เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - ความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่

บทที่ 220 - ความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่

บทที่ 220 - ความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่


บทที่ 220 - ความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่

“ต่อไป ตาคุณแล้ว!”

หยางเสี่ยวเทาพยักหน้า

เขารับสลักเกลียวมาถือไว้ในมือ มันยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่

โจทย์การทดสอบออกมาแล้ว

มันไม่ห้าเลย หรือจะพูดว่ามันยากมากก็ได้

ไม่ต้องพูดถึงเมื่อก่อน แม้แต่ตอนนี้ทั่วทั้งโรงงานเหล็กกล้าหากคิดจะทำชิ้นที่เหมือนกันออกมาอีกชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

มิฉะนั้น มันคงไม่ถูกใช้งานมาต่อเนื่องยาวนานหลายปีขนาดนี้

โจทย์ข้อนี้ ต่อให้จะเป็นคนที่ช่างเลือกหรือเข้มงวดที่สุดก็พูดอะไรไม่ออก บางคนถึงกับรู้สึกว่า การทดสอบนี้คือการจงใจทำให้หยางเสี่ยวเทาลำบากใจ

นั่นมันผลงานของหลิวหนึ่งตะไบเชียวนะ

หยางเสี่ยวเทาไม่ได้สนใจความคิดของคนอื่น และไม่รู้สึกว่านี่คือการกลั่นแกล้ง

มีเพียงการทำสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จเท่านั้น ถึงจะแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้

หยางเสี่ยวเทามองดูอย่างละเอียด ก่อนจะสบตาเข้ากับช่างกลึงอาวุโสแล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ

จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังตำแหน่งงานของตัวเอง

ข้างหลังเขา หวังกั๋วต้งมีสีหน้าวิตกกังวล

เขารู้ดีว่าตอนที่ผลิตสลักเกลียวเล็กๆ ชิ้นนี้ ทั่วทั้งโรงงานเหล็กกล้าต้องใช้เวลาถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ

และนั่นคือการระดมแรงงานจำนวนมากถึงทำออกมาได้

ตอนนี้ กลับให้ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ ทำออกมาภายในหนึ่งชั่วโมง ความยากนี้ยิ่งกว่าการทดสอบอ่านพิมพ์เขียวเสียอีก!

“นี่มันจะยากเกินไปไหม?”

สวีหย่วนซานไม่ได้พูดอะไร ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คำพูดใดๆ ก็ดูจะเกินความจำเป็น ได้แต่รอดูว่าหยางเสี่ยวเทาจะมีฝีมือจริงหรือไม่!

ที่หน้าฝูงชน อี้จงไห่มีแววตาแห่งความสะใจ

สลักเกลียวชิ้นนั้น ในปีนั้นเขาก็เคยลองทำ

แต่เขาล้มเหลว!

ดังนั้นเขาจึงรู้ซึ้งถึงความยากของมันดี

หยางเสี่ยวเทา ด้วยความสามารถเพียงแค่นั้น คิดจะทำให้สำเร็จงั้นหรือ ฝันไปเถอะ!

หลิวไห่จงเห็นสีหน้าของอี้จงไห่ก็รู้ได้ทันทีว่า ตำแหน่งพ่อบ้านสองของเขานั้นมั่นคงแน่นอน

ส่วนสวีต้าเม่า หลังจากได้ยินเรื่องราวของสลักเกลียวนี้ เขามองหยางเสี่ยวเทาแวบหนึ่งแล้วก็ไม่ใส่ใจอีก

ตอนนี้ที่เขายังอยู่ตรงนี้ ก็เพื่อรอดูใบหน้าของหยางเสี่ยวเทายามที่ล้มเหลว

และหาโอกาสเหยียบย่ำซ้ำเติม

หยางเสี่ยวเทาเดินไปที่ตำแหน่งงาน ขณะนี้การทดสอบระดับสองเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

พวกของหวังฝ่ายังไม่ถึงเวลาของพวกเขา จึงพากันยืนดูอยู่รอบตัวหยางเสี่ยวเทาอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่ดังระงม และเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น

หยางเสี่ยวเทาใช้น้ำหนักมือประเมินสลักเกลียว รับรู้ถึงน้ำหนักของมัน จากนั้นก็วางไว้ข้างๆ จิตใจสงบนิ่งลง

ในความคิดของเขา แม้จะได้รับประสบการณ์และความสามารถของช่างกลึงระดับแปดมาแล้ว แต่การเผชิญหน้ากับการทดสอบนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย

ยิ่งไปกว่านั้น การทดสอบยังมีเงื่อนไขหนึ่ง นั่นคือต้องทำให้ผู้ทดสอบพอใจ!

