- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 910 - เสื้อนวมน้อยสองตัว
บทที่ 910 - เสื้อนวมน้อยสองตัว
บทที่ 910 - เสื้อนวมน้อยสองตัว
บทที่ 910 - เสื้อนวมน้อยสองตัว
รถจี๊ปพุ่งทะยานไปภายใต้แสงไฟสถนนที่ติดๆ ดับๆ คนขับมีเพียงถนนอยู่ในสายตา จนทำให้โจวขุ่ยที่นั่งเบาะข้างคนขับถึงกับหวาดกลัว
เขาทำได้เพียงยึดเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น ร่างกายที่กำยำไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย เขาต้องข่มอาการปั่นป่วนในท้องไว้จนใบหน้าซีดเผือด
หยางเสี่ยวเทาเหยียบคันเร่งจนจมมิด ความเร็วของรถพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ทักษะการขับรถที่ยอดเยี่ยมทิ้งรอยล้อไว้บนถนนเป็นทางยาว ก่อนจะส่งเสียงคำรามหายลับไปในความมืดมิด
เหล่าทหารที่ออกตรวจตราตามรายทางต่างพากันมองตามด้วยสายตาที่เคร่งขรึม
ดึกขนาดนี้แล้ว ยังเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ จะให้เกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
ใบหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง ต่างพากันกระชับปืนในมือและออกตรวจตราอย่างเข้มงวดอีกครั้ง
ที่หน้าบ้านสี่ประสาน
รถจอดสนิท หยางเสี่ยวเทากระโดดลงจากรถแล้ววิ่งตรงเข้าไปในลานกลางทันที ความกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้า
ไม่เหมือนกับตอนที่คลอดเสี่ยวตวนอู่ครั้งแรก เพราะครั้งนี้หร่านชิวเย่ตั้งครรภ์แฝด ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ ไปที่โรงพยาบาลจะดีที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าคลอด อยู่ในโรงพยาบาลย่อมมีหลักประกันมากกว่า อย่างน้อยหมอในยุคนี้ก็มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง
บ้านตระกูลหยาง
ตอนกินข้าวเย็นเมื่อคืน หร่านชิวเย่รู้สึกปวดที่ท้องน้อยเป็นพักๆ ตอนแรกนึกว่าเจ้าตัวเล็กสองคนกำลังซนจึงไม่ได้สนใจอะไรและล้มตัวลงนอนพักผ่อน
แต่ใครจะไปคิดว่า อาการมันกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยประสบการณ์ที่มีมาแล้วครั้งหนึ่ง หร่านชิวเย่จึงรู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังจะคลอด
และเมื่อแม่หร่านถูกปลุกขึ้นมาดู ก็พบว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้ว
จึงรีบจัดเตรียมของ และสั่งให้โจวขุ่ยไปแจ้งข่าวหยางเสี่ยวเทาที่โรงงานทันที
ในห้อง หลิวอวี้หัวแขนข้างหนึ่งอุ้มเสี่ยวตวนอู่ อีกข้างหนึ่งอุ้มเสี่ยวอวี่พลางมีสีหน้าที่เคร่งเครียด การที่ผู้หญิงจะคลอดลูก ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหนก็เหมือนกับการก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปในประตูนรก
เมียของหวังต้าซานและแม่หร่านช่วยกันเก็บกวาดข้าวของ ทั้งผ้าห่ม ผ้าปูเตียง และสิ่งของอื่นๆ ถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ ของที่อาจจะไม่ได้ใช้ก็ต้องเตรียมไว้ก่อน เพราะยามที่ต้องการใช้ขึ้นมาจะได้ไม่วุ่นวาย
"ชิวเย่!" หยางเสี่ยวเทาวิ่งพรวดเข้ามาในห้อง เงยหน้าขึ้นมองภรรยาที่กำลังขมวดคิ้วแน่นด้วยความเจ็บปวด "เป็นยังไงบ้างครับ!"
เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทากลับมา หร่านชิวเย่ก็รู้สึกใจชื้นขึ้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ เธอยึดมือสามีไว้แน่นแต่ก็แทบไม่มีแรงจะเอ่ยคำพูด
"เจ็บ..."
หัวใจของหยางเสี่ยวเทาสั่นไหว "ไปกันเถอะ ไปโรงพยาบาล!"
หยางเสี่ยวเทาเห็นว่าที่บ้านเตรียมของไว้พร้อมแล้ว
"อวี้หัว ฝากดูแลเสี่ยวตวนอู่ด้วยนะ!"
"ได้เลย คุณไปดูแลชิวเย่เถอะ"
"คุณแม่ครับ คุณแม่เอาของไปไว้บนรถก่อน เดี๋ยวผมไปเอาของกินมาเพิ่ม"
พูดจบเขาก็วิ่งไปที่ห้องหนังสือ นำอาหารที่เตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นของที่จำเป็นหรือไม่เขาก็เตรียมไว้ก่อน
จากนั้นเขาก็อุ้มหร่านชิวเย่ขึ้นมาแล้วเดินไปที่รถ "เสี่ยวเทา... ผ่าคลอดมันจะเจ็บมากไหมคะ!"
เมื่อถูกหยางเสี่ยวเทาอุ้มไว้ในอ้อมกอด หร่านชิวเย่ก็เริ่มมีความกลัวขึ้นมาบ้าง
เธอซบลงที่ซอกคอพลางกระซิบถามเบาๆ
หยางเสี่ยวเทากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อปลอบประโลม "ไม่เป็นไรครับ ถ้าคลอดเองไม่ได้ก็ผ่า ฟังหมอดีที่สุดนะครับ!"
"ค่ะ!"
เมื่อขึ้นรถ หร่านชิวเย่นอนพักอยู่ที่เบาะหลัง โดยมีแม่หร่านคอยดูแลอยู่ข้างๆ หยางเสี่ยวเทาสตาร์ทรถและพุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลประชาชนหมายเลขหกทันที
ที่ลานกลาง
ฉินไหวหรูนั่งอยู่บนเตียง ภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ เธอมองดูความวุ่นวายภายนอกที่ค่อยๆ สงบลง
ใบหน้าของเธอไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ปรากฏ
คืนนั้นเธอได้เปิดเผยความอ่อนแอในใจให้กับผู้ชายคนนั้นเห็น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมายังคงเป็นความเฉยชา
ทำไม?
ทำไมเขาต้องคอยตั้งแง่กับเธอแบบนี้ตลอดเวลา?
ผู้หญิงที่อ่อนแออย่างเธอ แค่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่หรือไง? การดิ้นรนหาความสุขให้ตัวเองมันผิดตรงไหน?
ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจเธอ?
ทำไมเขาถึงใจดำได้ขนาดนี้!
ในห้องข้างๆ จู่ๆ ก็มีเสียงด่าทอของหญิงชราเจี่ยดังขึ้น "ขอให้ได้ลูกสาวที่ล้างผลาญเงินทองทั้งสองคนเลย! ท่านผู้เฒ่าเจี่ยช่วยคุ้มครองด้วย ตงซวี่ช่วยคุ้มครองด้วย ขอให้ไอ้เด็กนรกนั่นมันได้ลูกสาวที่ล้างผลาญเงินทองทั้งสองคนเลย!"
"คุ้มครองด้วย คุ้มครองด้วยนะ ผู้เฒ่าเจี่ย..."
เสียงด่าทอกระท่อนกระแท่นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฉินไหวหรูหันขวับไปมองความมืดภายนอก ในใจเริ่มมีความหวังบางอย่างผุดขึ้นมา หากอีกฝ่ายได้ลูกสาวที่ล้างผลาญเงินทองทั้งสองคนจริงๆ ชีวิตพวกเขาก็จะเหมือนกับบ้านของเธอ
ทว่า อีกฝ่ายยังมีโอกาสที่จะมีลูกได้อีก แต่เธอนั้น...
"ไม่สิ... ถึงจะตัดออกไปแล้วก็มีลูกได้!"
จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าฉินจิงหรูอาศัยเรื่องนี้จนตามสวีต้าเม่าไปได้สำเร็จ ในเมื่อฉินจิงหรูทำได้ แล้วทำไมเธอ ฉินไหวหรู จะทำไม่ได้?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น นิ้วมือของเธอก็เผลอลูบไปที่รอยแผลเป็นตรงหน้าอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความแน่วแน่
ในห้องอีกด้านหนึ่ง ป้าหนึ่งนั่งอยู่บนหัวเตียง เดิมทีเธออยากจะออกไปดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่พอนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านหยางและบ้านเธอ สุดท้ายจึงไม่ได้ก้าวออกไป
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ในสมองนึกไปถึงคู่ชีวิตของตนเอง เมื่อไม่มีลูกหลานสืบสกุล อี้จงไห่จึงเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเธอ
ที่ลานหลังบ้าน ฉินจิงหรูลูบที่ท้องของเธอ เธอเริ่มมองออกแล้วว่าสวีต้าเม่าน่ะเป็นคนสิ้นสกุลโดยธรรมชาติ ทั้งหื่นกระหายและอยากจะทำเรื่องอย่างว่าทุกวัน แต่กลับไม่มีน้ำยา
การจะหวังให้ท้องโตเพราะเขา สู้ไปหวังพึ่งซ่าจู้ยังจะดูมีความหวังมากกว่า
เพียงแต่ในตอนนี้ เธอไม่สามารถพบหน้าซ่าจู้ได้เลย!
ที่ลานหน้าบ้าน เหยียนฟู่กุ้ยถูกปลุกให้ตื่น เขานั่งอยู่บนหัวเตียงกับป้าสาม เมื่อรู้เรื่องราว ทั้งคู่แม้จะมีการเตรียมใจไว้บ้างแต่ก็ยังมิวายเหลือบมองไปทางห้องข้างๆ
"ลูกสะใภ้คนโตนี่ยังไม่มีวี่แววอะไรเลย ลุ้นจนตัวโก่งแล้วนะเนี่ย!"
ป้าสามบ่นออกมา เหยียนฟู่กุ้ยเองก็คิดแบบเดียวกัน
นานวันเข้า คำพูดนินทาก็เริ่มหนาหู ครอบครัวเขาเองก็รอไม่ไหวแล้ว
"คุณคะ คุณว่าใครเป็นคนมีปัญหา?"
"คงไม่ใช่เจี่ยเฉิงหรอกนะ!"
ป้าสามเริ่มกังวลขึ้นมากะทันหัน เธอพิจารณาจากรูปร่างของอวี้ลี่แล้ว ไม่น่าจะเป็นคนที่ไม่มีลูกได้
"เป็นไปไม่ได้หรอก ยุคนี้ขนาดสวีต้าเม่ายังมีลูกได้เลย ลูกชายคนโตของเราจะแย่กว่าสวีต้าเม่าได้ยังไง?"
"นั่นสิ..."
"พรุ่งนี้เช้า ให้ทั้งคู่ไปตรวจที่โรงพยาบาลเลย!"
ที่ห้องข้างๆ เหยียนเจี่ยเฉิงลุกขึ้นมายืนที่หน้าต่างมองดูเหตุการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองภรรยาที่นอนตะแคงอยู่ ความต้องการในใจพลันลุกโชน เขาถอดเสื้อกล้ามทิ้งแล้วพุ่งขึ้นไปบนเตียงทันที
อวี้ลี่ที่แสร้งทำเป็นหลับก็รู้สึกกังวลใจเช่นกัน แต่เหยียนเจี่ยเฉิงคนนี้...
เมื่อสัมผัสได้ถึงความต้องการของเหยียนเจี่ยเฉิง อวี้ลี่จึงตัดสินใจทุ่มสุดตัว...
อีกด้านหนึ่ง
รถจอดสนิทที่หน้าโรงพยาบาล หยางเสี่ยวเทาได้ยินเสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดของหร่านชิวเย่ก็ยิ่งกระวนกระวายใจ
เหงื่อบนหน้าผากของหร่านชิวเย่ไหลอาบเส้นผมลงมา เขาไม่มัวเสียเวลาคิด รีบอุ้มเธอลงจากรถแล้ววิ่งเข้าโรงยาบาลทันที
โชคดีที่เขามีพละกำลังมหาศาลและอุ้มได้อย่างมั่นคง ยังไม่ทันที่พยาบาลจะเข็นรถออกมาเขาก็วิ่งเข้าไปข้างในแล้ว
"หมอครับ หมอ! เมียผมจะคลอดแล้ว ช่วยด้วยครับ!"
หยางเสี่ยวเทาตะโกนเรียกเสียงหลง พยาบาลที่วิ่งมาต้อนรับรีบเข็นรถออกมาทันที
"ใจเย็นๆ ค่ะคุณ วางคนไข้ลงบนรถก่อน เดี๋ยวคุณหมอจะมาเดี๋ยวนี้แหละ!"
พยาบาลกล่าว หยางเสี่ยวเทาวางหร่านชิวเย่ลงบนรถ ทันใดนั้นเขาก็เห็นหมอผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาสอบถามสถานการณ์
หยางเสี่ยวเทาเหลือบมองดู แล้วก็จำได้ทันทีว่าคนคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณหมอหลี่ ภรรยาของผู้หมวดตู้นั่นเอง!
เขาเคยไปร่วมงานแต่งงานของทั้งคู่มาแล้วด้วย!
"คุณหมอหลี่ครับ!"
หยางเสี่ยวเทาเรียกชื่อเธอ คุณหมอหลี่เห็นว่าเป็นหยางเสี่ยวเทา และเห็นหร่านชิวเย่ที่นอนอยู่บนเตียงก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
"เตรียมห้องคลอด ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม"
เธอสั่งการพยาบาล ก่อนจะหันมาพูดกับหยางเสี่ยวเทา "ไม่ต้องกังวลนะ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ฉันจะเข้าไปตรวจเบื้องต้นก่อน พวกคุณรออยู่ข้างนอกนะ"
หยางเสี่ยวเทาพยักหน้า แต่เมื่อเห็นหร่านชิวเย่ถูกเข็นเข้าไปข้างใน ใจของเขาก็ยังคงเต้นรัวด้วยความกังวล
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูห้องคลอดก็ถูกเปิดออก คุณหมอหลี่เดินออกมา "ทารกในท้องของชิวเย่กับสายสะดือมีสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน เราแนะนำให้ทำการผ่าคลอดค่ะ"
"คุณหมอครับ พวกคุณคือผู้เชี่ยวชาญ ขอแค่ผู้ใหญ่และเด็กปลอดภัยก็พอ พวกเรายินยอมทุกอย่างครับ"
หยางเสี่ยวเทากล่าว คุณหมอหลี่พยักหน้า
"ตกลงค่ะ งั้นพวกเราจะเริ่มเตรียมการ คุณเอาของส่งให้พยาบาลนะ"
พูดจบเธอก็เดินกลับเข้าไปในห้องผ่าตัด
แม่หร่านได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเป็นห่วง เธอทำได้เพียงตบตักตัวเองและลูบกางเกงไปมาด้วยความกังวล
หยางเสี่ยวเทาคอยปลอบโยนอยู่ข้างๆ แต่ในใจของเขาก็ไม่ได้กังวลน้อยไปกว่าแม่หร่านเลย นิ้วมือทั้งสองข้างบิดเข้าหากันจนแน่น
"หลีกทางหน่อยครับ หลีกทางหน่อย!"
ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก แล้วก็เห็นพยาบาลเข็นรถเข้ามา บนรถมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด โดยมีชายหนุ่มยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ เป็นผู้หญิงที่รอคลอดอีกคนหนึ่ง
เมื่อรถถูกส่งเข้าไปข้างในแล้ว คนที่เดินไปเดินมาด้วยความกระสับกระส่ายที่หน้าประตูก็เพิ่มขึ้นเป็นสองคน
"คุณแม่ครับ คุณแม่หลับตาพักผ่อนก่อนเถอะครับ!"
หยางเสี่ยวเทามองดูเวลา ตีสองกว่าแล้ว!
"ไม่เป็นไรหรอก นี่เข้าไปตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีความเคลื่อนไหวอีกนะ!"
หยางเสี่ยวเทาส่ายหน้า
ในตอนนั้นเอง ประตูเหล็กของห้องคลอดก็เปิดออก พยาบาลคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาถาม "ใครคือญาติของคุณหวังลี่คะ?"
ชายหนุ่มที่นั่งยองๆ อยู่บนพื้นรีบลุกพรวดขึ้นมา "ผมครับ ผมเป็นสามีของเขา"
พยาบาลพยักหน้า "ยินดีด้วยนะคะคุณ สหายหวังลี่คลอดลูกสาวค่ะ!"
"ฮะ? ลูกสาวเหรอ... โธ่เอ๊ย!"
แววตาของชายหนุ่มฉายความผิดหวังออกมาทันที แม้แต่ความกังวลก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปสิ้น
ภาพนี้ทำให้พยาบาลสาวถึงกับเม้มปากด้วยความไม่พอใจ
หยางเสี่ยวเทาได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรมาก คนในยุคสมัยนี้ยังคงมีความคิดเรื่อง "เลี้ยงลูกชายไว้พึ่งพายามแก่" แม้เวลาจะผ่านไปอีกสี่ห้าสิบปี คนที่พยายามจะมีลูกจนกว่าจะได้ลูกชายก็ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป
ปรากฏการณ์แบบนี้ หยางเสี่ยวเทาไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนต่างก็มีบรรทัดฐานและค่านิยมที่ต่างกัน ความคิดของคนอื่นไม่จำเป็นที่เขาต้องไปใส่ใจ
ดังนั้น เขาจึงไม่ขอตัดสิน
"คุณพยาบาลครับ ผมเป็นสามีของหร่านชิวเย่ ตอนนี้สถานการณ์ของเธอเป็นยังไงบ้างครับ?"
พยาบาลหันมามองหยางเสี่ยวเทาแล้วพยักหน้า "สหายหร่านชิวเย่เพิ่งจะเตรียมตัวเสร็จค่ะ คุณหมอหลี่เตรียมพร้อมแล้ว กำลังจะเริ่มทำการผ่าตัดค่ะ!"
"ไม่ต้องกังวลนะคะ คุณหมอหลี่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ สบายใจได้เลยค่ะ!"
ตบท้ายด้วยคำปลอบโยนจากพยาบาลสาว
"ครับ ขอบคุณมากครับ"
พยาบาลเหลือบมองชายหนุ่มที่ดูหมดอาลัยตายอยากคนนั้นอีกครั้งด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องผ่าตัดไป
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก หยางเสี่ยวเทารีบพุ่งเข้าไปหา แต่พบว่าไม่ใช่คนในครอบครัวของตน
ชายหนุ่มคนนั้นแม้จะผิดหวัง แต่ก็ยังเข้าไปช่วยย้ายภรรยาและลูกเข้าไปในห้องพักฟื้น
หยางเสี่ยวเทาและแม่หร่านยังคงเฝ้ารอต่อไป
ตีสี่ ตรงกับเวลาที่แม่หร่านเริ่มทนไม่ไหวจนหนังตาเริ่มหนัก ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกอีกครั้ง
ยังคงเป็นพยาบาลคนเดิมที่โผล่หัวออกมามอง
หยางเสี่ยวเทารีบก้าวเข้าไปหาทันทีพลางถามด้วยความตื่นเต้น "คุณพยาบาล เมียผมคลอดหรือยังครับ!"
"ค่ะ สหายหร่านชิวเย่คลอดแล้วค่ะ"
"เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ?"
พยาบาลสาวอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา "สหายหร่านชิวเย่ปลอดภัยดีค่ะ! เธอได้มอบชีวิตใหม่ที่น่ารักถึงสองชีวิตให้กับขบวนการสร้างชาติเชียวนะคะ!"
"ปลอดภัยก็ดีแล้ว! ปลอดภัยก็ดีแล้ว!"
"จริงด้วย เมียผมได้ลูกอะไรครับ"
พยาบาลสาวยิ้มแกมหยอก "ฉันก็นึกว่าคุณจะไม่สนใจเสียแล้ว! จะเอาแต่เมีย ไม่เอาลูกสาวเลยเหรอคะ!"
