- หน้าแรก
- ราชันย์ทหารชายแดน
- บทที่ 701: รุดสู่ด่านเซิ่นโหลว
บทที่ 701: รุดสู่ด่านเซิ่นโหลว
บทที่ 701: รุดสู่ด่านเซิ่นโหลว
ชายหนุ่มบุคลิกสุภาพกล่าวต่อ "อย่างมากสิบปี อย่างน้อยสามถึงห้าปี ฉู่ซุ่ยเหลียงก็ต้องปลดเกราะคืนบ้านเกิด การเปลี่ยนตัวแม่ทัพชายแดนตะวันตกเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว หากเป็นเมื่อก่อน ท่านหยวนชิงฟางย่อมไม่มีโอกาสเด็ดขาด!"
ชายหนุ่มเว้นจังหวะ แล้วกล่าวต่อ "ทว่ายามนี้ เกราะแกร่งแห่งทะเลทรายและกองทัพพยัคฆ์เพลิงพ่ายแพ้ยับเยิน ชื่อเสียงของเจียวเลี่ยซานและหยางซั่ว (หยางเปิน?) ย่อมตกต่ำลงอย่างถึงที่สุด ท่านแม่ทัพหยวนรับใช้ชายแดนตะวันตกมาหลายปี ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสแย่งชิงตำแหน่งได้!"
หยวนชิงฟางสีหน้าสงบ แต่ในแววตากลับเกิดคลื่นลูกใหญ่โหมกระหน่ำ อีกฝ่ายพูดเพียงไม่กี่ประโยค ก็ชี้สถานการณ์ชายแดนตะวันตกได้ทะลุปรุโปร่ง และยังเปิดเผยความลับในใจเขาออกมาอย่างหมดเปลือก
ชั่วพริบตา ความเย็นยะเยือกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่สันหลัง ทะลุถึงกระหม่อม
ทว่า จากคำพูดสั้นๆ และบุคลิกที่แผ่ออกมา แทบจะยืนยันได้ว่าคนผู้นี้มาจากกองทัพเช่นกัน
ขุนพลชายแดนตะวันตกเขารู้จักเกือบหมด ไม่มีคนลักษณะนี้ เช่นนั้นก็ต้องเป็นคนจากชายแดนเหนือ
เมื่อขอบเขตแคบลง ชื่อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของหยวนชิงฟาง
เพียงแต่ เขาคาดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นจะมาที่ด่านเซิ่นโหลว และยิ่งคิดไม่ตกว่าตนกับอีกฝ่ายไม่เคยรู้จักมักจี่ ไม่มีมิตรภาพใดๆ ต่อกัน เหตุใดอีกฝ่ายต้องมาช่วยตน?
อีกทั้ง ดูจากคำพูดที่มั่นใจราวกับว่าการกำจัดกองทัพห้าหมื่นนายนอกด่านเป็นเรื่องง่ายดายราวล้วงถุงหยิบของ หยวนชิงฟางสงสัยเหลือเกิน ว่าอีกฝ่ายเอาความมั่นใจมาจากไหน
"ท่านล้อเล่นแล้ว แม่ทัพฉู่ร่างกายแข็งแรง คุมชายแดนตะวันตกไปอีกสิบปีก็ไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งไปกว่านั้น แม่ทัพใหญ่คนต่อไปเป็นราชสำนักแต่งตั้ง ข้าแซ่หยวนไม่กล้ามีความคิดเกินเลยแม้แต่น้อย!" หยวนชิงฟางพยายามทำใจให้สงบ กล่าวตอบ
อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าเบาๆ กล่าวว่า "เมื่อก่อน ท่านไม่ควรคิดจริงๆ แต่ตอนนี้ ท่านคิดได้!"
"ข้าแซ่หยวนสงสัยนัก เหตุใดท่านถึงมั่นใจนัก ว่าจะกำจัดกองทัพหูเจี๋ยห้าหมื่นนายนอกเมืองได้แน่นอน?" หยวนชิงฟางถามหยั่งเชิง
ชายหนุ่มค่อยๆ วางถ้วยชาลง กิริยาสง่างามดั่งบัณฑิต
"คิดว่าแม่ทัพหยวนคงเดาตัวตนของข้าออกแล้ว เช่นนั้นย่อมรู้ว่าข้าไม่ได้พูดพล่อยๆ!" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น มองหยวนชิงฟางแวบหนึ่ง แล้วกล่าวต่อ "แต่ทว่า ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง!"
"เงื่อนไขอะไร?" หยวนชิงฟางเลิกคิ้ว ร่างกายตึงเครียดขึ้นมาทันที
"ท่านมอบป้ายคำสั่งทหารให้ข้า ทหารม้าสามหมื่นนายแห่งด่านเซิ่นโหลว ข้าขอเป็นผู้บัญชาการทั้งหมด!"
