- หน้าแรก
- ราชันย์ทหารชายแดน
- บทที่ 696: ธงภูเขาขาวแม่น้ำดำ
บทที่ 696: ธงภูเขาขาวแม่น้ำดำ
บทที่ 696: ธงภูเขาขาวแม่น้ำดำ
ภายในค่ายกองพลอินทรีทอง ชายวัยกลางคนสวมเครื่องประดับศีรษะรูปอินทรีทอง อาศัยแสงจันทร์อันเลือนรางจ้องมองสถานการณ์การรบอย่างใกล้ชิด
เขาคือคุณตูเล่อ แม่ทัพใหญ่กองพลอินทรีทอง และยังเป็นขุนพลคนสนิทของป๋าตู ผู้นำเผ่าหุนเสีย
เห็นอยู่ว่าทัพหน้าของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายบุกทะลวงเข้าไปในค่ายทหารต้าสือแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การทำลายแนวป้องกันของกองทัพต้าสือก็แค่เรื่องของเวลา
อีกทั้งกองทัพโหลวหลานและต้าเซี่ยก็ไร้น้ำยา จนป่านนี้ยังเจาะค่ายกลวงกลมของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายไม่เข้า
แต่แววตาของแม่ทัพใหญ่กองพลอินทรีทองกลับไร้ซึ่งความกังวล เพราะในสายตาเขา ต่อให้เกราะแกร่งแห่งทะเลทรายฝ่าวงล้อมสำเร็จ ก็ยากที่จะสลัดหลุดจากการไล่ล่าของพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างถอยทัพ พวกเขาจะยิ่งเผยช่องโหว่ได้ง่ายขึ้น
"ท่านแม่ทัพ ค่ายกลป้องกันของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายแข็งแกร่งมาก เจาะไม่เข้าเลย จะทำอย่างไรดีขอรับ?" รองแม่ทัพซารื่อหลั่งควบม้ามาข้างกาย ถามเสียงเครียด
"ไปบอกพวกมัน ถ้าก่อนฟ้าสางยังฉีกแนวป้องกันของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายไม่ได้ ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!" คุณตูเล่อตะโกนสั่งเสียงเข้ม
"รับคำสั่ง!" ซารื่อหลั่งควบม้าออกไป ถ่ายทอดคำสั่งให้กองทัพเหล่านั้นด้วยตนเอง
จุดประสงค์ของคุณตูเล่อชัดเจนยิ่ง คือต้องฉีกค่ายกลป้องกันของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายออกให้ได้ ต่อให้ต้องสังเวยกองทัพพวกนี้จนหมดสิ้น เขาก็ไม่เสียดาย
และขอเพียงค่ายกลของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายถูกฉีกขาด เขาก็จะสามารถกวาดล้างกองทัพเกราะหนักที่ได้ชื่อว่าเป็นไพ่ตายแห่งชายแดนตะวันตกนี้ได้ทั้งหมด
เป็นดังคาด หลังได้รับคำสั่งตาย กองทัพโหลวหลานและต้าเซี่ยไม่กล้าชักช้า พุ่งเข้าใส่เกราะแกร่งแห่งทะเลทรายโดยตรง เตรียมใช้เลือดเนื้อและร่างกายฉีกกระชากค่ายกลข้าศึก
ต้องยอมรับว่า พลังการรบของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายแข็งแกร่งสมคำร่ำลือ แม้หลายปีมานี้จะไม่ค่อยได้เจอศึกหนัก แต่พวกเขาก็คือยอดทหารกล้าที่คัดเลือกมาจากกองทัพชายแดนตะวันตกนับแสนนาย
แนวโล่ที่รายล้อมเป็นวงกลมตั้งตระหง่านดั่งกำแพงทองแดงกำแพงเหล็ก สกัดกั้นข้าศึกเอาไว้อย่างเหนียวแน่น หอกศึกนับไม่ถ้วนพาดผ่านช่องว่างระหว่างโล่ คอยแทงสกัดศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาจนหงายหลังกลับไป
กองทัพสองแคว้นนระดมโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่า แม้จะถูกสกัดไว้ได้ แต่ก็ทำให้ ทัพเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายทำได้เพียงตั้งรับอยู่กับที่ ไม่อาจเคลื่อนขบวนไปไหนได้
เจียวเลี่ยซานสมกับเป็นแม่ทัพเฒ่าเจนศึก แม้ตกอยู่ในวงล้อม สีหน้าก็ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย บัญชาการจัดวางกำลังป้องกันอย่างใจเย็น
แต่ละกองธงเคลื่อนไหวรวดเร็วตามคำสั่ง ทันทีที่จุดใดถูกโหมโจมตีจนแถวเริ่มรวน ทหารด้านในจะรีบพุ่งเข้าไปหนุนเสริมอุดช่องโหว่ทันที
เวลาผ่านไป ทัพต้าเซี่ยและโหลวหลานต้องสังเวยชีวิตไพร่พลไปหลายร้อยนาย แต่ก็ยังไม่อาจตีแตกค่ายกลวงกลมนี้ได้
อีกด้านหนึ่ง กองทัพเกราะหนักกว่าหนึ่งพันนายของ เจิ้งเช่อ กำลังจะตีฝ่ากองทัพต้าสือออกไปได้สำเร็จ แต่ในจังหวะนั้นเอง กองทัพถู่ฟานกลับโผล่ลงมาจากยอดเขาโดยไม่ทันตั้งตัว อาศัยจังหวะชุลมุนตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างพวกเขากับค่ายกลวงกลม
ท่ามกลางความมืดมิด เกิดความโกลาหลวุ่นวาย เสียงโห่ร้องฆ่าฟันและเสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว
ในที่สุด โหลวหลานและต้าเซี่ยก็ยอมจ่ายค่าตอบแทนด้วยชีวิตทหารกว่าพันนาย ใช้ม้าศึกกระแทกจนค่ายกลวงกลมเปิดเป็นช่องโหว่ได้สำเร็จ
เจียวเลี่ยซานเห็นท่าไม่ดี รีบสั่งการ “รีบหนุนเข้าไป! อุดช่องโหว่เดี๋ยวนี้!”
กองทัพโหลวหลานและต้าเซี่ยเองก็ต้านทานอย่างสุดชีวิต เพราะนี่คือช่องทางที่พวกมันต้องแลกมาด้วยความสูญเสียมหาศาล
“บุกเข้าไป!”
ทันใดนั้น คุนตูเล่อ ที่อยู่ไม่ไกลก็ตะโกนก้อง นำทัพ ‘กองพลอินทรีทอง’ ที่เตรียมพร้อมอยู่นานพุ่งทะยานออกมาราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง โถมเข้าใส่ช่องโหว่นั้นทันที
และในตอนนั้นเอง นายกองเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายคนหนึ่งในค่ายกลก็ตะโกนก้อง "พี่น้องทั้งหลาย ตามข้าบุกออกไป!"
เจียวเลี่ยซานสีหน้าเปลี่ยนทันควัน คาดไม่ถึงว่าจะมีคนฝ่าฝืนคำสั่งบุกออกไปโดยพละการ เขาอยากจะห้าม แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ทันใดนั้น เขาอาศัยแสงสว่างรำไรยามรุ่งสางสังเกตเห็นว่า ทหารที่บุกออกไปล้วนมีบาดแผลติดตัว เขาเข้าใจเจตนาขึ้นมาทันที
ความจริงแล้ว ตอนที่เจิ้งเช่อเรียกรวมพลเพื่อตีฝ่าวงล้อม มีคำสั่งอีกอย่างหนึ่งแพร่กระจายไปในกองทัพอย่างลับๆ เพียงแต่คำสั่งนี้ส่งถึงเฉพาะทหารที่บาดเจ็บมาก่อนหน้านี้เท่านั้น
นั่นคือ ในยามจำเป็น ทหารบาดเจ็บเหล่านี้จะรับหน้าที่ระวังหลัง ซื้อเวลาให้กองทัพใหญ่ถอยหนี
อันที่จริง พวกเขารู้ดีว่าหากพาทหารบาดเจ็บไปด้วย โอกาสฝ่าวงล้อมสำเร็จแทบเป็นศูนย์ สู้ให้พวกเขาเป็นคนระวังหลัง ช่วยให้เพื่อนทหารตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ยังจะดีกว่า
"ท่านแม่ทัพ พาพี่น้องรอดกลับไปให้ได้!" นายกองผู้นั้นตะโกนลั่น จากนั้นนำทหารบาดเจ็บกว่าพันนาย บุกสวนออกไปทางช่องโหว่ของค่ายกลวงกลมที่ถูกเจาะ
แต่ละคนแววตาแน่วแน่ กำหอกศึกในมือแน่น พุ่งปะทะกับกองพลอินทรีทองซึ่งหน้า
เจียวเลี่ยซานกำหมัดแน่น ตาแดงก่ำ แต่ยังคงสั่งการอย่างเด็ดขาด "รักษารูปขบวน ถอยทัพ!"
“ครืนนนน.....”
จู่ๆ เสียงเกือกม้าอันหนักหน่วงก็ดังกึกก้องราวกับกลองศึกรัวกระหน่ำ หรือดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจคน ผืนดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนต่างเข้าใจไปเองโดยสัญชาตญาณว่า มีข้าศึกมาสมทบอีกแล้ว
หัวใจของเจียวเลี่ยซานดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว ความหวังริบหรี่ที่เพิ่งจุดประกายขึ้นในแววตาของทหารเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายคนอื่นๆ ก็ดับวูบลงในพริบตา
"ท่านแม่ทัพ ดูนั่นสิ นั่นดูเหมือนจะเป็นธงภูเขาขาวแม่น้ำดำ!" ทหารคนสนิทนายหนึ่งชี้ไปที่ธงรบที่โบกสะบัด เอ่ยปากด้วยเสียงสั่นเครือ
"ธงภูเขาขาวแม่น้ำดำ?"
เจียวเลี่ยซานรีบเพ่งมองไป ก็เห็นเป็นธงภูเขาขาวแม่น้ำดำจริงๆ เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่า ธงรบประจำกองทัพเมืองหยุนโจวผืนนี้ จะมาปรากฏอยู่นอกด่านชายแดนตะวันตกแห่งนี้ได้
นี่คือกองทัพเกราะทมิฬห้าพันนายที่นำโดยถังขุยหราน เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน พุ่งตรงเข้าบดขยี้กองพลอินทรีทอง!
“ฆ่า!!!!!”
ขณะเดียวกัน ทิศตะวันออกก็มีเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังขึ้น ทหารม้าเบากองหนึ่งรวดเร็วดั่งสายฟ้า อาบแสงรุ่งอรุณบุกเข้ามา นั่นคือทัพม้าเยี่ยนหลิงอย่างไม่ต้องสงสัย
คุณตูเล่อ แม่ทัพใหญ่กองพลอินทรีทองตกใจทันที เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าชายแดนตะวันตกไม่มีทางกล้าส่งทหารออกมาช่วย แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชายแดนเหนือยกทัพมา และยิ่งคิดไม่ถึงว่าจะมาเร็วขนาดนี้
ค่ายเกราะทมิฬเปรียบเสมือนคลื่นยักษ์เหล็กกล้าถาโถมเข้าใส่กองพลอินทรีทอง ส่วนทัพม้าเยี่ยนหลิงแบ่งเป็นสองสาย นำโดยเจียงไหลและหลิวเหิง บุกขนาบข้างซ้ายขวา เริ่มกวาดล้างกองทัพต้าสือ โหลวหลาน ต้าเซี่ย และถู่ฟาน
"ยิง!"
เจียงไหลตะโกนก้อง ทุกคนยกคันธนูทะลวงเกราะขึ้นพร้อมกัน ง้างธนูปล่อยลูกศรอย่างพร้อมเพรียง เสียงสายธนูสั่นสะเทือนยังไม่ทันจางหาย เสียงกรีดร้องระงมก็ดังขึ้นเป็นพรวน
ทัพม้าเยี่ยนหลิงไปมาไร้ร่องรอยดั่งสายลม พัดผ่านสองข้างทาง พรากชีวิตผู้คนไปมากมาย
หน่วยระวังหลังของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายแม้จะบาดเจ็บทุกคน เลือดซึมผ่านรอยแตกของชุดเกราะ แต่ไม่มีใครถอยหนีแม้แต่คนเดียว
พวกเขาเร่งความเร็วม้าถึงขีดสุด หอกศึกในมือชี้เฉียงไปข้างหน้า เมินเฉยต่อลูกธนูและดาบโค้งของกองพลอินทรีทองโดยไม่แยแส สนใจเพียงแค่เหวี่ยงหอกฟันแทงเท่านั้น
"ฆ่าหนึ่งเท่าทุน ฆ่าสองถือว่ากำไร แก้แค้นให้พี่น้องที่ตายไป!" หัวหน้ากองแขนขาดตะโกนลั่น
เขาเหวี่ยงทวนหนักในมือฟาดกวาดออกไปในแนวขวาง พลังมหาศาลกระแทกดาบโค้งนับสิบเล่มที่ฟันเข้ามาจนกระเด็นหลุดจากมือศัตรู จากนั้นคมทวนอันแหลมคมก็ฟาดศัตรูคว่ำไปสามคนติด
อันที่จริง ไม่ใช่แค่เขา คนของเกราะแกร่งแห่งทะเลทรายทุกคน วินาทีที่ตัดสินใจจะสละชีพ พวกเขาก็โยนคำว่า ‘ชีวิต’ ทิ้งไปไว้ข้างหลัง
ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ฆ่าศัตรูให้มากที่สุด ซื้อเวลาให้พี่น้องรอดกลับไปให้จงได้!