- หน้าแรก
- ตำนานการ์ด ข้าคือคนที่พวกเจ้าทิ้งไป
- บทที่ 15 เครื่องบดเนื้อกลางสมรภูมิ
บทที่ 15 เครื่องบดเนื้อกลางสมรภูมิ
บทที่ 15 เครื่องบดเนื้อกลางสมรภูมิ
เซี่ยหยวนและโม่ซืออวี่เทเลพอร์ตเข้ามาภายในบาเรียได้สำเร็จ
การต่อสู้อันสับสนวุ่นวายกำลังปะทุขึ้นอย่างดุเดือด!
เหล่าผู้ใช้ภูตและภูตฝั่งสมาคมกำลังตะลุมบอนกับมอนสเตอร์เลเวล 50 จำนวนมหาศาล สาดสกิลใส่กันอุตลุดจนลานตาไปหมด!
ใจกลางสมรภูมิมีพอร์ทัลดันเจี้ยนขุมนรกสีดำทะมึน ขนาดใหญ่กว่าประตูทางเข้าดันเจี้ยนทั่วไปหลายเท่าตัว
ขณะนี้ มอนสเตอร์นับไม่ถ้วนกำลังทะลักออกมาจากพอร์ทัลอย่างไม่ขาดสาย!
พวกมันทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นมอนสเตอร์สายพันธุ์มังกร
【 เลเวล 50 มังกรนรกไร้ปีก! 】
【 เลเวล 55 มังกรซากศพเน่าเปื่อย! 】
【 เลเวล 60 มังกรแฝดน้ำแข็งอัคคี! 】
【 เลเวล 65 มังกรคำรามส่งวิญญาณ! 】
【 ...... 】
พวกมันบินว่อนเต็มฟ้า มุดดินไปมา พ่นลมหายใจธาตุต่างๆ สว่างไสวบาดตา
ซากปรักหักพังของเมืองได้แปรสภาพเป็นขุมนรกบนดินไปเสียแล้ว
มอนสเตอร์เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่โม่ซืออวี่ไม่เคยเห็นในตำราเรียน "พวกมันไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลมอนสเตอร์เลย เป็นสายพันธุ์ใหม่แน่ๆ เซี่ยหยวน ระวังตัวด้วยนะ มอนสเตอร์สายพันธุ์มังกรมีร่างกายแข็งแกร่งมาก จัดการยากสุดๆ!"
ขืนปล่อยให้มังกรพวกนี้หลุดออกไปได้สักตัวสองตัวละก็ หายนะมาเยือนแน่!
ไม่อยากจะคิดเลยว่าเมืองเป่ยชวนจะพังพินาศไปขนาดไหน
เหล่าผู้ใช้ภูตและภูตของสมาคมที่อยู่แนวหน้าสังเกตเห็นการมาถึงของทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นตัวเลขเลเวล 25 หราอยู่บนหัวเซี่ยหยวน ทุกคนก็ถึงกับอึ้งกิมกี่
"เชี่ยอะไรวะเนี่ย ภูตเลเวล 25 กล้าเข้ามาที่นี่ด้วยเหรอ!"
"เฮ้ย! ตรงนี้มันอันตรายเกินไป รีบออกไปเร็วเข้า!"
"พวกนักศึกษาต้องไปเฝ้าอยู่ข้างนอกบาเรียสิ!"
"คนข้างนอกทำบ้าอะไรกันอยู่? ไหนบอกว่านักศึกษาที่จะมาช่วยต้องมีภูตเลเวล 50 ขึ้นไปไง!"
"......"
"หนวกหูชะมัด!"
เซี่ยหยวนดึงผ้าปิดตาออก นัยน์ตาสีฟ้าครามส่องประกายเจิดจ้าในความมืดมิด ระหว่างฝ่ามือของเขาปรากฏเกลียวพลังงานสีน้ำเงินหมุนวน "ไสยเวทหมุนตาม เอาต์พุตสูงสุด อาโอะ (คราม)!"
เขาวาดวงแขน ดึงรั้งเกลียวพลังงานสีน้ำเงินนั้นให้บิดเบี้ยว
โดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง เขาเริ่มวาดวงกลมกลางอากาศ!
มวลแรงดึงดูดสีน้ำเงินอันทรงพลัง บดขยี้และฉีกกระชากฝูงมังกรที่พุ่งเข้ามาโจมตีจากทุกทิศทางด้วยความรุนแรงดุจพายุหมุน จนพวกมันกลายเป็นเพียงหินวิญญาณร่วงกราว!
