เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 356: ที่ตั้งแดนแห่งร่าง เจ้าแดนลึกลับอู๋จวินหรู

บทที่ 356: ที่ตั้งแดนแห่งร่าง เจ้าแดนลึกลับอู๋จวินหรู

บทที่ 356: ที่ตั้งแดนแห่งร่าง เจ้าแดนลึกลับอู๋จวินหรู


โจวซ่างตกตะลึงแทบสิ้นสติ สายตาเผลอมองไปที่หยุนเช่อโดยไม่รู้ตัว เห็นหยุนเช่อยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ในมือเล่นยันต์ที่เปล่งแสงลึกลับอยู่ จะเป็นอะไรไปได้นอกจากยันต์เหินเวหาของเขา

"ยันต์เหินเวหาของข้า ทำไมถึงไปอยู่ที่เจ้าได้?" โจวซ่างตะคอกถาม แต่เสียงกลับสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด

หยุนเช่อหัวเราะเบาๆ เก็บยันต์เหินเวหาเข้าอกเสื้อ แล้วพูดเรียบๆ "อะไรคือยันต์ของเจ้า ข้าจะมีของเหมือนกันเปี๊ยบสักใบไม่ได้หรือไง?"

โจวซ่างหน้าเขียวคล้ำ เขาไม่เชื่อคำแก้ตัวของหยุนเช่อแน่นอน แต่ตอนนี้ยันต์เหินเวหาอยู่ในมืออีกฝ่าย ตัวเองก็เสียที่พึ่งสุดท้ายในการหนีเอาตัวรอดไปแล้ว ทำเอาทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

เขารู้ดีว่าวันนี้คงจบไม่สวย แต่ก็ไม่ยอมจำนนง่ายๆ เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นยอดฝีมือระดับนักบุญขั้นสูงสุด และมีตำแหน่งในแดนแห่งร่างพอสมควร

"หยุนเช่อ อย่าเพิ่งได้ใจไป ต่อให้ไม่มียันต์เหินเวหา ข้าก็ใช่ว่าจะกลัวเจ้า!"

โจวซ่างแสร้งทำใจดีสู้เสือ พูดข่มขวัญทั้งที่ใจฝ่อ พร้อมกับลอบโคจรพลังวิญญาณ เตรียมหาช่องทางฝ่าวงล้อม

หยุนเช่อม้องดูท่าทางฝืนทนของโจวซ่าง ก็อดขำในใจไม่ได้ เขาค่อยๆ ลุกขึ้น เดินเข้าไปหาโจวซ่างทีละก้าว ทุกย่างก้าวราวกับย่ำลงกลางใจของโจวซ่าง เพิ่มแรงกดดันให้เป็นทวีคูณ

"หือ? งั้นเหรอ? งั้นข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าเจ้ายังมีไม้ตายอะไรอีก" หยุนเช่อน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล

โจวซ่างเห็นหยุนเช่อเข้ามาใกล้ ก็ตัดสินใจเด็ดขาด ตะโกนลั่น พลังวิญญาณในกายพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอายทรงพลังแผ่ออกมาจากร่าง

เขารีบประสานอินอย่างรวดเร็ว อักขระสีดำปรากฏขึ้นตรงหน้า อักขระเหล่านี้แผ่กลิ่นอายพิลึกพิลั่น ราวกับแฝงพลังอันไร้ที่สิ้นสุด

"อาคมหุ่นเชิดศพ ทำงาน!" โจวซ่างคำราม อักขระสีดำเหล่านั้นกลายเป็นเงาดำพุ่งเข้าใส่หยุนเช่อทันที

เงาดำเหล่านี้คือหุ่นเชิดศพที่โจวซ่างใช้วิชาลับสร้างขึ้น แต่ละตัวมีพลังไม่ด้อยไปกว่าระดับนักบุญ แถมยังไร้ความเจ็บปวด ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หากโดนพวกมันพัวพันเข้า จะยุ่งยากมาก

โจวซ่างคิดว่าอาศัยหุ่นเชิดศพพวกนี้คงสร้างความลำบากให้หยุนเช่อได้บ้าง เพื่อถ่วงเวลาให้ตัวเองหนี แต่สุดท้ายเขาก็ประเมินฝีมือหยุนเช่อต่ำไป

หยุนเช่อม้องดูหุ่นเชิดศพที่พุ่งเข้ามา สีหน้ายังคงสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ เขาตวัดนิ้วกระบี่เบาๆ กระบี่จิตวิญญาณที่พันรอบด้วยสายฟ้าก็พุ่งออกไป เจาะทะลุร่างหุ่นเชิดศพเหล่านั้นในพริบตา

หุ่นเชิดศพที่โดนกระบี่จิตวิญญาณ ต่างกลายเป็นควันดำสลายไปในอากาศ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง

"มีฝีมือแค่นี้ ยังกล้ามาอวดดีต่อหน้าข้าอีก"

หยุนเช่อแค่นเสียงเย็น ก้าวเท้าออกมาวูบเดียว ก็มาโผล่ตรงหน้าโจวซ่าง

โจวซ่างรู้สึกแค่ตาลาย ยังไม่ทันตั้งตัว มือข้างหนึ่งของหยุนเช่อก็บีบคอเขาไว้แล้ว

"จะ... เจ้าจะทำอะไร?"

