- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 1990 - ผู้สืบทอดที่เหมาะสม
บทที่ 1990 - ผู้สืบทอดที่เหมาะสม
บทที่ 1990 - ผู้สืบทอดที่เหมาะสม
บทที่ 1990 - ผู้สืบทอดที่เหมาะสม
"ในเมื่อในประเทศไม่มี เราก็แค่ไปซื้อจากต่างประเทศก็สิ้นเรื่อง"
ในขณะที่บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มอึดอัด ท่านผู้เฒ่าเฉินก็เอ่ยปากช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้หวังจวินหง
จากนั้นเขาก็มองไปที่หยางเสี่ยวเทา "ถ้าหาวัตถุดิบมาให้เพียงพอ โรงงานเครื่องจักรมีความมั่นใจไหมว่าจะสร้างมันออกมาได้?"
หยางเสี่ยวเทารีบรับคำ "ท่านผู้นำวางใจได้เลยครับ เรามั่นใจว่าทำได้แน่นอน"
"ดี! เรื่องนี้ผมจะแจ้งให้แผนกการค้าต่างประเทศจัดการเอง"
"บังเอิญว่าช่วงนี้เราพอจะหาเงินได้บ้าง ไอ้กระดาษหลากสีพวกนั้น เอาไปแลกเป็นทรัพยากรกลับมาน่ะคุ้มค่าที่สุดแล้ว"
ท่านผู้เฒ่าเฉินพูดกลั้วหัวเราะ ทำให้ทุกคนในห้องพากันหัวเราะตามไปด้วย
พวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ใช่สมัยก่อนที่ต้องกระเบียดกระเสียรใช้เงินตราต่างประเทศอีกแล้ว
เพราะตอนนี้ เรามีธุรกิจที่ทำกำไรได้ตั้งมากมาย!
"นั่นสินะ เงินน่ะต้องรีบเปลี่ยนเป็นของจริง ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษ"
ท่านผู้เฒ่าโจวหัวเราะร่วน ก่อนจะหันไปหาท่านผู้เฒ่าเฉิน "ท่านผู้นำครับ เรือลำใหญ่ของพวกเราน่ะ ยังขาด..."
"หยุดเลยๆ"
ยังพูดไม่ทันจบ ท่านผู้เฒ่าฉินที่อยู่ข้างๆ ก็รีบขัดคอทันที
"เหล่าโจว วันนี้คุณได้กำไรไปตั้งเยอะแล้วนะ ยังจะเอาอะไรอีก?"
"โลหะผสมนี่ยังไม่ทันจะออกมาเลย คุณก็กะจะงับเหยื่อก่อนใครเพื่อนเลยเหรอ?"
ท่านผู้เฒ่าโจวไม่ได้ปิดบังเจตนา เขาเหลือบมองท่านผู้เฒ่าฉิน "ทำไมล่ะ คุณเองก็จ้องอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือไง"
"ผมทำเพื่อเรือดำน้ำนะ..."
"อย่ามาพูดเรื่องนี้เลย พูดแล้วผมล่ะขึ้น! ทั้งที่เป็นโปรเจกต์ของกระทรวงที่ 6 แท้ๆ แต่กลับถูกกรมพลาธิการของพวกคุณชิงไปดื้อๆ หน้าหนาจริงๆ เลยนะ"
"นั่นเป็นการตัดสินใจของเบื้องบนครับ ที่เขามอบให้เราก็เพราะเทคนิคของเรามันชัวร์กว่า เขาเลยไว้ใจเรา..."
"ฮ่าๆ ชัวร์มากมั้ง จนร่วงลงมาแบบนั้นน่ะนะ"
ท่านผู้เฒ่าหวังแอบหยอดมุกเจ็บๆ เข้าไปทีหนึ่ง ทำเอาท่านผู้เฒ่าฉินต้องหันมาจ้องเขม็งทันที
"ไอ้คนหน้าหนา คุณหมายถึงใคร..."
