เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 376: ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ข้าคือปรมาจารย์ช่างตีหน้ากาก 'ซ่อนเร้นไร้ร่องรอย'

บทที่ 376: ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ข้าคือปรมาจารย์ช่างตีหน้ากาก 'ซ่อนเร้นไร้ร่องรอย'

บทที่ 376: ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ข้าคือปรมาจารย์ช่างตีหน้ากาก 'ซ่อนเร้นไร้ร่องรอย'


'

ฮั่วฉือคุนครุ่นคิดในใจ การปรากฏตัวของหยุนเช่อ อาจจะนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนให้น้องสาวผู้อาภัพของตนได้จริงๆ ก็เป็นได้

เขาหันไปสั่งสาวใช้ข้างกายให้เตรียมน้ำชาและของว่างรสอ่อน แล้วเดินเงียบๆ ออกจากลานบ้านไป

หยุนเช่อประคองฮั่วจิ่นชาง เดินลึกเข้าไปในสวนทีละก้าว ที่นั่นมีเรือนหลังเล็กประณีต รายล้อมด้วยบัวเพลิงที่บานสะพรั่ง ดูเงียบสงบและงดงาม

ฮั่วจิ่นชางซบลงบนไหล่ของหยุนเช่อ สัมผัสถึงความอุ่นใจและอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นางแอบช้อนตามองหยุนเช่อ เห็นเพียงโครงหน้าด้านข้างที่คมเข้ม แววตาแฝงความลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย ทำให้นางใจเต้นรัวโดยไม่รู้ตัว

"ข้า... ข้าเป็นอะไรไป? เพิ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ ทำไมถึงทำตัวไม่เหมาะสมแบบนี้ นี่ใช่ข้าจริงหรือ?"

ดวงตาอ่อนโยนดั่งสายน้ำของฮั่วจิ่นชางฉายแววสับสน หรือว่า... รักแรกพบจะมีอยู่จริงในโลก?

หยุนเช่อประคองอีกฝ่ายให้นอนพักบนเตียง สั่งความสาวใช้ข้างๆ สองสามประโยค แล้วถอยออกจากห้องไปเงียบๆ

"เจ้าพักผ่อนให้สบาย ข้าจะหาวิธีรักษาโรคของเจ้าให้ได้"

"ขอบคุณเจ้าค่ะคุณชายหยุน"

ฮั่วจิ่นชางยิ้มบางๆ นางไม่ได้เก็บคำพูดของหยุนเช่อมาใส่ใจ คิดเพียงว่าอีกฝ่ายแกล้งพูดปลอบใจเท่านั้น

โรคนี้นางรู้ตัวดี เป็นโรคร้ายแต่กำเนิดที่แม้แต่ยาโอสถระดับแปดก็ยังรักษาไม่หาย หากรักษาได้ ด้วยรากฐานของตระกูลฮั่ว ก็คงรักษาหายไปนานแล้ว

หยุนเช่อปิดประตูห้อง ในใจครุ่นคิดว่าจะช่วยแก้วิกฤตโรคร้ายแต่กำเนิดนี้ให้อีกฝ่ายอย่างไรดี

"ว่ากันว่ายาโอสถระดับเก้ามีฤทธิ์เปลี่ยนชะตาฝืนลิขิตสวรรค์ แต่ยาแบบนั้นหายากยิ่ง แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตมหาจักรพรรดิก็ยังอาจไม่มีครอบครอง"

"บางที ข้าอาจจะลองไปค้นกระเป๋ายอดฝีมือขอบเขตเทพดู วันนั้นมัวแต่หนีตาย ยังดูรายการที่คว้าได้ของสองยอดฝีมือขอบเขตเทพนั่นไม่ละเอียด ไม่แน่พวกมันอาจจะมียาระดับเก้าอยู่จริงๆ"

หยุนเช่อขมวดคิ้ว คิดไปคิดมาก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