โจวซ่างพูดด้วยความหวาดกลัว พยายามดิ้นรน แต่พบว่าร่างกายเหมือนถูกพลังที่มองไม่เห็นตรึงไว้ ขยับไม่ได้เลย

หยุนเช่อม้องดูท่าทางหวาดกลัวของโจวซ่าง ยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา "ในเมื่อคนของแดนแห่งร่างชอบเก็บศพนัก วันนี้ข้าจะให้เจ้าลิ้มรสชาติของการถูกเก็บศพบ้าง"

พูดจบ ในมือหยุนเช่อก็มีแสงสายฟ้าผสมกับกระบี่จิตวิญญาณ ทิ่มแทงวิญญาณอีกฝ่ายไม่ยั้ง

"อ๊าก! หยุดนะ! ในเมื่อเจ้ารู้จักแดนแห่งร่าง ก็ควรรู้ไว้ว่า ฆ่าคนของพวกเรา เจ้าไม่มีวันตายดีแน่!"

โจวซ่างร้องโหยหวน แววตามีทั้งความกลัวและความหวังเล็กๆ หวังว่าจะใช้ชื่อเสียงของแดนแห่งร่างขู่ให้อีกฝ่ายกลัวได้

น่าเสียดาย เขาประเมินฝีมือและความกล้าของหยุนเช่อต่ำไป การที่เขาโผล่มาที่ตระกูลจู่วันนี้ ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องตายสถานเดียว

"ข้าถามเจ้า ฐานที่มั่นของแดนแห่งร่างในโลกนี้อยู่ที่ไหน?"

โจวซ่างสัมผัสได้ถึงพลังทิ่มแทงวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัว วิญญาณราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน เจ็บปวดเจียนตาย แต่เขาก็ยังกัดฟันแน่น ไม่ยอมปริปากบอกแม้แต่คำเดียว

หยุนเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย เพิ่มแรงมือขึ้นอีก แสงสายฟ้าและกระบี่จิตวิญญาณยิ่งกระหน่ำทำลายวิญญาณของโจวซ่างอย่างบ้าคลั่ง

ร่างกายของโจวซ่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เหงื่อเม็ดโป้งไหลย้อยจากหน้าผาก หน้าซีดเผือดดั่งกระดาษ ริมฝีปากถูกกัดจนเลือดโชก แต่เขาก็ยังขัดขืนอย่างดื้อรั้น

หยุนเช่อหัวเราะเย็น "ปากแข็งดีนี่ แต่ไม่เป็นไร ข้ามีวิธีจัดการ ก็แค่เปลืองพลังวิญญาณกับพลังจิตนิดหน่อยเท่านั้นเอง"

สิ้นเสียง หยุนเช่อก็ใช้วิชาย้อนรอยเวลาใส่ทันที พรสวรรค์นี้กินพลังวิญญาณมาก แต่ด้วยค่าพลังวิญญาณกว่า 62 ล้านแต้มที่เขามีตอนนี้ การย้อนดูเรื่องราวในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องง่ายดาย

ไม่กี่อึดใจต่อมา หยุนเช่อก็เผยรอยยิ้ม ค่อยๆ เอ่ยปาก "ที่แท้อยู่ที่แดนเทพนี่เอง พวกเจ้ามือยาวสาวได้สาวเอาเกินไปหน่อยนะ"

โจวซ่างได้ยินดังนั้น รูม่านตาก็หดเกร็งทันที จ้องมองหยุนเช่ออย่างไม่อยากเชื่อ

พวกเขาถูกลงอาคมผนึกไว้ ไม่มีทางแพร่งพรายได้แม้แต่ครึ่งคำ แต่อีกฝ่ายกลับล่วงรู้จนได้

"จะ... เจ้ารู้ได้ยังไง?"

"เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ไปสู่สุขคติเถอะ!"

พูดจบ หยุนเช่อก็รวมพลังสร้างกระบี่จิตวิญญาณขึ้นอีกครั้ง ฟันวิญญาณของอีกฝ่ายจนดับสูญ

"ติ๊ง! สังหารนักบุญขั้นสูงสุด ได้รับค่าประสบการณ์ +83 ล้าน"

หยุนเช่อลอบยินดีในใจ สมกับเป็นระดับสูงของแดนแห่งร่าง ค่าตัวแพงกว่านักบุญขั้นสูงสุดทั่วไปเยอะเลย

จู่ถังถังเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม "ข้าเพิ่งจะทะลวงระดับนักบุญได้หยกๆ แต่เจ้ากลับอัดนักบุญขั้นสูงสุดเล่นได้สบายๆ แล้ว เปรียบเทียบกันแล้วน่าเจ็บใจชะมัด!"

หยุนเช่อเหลือบมองจู่ถังถัง ยกยิ้มมุมปาก "เจ้าก็ไม่เลวหรอก เพิ่งทะลวงระดับนักบุญ แต่คลื่นพลังไม่เหมือนคนเพิ่งเข้าขอบเขตนี้เลย"

จู่ถังถังแค่นเสียงเบาๆ เท้าสะเอว "แน่อยู่แล้ว ประมุขตระกูลอย่างข้ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศ คนธรรมดาจะมาเทียบได้ไง"

หยุนเช่อหัวเราะส่ายหน้า กวาดตามองรอบๆ พบว่าลานงานเลี้ยงที่เคยคึกคัก ตอนนี้เงียบลง ทุกคนต่างมองเขาด้วยความยำเกรง

"งานเลี้ยงต่อเถอะ อย่าให้เรื่องเล็กน้อยแค่นี้มาทำลายบรรยากาศเลย"

จู่ถังถังพยักหน้า ประกาศเสียงดังให้งานเลี้ยงดำเนินต่อ บรรยากาศในงานกลับมาคึกคักอีกครั้ง บรรดายอดฝีมือระดับจักรพรรดิขึ้นไป ต่างแย่งกันเข้ามาคารวะสุราหยุนเช่อ หวังจะตีสนิทเผื่อวันหน้าจะได้พึ่งพาอาศัย

แดนเทพ ณ โลกใบเล็กที่ราวกับสรวงสวรรค์ แดนแห่งร่างตั้งอยู่ที่นี่

ที่นี่มีศพมากมาย แต่กลับไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าเปื่อยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับมีกลิ่นหอมประหลาดชวนเคลิบเคลิ้มลอยฟุ้ง

กลางโถงใหญ่ มีโลงศพสีดำขนาดมหึมาวางอยู่ ผิวโลงสลักเต็มไปด้วยอักขระพิสดาร แผ่แสงเย็นเยือกออกมา

ทันใดนั้น โลงศพก็สั่นไหวเบาๆ จากนั้นร่างเงาหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งจากในโลง

คนผู้นี้คือหนึ่งในผู้นำสูงสุดของแดนแห่งร่าง นามว่า อู๋จวินหรู

เขาหน้าตาบึ้งตึง น้ำเสียงเจือโทสะ เอ่ยขึ้นว่า "ต่อจากเฉาชง โจวซ่างก็ตายอีกคน สถานที่ตายล้วนอยู่ที่ทวีปเสินอู่อันห่างไกล ตรวจสอบได้หรือยังว่าตายเพราะภารกิจอะไร?"

ยอดฝีมือระดับเทพที่ยืนอยู่หน้าสุดเอ่ยขึ้น "เรียนท่านเจ้าแดน ภารกิจของเฉาชงคือเก็บศพอัจฉริยะหยุนเช่อ ส่วนโจวซ่างรับผิดชอบเก็บศพจู่ถังถัง การตายของพวกเขาจะเป็นฝีมือสองคนนี้หรือไม่ ยังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกทีขอรับ"

อู๋จวินหรูเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "หยุนเช่อ? ใช่คนที่ผู้เฒ่าไช่ระบุชื่อให้เก็บศพหรือเปล่า?"

"ใช่ขอรับท่านเจ้าแดน คนผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังในทวีปเสินอู่ การต่อสู้ข้ามระดับเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา ถือเป็นร่างที่หาได้ยากยิ่งจริงๆ"

อู๋จวินหรูพยักหน้า "เช่นนั้น ก็ให้คนแบกโลงระดับเงินที่เก่งที่สุดไป จัดการมันมาให้ได้"

"น้อมรับคำสั่ง" ยอดฝีมือระดับเทพรับคำ ครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อว่า "ท่านเจ้าแดน ข้อมูลของหยุนเช่อผู้นี้ค่อนข้างแปลกประหลาด ข้าเกรงว่าส่งแค่คนแบกโลงระดับมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุดไป อาจจะมีโอกาสล้มเหลวอยู่บ้าง สู้ส่งคนแบกโลงระดับทองคำไปเลยดีกว่า จะได้มั่นใจว่าสำเร็จแน่นอน"

อู๋จวินหรูส่ายหน้าเบาๆ "คนแบกโลงระดับทองคำล้วนเคลื่อนไหวอยู่ในแดนสวรรค์ ยังปลีกตัวไม่ได้ในตอนนี้ หากครั้งนี้ยังเก็บศพพลาดอีก เจ้าก็ไปจัดการด้วยตัวเองแล้วกัน!"

"ขอรับ ข้าน้อยรับทราบ"

จบบทที่ บทที่ 356: ที่ตั้งแดนแห่งร่าง เจ้าแดนลึกลับอู๋จวินหรู

คัดลอกลิงก์แล้ว