ได้ยินคำนี้ หยวนชิงฟางสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ทันที
แม้จะแน่ใจในตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว แต่ตนในฐานะแม่ทัพผู้รักษาด่านเซิ่นโหลว ไม่เพียงแบกรับภาระหนักในการรักษาด่าน ในมือยังกุมชะตาชีวิตของพี่น้องสามหมื่นนาย และความอยู่รอดของราษฎรนับหมื่นนับแสนในด่าน จะทำเป็นเรื่องเล่นๆ ได้อย่างไร?
ชายหนุ่มดูเหมือนจะมองความกังวลของเขาออก จึงกล่าวว่า "แม่ทัพหยวนวางใจได้ ข้าจะไม่เอาทหารด่านเซิ่นโหลวไปเป็นเบี้ยล่างเด็ดขาด!"
"แล้วจะกำจัดข้าศึกห้าหมื่นนายได้อย่างไร?" หยวนชิงฟางไม่เข้าใจอย่างยิ่ง เอ่ยถาม
ชายหนุ่มยกกาน้ำชาขึ้นอีกครั้ง รินชาให้ตัวเองพลางกล่าวว่า "เพื่อแสดงความจริงใจ ข้าได้กำจัดทหารแตกทัพของกองทัพจิ้งจอกไฟและกองพลเหยี่ยวอัสนีไปแล้ว! ส่วนกองพลอินทรีทอง น่าจะถูกกองทัพเมืองหยุนโจวหนึ่งหมื่นนายของหลิงชวนกวาดล้างจนหมดสิ้นที่ปากทางเปี่ยนตานแล้ว คำนวณเวลาดู ทหารม้าหนึ่งหมื่นนายของหลิงชวนน่าจะกำลังเดินทางมา พรุ่งนี้ก่อนฟ้าสาง ก็จะมาถึงนอกด่านเซิ่นโหลว!"
หยวนชิงฟางสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่พอคิดถึงตัวตนของอีกฝ่าย การกำจัดทหารแตกทัพสองกองนั้นได้ก็ไม่น่าแปลกใจ จากนั้นจึงถามต่อ "ความหมายของท่านคือ ให้หลิงชวนนำทหารม้าหนึ่งหมื่นนายไปปะทะซึ่งหน้ากับข้าศึกห้าหมื่นนายรึ?"
"นอกจากทหารม้าหนึ่งหมื่นนายนั้น หลิงชวนยังพาทหารราบมาอีกหนึ่งหมื่นนาย อยู่ห่างจากด่านเซิ่นโหลวห้าสิบลี้!" ชายหนุ่มจิบชาคำหนึ่ง แล้วกล่าวต่อ "ข้ากับหลิงชวนวางแผนการรบไว้เรียบร้อยแล้ว รับประกันความปลอดภัยรัดกุม แต่เงื่อนไขคือ ด่านเซิ่นโหลวต้องให้ข้าบัญชาการ!"
หยวนชิงฟางคิดจะปฏิเสธทันที แต่ความทะเยอทะยานที่ก่อตัวขึ้นในใจ ทำให้เขากลืนคำพูดกลับลงไป
สุดท้าย เขากล่าวว่า "เรื่องนี้สำคัญมาก ขอเวลาข้าคิดหน่อย!"
ชายหนุ่มพยักหน้า กล่าวว่า "เวลาเร่งด่วน โอกาสมีเพียงครั้งเดียว หวังว่าแม่ทัพหยวนจะคิดให้ดี!"
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกจากจวนแม่ทัพไป
ไม่นาน ทหารคนสนิทหน้าประตูก็เข้ามารายงาน "ท่านแม่ทัพ ทหารสอดแนมกองทัพเมืองหยุนโจวจากชายแดนเหนือขอเข้าพบขอรับ!"
หยวนชิงฟางสีหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นให้ทหารคนสนิทพาตัวเข้ามา
นอกด่าน หลิงชวนนำทัพหนึ่งหมื่นนายและเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายสามพันนายมุ่งหน้าสู่ด่านเซิ่นโหลว ในขณะนั้นเอง จี้เทียนลู่ก็นำทหารม้าไม่กี่นายตามมาทัน
เขารีบพลิกตัวลงจากม้า มาหยุดตรงหน้าหลิงชวน "ผู้น้อยคารวะท่านแม่ทัพ!"
หลิงชวนพยักหน้าถาม "สถานการณ์เป็นอย่างไร?"
"เรียนท่านแม่ทัพ ทหารราบเมืองหยุนโจวหนึ่งหมื่นนายเดินทางถึงแอ่งเฟยซาเมื่อยามเซิน (15.00-17.00 น.) แล้วขอรับ ทางด่านเซิ่นโหลวก็ส่งคนไปติดต่อกับหยวนชิงฟางแล้ว!" จี้เทียนลู่รายงาน
หลิงชวนพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า "สั่งจ้าวเซียง ให้ไปถึงด่านเซิ่นโหลวก่อนยามซื่อ (09.00-11.00 น.) วันพรุ่งนี้ แล้วรอฟังคำสั่งข้า!"