ในรัศมีวงกลมรอบตัวเขา ไม่ว่า 'อาโอะ' จะกวาดผ่านไปทางไหน พื้นดินก็ยุบตัวเป็นวงกว้าง
เหลือเพียงพื้นที่เล็กๆ ใต้เท้าเซี่ยหยวนและโม่ซืออวี่เท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิม!
การโจมตีเพียงครั้งเดียว สังหารมอนสเตอร์มังกรไปกว่าสิบตัว!
ภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำเอาสมาชิกสมาคมคนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ และหุบปากฉับโดยไม่ได้นัดหมาย
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!
นี่มันเลเวล 25 ภาษาอะไรวะ?!
พลังต่อสู้มันจะหลุดโลกเกินไปแล้ว!
เมื่อกี้มันใช้งัดท่าไม้ตายก้นหีบออกมาเลยรึเปล่า?!
ขนาดภูตเลเวล 70-80 ของพวกเขายังทำแบบนั้นไม่ได้เลย!
เซี่ยหยวนโชว์เทพได้สำเร็จ
โม่ซืออวี่เองก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เธอยืดอกเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ ราวกับสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ...
นี่แหละ SSR ของเธอ โหดเหี้ยมไร้ปรานีสุดๆ!
หลังจากนั้น เซี่ยหยวนก็อาศัยการป้องกันอันสมบูรณ์แบบจาก 'มุเก็น' บุกตะลุยโจมตีอย่างบ้าบิ่นยิ่งขึ้น
รอยยิ้มคลั่งไคล้ปรากฏบนริมฝีปาก มือซ้ายร่าย 'อาโอะ' มือขวาร่าย 'อากะ'
บางครั้งเมื่อเจอมอนสเตอร์มังกรระดับสูงที่อึดถึกทน เขาก็จะประเคน 'มุราซากิ' ส่งพวกมันไปลงนรก!
ตูม ตูม ตูม!
เซี่ยหยวนกลายร่างเป็นป้อมปืนใหญ่เคลื่อนที่กลางสนามรบ สังหารหมู่ศัตรูอย่างไม่ลดละ มังกรที่ว่าแน่ๆ กลับเปราะบางราวกับกระดาษเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แตะปุ๊บแหลกปั๊บ!
ทำเอาเหล่าผู้ใช้ภูตและภูตของสมาคมถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ เกือบคิดไปว่ามีบอสดันเจี้ยนขุมนรกหลุดออกมาร่วมแจมซะแล้ว...
มีเพียงโม่ซืออวี่เท่านั้นที่ต้องรับกรรม เธอรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณถูกสูบออกไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
ด้วยการเข้าร่วมของเซี่ยหยวน เครื่องจักรบดขยี้มอนสเตอร์ สถานการณ์ของฝั่งสมาคมก็เริ่มคลี่คลายลงบ้าง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนมอนสเตอร์ที่มีมากเกินไป พวกเขาจึงยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
มอนสเตอร์หลายตัวเริ่มพุ่งชนบาเรียสีแดง พยายามจะหาทางออกไปให้ได้
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้
มอนสเตอร์เลเวล 50 ที่ถูกเซี่ยหยวนสังหารไปนั้น ทะลุหลักร้อยตัวไปแล้ว
เลเวลของเขาก็ขยับขึ้นมาเป็น 28!
แถบความคืบหน้ารางวัลจากระบบ... 13%!
เซี่ยหยวนใช้มือเปล่าฉีกหัวมอนสเตอร์มังกรตัวหนึ่งขาดกระจุย เตะซากมันกระเด็นไป ก่อนจะหันไปถามโม่ซืออวี่ที่หลบอยู่ข้างหลัง "พลังวิญญาณเหลือเท่าไหร่แล้ว?"
โม่ซืออวี่รีบตอบ "เหลือแค่หนึ่งในสามเอง แต่ถ้ากินยาเพิ่มพลังที่เตรียมมา ก็จะฟื้นฟูได้อีกครึ่งนึง รวมๆ ก็น่าจะสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์"
ช่วงนี้เธอเองก็พัฒนาขึ้นมาก ทุกครั้งที่เซี่ยหยวนสูบพลังวิญญาณของเธอจนหมดเกลี้ยง หลังจากฟื้นฟูแล้ว ความจุพลังวิญญาณสูงสุดของเธอก็จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้น ภูตแมวน้อยของเธอก็อัปเลเวลไปถึง 50 แล้ว ติดแหง็กอยู่ที่คอขวดรอการปลดล็อกขีดจำกัด แต่ก็ช่วยซัพพอร์ตฟื้นฟูและลดการใช้พลังวิญญาณให้เธอได้มากโข
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ขืนเซี่ยหยวนเล่นสาดสกิลเป็นน้ำแบบนี้ เธอคงสลบเหมือดไปตั้งนานแล้ว
เซี่ยหยวนมองไปที่พอร์ทัลตรงกลาง "สู้แบบนี้คงไม่มีวันจบ บอสดันเจี้ยนขุมนรกต้องซ่อนอยู่ในพอร์ทัลนั่นแน่ๆ ใช่ไหม? ถ้าฆ่ามันได้ ลูกกระจ๊อกพวกนี้ก็จะตายตามไปด้วยหรือเปล่า? มีใครเข้าไปเคลียร์บอสหรือยัง?"