คำว่าพอใจหมายความว่าอย่างไร?

เหมือนของเดิม เรียกว่าพอใจงั้นหรือ?

หยางเสี่ยวเทารู้สึกว่าด้วยทัศนคติของหลิวต้าหมิง มีเพียงการทำให้ดีกว่าของเดิมเท่านั้นถึงจะเรียกได้ว่าพอใจ

ส่วนถ้าทำออกมาได้เหมือนเดิม คงเรียกได้แค่ว่าสอบผ่าน

หยางเสี่ยวเทาไม่กล้าคาดเดาใจคน เขาเพียงแค่ต้องการปรับสภาพร่างกายให้ดีที่สุดเพื่อรับมือกับการทดสอบที่กำลังจะมาถึง

ทุกคนเฝ้ามองอย่างเงียบๆ การทดสอบด้านข้างยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหยางเสี่ยวเทา

รอบกายเขาสงบลงแล้ว

เมื่อหยางเสี่ยวเทาปรับสภาพพร้อม มือทั้งสองข้างก็ขยับจนเกิดเสียงดัง จากนั้นก็หยิบชิ้นงานดิบขึ้นมายึดไว้กับปากกาจับชิ้นงานให้แน่น ก่อนจะค่อยๆ เปิดเครื่องจักร

ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่ดังสนั่น หยางเสี่ยวเทาสุขุมและเยือกเย็น เขากำลังค้นหาความรู้สึกนั้น

จากแขน ข้อมือ จนถึงปลายนิ้ว เขารู้สึกได้ว่าร่างกายถูกปลุกเร้าขึ้นมา สลักเกลียวในมือกค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง

ทุกคนเห็นหยางเสี่ยวเทาเริ่มลงมือทำ ต่างก็กลั้นหายใจเฝ้ามองอย่างละเอียด

ที่โรงงานที่หนึ่ง เจี่ยตงซวี่เริ่มการทดสอบของเขา

เขามองดูพิมพ์เขียวที่วางอยู่ตรงหน้า คิ้วขมวดเข้าหากัน

เขามองย้อนกลับไปข้างหลัง หากเป็นพิมพ์เขียวใบนั้น เขายังพอมีโอกาสลุ้น

แต่ตอนนี้ พิมพ์เขียวตรงหน้าเขาไม่มีความมั่นใจเลย

ในใจอดไม่ได้ที่จะนึกเสียใจ ไม่ควรวู่วามเลยจริงๆ ควรจะสอบระดับสองตามลำดับขั้นตอน

ตอนนี้ ระดับสามก็สอบไม่ได้ ระดับสองก็ไม่ได้สอบ หรือว่าจะต้องเป็นระดับหนึ่งเหมือนเดิม?

กลับบ้านไปจะบอกยังไง?

ใจของเจี่ยตงซวี่ว้าวุ่นไปหมด สมาธิไม่ได้อยู่ที่งานเลยสักนิด

หยางเสี่ยวเทาตัวแสบ ถ้าแกไม่ริสอบข้ามขั้น เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!

ไอ้คนสารเลว...

ในห้องครัว ซ่าจู้เอาหมั่นโถวที่ทำเสร็จแล้วลงหม้ออุ่นไว้

เขานั่งบนม้านั่งคนเดียว คอยเติมไม้ฟืนเข้าเตาเป็นระยะ แววตาว่างเปล่า ใจไม่สงบเลย

หยางเสี่ยวเทาสอบระดับแปดงั้นหรือ?

หึ...

ในใจเขารู้สึกดูแคลน

คิดว่าระดับแปดสอบผ่านกันง่ายๆ หรือไง

ในสายตาของพ่อครัว ระดับแปดก็เหมือนระดับสูงสุดของพวกเขา ถ้าไม่มีฝีมือจริงใครจะกล้า?

เขาสั่งซ่าจู้มั่นใจในฝีมือทำอาหารของตัวเอง แต่ก็ยังไม่กล้าลอง แล้วหยางเสี่ยวเทาเป็นใครกัน?

แต่ทว่า ในใจกลับมีความกังวลที่อธิบายไม่ได้อยู่ลึกๆ

ถ้าเกิด... ถ้าเกิดมันผ่านขึ้นมาจริงๆ ล่ะ?

นึกถึงฐานะและเงินเดือนของพ่อบ้านหนึ่ง นึกถึงสถานการณ์ในบ้านสี่ประสานหลังจากนี้ และใบหน้าอวดดีที่น่าหมั่นไส้ของหยางเสี่ยวเทา

ซ่าจู้เผลอขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว

“ไม่ได้การ ฉันต้องไปดูสักหน่อย!”

เขาลุกขึ้นเดินออกไป

โดยลืมไปเสียสนิทว่าเตาไฟนั้นเต็มไปด้วยฟืนที่กำลังลุกโชน

สวีต้าเม่ยืนพิงกำแพงอยู่ข้างๆ รอคอยที่จะเห็นหยางเสี่ยวเทาขายหน้าและหัวเราะเยาะ

ข้างๆ กัน หลิวไห่จงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ตำแหน่งของผู้นำโรงงาน หวังจะเรียกร้องความสนใจจากผู้จัดการโรงงาน

ในใจเขาตัดสินใจแล้วว่า ทันทีที่หยางเสี่ยวเทาล้มเหลว เขาจะรีบเสนอหน้าออกไปตำหนิสักสองสามประโยค

ส่วนจะพูดยังไงนั้น เขากำลังชั่งใจอยู่

จะบอกว่าหยางเสี่ยวเทาเป็นคนอวดดีดีไหม? หรือจะบอกว่าเป็นคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เสียเวลาพวกท่านผู้นำดี?

ยังตัดสินใจไม่ได้ รอดูสถานการณ์ก่อน

เบื้องหน้า หยางเสี่ยวเทาชะลอความเร็วลง แต่ในใจเขารู้สึกว่าเหมือนยังขาดอะไรบางอย่างไป

ด้านข้าง หลิวต้าหมิงเห็นสลักเกลียวที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แววตาก็ฉายความเคร่งเครียด

อี้จงไห่เองก็มองดูอยู่สองสามครั้ง จากประสบการณ์ของเขา หยางเสี่ยวเทามีฝีมือจริงๆ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ สลักเกลียวนี้ต่อให้ทำเสร็จ ก็ยังเทียบของเดิมไม่ได้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำให้ดีกว่าเดิมเลย

เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมา

ช่างอาวุโสหลายคนรอบๆ เริ่มสังเกตเห็นสถานการณ์ บางคนมีแววตาผิดหวังปรากฏออกมา

พวกของหวังฝ่ายังมองไม่ออก และไม่มีใครมาอธิบายให้ฟัง แต่พวกเขาก็สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของช่างอาวุโส จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นแทนหยางเสี่ยวเทา

ทันใดนั้น พวกเขาเห็นหยางเสี่ยวเทาหยุดมือ ทุกคนต่างตกใจ

หยุดตอนนี้ หรือว่าจะยอมแพ้แล้ว?

พวกหวังฝ่ายังคงสงสัย

แต่หยางเสี่ยวเทากลับใจเย็น เขาถอดสลักเกลียวที่ยังทำไม่เสร็จออกมาวางไว้ด้านข้าง แล้วหยิบชิ้นงานดิบชิ้นใหม่ขึ้นมาวางบนปากกาจับชิ้นงานแทน

เมื่อครู่นี้ หยางเสี่ยวเทารู้สึกว่าสัมผัสมันไม่ถูกต้อง

ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่มันชัดเจนมาก

เขารู้ดีว่า นี่คือผลจากการที่ระบบปลูกฝังประสบการณ์ช่างกลึงระดับแปดลงในตัวเขา และปรับสภาพร่างกายของเขาไปพร้อมกัน

มันทำให้เขาสามารถสัมผัสถึงสถานะของชิ้นงานได้

ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ หากทำจนเสร็จมันก็จะเป็นได้แค่ของตำหนิเท่านั้น

หยางเสี่ยวเทาสูดหายใจลึก ขยับแขนอีกครั้ง แล้วเริ่มลงมือใหม่ตั้งแต่ต้น

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ทำไมถึงเริ่มใหม่ล่ะ?”

พนักงานรอบๆ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่ดูเหมือนจะไปได้สวย ทำไมถึงทิ้งล่ะ?

แต่เมื่อเทียบกับความสงสัยของพนักงานทั่วไป ช่างอาวุโสหลายคนกลับเผยรอยยิ้มออกมา

การที่สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ แสดงว่ามีความสามารถที่จะทำมันให้สำเร็จ

หรือจะบอกว่า หยางเสี่ยวเทาพบจุดที่ผิดพลาดแล้วและกำลังหาวิธีแก้ไขอยู่

พวกเขารู้ดีว่า การผลิตชิ้นส่วนนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในครั้งเดียว ยิ่งเป็นชิ้นส่วนระดับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องผ่านอุปสรรคหลายต่อหลายครั้ง

สิ่งที่ต่างกันคือ บางคนรู้ว่าล้มเหลวก็ตอนที่ทำเสร็จแล้ว แต่บางคนสามารถหยุดความเสียหายได้ทันท่วงที ไม่เสียเวลาและแรงกายโดยเปล่าประโยชน์ และก้าวต่อไป