จี้เทียนลู่ประสานมือรับคำสั่ง จากนั้นกล่าวต่อ "ท่านแม่ทัพ พี่น้องค่ายเย่เซียวพบศพจำนวนมากที่เนินลั่วอิ่ง จากการดูชุดเกราะและธงรบ น่าจะเป็นทหารแตกทัพของกองทัพจิ้งจอกไฟและกองพลเหยี่ยวอัสนีที่หนีมาจากสันเขาเฮยซาก่อนหน้านี้ขอรับ!"
หลิงชวนได้ยินดังนั้น ขมวดคิ้วถาม "ใครทำ?"
จี้เทียนลู่ส่ายหน้าสีหน้าเคร่งเครียด "ในที่เกิดเหตุไม่ทิ้งเบาะแสที่มีประโยชน์อะไรไว้เลย แต่จากร่องรอยในสนามรบ กองทัพที่กวาดล้างข้าศึกนี้น่าจะมีถึงหมื่นคน!"
ได้ยินดังนั้น แววตาของหลิงชวนฉายความเคร่งเครียด
แม้กองทัพจิ้งจอกไฟและกองพลเหยี่ยวอัสนีจะบอบช้ำหนัก แต่ก็ยังเป็นยอดฝีมือ ต่อให้มีหมื่นคน การจะบดขยี้พวกเขาจนสิ้นซากและจบการต่อสู้ในพริบตา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลิงชวนคิดไปคิดมา ไม่ว่าจะเป็นชายแดนตะวันตกหรือชายแดนเหนือ กองทัพที่ทำแบบนี้ได้มีเพียงหยิบมือเดียว
"ผู้น้อยส่งคนไปแจ้งท่านผู้บัญชาการจ้าวแล้ว ให้เขาแวะเก็บม้าศึกที่เนินลั่วอิ่งไปด้วยเลยขอรับ!" จี้เทียนลู่กล่าว
หลิงชวนพยักหน้ายิ้ม "ดีมาก ยุงตัวเล็กก็เป็นเนื้อเหมือนกัน กองทัพยอดฝีมือสองกองนี้ใช้ม้าชั้นเลิศทั้งนั้น ทิ้งไปก็น่าเสียดาย!"
ต่อจากนั้น หลิงชวนล้วงป้ายเจิ้นเป่ยโหวของตนออกมาจากอกเสื้อ ส่งให้จี้เทียนลู่ "เจ้าถือป้ายนี้ไปเมืองฮั่นไห่ เข้าพบแม่ทัพฉู่ เชิญเขามาที่ด่านเซิ่นโหลวสักเที่ยว!"
"รับคำสั่ง! ผู้น้อยจะไปเองขอรับ!" จี้เทียนลู่รับป้ายคำสั่ง พาทหารสอดแนมข้างกายจากไปอย่างเร่งรีบ
เมื่อจี้เทียนลู่จากไป ถังขุยหรานและหลิวเหิงก็เดินเข้ามา
"ท่านแม่ทัพ ใครกันที่กำจัดทหารแตกทัพของกองทัพจิ้งจอกไฟและกองพลเหยี่ยวอัสนี? เรื่องนี้มันแปลกๆ นะขอรับ!" หลิวเหิงเอ่ยปาก
ถังขุยหรานสีหน้าก็เคร่งเครียดเช่นกัน กล่าวว่า "นั่นสิขอรับ! พวกเรายังจะมุ่งหน้าไปด่านเซิ่นโหลวต่อหรือไม่?"
หลิงชวนมองตรงไปข้างหน้า กล่าวว่า "ตอนนี้ทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดา รอข่าวจากด่านเซิ่นโหลวเถอะ!"
ในที่สุด ก่อนฟ้าสาง ด่านเซิ่นโหลวก็ส่งข่าวมา ในจดหมายที่ประทับตราแม่ทัพของหยวนชิงฟาง ระบุว่าด่านเซิ่นโหลวจะให้ความร่วมมือกับพวกเขาอย่างเต็มที่
เห็นข่าวกรองแล้ว หลิงชวนวางใจลงเปราะหนึ่ง แต่ถึงกระนั้น ความสงสัยในใจก็ยังไม่จางหายไป
สาเหตุที่เขาตัดสินใจจะกลืนกินกองทัพหูเจี๋ยห้าหมื่นนายนอกด่านเซิ่นโหลว ไม่ใช่เพราะโลภในผลงาน แต่มีการพิจารณาที่ลึกซึ้งกว่านั้น