"ลูกสาว? ฮ่าๆ ลูกสาว ผมมีลูกสาวสองคนแล้ว!" หยางเสี่ยวเทาแสดงอาการดีใจออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งตรงข้ามกับชายหนุ่มคนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ความดีใจที่พุ่งพล่านนั้นทำให้พยาบาลสาวอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย
"ลูกสาวน่ะดีนะคะ! ลูกสาวคือเสื้อนวมน้อยของพ่อ แถมคุณยังได้ตั้งสองตัวเชียวนะ!"
"มาครับ กินขนมกัน กินขนมกัน!"
หยางเสี่ยวเทานึกภาพไปถึงในอนาคตที่มีลูกสาวสองคน คนหนึ่งคอยบีบนวดไหล่ อีกคนคอยนวดขาอ้อนวอนขอของเล่น เขาก็รีบควักขนมออกมาหนึ่งกำมือส่งให้พยาบาลสาวทันที จากนั้นก็รีบนำข่าวดีนี้ไปบอกกับแม่หร่าน
ในสายตาของแม่หร่าน ขอเพียงแม่และลูกปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว
ลูกชายหรือลูกสาวเธอก็รักเท่ากัน
พยาบาลสาวยิ้มและเดินกลับเข้าไปพลางมองดูขนมในมือ มีทั้งลูกอมผลไม้ ลูกอมนม และช็อกโกแลต
เมื่อเธอนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คุณหมอหลี่ฟัง คุณหมอหลี่ก็หัวเราะออกมา เธอเหลือบมองหร่านชิวเย่ที่นอนอยู่บนเตียง และมองดูเจ้าตัวน้อยที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะลูบท้องของตัวเองแล้วเผยรอยยิ้มจางๆ
พยาบาลไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งนี้ เธอเพียงแต่รีบเอาขนมไปแบ่งให้เพื่อนพยาบาลคนอื่นๆ ด้วยความดีใจ วันนี้ถือว่าลาภปากจริงๆ!
ตีห้าตรง หร่านชิวเย่ถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัด หยางเสี่ยวเทารีบเข้าไปต้อนรับทันที เขามองดูภรรยาที่ยังไม่ฟื้นก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผาก
จากนั้นเขาก็หันไปมองที่ข้างเตียง พบเด็กทารกสองคนถูกห่อไว้ด้วยผ้าปูเตียง ผิวหนังยังย่นอยู่บ้างแต่ใบหน้าที่เล็กและจิ้มลิ้มนัน เมื่อมองแวบเดียวก็รู้สึกคุ้นตา เหมือนแม่ของพวกเขาไม่มีผิด
"คนนี้เป็นพี่สาวค่ะ หนักห้าชั่งหกตำลึง ส่วนคนนี้เป็นน้องสาว หนักหกชั่งสองตำลึง!"
พยาบาลชี้บอกเด็กแต่ละคน บนแขนของพวกเขามีวงแหวนพลาสติกสองวงเพื่อระบุตัวตน
หยางเสี่ยวเทาพยักหน้าเฝ้ามอง เดี๋ยวก็ลูบคนนี้ เดี๋ยวก็มองคนนั้น ท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูนี้ ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนต้อนรับเสี่ยวตวนอู่ครั้งแรกเสียอีก
บางที นี่อาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างพ่อและลูกสาวก็ได้
เขารีบช่วยอุ้มหร่านชิวเย่และลูกๆ เข้าไปในห้องพักฟื้น หยางเสี่ยวเทาฝากให้แม่หร่านช่วยดูแลก่อน ส่วนเขาจะรีบขับรถกลับบ้านไปเตรียมอาหาร
หลังจากผ่านการผ่าตัด เมื่อร่างกายเริ่มระบายลมออกแล้วจำเป็นต้องเสริมสารอาหาร แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องกินอะไรรองท้องบ้าง
เขาต้องรีบแล้ว
เขาต้องไปแจ้งข่าวดีให้ท่านปู่ทวดทราบ ต้องไปลางานที่โรงงาน และต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับอยู่โรงพยาบาล...
มีเรื่องต้องทำอีกมากจริงๆ แต่ในหัวใจของเขานั้นช่างมีความสุขเหลือเกิน
(จบแล้ว)