"ไม่ได้ เจตจำนงแห่งเทพของยอดฝีมือขอบเขตเทพน่ากลัวเกินไป พลังแห่งกฎเกณฑ์ก็ยังไม่พอเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกมัน ตอนนี้ไพ่ตายที่ข้าใช้ได้ในโลกนี้มีน้อยเกินไป ต้องเร่งยกระดับหน้ากากแห่งความตะกละให้มากกว่านี้อีก"

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หยุนเช่อตั้งใจจะไปถามฮั่วฉือคุนก่อนว่า ตระกูลฮั่วมีช่างตีเหล็กระดับปรมาจารย์ที่สามารถฝังผลึกต้นกำเนิดหน้ากากได้หรือไม่

ขอแค่ฝังผลึกเข้าไปได้สำเร็จ หน้ากากแห่งความตะกละของเขาก็จะได้คุณสมบัติใหม่มา ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน

หยุนเช่อเดินออกจากห้องไปตามทางเดินเล็กๆ ในสวน ไม่นานก็พบฮั่วฉือคุนที่กำลังจัดการธุระอยู่

ฮั่วฉือคุนเห็นหยุนเช่อมา ก็ยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่นและเดินเข้ามาหา

หยุนเช่อไม่อ้อมค้อม บอกความต้องการของตนกับฮั่วฉือคุนตรงๆ

ฮั่วฉือคุนฟังจบ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "พี่หยุน ตระกูลฮั่วของข้าก็พอมีช่างตีเหล็กฝีมือเยี่ยมอยู่บ้าง แต่เรื่องฝังผลึกต้นกำเนิดแบบนี้ พวกเขาก็ไม่เคยลองทำมาก่อน เพราะผลึกต้นกำเนิดล้ำค่าและพิเศษเกินไป หากผิดพลาดขึ้นมา ไม่เพียงจะเสียผลึกอันล้ำค่าไปเปล่าๆ ยังอาจทำให้หน้ากากเสียหายได้ด้วย"

หยุนเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ฟังดูแล้ว เรื่องฝังผลึกต้นกำเนิดนี้ คงต้องพึ่งตัวเองซะแล้ว ขอแค่คัดลอกทักษะการตีหน้ากากของอีกฝ่ายมา การฝังผลึกต้นกำเนิดให้สำเร็จก็น่าจะไม่ยาก

"ไม่เป็นไร รบกวนพี่ฮั่วพาข้าไปพบช่างตีหน้ากากที่ท่านว่ามาก่อนเถอะ"

ฮั่วฉือคุนพยักหน้ารับปาก "ได้ ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้"

ในลานบ้านที่อุณหภูมิค่อนข้างสูง เตาหลอมขนาดใหญ่หลายเตากำลังลุกโชน ช่างตีเหล็กเปลือยท่อนบนหลายคนกำลังล้อมวงอยู่ข้างเตา ตั้งอกตั้งใจตีหน้ากากในมือ

ช่างตีหน้ากากเป็นกลุ่มคนที่พิเศษมาก สถานะสูงส่ง แทบไม่มีใครกล้าตอแย แถมในรัศมีที่มีเตาหลอม ยังสามารถถอดหน้ากากได้ด้วย เพราะต้องช่วยลูกค้าบำรุงรักษาหน้ากาก จะให้ใส่ติดหน้าตลอดเวลาก็คงไม่ได้

หยุนเช่อไม่ลังเล ใช้สกิลคว้าจับกับช่างตีหน้ากากเหล่านั้นทันที

"ติ๊ง! คว้าสำเร็จ ยินดีด้วย ท่านได้รับวิชาบำรุงรักษาหน้ากาก"

"ติ๊ง! คว้าสำเร็จ ยินดีด้วย ท่านได้รับวิชาตีหน้ากาก"

"ติ๊ง! คว้าสำเร็จ ยินดีด้วย ท่านได้รับวิชาฝังผลึกต้นกำเนิด"

"ติ๊ง! ยินดีด้วย ท่านกลายเป็นปรมาจารย์ช่างตีหน้ากาก ท่านได้รับสิทธิพิเศษในการถอดหน้ากากภายในรัศมีร้อยเมตรจากเตาหลอม"

หยุนเช่อยิ้มอย่างพอใจ ทีนี้ครบเครื่องแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของหัตถ์เทวะ ทักษะและความรู้เกี่ยวกับหน้ากากที่เขาได้มาตอนนี้ ล้วนถึงระดับสมบูรณ์แบบ เหนือกว่าช่างตีหน้ากากทุกคนในที่นี้เสียอีก

พูดได้ไม่อายปากเลยว่า ขอแค่วัตถุดิบพอ การปั้นหน้ากากระดับไร้เทียมทานด้วยมือเปล่าก็เป็นเรื่องง่ายดาย

ฮั่วฉือคุนพาหยุนเช่อเดินไปหาช่างตีหน้ากากที่เก่งที่สุด เอ่ยปากว่า "ปรมาจารย์ต้วน น้องชายข้าคนนี้อยากฝังผลึกต้นกำเนิดให้หน้ากากของเขา ท่านพอจะช่วยหน่อยได้ไหม?"

ปรมาจารย์ต้วนถูกขัดจังหวะการตีหน้ากากก็ดูจะไม่พอใจนัก เขาเหลือบมองหน้ากากแห่งความตะกละที่ดูดุร้ายและน่าเกลียดในมือหยุนเช่อ แววตายิ่งฉายความไม่ชอบใจ

"ข้าไม่เคยเห็นหน้ากากที่น่าเกลียดขนาดนี้มาก่อน หน้ากากคือหน้าตาเวลาเราออกไปข้างนอก เจ้าถึงกับจะฝังผลึกต้นกำเนิดอันล้ำค่าให้หน้ากากน่าเกลียดนี่ เจ้าแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้?"

หยุนเช่อไม่เห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่ายอย่างแรง หน้ากากแห่งความตะกละของเขาออกจะน่าเกรงขาม ทำไมในสายตาคนโลกนี้ถึงกลายเป็นอัปลักษณ์ไปได้

ต่อให้มองในแง่ร้ายสุดๆ หน้ากากของเขาก็เป็นถึงหน้ากากระดับบรรพบุรุษของโลกหน้ากากเทพเชียวนะ นับเป็นบรรพบุรุษของพวกเจ้าได้เลย ตาไม่ถึงจริงๆ

"ข้ายืนยันจะฝังผลึกต้นกำเนิดลงในหน้ากากนี้ แต่ที่ข้ามานี่แค่อยากขอยืมเตาหลอมของพวกท่านหน่อย ข้าจะฝังเอง"

สิ้นคำพูด บรรยากาศก็เงียบกริบทันที ช่างตีเหล็กหลายคนต่างมองหยุนเช่อด้วยความสงสัยและขมวดคิ้ว ในใจแฝงความดูแคลนอยู่บ้าง

ฮั่วฉือคุนเองก็งงเป็นไก่ตาแตก เมื่อกี้ไม่ใช่บอกว่าจะขอให้ช่างตีหน้ากากที่ตระกูลฮั่วเลี้ยงไว้ช่วยหรอกรึ? ไหงกลายเป็นจะทำเองซะงั้น?

"พี่หยุน ท่านบอกว่าจะฝังเอง? ไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย!" ฮั่วฉือคุนถามอย่างสงสัย

หยุนเช่อพยักหน้า "ข้าพูดจริง ข้ากะจะลงมือเอง"

ปรมาจารย์ต้วนแค่นเสียงเบาๆ กล่าวว่า "อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ ผลึกต้นกำเนิดล้ำค่ามาก หากพลาดขึ้นมาก็สูญเปล่า แถมยังจะทำให้หน้ากากเสียหายได้ เผลอนิดเดียวหน้ากากแตก ตัวตายวิญญาณดับก็เป็นไปได้นะ"

"ขอบคุณปรมาจารย์ต้วนที่เตือน ค้อนนั่นของท่านขอยืมหน่อยได้ไหม?" หยุนเช่อมองไปที่ค้อนตีเหล็กระดับไร้เทียมทานในมืออีกฝ่าย

"หึ ข้าล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าเจ้าจะฝังผลึกต้นกำเนิดยังไง ขนาดข้าเอง โอกาสฝังสำเร็จยังมีแค่สองส่วนเท่านั้น"

ปรมาจารย์ต้วนพูดพลางโยนค้อนเล็กสีดำประณีตในมือให้หยุนเช่อ ช่างตีเหล็กคนอื่นๆ ก็เข้ามารุมล้อมอย่างสนใจ เตรียมรอดูเรื่องสนุก

"ไอ้หนุ่มนี่มาจากไหนเนี่ย คิดว่าฝังผลึกต้นกำเนิดมันง่ายนักรึไง!"

"ฮิๆ รอดูเถอะ! ข้าเหมือนจะเห็นภาพผลึกแตก แล้วมันทำหน้าเจ็บปวดใจซะแล้วสิ"

"แต่ว่านะ ผลึกต้นกำเนิดขนาดท่านประมุขยังไม่มีเลย ไอ้หนุ่มนี่มีของล้ำค่าขนาดนั้นจริงเหรอ?"

หยุนเช่อไม่สนใจเสียงวิจารณ์รอบข้าง เขารับค้อนตีเหล็ก เดินไปที่เตาหลอม วางหน้ากากแห่งความตะกละลงบนแท่นตีเหล็กเบาๆ จากนั้นหยิบผลึกต้นกำเนิดที่ส่องประกายเจิดจ้าออกมาเม็ดหนึ่ง

"ผลึกต้นกำเนิดจริงๆ ด้วย แถมคุณภาพยังสูงมาก!" ปรมาจารย์ต้วนแววตาฉายความตกตะลึง

"ทุกท่าน ดูให้ดี" หยุนเช่อเอ่ยเสียงเบา จากนั้นหลับตาลง สูดหายใจลึก รวบรวมพลังจิตทั้งหมดไปที่สองมือ

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็ยกค้อนขึ้นอย่างช้าๆ ท่าทางดูเชื่องช้าแต่แฝงไว้ด้วยจังหวะและพลังอันไร้ที่สิ้นสุด

เมื่อค้อนฟาดลง ทุกการเคาะล้วนแม่นยำไร้ที่ติ ลงตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างหน้ากากแห่งความตะกละกับผลึกต้นกำเนิดพอดี

ทุกครั้งที่เคาะจะมีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ตามมา ราวกับทั้งมิติกำลังสั่นพ้องไปด้วย

เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งในขณะนี้ สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หยุนเช่อและหน้ากากกับผลึกที่กำลังหลอมรวมกันทีละน้อย

เมื่อเสียงเคาะกังวานครั้งสุดท้ายดังขึ้น หยุนเช่อก็ค่อยๆ เก็บไม้เก็บมือ ส่วนหน้ากากแห่งความตะกละกับผลึกต้นกำเนิดก็ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

หน้ากากที่เดิมทีดูดุร้ายและน่าเกลียด บัดนี้กลับแผ่ความน่าเกรงขามและความงามที่ยากจะบรรยาย พูดภาษาบ้านๆ ก็คือ น่าเกลียดแบบดูดี

"ติ๊ง! ฝังสำเร็จ ยินดีด้วย ท่านได้รับคุณสมบัติระดับเทพ 'ซ่อนเร้นไร้ร่องรอย' (หยิ่นอู๋เฮิน)"

......

จบบทที่ บทที่ 376: ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ข้าคือปรมาจารย์ช่างตีหน้ากาก 'ซ่อนเร้นไร้ร่องรอย'

คัดลอกลิงก์แล้ว