เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1640 - ในทางกลับกันก็เช่นกัน

บทที่ 1640 - ในทางกลับกันก็เช่นกัน

บทที่ 1640 - ในทางกลับกันก็เช่นกัน


บทที่ 1640 - ในทางกลับกันก็เช่นกัน

"หลักฐานมัดตัวแน่นหนาแล้วยังไง ต่อให้เป็นเทือกเขาไท่หางขวางอยู่ พวกเราก็จะขุดมันให้ทะลุเอง"

เสี่ยวโปเหวี่ยงหมัดด้วยความไม่ยอมแพ้ เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น

"ดีมาก! จิตวิญญาณแง่บวกแบบนี้แหละที่ฉันชอบ!"

ห่าวผิงชวนเดินเข้ามาตบไหล่เสี่ยวโปพลางเอ่ยอย่างเห็นพ้อง "ปกติงานที่พวกเราทำน่ะ แค่มีอะไรน่าสงสัยนิดเดียวก็ต้องขุดกันให้ตายไปข้างหนึ่ง"

"แต่ตอนนี้ มีช่องโหว่เบ้อเริ่มเทิ่มตั้งอยู่ตรงหน้า มีจุดพิรุธมากมายขนาดนี้ จะให้ทำเป็นมองไม่เห็นงั้นเหรอ?"

"ฉันไม่เชื่อหรอก!"

ห่าวผิงชวนพูดอย่างเป็นงานเป็นการ ก่อนจะหันไปทางเจิ้งเฉาหยาง "เหล่าเจิ้ง พูดอะไรหน่อยสิ ปกตินายมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะจะตายไป ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ให้ไอเดียห่วยๆ มาสักอย่างก็ยังดี!"

"ไปไกลๆ เลย ถ้าฉันมีแต่เล่ห์เหลี่ยมกับไอเดียห่วยๆ แล้วของนายนี่จะเรียกว่าอะไร? ที่ผ่านๆ มาที่นายทำสำเร็จน่ะ ฉันถือว่านายฟลุ๊คด้วยซ้ำ!"

เจิ้งเฉาหยางแหงนหน้ามองก้อนเมฆบนท้องฟ้าโดยไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของห่าวผิงชวน

ถ้าเป็นศัตรู เล่ห์เหลี่ยมที่ห่าวผิงชวนว่ามาเขาก็พอจะมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะสถานการณ์แบบนี้ แค่จับตัวคนสนิทของหวังเหวินมาสอบสวนเค้นความจริงเสียหน่อย อย่างไรเสียก็ต้องเจอจุดบอด

แต่ทว่า ตอนนี้คนที่เขาต้องเผชิญหน้าด้วยคือสหายของตัวเอง!

ไม่เพียงแต่ใจของเขาจะยอมรับไม่ได้ แต่ถ้าผู้นำเบื้องบนรู้เข้าก็ต้องสั่งระงับแน่นอน และถึงแม้จะไม่สั่งห้าม แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในกลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพ

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จะทำแบบนั้นไม่ได้!

ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและสง่างาม!

เจิ้งเฉาหยางยืนตัวตรง แล้วหันไปมองอวี่เจ๋อเฉิงที่มีสีหน้าแบบเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่มีความคิดตรงกัน

"พวกคุณว่า เป็นไปได้ไหมว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดของพวกเราอาจจะผิด?"

ป๋ายหลิงเอ่ยขึ้นมากะทันหัน ทำให้คนอื่นๆ ขมวดคิ้ว

"ผิดตรงไหน?" ห่าวผิงชวนถามด้วยความงุนงง

ป๋ายหลิงมองไปที่เจิ้งเฉาหยางและอวี่เจ๋อเฉิง "ถ้าหากพวกเราผิดตั้งแต่ต้นล่ะ?"

"ถ้าคนวางเพลิงคือจางเสี้ยวหลี่จริงๆ ล่ะ?"

"ถ้ามองแบบนี้ จุดพิรุธทั้งหมดก็จะไม่ใช่จุดพิรุธอีกต่อไป และมันจะสอดคล้องกับความเป็นจริงทุกประการ!"

"เมื่อไม่มีจุดพิรุธ คดีนี้ก็ปิดได้!"

พอป๋ายหลิงพูดจบ ห่าวผิงชวนก็โพล่งออกมาทันที "ก็แน่สิ คดีนี้ก็ต้องจบลงน่ะสิ!"

