี้อยู่ด้วยหรือไงเนี่ย!