เมื่อเทียบกันแล้ว คนที่หยุดความเสียหายได้ทันท่วงทีคือคนที่มีความสามารถโดดเด่นกว่า

นั่นคือเหตุผลที่พวกเขายิ้มออกมาเมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทาเริ่มใหม่

อี้จงไห่มีสีหน้าเรียบเฉย แต่มองดูหยางเสี่ยวเทาที่เริ่มใหม่ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

หลิวต้าหมิงถึงกับสั่งให้คนไปเอาเก้าอี้มานั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ

การพบข้อผิดพลาดถือว่าเหนือความคาดหมายของเขาแล้ว เจ้าหนุ่มนี่ไม่ได้พูดจาเพ้อเจ้อ และไม่ได้ล้อพวกเล่น

อย่างไรก็ตาม การพบปัญหาก็เรื่องหนึ่ง แต่ความสามารถในการตัดสินใจทิ้งงานอย่างเด็ดขาดนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มีคนตั้งเท่าไหร่ที่เมื่อพบปัญหาก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง ยังพยายามดิ้นรนแก้ไขมันไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้าย ถึงได้พบว่ามันเสียแรงเปล่า

ดังนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่พบข้อผิดพลาดจะมีความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่

โดยเฉพาะในการทดสอบแบบนี้

มันต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวอย่างมหาศาลถึงจะทำได้

หลิวต้าหมิงมองดูหยางเสี่ยวเทาที่มีสมาธิจดจ่อ ในใจเขายิ่งรู้สึกว่า วันนี้อาจจะมีเรื่องให้ประหลาดใจ

หลิวไหวหมินที่อยู่ข้างๆ ก็เช่นกัน ในฐานะที่เขานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้และเคยเห็นการทดสอบมานับครั้งไม่ถ้วน แต่คนที่มีความเด็ดเดี่ยวแบบนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

คนแบบนี้มีความมั่นใจ มีการตัดสินใจที่เฉียบขาด อนาคตเบื้องหน้าไม่มีทางตีบตันแน่นอน

หยางเสี่ยวเทาเริ่มผลิตสลักเกลียวอีกครั้ง

ครั้งนี้ สัมผัสในมือชัดเจนขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก การเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น

เมื่อรับรู้ได้ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นท่าทางได้ทันที แม้แต่สมองยังไม่ทันสั่งการว่าทำไมต้องทำแบบนี้ จนผ่านไปสองวินาทีถึงจะค่อยตอบสนองได้ แต่การเคลื่อนไหวถัดไปก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว

เขาถือตะไบไว้ในมือ หยางเสี่ยวเทาจ้องเขม็งไปที่สลักเกลียวที่กำลังหมุนวน ออกแรงกดลงไปจนเกิดเสียงเสียดสีดังลั่น

ไม่นานนัก สลักเกลียวก็เป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าใกล้จะสำเร็จแล้ว แต่แววตาของหยางเสี่ยวเทากลับฉายความมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม

เขาละตะไบออกมา เครื่องจักรหยุดลง

คนรอบข้างเฝ้ามองอย่างตื่นเต้น มาถึงขั้นนี้แล้ว อีกนิดเดียวก็จะเสร็จสมบูรณ์

“ทำไมหยุดอีกล่ะ? เสร็จแล้วเหรอ?”

โจวเผิงตื่นเต้นจนเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทาขมวดคิ้วอยู่ตรงนั้นและหยุดมือลง เขาก็รู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง

พวกหวังฝ่ายังไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายไปกว่าโจวเผิงเลย หัวใจของพวกเขาทั้งหมดผูกติดอยู่กับหยางเสี่ยวเทา ต่างก็หวังให้เขาสอบผ่าน เพราะพวกเขาก็จะได้รับเกียรติไปด้วย

การหยุดมือในครั้งนี้ อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่ช่างอาวุโสที่ดูอยู่นานก็ยังรู้สึกแปลกใจ

สลักเกลียวที่กำลังผลิตอยู่นั้น ในสายตาของพวกเขาดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรเลย

ทุกอย่างดูปกติดี ทำไมถึงหยุดลงอีกล่ะ?

หลิวต้าหมิงเองก็ประหลาดใจ แต่แล้วก็เห็นหยางเสี่ยวเทาเริ่มลงมือใหม่อีกครั้ง

หลิวต้าหมิงไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ได้แต่เฝ้ารอต่อไป

สวีหย่วนซานที่อยู่ด้านข้างก้มมองนาฬิกา “เหลือเวลาอีกสิบสามนาที!”

ทุกคนตกใจ ไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว

และในตอนนี้ การทดสอบระดับสี่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น อีกประเดี๋ยวพวกหลี่เหว่ยก็จะต้องลงสนามแล้ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 220 - ความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว