- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 1300 - ปฏิบัติการหญ้าปลิดชีพ
บทที่ 1300 - ปฏิบัติการหญ้าปลิดชีพ
บทที่ 1300 - ปฏิบัติการหญ้าปลิดชีพ
บทที่ 1300 - ปฏิบัติการหญ้าปลิดชีพ
ราตรีลุ่มลึก หมอกน้ำเริ่มแผ่ซ่านปกคลุมเหนือแม่น้ำหวงผู่ ค่อยๆ บดบังแสงไฟจากเรือลำน้อยใหญ่จนกลายเป็นเพียงวงแสงสีเหลืองนวลท่ามกลางความมืดมิด
หยางเสี่ยวเทาค่อยๆ ตบก้นลูกสาวเบาๆ เพื่อกล่อมให้นอนหลับ นิ้วก้อยของเขาถูกนิ้วเล็กๆ ของลูกสาวอีกคนกุมไว้แน่นในอุ้งมือ ดูเหมือนว่าเด็กน้อยทั้งสองจะยังรู้สึกไม่มั่นคงนักเมื่อต้องเปลี่ยนสถานที่นอน
"พรุ่งนี้อยู่เป็นเพื่อนผู้เฒ่าที่บ้านเถอะ มะรืนนี้พวกเราค่อยกลับกัน"
หยางเสี่ยวเทาเอ่ยกับหร่านชิวเย่ที่กำลังจัดเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า "ถือโอกาสออกไปซื้อของขวัญติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง อุตส่าห์มาถึงที่นี่ทั้งที จะกลับไปมือเปล่าคงไม่ดีนัก"
"ซื้อของกินไปบ้าง พวกของใช้กระจุกกระจิกอย่างครีมทาหน้าหรือเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ก็ซื้อไปฝากคนที่สนิทกัน ส่วนพวกผ้าพันคอหรือลูกอมก็ซื้อติดไปเยอะหน่อย"
หร่านชิวเย่พยักหน้าตอบรับ "ทราบแล้วค่ะ พรุ่งนี้พอดีป้าใหญ่จะมา เดี๋ยวฉันจะลองออกไปดูพร้อมกับท่านดู คนในพื้นที่น่าจะรู้แหล่งของดีมากกว่าพวกเรา"
"แบบนั้นดีที่สุดครับ"
"ในที่สุดก็จะได้กลับบ้านเสียทีนะ"
"รังทองรังเงิน ก็ไม่สู้รังหมาของตัวเองจริงๆ นั่นแหละ"
หยางเสี่ยวเทารำพึงออกมาพลางล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ แล้วยื่นมือไปสัมผัสความอ่อนนุ่มของภรรยา
หร่านชิวเย่เหลือบมองค้อนให้วงหนึ่งพลางเบี่ยงตัวหลบ "พูดจาอะไรระวังหน่อย เดี๋ยวคุณยายมาได้ยินเข้าจะเสียใจเอาได้นะ"
หยางเสี่ยวเทาพลิกตัวเข้าไปสวมกอดจากด้านหลัง "นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วครับ"
"อนาคตข้างหน้า พวกเราจะมาซื้อบ้านหลังใหญ่ที่นี่สักหลัง เวลากลับมาเยี่ยมท่านจะได้มีที่พักเป็นส่วนตัว"
"จะทำอะไรก็สะดวกกว่าเยอะเลย"
"ฝันกลางวันหรือเปล่าคะ คุณไม่ได้ทำงานที่นี่เสียหน่อย จะมาซื้อบ้านทิ้งไว้ทำไมกัน เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วค่ะ"
หร่านชิวเย่หัวเราะเบาๆ แต่หยางเสี่ยวเทากลับไม่พูดอะไรต่อ เพียงแต่ค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ
"อนาคตคุณก็จะรู้เองแหละครับ"
"ปล่อยมือเลยค่ะ ยังจัดของไม่เสร็จเลยนะ..."
ในขณะเดียวกัน ที่สถานีตำรวจ เจิ้งเฉาหยางจ้องมองหวงหยวนที่ถูกคุมตัวอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หวงหยวน การสารภาพความจริงอย่างละเอียด คือทางเลือกเดียวที่นายมีในตอนนี้..."
ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาผลัดเปลี่ยนกำลังกันเข้าสอบสวนอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนแม้เพียงวินาทีเดียว
ภายใต้การกดดันอย่างต่อเนื่อง หวงหยวนไม่สามารถรักษาท่าทีเมินเฉยได้เหมือนในช่วงแรก ความเหนื่อยล้าทางร่างกายเริ่มทำให้จิตใจของเขาสับสนวุ่นวาย การถูกรุกไล่ด้วยคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะล้มตัวลงนอนหลับไปให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับไม่ยอมให้เขาสมหวัง
ในขณะที่เจิ้งเฉาหยางกำลังร่ายยาวตามระเบียบ อวี่เจ๋อเฉิงที่อยู่ข้างๆ กลับจ้องมองหวงหยวนนิ่ง ก่อนจะแสร้งยกข้อมือขึ้นดูเวลาอย่างแนบเนียน
และท่าทางนั้นก็ไม่พ้นสายตาของหวงหยวนไปได้
"กี่โมงแล้ว"
จู่ๆ เสียงอันแหบพร่าของหวงหยวนก็ดังขึ้น เจิ้งเฉาหยางที่กำลังพูดอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง นี่นับเป็นการยอมเปิดปากครั้งแรกของอีกฝ่าย
อวี่เจ๋อเฉิงค่อยๆ ลดมือลง "นายจะถามไปทำไม"
"บอกฉันมา... วันนี้วันที่เท่าไหร่ กี่โมงแล้ว"
สติของหวงหยวนเริ่มเลือนลาง รอบกายมีแต่ความมืดมิดไร้แสงตะวัน จนเขาไม่สามารถแยกแยะได้ว่าตนเองถูกกักขังอยู่ในนี้มานานแค่ไหนแล้ว
วินาทีนั้น อวี่เจ๋อเฉิงเหลือบมองเจิ้งเฉาหยางแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "วันที่ 8 กรกฎาคม เวลาหกโมงเช้า"
พูดจบ อวี่เจ๋อเฉิงก็แสร้งหาวออกมาหนึ่งหวอดใหญ่
เมื่อหวงหยวนได้ยินดังนั้น เขาก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่าเวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"หวงหยวน หัวเราะอะไรของนาย!"
อวี่เจ๋อเฉิงขมวดคิ้ว แต่หวงหยวนกลับเอาแต่พยักหน้าขึ้นลงเหมือนคนง่วงนอนที่พยายามฝืนสติไว้
"วันที่ 8 กรกฎาคม ฮ่าๆ พอแล้ว... พอเสียที"
หวงหยวนหัวเราะต่อ ก่อนจะจ้องมองไปที่พวกเจิ้งเฉาหยาง "ขอขุหรี่ให้ฉันสักมวนสิ... แล้วฉันจะบอกสิ่งที่พวกนายอยากรู้ทั้งหมด"
เจิ้งเฉาหยางและอวี่เจ๋อเฉิงสบตากัน ก่อนที่อวี่เจ๋อเฉิงจะหยิบบุหรี่ส่งให้หวงหยวนคาบไว้แล้วจุดไฟให้
"ใจดีบอกข้อมูลกันง่ายๆ แบบนี้ ไม่ใช่ว่ากำลังวางแผนลวงอะไรอยู่หรอกนะ"
หวงหยวนสูดควันเข้าปอดลึกๆ สองครั้งก่อนจะพ่นออกมา กลิ่นนิโคตินเข้มข้นช่วยให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก
"จะคิดยังไงก็ช่างเถอะ ยังไงนี่ก็เป็นภารกิจสุดท้ายของฉันแล้ว ในเมื่อตกอยู่ในมือพวกนาย ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับออกไปได้หรอก"
"ฉันแค่แค่อยากจะเห็นว่า เมื่อพวกนายรู้ความจริงแล้ว จะมีสีหน้ายังไงกันแน่ ฮ่าๆๆๆ"
หวงหยวนหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ ทำเอาอวี่เจ๋อเฉิงเริ่มมีสีหน้าโกรธจัด เจิ้งเฉาหยางถึงกับลุกขึ้นยืนแล้วตวาดเสียงดัง "ไอ้ชาติชั่ว พวกแกคิดจะทำอะไรกันแน่!"
"จะทำอะไรน่ะเหรอ หึๆ สหายผู้รับใช้ประชาชนทั้งหลาย เชิญเงี่ยหูฟังให้ดี ฉันจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง ฮ่าๆ"
อวี่เจ๋อเฉิงรั้งตัวเจิ้งเฉาหยางไว้ ทั้งคู่จ้องมองหวงหยวนเขม็ง
"ฉัน... ภารกิจที่ฉันได้รับมอบหมายในครั้งนี้ มีรหัสเรียกว่า ปฏิบัติการหญ้าปลิดชีพ"
"หญ้าปลิดชีพงั้นเหรอ?"
อวี่เจ๋อเฉิงและเจิ้งเฉาหยางสบตากัน ในใจต่างก็พยายามขบคิดถึงความหมายของชื่อรหัสนี้
โดยปกติแล้ว ชื่อรหัสมักจะมีความหมายแฝงที่บ่งบอกถึงเป้าหมายบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีเพียงคนในองค์กรเท่านั้นที่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
"หญ้าปลิดชีพ..."
"เมื่อฉันถูกเรียกใช้งาน ภารกิจแรกที่ได้รับก็คือเรื่องนี้"
"เป้าหมายของภารกิจ พวกนายก็คงรู้แล้ว... นั่นคือการลอบสังหารหยางเสี่ยวเทา"
อวี่เจ๋อเฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เพราะอะไร?"
"เพราะอะไรน่ะเหรอ? พวกเราไม่เคยถามเหตุผลหรอก ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไร ก็ต้องไปถามเบื้องบนเอาเอง"
"งั้นเหรอ? แต่คนของเราสืบทราบมาว่า พวกแกตั้งใจจะลงมือกับหยางเสี่ยวเทา เราจึงได้เตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า นายไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ หรือไง"
เพียงครู่เดียวหวงหยวนก็สูบบุหรี่จนหมดมวน อวี่เจ๋อเฉิงจึงส่งให้อีกมวน เขาใช้ก้นบุหรี่เดิมจุดไฟต่อแล้วสูบอย่างตะกละตะกลาม
"พูดตามตรง ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนายไปรู้เรื่องภารกิจนี้ได้ยังไง และไม่รู้ว่าขั้นตอนไหนที่เกิดความผิดพลาดขึ้น"
หวงหยวนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนอวี่เจ๋อเฉิงเริ่มเชื่อ เพราะอีกฝ่ายไม่มีความจำเป็นต้องโกหกในยามนี้
"แล้วทำไมวันนั้นนายถึงต้องไปป้วนเปี้ยนอยู่ที่เขตตงปาลู่ด้วย?"
เจิ้งเฉาหยางถามขึ้นทันควัน เพราะที่นั่นคือที่พักของนกอพยพ
"ที่นั่นน่ะเหรอ นายคงอยากจะถามเรื่องเสียงปืนใช่ไหมล่ะ"
"ใช่!"
"ความจริงแล้ว นั่นมันเป็นอุบัติเหตุ"
หวงหยวนแสยะยิ้ม "ก่อนจะได้รับภารกิจหญ้าปลิดชีพ ฉันยังมีอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญ นั่นคือการกำจัดพวกทรยศ"
"ไอ้หมอนั่น หลังจากที่ฉันจับตาดูมานาน มันหันหลังให้กับอุดมการณ์ของตัวเอง แถมยังย้อนกลับมาทำร้ายพวกเดียวกัน คนประเภทนี้ฉันย่อมต้องจัดการทิ้งอยู่แล้ว"
ปัง!
เจิ้งเฉาหยางตบโต๊ะด้วยความโกรธ "ถ้าอย่างนั้น นกอพยพก็นายสินะที่เป็นคนฆ่า!"
"ไม่ใช่!"
"อย่ามาปากแข็ง"
"ฉันไม่จำเป็นต้องโกหก"
หวงหยวนเอ่ยเสียงหนัก "คนคนนั้นฉันอยากจะฆ่าจริงๆ แต่หลังจากที่ฉันติดต่อกับผู้บังคับบัญชา อีกฝ่ายกลับสั่งให้ฉันระงับการลงมือไว้ก่อน เพื่อเตรียมแผนการซ้อนแผน"
"ซ้อนแผนงั้นเหรอ? ซ้อนแผนแบบไหน!"
อวี่เจ๋อเฉิงถามโพล่งออกมา หวงหยวนพยักหน้า "ผู้บังคับบัญชาของฉันต้องการใช้มันส่งข้อมูลเท็จ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกนาย..."
"เพราะอย่างนั้น นายก็คือหมากเย็น ใช่ไหม"
"หือ... นายรู้จักชื่อเรียกหมากเย็นด้วยงั้นเหรอ?"
หวงหยวนมองเจิ้งเฉาหยางด้วยความแปลกใจ "ในตอนนี้ คนที่รู้จักชื่อเรียกนี้ คงเหลือไม่มากแล้วล่ะ"
"หลังจากท่านเจ้าสำนักไต้เสียชีวิตไป ผู้จัดการเหมาก็ไม่ได้มีความกล้าหาญขนาดนั้น เพราะฉะนั้น นายก็น่าจะเป็นหมากเย็นจริงๆ สินะ"
เจิ้งเฉาหยางพูดยืนยัน หวงหยวนหัวเราะเบาๆ "ใช่แล้ว ฉันคือหมากเย็น"
"รหัสลับ... เสวียนอู่"
"เสวียนอู่? เหอะ ช่างเป็นการทำลายเกียรติของชื่อเทพเจ้าประจำทิศเหนือของจีนจริงๆ"
เจิ้งเฉาหยางแค่นเสียงเย็นชา อวี่เจ๋อเฉิงจึงถามต่อ "แล้วพวกแกตั้งใจจะทำอะไรต่อไป?"
พูดมาถึงตรงนี้ หวงหยวนกลับถอนหายใจยาวออกมา
"จะทำอะไรไปมันก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ"
"ทำไม?"
"เพราะผู้วางแผนหลักของโครงการนี้หายตัวไปแล้ว นั่นคือผู้บังคับบัญชาของฉัน ฉันพยายามตามหาเขามาหลายวันแล้วแต่ก็ไม่เจอ ราวกับว่าเขาหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย"
"เมื่อขาดคนคอยประสานงานและคุ้มกัน ลำพังฉันคนเดียว ย่อมไม่อาจทำภารกิจให้สำเร็จและถอนตัวได้อย่างปลอดภัยแน่"
"ผู้บังคับบัญชาของนายคือใคร?"
"นกอัลบาทรอส นั่นคือรหัสของเขา ส่วนตัวจริงเป็นใครฉันไม่รู้ รู้แค่ว่าเป็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง"
หวงหยวนเอ่ยด้วยท่าทางไม่แยแส ก่อนจะบอกเล่าข้อมูลที่เขารู้ทั้งหมดออกมา
ในขณะเดียวกันเขาก็จุดบุหรี่ขึ้นอีกมวน เขารู้สึกว่าบุหรี่ยิ่งสูบก็ยิ่งรู้สึกกระปรี้กระเปร่า จนอยากจะระบายความในใจออกมาให้หมด
"สรุปคือวันนั้นนายยังไม่ได้ลงมือสินะ?"
เจิ้งเฉาหยางถามย้ำ หวงหยวนพยักหน้าตอบ
"นั่นหมายความว่า เป้าหมายภารกิจของพวกแกในครั้งนี้คือหยางเสี่ยวเทาจริงๆ สินะ?"
"ใช่... แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว"
"พูดจาให้มันดีๆ อย่ามาเล่นลิ้น"
หวงหยวนเหลือบมองเจิ้งเฉาหยางด้วยความรำคาญ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงยโส "พวกนายรู้ไหมว่าคำว่าหญ้าปลิดชีพหมายความว่าอย่างไร?"
"ตามตำนาน เสินหนงยอมชิมสมุนไพรนับร้อยชนิด เพื่อหาธัญพืชมาให้ราษฎรได้อิ่มท้อง และหาตัวยามาใช้รักษาโรค นับว่าเป็นผู้สร้างคุณประโยชน์มหาศาล ทว่าสุดท้าย... ท่านกลับต้องจบชีวิตลงด้วยพิษของหญ้าปลิดชีพ"
"เข้าใจหรือยังล่ะ ฮ่าๆๆ!"
หวงหยวนจู่ๆ ก็มีสีหน้าดุร้าย ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความบ้าคลั่ง "พวกเรา... จะทำให้เสินหนงของพวกนายทุกคนต้องตายตกไปตามกัน"
"ทำไม... ทำไมชนชาติจีนถึงได้โชคดีขนาดนี้ ทำไมกัน... ทำไมกัน!"
อวี่เจ๋อเฉิงหน้าเคร่งขรึม "นายเป็นคนของใครกันแน่?"
เจิ้งเฉาหยางกำหมัดแน่น "บอกมา!"
"คนของใครน่ะเหรอ หึๆ"
"พวกนายน่าจะเดาออกอยู่แล้วนี่?"
หวงหยวนเอ่ยอย่างตื่นเต้น "เมื่อครั้งที่พวกเราพ่ายแพ้สงคราม พรรคกบฏได้รับมรดกที่พวกเราทิ้งไว้ และฉันก็ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหมากเย็นที่หลงเหลืออยู่บนแผ่นดินนี้"
"ตลอดหลายปีมานี้ ฉันกลัวการถูกเปิดเผยตัวตนมากที่สุด แม้แต่ผู้หญิงฉันก็ไม่ยอมแตะต้อง เหล้าก็ไม่ยอมดื่ม วางตัวนอบน้อมถ่อมตนกับทุกคนมาตลอด"
"แต่ไม่นึกเลย... สุดท้ายก็ยังถูกพวกนายมองออกจนได้"
อวี่เจ๋อเฉิงเย็นชา "เขาเรียกว่าตาข่ายฟ้ากว้างใหญ่แต่ไร้ช่องโหว่ ความพ่ายแพ้ของพวกแกมันถูกกำหนดไว้แล้ว"
"ฮ่าๆๆๆ"
"พ่ายแพ้งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก"
หวงหยวนโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องเขม็งไปยังทั้งคู่ด้วยสายตาน่าสยดสยอง
"7 กรกฎาคม!"
"รู้ไหมทำไมต้องเป็นวันที่ 7 กรกฎาคม?"
"เหตุการณ์ 7 กรกฎาคมที่สะพานลู่โกวไงล่ะ เข้าใจหรือยัง? นี่คือสงคราม... สงครามที่พวกนายถูกกำหนดให้เป็นผู้พ่ายแพ้ ฮ่าๆๆๆ"
เส้นเลือดที่คอของหวงหยวนโปนพอง เขาคำรามและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"คนของเราเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เสินหนงของพวกนายจะต้องพบกับหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้"
"คิดจะผงาดงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ"
"เป็นยังไงล่ะ สัมผัสได้ถึงความไร้ทางสู้แล้วใช่ไหม เจ็บปวดหัวใจมากใช่ไหมล่ะ?"
ฮ่าๆๆๆ
หวงหยวนพยายามจะส่งก้นบุหรี่เข้าปาก แต่ดูเหมือนข้อมือจะเริ่มไม่ฟังคำสั่ง ก้นบุหรี่กลับไปโดนอยู่ที่ริมฝีปากบนแทน
"เหล่าเจิ้ง เหล่าอวี่ เตรียมตัวกินข้าวได้แล้วนะ วันนี้มื้อเย็นกับข้าวดีเชียวล่ะ"
จู่ๆ ประตูก็ถูกผลักออก ห่าวผิงชวนถือปิ่นโตสองใบเดินเข้ามาพลางวางลงบนโต๊ะเสียงดัง "มื้อดึกวันนี้ไม่เลวเลยนะ มีไข่เจียวต้นหอม ของโปรดของนายเลยนะเหล่าเจิ้ง"
"มื้อดึก? พวก... พวกนาย..."
หวงหยวนชะงักไปทันที ก่อนจะชี้นิ้วสั่นเทาไปยังอวี่เจ๋อเฉิงที่เพิ่งพูดจบเมื่อครู่
"อ้าว เปิดปากคุยแล้วเหรอ"
ห่าวผิงชวนก้าวเข้ามา "ไอ้หนู สารภาพหมดเปลือกแล้วใช่ไหม รีบบอกมาซะดีๆ ว่าแกเป็นใคร"
หวงหยวนจ้องมองห่าวผิงชวนตาไม่กะพริบ "ตอนนี้... วันที่เท่าไหร่ กี่โมงกันแน่?"
ห่าวผิงชวนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเหล่าเจิ้งไม่มีทีท่าจะตอบ เขาจึงเอ่ยเสียงหนัก "วันที่ 6 กรกฎาคมไงล่ะ มีอะไรหรือเปล่า จะดูเวลาไปทำไมกัน"
"แก... แกหลอกฉัน!"
อวี่เจ๋อเฉิงก้าวเข้ามาเก็บซองบุหรี่บนโต๊ะใส่กระเป๋าเสื้อ
"หลอกนายน่ะเหรอ?"
"นั่นถือเป็นเกียรติของนายแล้วล่ะ"
พูดจบเขาก็เตรียมจะเดินออกจากห้อง ทิ้งให้หวงหยวนที่มีสภาพเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม นอนกองอยู่บนโต๊ะราวกับขี้ผึ้งลนไฟ
"ขอบุหรี่ฉัน... ขอบุหรี่ฉันที~~~"
อวี่เจ๋อเฉิงและเจิ้งเฉาหยางเดินออกจากห้องสอบสวน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องโหยหวนของหวงหยวนที่ดังไล่หลังมา
"หัวหน้าอวี่ บุหรี่นั่น... มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ"
"หึๆ ของใช้เฉพาะภายในน่ะ ใส่ตัวยาบางอย่างลงไปเล็กน้อย เอาไว้ใช้จัดการกับพวกใจแข็งโดยเฉพาะ"
ทั้งคู่สนทนากัน ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึมพร้อมกัน
"สิ่งที่เขาพูดเรื่องหญ้าปลิดชีพ เป็นไปได้ว่าเป้าหมายไม่ได้มีแค่คนเพียงคนเดียว"
"แต่อาจจะพุ่งเป้าไปที่โครงการบางอย่างของพวกเรา"
เจิ้งเฉาหยางวิเคราะห์ออกมา ซึ่งอวี่เจ๋อเฉิงเองก็พอจะรู้อะไรบางอย่าง
"นายเคยได้ยินเรื่องโครงการสนับสนุนการทดลองพืชลูกผสมของกระทรวงเกษตรไหม?"
"กระทรวงเกษตรเหรอ?"
เจิ้งเฉาหยางยังไม่ค่อยทราบรายละเอียดในส่วนนี้มากนัก
"ใช่ โครงการนี้แหละ"
"ถ้าจะเล่าให้ฟัง มันต้องเริ่มมาจากข้าวโพดลูกผสมที่หยางเสี่ยวเทาพัฒนาขึ้นมา สถาบันวิจัยเกษตรเห็นว่าแนวทางนี้มีความเป็นไปได้สูง จึงได้จัดตั้งโครงการสนับสนุนการทดลองพืชลูกผสมขึ้น เพื่อหวังให้เหล่านักวิจัยหันมาทุ่มเททางด้านนี้กันมากขึ้น"
"โครงการนี้คนวงในพอจะรู้กันอยู่บ้าง แต่ข้อมูลที่ว่าศึกษาวิจัยอะไร หรือใครเข้าร่วมโครงการบ้างนั้น คนภายนอกน้อยนักที่จะรู้"
เจิ้งเฉาหยางเริ่มเข้าใจสถานการณ์ ข้าวโพดผลผลิตสูงเพียงชนิดเดียวก็ช่วยเพิ่มผลผลิตทางตอนเหนือได้มหาศาล แก้ปัญหาปากท้องของผู้คนได้นับไม่ถ้วน
หากมีพืชผลผลิตสูงชนิดอื่นเพิ่มขึ้นมาอีก เช่น ข้าวลูกผสมที่กำลังวิจัยกันอยู่ ย่อมหมายถึงการเลี้ยงดูผู้คนได้มากขึ้นอีกมหาศาล
เขาทราบสถานการณ์ในประเทศดี แม้แต่มหานครที่เจริญอย่างหูซ่าง ครอบครัวธรรมดาก็ยังอยู่ได้แค่พอกินพอใช้ ไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ห่างไกลที่ยังอดอยาก
"เพราะฉะนั้น เป้าหมายของพวกมันคือเหล่านักวิจัยทดลองพวกนี้ใช่ไหม?"
"ใช่ แปดเก้าส่วนต้องเป็นอย่างนั้นแน่"
"แต่พวกมันไปรู้ความลับพวกนี้ได้ยังไง?"
"เรื่องนี้... ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน"
อวี่เจ๋อเฉิงรู้สึกหนักใจ "สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบแจ้งเบื้องบนให้ทราบ เพื่อเตรียมการป้องกันให้รัดกุมที่สุด"
"ส่วนทางด้านหยางเสี่ยวเทา คงต้องฝากพวกนายจัดหากำลังคนเพิ่มด้วย"
"ตกลงครับ!"
เจิ้งเฉาหยางกล่าวจบลาก็รีบไปเตรียมรายงานผล
อวี่เจ๋อเฉิงจ้องมองความมืดมิดภายนอกที่มีสายหมอกปกคลุม "7 กรกฎาคม... หวังว่าจะยังทันเวลานะ"
(จบแล้ว)