"หมายถึงใคร คนนั้นเขาก็รู้อยู่แก่ใจแหละ"
"พวกขี้แพ้ชวนตี ฝีมือมีแค่นี้เองเหรอ?"
"ก็ยังดีกว่าพวกตาไม่มีแววแล้วกัน"
สถานการณ์ที่ตอนแรกดูจะสูสีกัน เริ่มกลายเป็นสองรุมหนึ่ง และเริ่มมีคนอื่นๆ ผสมโรงจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายไปหมด
เมื่อเห็นเช่นนั้น หยางเสี่ยวเทาและพรรคพวกก็ค่อยๆ ปลีกตัวออกมาจากสมรภูมิ ปล่อยให้เหล่าบิ๊กบอสเขาประลองฝีปากกันต่อ โดยที่พวกเขาทำหน้าที่เป็นผู้ชมที่ดีอยู่ห่างๆ
หยางเสี่ยวเทานั่งอยู่ข้างๆ ท่านผู้เฒ่าเฉิน พลางเล่าเรื่องที่เขาฝึกฝนทักษะพิเศษนี้ขึ้นมาให้ฟัง ท่านผู้เฒ่าหวงและท่านผู้เฒ่าเซี่ยต่างก็พยักหน้าภูมิใจราวกับเป็นลูกหลานของตัวเอง
ท่านผู้เฒ่าเฉียนก็ยังไม่วายซักถามอยู่เป็นระยะ ซึ่งหยางเสี่ยวเทาก็ตอบอย่างนอบน้อมและจริงจัง
"มันคือการหมั่นสังเกต จดจำ และคิดวิเคราะห์อยู่เสมอครับ..."
ท่านผู้เฒ่าเฉินฟังแล้วก็รู้สึกเบาใจ "ทักษะนี้ควรจะสืบทอดต่อไปนะ ลองหาลูกศิษย์เก่งๆ มาสอนบ้างสิ"
"จริงสิ ได้ยินว่าในเวิร์กชอปกรรมกรเขาก็มีระบบอาจารย์สอนศิษย์ไม่ใช่เหรอ?"
"คุณเองก็เป็นกรรมกรระดับแปดระดับปรมาจารย์แล้ว มีลูกศิษย์บ้างหรือยัง?"
พอนึกถึงเรื่องนี้ หลิวไหวหมินที่อยู่ข้างๆ ก็รีบแทรกขึ้นมาทันที "ท่านผู้นำครับ เรื่องนี้เราเคยคุยกับเขาตั้งแต่สมัยยังเป็นโรงงานรีดเหล็กแล้วครับ"
"ท่านก็รู้ ความสามารถระดับนี้ถ้าไม่มีคนสืบทอดก็น่าเสียดายแย่"
"แต่ท่านรู้ไหมครับว่าเขาตอบว่ายังไง?"
หลิวไหวหมินไม่สนสายตาของหยางเสี่ยวเทาที่ส่งซิกให้หยุด เขารีบเล่าความลับด้วยความตื่นเต้น
"เขาบอกว่า ตัวเขาเองยังเด็กเกินไป ไม่เหมาะจะไปเป็นอาจารย์ใคร แถมยังบอกว่าถ้ามีคนมาเรียกเขาว่าอาจารย์ เขาจะรู้สึกว่าตัวเองแก่เร็วขึ้นครับ"
"ท่านดูสิครับ นี่มันเหตุผลของคนปกติที่ไหนกัน?"
ท่านผู้เฒ่าเฉินและท่านผู้เฒ่าเฉียนฟังแล้วก็พากันหัวเราะร่า ใช่จริงๆ ด้วย ถ้าไม่นับตำแหน่งและผลงานที่หยางเสี่ยวเทาทำมาทั้งหมด เขาก็คือชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้นเอง
ต่อให้ไปนั่งทำงานในเวิร์กชอป ก็คงไม่มีใครคิดว่าผิดปกติอะไร
"ผมไม่ได้จะไม่รับลูกศิษย์นะครับ"
หยางเสี่ยวเทารีบอธิบาย "ผมแค่รู้สึกว่า เราอยู่ในยุคสังคมใหม่แล้ว ไอ้ระบบอาจารย์ศิษย์แบบเดิมๆ มันดูจะเป็นค่านิยมเก่าไปหน่อยครับ"
"กรรมกรยุคใหม่อย่างพวกเรา ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองแบบนั้นหรอกครับ"
"ผมว่าคุณน่ะแค่ขี้เกียจมากกว่า"
ท่านผู้เฒ่าเฉินพูดจี้จุดจนหยางเสี่ยวเทาได้แต่หัวเราะแห้งๆ
"ก็ผม... ผมไม่ค่อยมีเวลาจริงๆ นี่ครับ"
"ท่านก็รู้ ทั้งโรงงานเครื่องจักร โรงงานผลิตยา โรงงานเคมี และโรงงานรีดเหล็ก"
"นี่ยังไม่รวมโปรเจกต์วิจัยอีกตั้งหลายอย่างนะครับ แม้แต่เรื่องโลหะผสมไทเทเนียม-ไรเนียมเนี่ย ผมก็เพิ่งจะนึกออกเมื่อไม่นานมานี้เอง..."
หยางเสี่ยวเทาเล่าภารกิจของตนเองให้ฟัง ท่านผู้เฒ่าหวงเหลือบมองท่านผู้เฒ่าเฉียนพลางหัวเราะเบาๆ "เหอะๆ ฟังดูแล้ว เจ้าเด็กนี่ดูจะยุ่งกว่าพวกเราเสียอีกนะ"
หยางเสี่ยวเทาถึงกับอายม้วน รีบแก้ตัวพัลวัน "ยุ่งเรื่องจิ๊บจ๊อยครับ ยุ่งแบบไร้สาระ เทียบกับพวกท่านไม่ได้เลยสักนิดครับ"
"จริงเหรอ?"
"จริงครับ จริงที่สุดเลยครับ!"
ท่านผู้เฒ่าหวงถามย้ำด้วยความสงสัย หยางเสี่ยวเทาก็ตอบอย่างหนักแน่นจนท่านผู้เฒ่าเซี่ยและคนอื่นๆ พากันหัวเราะขำ
พวกเขาคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง หัวข้อสนทนาเริ่มขยายกว้างไปไกลกว่าเรื่องโลหะผสม ทั้งการบริหารโรงงาน ทิศทางการพัฒนา และนวัตกรรมใหม่ๆ ในหลากหลายสาขา
แน่นอนว่าหยางเสี่ยวเทาทำตัวเป็นนักเรียนที่ดี ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายรับฟัง และจะพูดก็ต่อเมื่อถูกถามเท่านั้น
การได้ร่วมสนทนากับบุคคลเหล่านี้ ทำให้หยางเสี่ยวเทาสัมผัสได้ถึงภาพรวมการพัฒนาของประเทศในทุกมิติ
โดยเฉพาะกระทรวงที่ 2 เมื่อได้ฟังท่านผู้เฒ่าเฉียนเล่าถึงการวิจัยระเบิดไฮโดรเจน เขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและทึ่งในความสามารถของคนยุคนี้
ยิ่งของพวกนี้ยิ่งใหญ่และทรงพลังเท่าไหร่ ความมั่นคงของชาติก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น!
ต่อมามีการพูดถึงดาวเทียมของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ท่านผู้เฒ่าเฉียนบ่นเสียดายว่าหากโลหะผสมไทเทเนียม-ไรเนียมออกมาได้ทันเวลา ปัญหาเรื่องน้ำหนักที่ค้างคาใจสถาบันฯ ก็คงจะได้รับการแก้ไขทันที
เรื่องนี้ หยางเสี่ยวเทาทำได้เพียงรับปากว่าเมื่อวัตถุดิบมาถึง เขาจะรีบดำเนินการวิจัยให้เร็วที่สุด
ท่านผู้เฒ่าเฉินเองก็ย้ำว่าจะเร่งให้แผนกการค้าต่างประเทศรีบจัดซื้อวัตถุดิบเข้ามาโดยเร็ว
ต่อให้ต้องทุ่มเงินมหาศาลก็ต้องทำให้ได้
หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ท่านผู้เฒ่าเฉินก็ดูเวลาแล้วกวาดมือไปรอบๆ "เอาล่ะ!"
"หยุดเถียงกันได้แล้ว"
ท่านผู้เฒ่าฉินและพรรคพวกที่กำลังประชันฝีปากกันอยู่ก็ค่อยๆ สงบลง
หยางเสี่ยวเทามองไปทางนั้น เห็นได้ชัดว่าถึงจะเถียงกันหน้าดำหน้าแดง แต่ไม่มีใครยอมลุกออกจากเก้าอี้เลยสักคน
เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก็ 'สำรวม' กันอย่างดี
"วันนี้ถือเป็นโอกาสหาได้ยากที่ทุกคนมาเยือนโรงงานเครื่องจักร ผมในฐานะเจ้าบ้าน ขอรับหน้าที่เป็นเจ้ามือมื้อเที่ยงนี้เอง"
"ไปทานข้าวกันเถอะ"
เมื่อท่านผู้เฒ่าเฉินพูดจบ ทุกคนก็เห็นด้วยทันที
จากนั้นคณะผู้นำทั้งหมดก็ตามเจ้าหน้าที่ของโรงงานเครื่องจักรไปยังห้องรับรองในชั้นเดียวกัน
"เหล่าเฉิน ทางโรงอาหารเตรียมการเรียบร้อยไหม?"
เมื่อพ้นประตูห้องประชุม หยางเสี่ยวเทาก็เห็นเฉินกงกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมงาน
"วางใจได้เลย เตรียมไว้พร้อมแล้ว"
"โต๊ะละสี่อย่างกับซุปหนึ่งถ้วย มีกับข้าวเป็นเนื้อสองอย่าง ผักสองอย่าง อาหารหลักเป็นหมั่นโถวกับบะหมี่ เน้นปริมาณจัดเต็มให้ทุกคนอิ่มหนำสำราญแน่นอน"
เฉินกงวุ่นวายมาทั้งเช้าเพื่อจัดการเรื่องนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด
"ดีมาก ฝากขอบคุณพวกสหายด้วยนะ เสร็จงานนี้มีรางวัลให้ทุกคนแน่นอน"
"ฮ่าๆ เรื่องนั้นผมบอกพวกเขาไปตั้งนานแล้วล่ะ"
เฉินกงยิ้มตอบ ทั้งคู่เดินมาถึงที่พักรับรอง
เดิมทีที่นี่คือห้องประชุมอีกห้องหนึ่ง แต่ถูกดัดแปลงเป็นห้องจัดเลี้ยงชั่วคราว
ห้องกว้างขวาง มีโต๊ะใหญ่สี่ตัวตั้งเรียงราย พร้อมเก้าอี้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ
ทันทีที่หยางเสี่ยวเทาเดินเข้ามา ท่านผู้เฒ่าเฉินก็โบกมือเรียก "เสี่ยวเทา มานั่งตรงนี้สิ"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ
เดิมทีตำแหน่งของหยางเสี่ยวเทาควรจะนั่งโต๊ะเดียวกับท่านผู้เฒ่านิวและคนอื่นๆ ในฐานะเจ้าของสถานที่เพื่อต้อนรับแขก
แต่โต๊ะที่ท่านผู้เฒ่าเฉินชี้ให้นั่งนั้น คือโต๊ะรวมเหล่าบิ๊กบอสระดับสูงสุดของแต่ละกระทรวง จำนวนคนไม่เยอะแต่ทรงอิทธิพลที่สุด
ขนาดหลิวไหวหมินยังไม่มีที่นั่งในโต๊ะนั้นเลย ต้องไปทำหน้าที่ต้อนรับผู้นำระดับรองท่านอื่นๆ แทน
หยางเสี่ยวเทาที่กำลังถือขวดเหล้าอยู่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความคาดไม่ถึง
คนรอบข้างต่างพากันจับจ้องมาที่เขา แววตาแต่ละคนมีความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่
"มัวยืนงงอะไรอยู่ล่ะ มานั่งนี่สิ"
ท่านผู้เฒ่าเฉินย้ำอีกครั้ง ท่านผู้เฒ่าหวงก็ตบเก้าอี้ข้างตัวเบาๆ "เร็วๆ เข้า"
หยางเสี่ยวเทากวาดสายตาดู เห็นบรรดาบิ๊กบอสแต่ละกระทรวงนั่งประจำที่แล้ว โดยมีท่านผู้เฒ่าเฉินและท่านผู้เฒ่าหวงนั่งอยู่ข้างๆ
ส่วนท่านผู้เฒ่าฉินและท่านผู้เฒ่าเฉียนต่างก็ยิ้มและพยักหน้าให้เขา
คราวนี้หยางเสี่ยวเทาก็ไม่กล้าเล่นแง่อะไรอีก เขาถือขวดเหล้าเดินเข้าไปนั่งประจำที่ทันที
ในใจเขาคิดแค่ว่าคงจะให้มาช่วยเอนเตอร์เทนและชงเหล้าให้เหล่าผู้นำเท่านั้นแหละ
ทว่าในสายตาของคนอื่น ความหมายมันลึกซึ้งกว่านั้นมาก
คนที่สามารถร่วมโต๊ะนั้นได้ ไม่มีใครธรรมดาเลยสักคน!
ต่อให้ฐานะปัจจุบันของหยางเสี่ยวเทาจะยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่เขามีข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
นั่นก็คือ 'ความหนุ่มแน่น' นั่นเอง
ณ วินาทีนี้ สายตาของเจ้าหน้าที่จากแต่ละกระทรวงที่มองมายังหยางเสี่ยวเทาก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
นี่คือผู้นำระดับสูงในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย
และยังเป็นผู้นำภายใต้การผลักดันของท่านผู้เฒ่าเฉินเองด้วย
ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้กลายเป็น 'ผู้สืบทอด' ของท่านผู้เฒ่าเฉินในวันข้างหน้า
ทุกคนต่างรู้ดีว่าสุขภาพของท่านผู้เฒ่าเฉินไม่ค่อยสู้ดีนัก และอายุก็มากแล้ว
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มมองหาผู้ที่จะมารับช่วงต่อ
ความเห็นของทุกคนอาจจะแตกต่างกันไป แต่พวกเขาก็ต่างยอมรับในใจว่าหยางเสี่ยวเทามีฐานะเทียบเท่ากับผู้นำสูงสุดของพวกเขาไปแล้ว
แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหวังและคนอื่นๆ ที่ร่วมโต๊ะด้วย ก็ต่างเห็นพ้องว่าหยางเสี่ยวเทานั่งโต๊ะนี้แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว
ถ้าขืนให้เขาไปนั่งโต๊ะอื่น คงจะเป็นการ 'ข่มรัศมี' คนอื่นเกินไปเสียเปล่าๆ
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่ เจ้าหน้าที่ของโรงงานเครื่องจักรก็รีบนำอาหารร้อนๆ ขึ้นมาเสิร์ฟทันที
เฉินกงฉวยโอกาสตอนที่เดินออกไป รีบสั่งให้คนไปตามหวัังกั๋วต้งมาช่วยเสริมทัพในโต๊ะที่ว่างลง
เพราะสมรภูมิเหล้าครั้งนี้ เขาคนเดียวคงต้านทานไม่อยู่แน่ๆ
"ท่านผู้นำครับ ผมขอรินให้เต็มเลยนะครับ!"
หยางเสี่ยวเทาเปิดขวดเหล้าอย่างชำนาญ เหล้าที่นำมาคือเหมาไถเกรดพรีเมียมที่โรงงานเครื่องจักรเก็บไว้รับรองแขกวีไอพีโดยเฉพาะ
นี่คือโควตาพิเศษที่เบื้องบนมอบให้ และจะถูกนำออกมาใช้ในวาระสำคัญเช่นนี้เท่านั้น
ท่านผู้เฒ่าเฉินพยักหน้ายิ้มๆ ท่านผู้เฒ่าหวงก็มีสีหน้าปลาบปลื้ม จ้องมองหยางเสี่ยวเทาราวกับเป็นลูกหลานในไส้
"เหล้านี่พอไหมเนี่ย?"
"ถ้าไม่พอ ในรถผมยังมีสำรองอยู่นะ"
ท่านผู้เฒ่าโจวมองแก้วเหล้าขนาดใหญ่บนโต๊ะ พลางคำนวณดูว่ารอบเดียวคงหมดไปสองขวดแน่ๆ จึงแกล้งทักขึ้นมา
"ท่านผู้นำครับ มาเยือนถิ่นเราทั้งที จะให้ท่านพกเหล้ามาเองได้ยังไงล่ะครับ วางใจได้เลยครับ ต่อให้เหล้าดีๆ จะหมด แต่เอ้อร์กัวโถวเนี่ย เรามีให้ไม่อั้นแน่นอนครับ"
ท่านผู้เฒ่าโจวได้ฟังก็ถกแขนเสื้อขึ้นทันที "เห็นแก่คำพูดของคุณ วันนี้เราต้องดื่มกันให้สุดเหวี่ยงไปเลย"
ท่านผู้เฒ่าหวังที่เตรียมจะพูดอะไรบางอย่างถึงกับต้องรีบกลืนคำพูดลงคอไปทันควัน
"ได้ครับ วางใจได้เลย ผมจะอยู่เป็นเพื่อนท่านจนจบแน่นอน"
หยางเสี่ยวเทารับคำพลางถือขวดเหล้าเดินไปหาท่านผู้เฒ่าเฉียน
ท่านผู้เฒ่าเฉียนยิ่งมองหยางเสี่ยวเทาก็ยิ่งชอบใจ คนหนุ่มที่มีความคิด มีความกล้า และมีความรับผิดชอบแบบนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก
"ท่านผู้นำครับ ผมขออนุญาตรินเหล้าให้นะครับ!"
"ดีๆ ผมน่ะคออ่อน ขอแค่ครึ่งแก้วก็พอแล้ว"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนมีบุคลิกแบบนักวิชาการ พูดจานุ่มนวลและดูน่าเชื่อถือมาก
"เหล่าเฉียนคออ่อน แต่ของผมน่ะขอเต็มๆ เลยนะ"
ท่านผู้เฒ่าฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบแทรกขึ้นมาพลางเลื่อนแก้วเข้าไปหา
หยางเสี่ยวเทารีบรินเหล้าให้อย่างระมัดระวัง
ท่านผู้เฒ่าฉินสบโอกาสถามขึ้นว่า "เครื่องยนต์เครื่องบินของพวกคุณไปถึงไหนแล้ว?"
สายเหล้าไหลยาว หยางเสี่ยวเทาชะลอความเร็วในการรินพลางตอบว่า "เราทำใบพัดเสร็จแล้วครับ แต่ส่วนเทอร์ไบน์ยังอยู่ในขั้นตอนการผลิต เชื่อว่าอีกไม่นานคงสำเร็จ"
"จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการทำห้องเผาไหม้ครับ..."
"โอ้ พวกคุณทำงานกันเร็วจริงๆ"
"ก็พอกล้อมแกล้มครับ ทำแบบเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ"
หยางเสี่ยวเทาตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะรินเหล้าให้ท่านผู้เฒ่าโจวแล้วเดินวนต่อไป
ท่านผู้เฒ่าฉินมองตามหยางเสี่ยวเทาไปด้วยรอยยิ้มบางๆ
เมื่อครู่ พวกเขาเพิ่งจะบรรลุข้อตกลงการจัดสรรวัสดุใหม่ ถึงแม้ส่วนแบ่งจะน้อยลงเล็กน้อย แต่เมื่อกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ปริมาณที่ได้รับจริงก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
ที่สำคัญคือยังมีโลหะผสมไทเทเนียม-ไรเนียมที่ดีกว่าเดิมมารออยู่
ด้วยสิ่งเหล่านี้ ความก้าวหน้าของเรือดำน้ำจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างแน่นอน
อนาคตช่างสดใสจริงๆ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมแพ้เรื่องเครื่องยนต์เครื่องบินนะ
มีคำกล่าวที่ว่า 'ล้มที่ไหนให้ลุกที่นั่น' ไม่ใช่หรือไง
ชีวิตนี้เขาไม่เคยยอมแพ้ใคร ในเมื่อร่วงลงมาได้ ก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ให้ได้
ดังนั้น เขาจึงเริ่มเล็งเป้าหมายมาที่หยางเสี่ยวเทา
ถ้าเครื่องยนต์ของพวกหยางเสี่ยวเทาทำออกมาได้ดี เขาก็ไม่เกี่ยงที่จะร่วมมือกัน
แน่นอนว่า นอกจากท่านผู้เฒ่าหวังที่นั่งข้างท่านผู้เฒ่าเซี่ยจะมีสีหน้าขมขื่นแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกว่าวันนี้ได้รับผลประโยชน์กลับไปกันถ้วนหน้า
"ท่านผู้นำครับ!"
เมื่อหยางเสี่ยวเทาเดินมารินเหล้าให้ท่านผู้เฒ่าหวัง อีกฝ่ายก็กระซิบถามเบาๆ "เมื่อวานคุณตั้งใจจะไปทำเรื่องนี้ใช่ไหม?"
"ครับ ใช่ครับ"
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจจริงๆ เลยนะ"
"แหะๆ ท่านเองก็แอบหลบหน้าผมเหมือนกันไม่ใช่หรือไงครับ"
"มีที่ไหนล่ะ ผมแค่... แค่ยุ่งน่ะ"
"ครับๆ ผมเข้าใจ ท่านน่ะเป็นคนงานยุ่งระดับชาติ"
"อย่ามาล้อเลียนผมนะ"
ท่านผู้เฒ่าหวังขยับเข้ามาใกล้พลางแกล้งทำเสียงเศร้า "เฮ้อ น่าสงสารจริงๆ กระทรวงที่ 7 ของเราไม่มีใครทำงานทำการเลย ไปที่ไหนก็โดนรังแกตลอด"
มือที่รินเหล้าของหยางเสี่ยวเทาถึงกับสั่นจนเกือบจะหกออกมา
"ใครจะกล้ารังแกท่านล่ะครับ นั่นมันเท่ากับ 'ถอนขนบนหัวพญายม' ชัดๆ"
"ท่านอย่าพูดแบบนี้เลยครับ ผมใจคอไม่ดี"
พูดจบหยางเสี่ยวเทาก็รีบรินเหล้าให้เสร็จแล้วรีบกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเองทันที
จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ สงสัยกะจะใช้มุก 'เรียกคะแนนสงสาร' อีกแน่ๆ
ท่านผู้เฒ่าหวังเห็นท่าทางของเขาก็หัวเราะกึกกักในใจ เจ้าเด็กนี่มีข้อดีไปหมดทุกอย่างจริงๆ
โดยเฉพาะการเป็นคนรักพวกพ้องและให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เนี่ยแหละ ดีที่สุดเลย
ถึงแม้วันนี้เขาจะดูเหมือนเสียเปรียบไปบ้าง แต่เขาก็เตรียมใจโดนรับน้องมาตั้งแต่แรกแล้ว
การที่ยังรักษาส่วนแบ่งเอาไว้ได้หนึ่งส่วนก็นับว่าทำภารกิจสำเร็จเกินคาดแล้ว
ที่สำคัญ... เขายังมีอาวุธลับอยู่อีกชิ้นหนึ่งนะ!
(จบแล้ว)