ทั้งสามคนคุ้นเคยกับวิธีการพูดคุยแบบนี้ดี ห่าวผิงชวนไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองส่วนเกิน และเขายังชอบบทบาทแบบนี้ด้วย เพราะบางครั้งการพูดจาโผงผางสอดแทรกของเขาก็มักจะทำให้คนอื่นๆ เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาได้ นี่คือบทบาทของเขา แม้จะไม่มากแต่ก็ขาดไม่ได้

"ถ้าเป็นจางเสี้ยวหลี่ที่ทำจริงๆ ท่าทางแบบที่เป็นอยู่นี้ก็คือการกลบเกลื่อนจุดประสงค์ที่แท้จริง"

เจิ้งเฉาหยางก้มหน้ากอดอก ตอนนี้เขาเริ่มคิดตามแนวทางของป๋ายหลิงแล้ว "เขาวางเพลิงเผาโกดัง แสดงว่าในโกดังมีสิ่งที่เขากลัวอยู่ ใช่แล้ว พอเผาทิ้งไปก็ไม่มีหลักฐานให้ตรวจสอบจำนวนของ"

"ถ้ามองจากมุมนี้ เขาก็ทำเพื่อปกป้องพี่สะใภ้ เพราะจุดเริ่มต้นของเรื่องคือจำนวนของไม่ตรงกัน!"

ป๋ายหลิงพยักหน้า "การที่พวกเขาไม่ยอมรับสารภาพ ก็เพื่อจะหนีความผิด และวิธีการก็คือ..."

"คือการใช้เส้นสายและความสัมพันธ์ของเขา..."

"ความสัมพันธ์! พวกเราก็เห็นกันแล้วไม่ใช่เหรอ?"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ อวี่เจ๋อเฉิงก็หรี่ตาลง "คุณ ผม รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการภายใน และบรรดาคนที่ช่วยพูดให้"

เจิ้งเฉาหยางส่ายหน้า "พวกเรากับคนจากฝ่ายกิจการภายในน่ะมาตามหน้าที่ แต่ฉันคิดว่าคนที่เขาหวังพึ่งจริงๆ คือคนเหล่านั้นต่างหาก!"

"เพราะฉะนั้น..."

เจิ้งเฉาหยางไม่ได้พูดต่อ แต่อวี่เจ๋อเฉิงกลับสูดลมหายใจลึก

"ในทางกลับกันก็เช่นกัน!"

สิ้นเสียงคำพูด ทุกคนต่างพากันเงียบกริบ!

ห่าวผิงชวนฟังทางนั้นทีทางนี้ที สุดท้ายพอได้ยินอวี่เจ๋อเฉิงพูดอะไรที่เกี่ยวกับในทางกลับกัน แม้ในใจจะไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่เขาก็ถลึงตาโตและพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าเหมือนว่าตัวเองเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว

"เหล่าห่าว นายไปตรวจสอบดูที่โกดังสิว่าเจออะไรบ้าง!"

"ได้! จะไปเดี๋ยวนี้แหละ!"

ห่าวผิงชวนวิ่งออกไปสองก้าวแล้วก็ชะงักหันกลับมา "เสี่ยวโป ยืนบื้อทำไมล่ะ ไปด้วยกันสิ!"

"อ๊ะ... อ้อ!"

เสี่ยวโปกะพริบตาปริบๆ กำลังนึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ พอได้ยินเสียงห่าวผิงชวนก็ได้สติ เมื่อเห็นว่าอวี่เจ๋อเฉิงไม่ได้สั่งห้าม เขาจึงรีบเดินตามไปทันที

"เสี่ยวโป นายคงไม่เข้าใจที่พวกเขาพูดกันใช่ไหม?"

"พี่ห่าว ผม... ผมเข้าใจนิดหน่อยครับ!"

"อืม เข้าใจนิดหน่อยก็ไม่เลวแล้ว มาสิ บอกพี่หน่อยว่าเข้าใจตรงไหน เดี๋ยวที่เหลือพี่จะช่วยชี้แนะให้เอง..."

เสี่ยวโปไม่ได้เอะใจอะไร เดินเคียงข้างห่าวผิงชวนพลางเล่าความเข้าใจของตัวเองให้ฟังเบาๆ

......

"หยางเสี่ยวเทา!"

อวี่เจ๋อเฉิงเอ่ยขึ้นเบาๆ

เจิ้งเฉาหยางพยักหน้าอย่างเงียบเชียบ

"ครั้งนี้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวไม่น้อยเลย บางทีเป้าหมายอาจจะไม่ใช่แค่หยางเสี่ยวเทาคนเดียว!" ป๋ายหลิงเสริมขึ้นข้างๆ

"จริงด้วย หัวหน้ากลุ่มจางที่หวังเหวินพูดถึง พวกคุณรู้จักไหม?"

อวี่เจ๋อเฉิงขมวดคิ้ว ก่อนจะเล่าข้อมูลที่เขารู้มาจากเมืองสี่จิ่วเฉิง

โดยเฉพาะตอนที่คนงานในโรงงานเครื่องจักรภายใต้การนำของหยางเสี่ยวเทาลงมือจัดการเรื่องต่างๆ ในช่วงเวลานั้นกลุ่มเยาวชนในเมืองสี่จิ่วเฉิงสงบเสงี่ยมลงไปมากจริงๆ

"สรุปคือ คนคนนี้มีความขัดแย้งกับหยางเสี่ยวเทาโดยตรงงั้นเหรอ?"

เจิ้งเฉาหยางลูบคาง "และจางเสี้ยวหลี่ก็เป็นน้องชายของหยางเสี่ยวเทา คนในบ้านต่างก็เป็นญาติกันทั้งนั้น"

"แถมเรื่องนี้ยังลามไปถึงโรงงานเครื่องจักรหงซิงและโรงงานรถยนต์หูซ่างอีกด้วย"

"ดูท่าจะกะรวบตึงไปทั้งกระบะเลยล่ะสิ!"

อวี่เจ๋อเฉิงพยักหน้า "มีความเป็นไปได้สูงมาก!"

ทั้งสามคนตกอยู่ในความเงียบทันที

ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น!

"หวังว่าไอ้หมอนั่นจะไม่มานะ! ไม่อย่างนั้น เกรงว่าจะจบไม่ลงจริงๆ"

อวี่เจ๋อเฉิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ท้องฟ้าที่หูซ่างในฤดูหนาวนั้นขาวโพลน แต่ลมที่พัดมาจากตะวันตกเฉียงเหนือนั้นยังคงหนาวเหน็บนัก!

......

ตระกูลจาง

ภายในห้อง ซูหงเหมยมีสีหน้าซูบเซียว น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสาย!

"ออกมาได้ก็ดีแล้ว! ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว!"

จินผิงผิงคอยปลอบโยนอยู่ข้างๆ

เมื่อประตูใหญ่ของโรงงานฝ้ายรัฐบาลเปิดออก ซูหงเหมยที่ถูกกักตัวอยู่ข้างในในที่สุดก็ได้กลับบ้านเสียที

จางต้านจ้านรีบกลับมาบ้านด้วยความเร่งรีบ ในตอนนี้นเขาพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ในใจ

"พ่อกับเสี่ยวเทาขึ้นรถไฟมาแล้ว!"

"บ่ายวันพรุ่งนี้น่าจะถึงที่นี่!"

จางอู่นั่งอยู่อีกด้าน มองภรรยาและลูกสะใภ้ทั้งสองคนที่กำลังร้องไห้พลางเอ่ยอย่างจริงจัง

จางต้านจ้านที่อยู่ข้างๆ มีสีหน้าเคร่งขรึม หมัดทั้งสองข้างกำแน่น

"เจ้าใหญ่ เรื่องนี้ลูกทำวู่วามเกินไป!"

จางอู่ปรายตามองจางต้านจ้านพลางเอ่ยตำหนิเบาๆ

จางต้านจ้านนิ่งเงียบไม่ตอบคำ แต่จินผิงผิงที่อยู่ข้างๆ กลับเงยหน้าขึ้น "วู่วามตรงไหน หงเหมยถูกรังแก ถ้าต้านจ้านไม่ออกหน้าแล้วเขายังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า!"

ซูหงเหมยได้ยินแม่สามีพูดแบบนั้นก็รีบเข้าไปดึงมือไว้

เธอเองก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้

"ฉัน... ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเขาทำผิดสักหน่อย!"

จางอู่เอ่ยแก้ตัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงในบ้าน พ่อลูกทั้งสามคนก็ไม่มีใครกล้าหือ

ถ้าเหล่าจินมาด้วยกันที่นี่ ก็คงจะกลายเป็นสี่คนพ่อลูกนั่นแหละ!

"พ่อคะ พ่อต้องช่วยเสี้ยวหลี่ด้วยนะ เขาไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน!"

ลูกสะใภ้คนเล็กร้องไห้จนตาแดงก่ำ พลางสะอึกสะอื้น

จินผิงผิงเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของอีกฝ่ายไว้แล้วปลอบว่า "วางใจเถอะ เสี้ยวหลี่จะไม่เป็นอะไรแน่นอน"

พูดจบเธอก็หันไปมองจางอู่อีกครั้ง "สรุปว่าพ่อเขาว่ายังไงบ้าง?"

"ไม่ได้ว่าอะไรมาก แค่บอกว่าขึ้นรถไฟแล้ว จะกลับมาถึงเร็วๆ นี้!"

จางอู่เองก็ไม่แน่ใจในแผนการของเหล่าจินเหมือนกัน

"พ่อครับ เรื่องในครั้งนี้มันไม่ปกติ!"

จางต้านจ้านที่นั่งอยู่อีกด้านจู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมา

จางอู่เงยหน้ามองลูกชายคนโต เดิมทีเขานึกว่าลูกคนโตที่ผ่านศึกทางเรือมาหลายครั้งจะสุขุมขึ้นบ้างแล้ว

แต่สุดท้ายแค่เพราะภรรยาถูกรังแก ก็ไปดักต่อยเขาที่หน้าประตูโรงงาน

เรื่องแบบนี้ เห็นชัดๆ ว่าเป็นการจัดการปัญหาที่ไม่เหมาะสม

ในตอนนี้เมื่อได้ยินเสียงของจางต้านจ้าน ทุกคนในบ้านจางต่างก็เงยหน้าขึ้นมอง

"ครั้งนี้ ฝ่ายนั้นน่าจะพุ่งเป้ามาที่ผม เพียงแต่เสี้ยวหลี่ไปเจอเข้าพอดี"

"แต่เรื่องที่ฝ่ายนั้นเผาโกดังเนี่ย มันมีพิรุธมาก"

จางต้านจ้านมองไปที่ภรรยาของเขา "หงเหมย ลองนึกดูสิ เสี้ยวหลี่ไปที่โกดังได้ยังไง?"

"ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน?"

ซูหงเหมยสงบใจลง แล้วพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น

"ตอนที่เสี้ยวหลี่มาถึงโรงงาน พวกเราก็อยู่ที่หน้าประตูโกดังกันแล้ว"

"หมายความว่า พวกคุณอยู่ที่หน้าประตูโกดังกันตลอดเลยเหรอ?"

"ใช่ หวังเหวินพาคนมาหาฉัน แล้วก็พาไปที่หน้าประตูโกดังเลย"

"เสี้ยวหลี่ตามไปแล้วเกิดการปะทะฝีปากกัน!"

"พวกเราส่งยอดจำนวนสินค้าไปไม่มีปัญหาอะไร แต่อีกฝ่ายยืนกรานว่ายอดไม่ตรง เสี้ยวหลี่ก็เลยอาสาจะเข้าไปตรวจสอบดูอีกรอบด้วยตัวเอง"

พอซูหงเหมยพูดถึงตรงนี้ จางต้านจ้านก็เงยหน้าขึ้นทันที "เสี้ยวหลี่เข้าไปข้างใน แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?"

"มีคนตามเข้าไปด้วยสองคน"

"ใครบ้าง?"

"อวี๋เกาอู่กับมู่หลิน"

"แล้วยังไงต่อ!"

"จากนั้นก็เกิดไฟไหม้ ฉันก็ถูกคนพาตัวไปคุมไว้ที่แผนกรักษาสวัสดิภาพ จนกระทั่งได้ออกมานี่แหละ!"

ซูหงเหมยเล่าทุกอย่างที่เธอรู้

จางต้านจ้านหันไปมองจางอู่ผู้เป็นพ่อ "พ่อครับ ไอ้พวกนี้มีปัญหา"

จางอู่พยักหน้าแต่ก็ส่ายหัวไปด้วย

"มีปัญหาแน่ๆ อยู่แล้ว แต่ประเด็นคือ ตอนนี้ฝ่ายนั้นกัดไม่ปล่อย ยืนกรานว่าเสี้ยวหลี่เป็นคนวางเพลิง!"

แววตาของจางต้านจ้านฉายประกายอำมหิต แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก จางอู่ก็ตวาดเสียงเย็น "เรื่องนี้เบื้องบนกำลังจับตามองอยู่ แกอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!"

"ผมทราบครับ!"

ในใจของจางต้านจ้านเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม ก่อนจะเอ่ยถามต่อ "งั้นตอนนี้เราควรทำยังไง?"

"รอ!"

"รอเหรอครับ?"

"ใช่! ตอนนี้สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้คือ อย่าหาเรื่องมาเพิ่ม!"

กริ๊งๆๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสนิท หวังเหวินรีบรับโทรศัพท์ทันที พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากปลายสาย เขาก็รีบเดินไปที่ประตูเพื่อดูซ้ายดูขวา ก่อนจะปิดประตูและลงสลักไว้แน่นหนา แล้วจึงกลับมานั่งที่โต๊ะเพื่อคุยโทรศัพท์ต่อ

"แกมัวทำอะไรอยู่? ห๊ะ?"