โม่ซืออวี่พยักหน้า "ทีมเจ้าหน้าที่ทางการของสมาคมน่าจะส่งทีมบุกทะลวงเข้าไปจัดการบอสแล้วล่ะ พวกเราแค่ทำหน้าที่ยันพวกมันไว้ตรงนี้ก็พอ"
เซี่ยหยวนยกมือขึ้น ร่าย 'อากะ' บดขยี้มอนสเตอร์ไปอีกตัว "แต่นี่มันก็นานแล้วนะ พวกนั้นยังเคลียร์ไม่เสร็จอีก สงสัยจะเจอตอเข้าให้แล้วมั้ง..."
เมื่อโม่ซืออวี่ได้ยินดังนั้น เธอก็รู้ทันทีว่าเซี่ยหยวนกำลังคิดอะไรอยู่
เธอทำหน้าแหยงๆ "นายอยากจะเข้าไปข้างในใช่ไหมล่ะ..."
เซี่ยหยวนทำท่าครุ่นคิด "ถ้าเคลียร์บอสดันเจี้ยนขุมนรกได้ น่าจะได้ค่าประสบการณ์ก้อนโตเลยนะ!"
จากการลงดันเจี้ยนหลายครั้งที่ผ่านมา เซี่ยหยวนค้นพบว่าการล้มบอสดันเจี้ยนไม่เพียงแต่จะได้ค่าประสบการณ์มหาศาล แต่ยังมีผลดีที่สุดในการเพิ่มแถบความคืบหน้ารางวัลจากระบบอีกด้วย!
โม่ซืออวี่รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่เอาๆ บอสดันเจี้ยนขุมนรกส่วนใหญ่เลเวลตันกันทั้งนั้น เลือดก็เยอะ ดาเมจก็แรง ด้วยพลังของเราตอนนี้ ไม่มีทางสู้มันได้หรอก!"
ตูม!
เศษน้ำแข็งก้อนเขื่องพุ่งอัดหน้าเซี่ยหยวน แต่ถูก 'มุเก็น' บล็อกไว้จนแตกกระจาย "ไม่มีภูตของสมาคมตนอื่นอยู่ข้างในหรือไง? ปล่อยหน้าที่ทำดาเมจให้พวกนั้นไปสิ"
โม่ซืออวี่กระพริบตาปริบๆ งุนงงเล็กน้อย "หมายความว่าไง?"
เซี่ยหยวนหัวเราะพลางอธิบาย "เธออยากเห็น 'กางอาณาเขต' ไม่ใช่เหรอ? เอาจริงๆ 'กางอาณาเขต' ของฉันมันเป็นท่าไม้ตายสายควบคุมน่ะ เผื่อจะช่วยพวกนั้นได้"
โม่ซืออวี่ประหลาดใจ "ทำดาเมจมหาศาลขนาดนี้ ยังจะมาบอกว่าตัวเองเป็นภูตสายควบคุมอีกเหรอ?"
เซี่ยหยวนยิ้ม ในแง่หนึ่ง 'กางอาณาเขต' ที่ทรงพลังที่สุดของเขาก็ถือเป็นการควบคุมนั่นแหละ
แต่ดาเมจก็ไม่ได้ไก่กาอาราเล่หรอกนะ
"เอาล่ะ ตัดสินใจแล้ว! เข้าไปลุยกันเลย!"
ไม่รอให้โม่ซืออวี่ตั้งตัว เซี่ยหยวนก็คว้าตัวเธอแล้วพุ่งทะยานเข้าหาพอร์ทัลดันเจี้ยนขุมนรกทันที
ระหว่างทาง สมาชิกสมาคมเห็นภูตเลเวล 28 ที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์มนาคนนั้นกำลังพุ่งเข้าใส่พอร์ทัลอีกครั้ง ต่างก็พากันตกตะลึง
"หมอนั่นบ้าไปแล้วเหรอ? จะบุกเข้าไปในดันเจี้ยนขุมนรกเนี่ยนะ!"
"ทีมบุกทะลวงเข้าไปตั้งนานแล้ว ขืนเข้าไปตอนนี้มีแต่จะไปเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ!"
"เดี๋ยวนี้เด็กมหาลัยเขาไม่กลัวตายกันแล้วรึไง?!"
"จำได้ว่าช่วงก่อนมีข่าวว่าวิทยาลัยผู้ใช้ภูตแห่งมหาวิทยาลัยชวนมีเด็กสุ่มได้ SSR ใหม่ น่าจะเป็นหมอนี่แหละ ไม่งั้นพลังต่อสู้คงไม่หลุดโลกขนาดนี้หรอก!"
"แต่ต่อให้เป็น SSR เลเวลแค่ 28 ก็ไม่ควรแหยมกับดันเจี้ยนขุมนรกป่ะ!"
"หมอนี่เห็นดันเจี้ยนขุมนรกเป็นสนามเด็กเล่นไว้ปั๊มเวลรายวันหรือไง? ใจกล้าหน้าด้านจริงๆ!"
"......"
โม่ซืออวี่ปลงตกกับชะตากรรมของตัวเอง
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่พาวเวอร์แบงก์ ที่มีหน้าที่คอยชาร์จแบตให้เซี่ยหยวน โดยไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย...
แต่อย่างไรก็ตาม เธอรู้ดีว่าถึงแม้เซี่ยหยวนจะดูหยิ่งยโสโอหัง แต่เขาก็รู้ลิมิตตัวเองดี
ในเมื่อเขาบอกว่าท่าไม้ตายของเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ลองเข้าไปดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหาย...
ถ้าเขาสามารถช่วยให้ทีมบุกทะลวงของสมาคมเคลียร์ดันเจี้ยนขุมนรกได้เร็วขึ้น นอกจากจะได้ค่าประสบการณ์ก้อนโตแล้ว ยังเป็นการยุติภัยพิบัติครั้งนี้ให้เร็วขึ้นอีกด้วย
เซี่ยหยวนอุ้มโม่ซืออวี่ ทุ่มสุดตัว สังหารมอนสเตอร์มังกรที่ขวางหน้าเบิกทาง แล้วพุ่งพรวดเข้าไปในพอร์ทัล
ทิวทัศน์รอบข้างเปลี่ยนไปในพริบตา
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือทะเลทรายอันแห้งแล้ง
ผืนทรายสีทองสุดลูกหูลูกตา ภายใต้แสงแดดแผดเผา!
เซี่ยหยวนอุ้มโม่ซืออวี่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีของมอนสเตอร์ชั่วคราว
เมื่อมองออกไป ฝูงมอนสเตอร์มังกรสีดำทะมึนมืดฟ้ามัวดินกำลังหลั่งไหลเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่ขาดสาย ทุกตัวล้วนต้องการจะพุ่งออกไปจากดันเจี้ยน
ไกลออกไป มีเสียงการต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหว!
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมอง และพบกับมังกรดำร่างยักษ์ยืนตระหง่านอยู่กลางทะเลทราย
ลำตัวของมันสูงใหญ่เทียมฟ้า รูปร่างคล้ายทีเร็กซ์ดึกดำบรรพ์!
เกล็ดสีดำขลับดุจออบซิเดียนปกคลุมทั่วทั้งร่าง บนหัวมีดวงตาสีแดงฉานสามดวงเรียงกันเป็นระเบียบ แผ่รังสีอำมหิตชั่วร้าย!
แขนขาทั้งสี่กำยำล่ำสัน กรงเล็บแหลมคมดุจใบมีด!
ทุกครั้งที่มันอ้าปากกว้าง พลังงานทำลายล้างมหาศาลก็จะถูกปลดปล่อยออกมา!
【 เลเวล 100 หายนะแห่งขุมนรก · ซากศพของนีดฮอกก์ (เฟส 2 — ร่างทรราชย์ล้างโลก) 】
ภูตของทีมบุกทะลวงจากสมาคมกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด พวกเขาบินวนโจมตีมันอย่างไม่ลดละราวกับฝูงแมลงวัน!
โม่ซืออวี่ไม่เคยเห็นบอสที่แผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้มาก่อน เธอตกใจจนหน้าถอดสี
เซี่ยหยวนยกมือขึ้นป้องตาพลางแหงนมองด้วยความทึ่ง "นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ อุลตร้าแมนมายังเนี่ย?"
โม่ซืออวี่ถามด้วยความงุนงง "อุลตร้าแมนคือใครเหรอ?"
เซี่ยหยวน: "แสงสว่างไง!"