"แกรู้อไหมว่าเรื่องนี้มันส่งผลกระทบร้ายแรงแค่ไหน ผลกระทบมันกว้างแค่ไหน?"

"ถ้ายังขืนทำแบบนี้ต่อไปจนเรื่องมันบานปลายขึ้นมา ระวังจะหาเรื่องใส่ตัวจนพินาศไปเอง!"

เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดของหัวหน้ากลุ่มจางดังมาจากปลายสาย

เขาก็แค่ไปร่วมประชุมที่จินหลิงเพียงครู่เดียว พอเยอดกลับมาถึงหูซ่างก็ได้ยินเรื่องนี้ ที่สำคัญกว่านั้นคืออีกฝ่ายดันอ้างชื่อของเขาจนทำเอาเขาแทบกระอักเลือด

เดิมทีหวังเหวินต้องการจะกู้หน้าคืนจากเรื่องครั้งก่อน เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับแค่คนงานหญิงคนหนึ่ง อย่างมากก็แค่หาข้ออ้างไล่ออกไปเสียก็จบ

มันจะช่วยสร้างความเกรงขามและเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูได้ด้วย!

แต่ทว่าเขากลับไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะเล่นใหญ่ถึงขั้นเผาโกดังทิ้ง นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะทำเป็นไม่ใส่ใจได้อีกต่อไป แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างเด็ดขาด

และที่สำคัญที่สุดคือก่อนที่เขาจะจากเมืองสี่จิ่วเฉิงมาในครั้งก่อน เขาถูกเตือนอย่างหนักว่าห้ามพุ่งเป้าไปที่หยางเสี่ยวเทาเด็ดขาด

คราวนี้ดีเลย ต้องมาเผชิญหน้ากันอีกแล้ว

นี่มันหาเรื่องชัดๆ!

ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ถ้าเบื้องบนรู้เข้า เขาคงหนีไม่พ้นภาพลักษณ์ที่ว่าเป็นคนไม่อยู่ในโอวาทแน่นอน!

นี่คือเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับอนาคตของเขาเลยทีเดียว!

มันทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างกำลังหลุดพ้นจากการควบคุม

ถึงขั้นที่เขาเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้วที่หลวมตัวไปยุ่งกับคนคนนี้

"ท่านวางใจเถอะครับ เรื่องนี้พวกเราทำอย่างลับๆ และการเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ทางด้านผมรับรองว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน!"

"ถึงตอนนั้น ท่านไม่เพียงแต่จะได้ระบายความแค้นที่สุมอก แต่ยังสามารถใช้เรื่องนี้เป็นบันไดให้ก้าวขึ้นไปได้อีกขั้น หรือแม้แต่การกลับคืนสู่เมืองสี่จิ่วเฉิงก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้"

"และตัวผมเองก็จะสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อการปฏิวัติและก่อร่างสร้างชาติได้ดียิ่งขึ้น"

หวังเหวินพูดด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม แต่ในใจเขากลับดูแคลนเจ้าขี้ขลาดคนนี้ยิ่งนัก

เดิมทีตอนที่ยังไม่เคยพบหน้ากัน เขายังรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่อยู่สูงเกินเอื้อม

แต่หลังจากที่ได้ติดต่อกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาก็ได้เห็นธาตุแท้ของอีกฝ่ายจนหมดเปลือก

ภายนอกดูภูมิฐานน่าเกรงขาม แต่ความจริงก็แค่พวกที่กินตำแหน่งไปวันๆ สูญสิ้นความกล้าหาญและความมุ่งมั่นไปนานแล้ว ทำอะไรก็กลัวไปหมด

ยิ่งแก่ตัวก็ยิ่งกลัวตายจริงๆ

ในมุมมองของเขา เรื่องแบบนี้ต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ เขาถึงจะสามารถอาศัยสถานการณ์นี้ถะยานขึ้นไปได้

ไม่อย่างนั้น หลังจากวางแผนมาตั้งนานแล้วถ้าไม่ได้อะไรกลับมาเลย มันจะไม่เสียเวลาเปล่าหรอกหรือ!

"หวังว่ามันจะไม่มีอะไรผิดพลาดจริงๆ!"

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธดังผ่านหูโทรศัพท์มา ก่อนที่สายจะถูกตัดไป

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 1640 - ในทางกลับกันก็เช่นกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว